<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
(บทความนี้ย่อมา) บทความนี้เกิดจากการพยายามนำเอาหลักคำสอนในทางพุทธศาสนา ที่มีความสอดคล้องน่าจะสามารถนำมาอธิบายร่วมกับหลักความยุติธรรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเห็นได้ว่าคำสอนในทางศาสนาพุทธโดยส่วนใหญ่จะมีความขัดเเย้งในตัวเองหรือไม่ก็ขัดเเย้งกับคำสอนในกลุ่มเดียวกัน ผู้เขียนจึงได้ใช้
1. สติปัญญา
2. บนหลักทางสายกลาง
เพื่อหาหลักคำสอนที่สามารถนำมาใช้สอดคล้องเหมาะสมกับเรื่องนี้ได้ คือ เรื่องของ "กรรม" เรื่องของกรรมในทางพุทธศาสนานั้น ค่อนข้างสอดคล้องกับหลักของความยุติธรรม เเละ การลงโทษ ที่ว่า "กรรมนั้นเป็นผลของการกระทำ ที่กลับมาสู่ตัวผู้กระทำเอง โดยเฉพาะ การวางกรอบที่มีเฉพาะ ( "ผู้ทำ" เเละ "ผู้ถูกกระทำ" ) โดยไม่เอาผู้อื่นหรือปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
เมื่อมาดูเเนวคิดของค้านท์ เกี่ยวกับความยุติธรรม ประมาณว่า
จะเรียกว่าความยุติธรรมได้ การชั่งน้ำหนักระหว่าง (ผู้กระทำ เเละ ผู้ถูกกระทำ) จะต้องไม่มีบุคคลอื่น หรือ เรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ต้องดูเรื่องระหว่างบุคคล เช่น ถ้าเเพทย์กระทำผิดต่อชาวนา เเล้วเเพทย์ต้องโทษประหารชีวิต เเล้วมีการยกเรื่องประโยชน์ที่ได้จากการไว้ชีวตเเพทย์ คือ เเพทย์สามารถรักษาชีวิตคนอื่นได้อีกมากมายชีวิตของเเพทย์ถือว่ามีประโยชน์ไม่ควรประหารชีวิต ทั้งนี้การที่รัฐตัดสินโดยนำเรื่องของผลประโยชน์เเละผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาพิจารณาจึงถือว่าไม่ถูกต้อง ไม่ยุติธรรม
การลงโทษ กับ สังคม ต้องไม่ถูกนำมาเชื่อมโยงโดยเรื่องของประโยชน์
เเต่ต้องเชื่อมโยงอยู่บนหลักความยุติธรรม
1. การลงโทษ (ประโยชน์) สังคม อันนี้ผิด
2. การลงโทษ (หลักยุติธรรม) สังคม อันนี้ถูก
ถ้ามาดูความคิดในทางตะวันตก จะเเยกเรื่องของการ "สอนให้กลับตัวกลับใจ" กับ "เรื่องของการลงโทษ" เอาไว้อย่างสุดขั้ว ราวกับ ขาว เเละ ดำ หมายความว่า มันเป็นละเรื่องกัน การลงโทษก็คือการลงโทษ ที่ต้องเกิดขึ้นก่อน ส่วนการสอนให้ไม่ทำผิดอีก เป็นเรื่องอีกเรื่อง เเยกจากกัน ไว้ทีหลังได้ เเต่ยังไงก็ตามการลงโทษต้องเกิดขึ้นก่อน
เเต่ในทางพุทธศาสนา กลับมองว่าทั้งสองสิ่งนี้ เป็นสิ่งเดียวกัน ระหว่างการลงโทษเเละการสั่งสอน นั่นหมายความว่า มองว่า "สิ่งที่เกิดขึ้น" เป็นผลมาจาก "การกระทำในอดีต" พุทธศาสนาจึง "สั่งสอน" อธิบายเป็นลำดับ คือ
1. เมื่อชายผู้หนึ่งฆ่าตนตาย ((วิ่งหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน ใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆ ด้วยความยากลำบากจนตัวผอมเเห้ง กลัวคนที่โดนฆ่าจะมาเเก้เเค้นจนประสาทกิน)) เมื่อมาพบกับพระ พระจะมองมองว่า ในวงเล็บเบื้องต้นถือเป็น (ผลของการกระทำเเล้ว คือ ถือเป็นการลงโทษเเล้ว จึงสั่งสอนให้รู้จักผิดบาป) เเต่ในความคิดทางตะวันตกถือ ว่าเป็นการข้ามขั้นตอน เพราะชายที่ฆ่าคนตาย จะต้องได้รับโทษเสียก่อนนั่นคือ ต้องโดนประหารชีวิต หรือ ลงโทษอื่นใดก่อนก็เเล้วเเต่ เเล้วจึงค่อยอบรมสั่งสอน ตามลำดับ ในมุมมองนี้ทางตะวันตกจึงเห็นว่า ความคิดพุทธเป็นการข้ามขั้นตอนโดยมองเรื่องของการสั่งสอนกับการลงโทษเป็นสิ่งเดียวกัน
2. ถ้าจะดูในเรื่องของเจตนา การสั่งสอนถือว่าเป็นการลงโทษในตัวเอง เพราะการชี้ให้เห็นเจตนาของผู้กระทำ ว่าเป็นสิ่งที่เลวร้าย ทำให้ผู้ที่กระทำเกิดความตระหนักเเละคิดได้ในการกระทำของตน สิ่งนั้นถือเป็นการลงโทษเเล้ว ( เกิดความรู้สึกผิดบาปในสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป) ถ้ามองเเบบนี้ก็ถือได้ว่ามองการลงโทษเเละการสั่งสอนเป็นสิ่งเดียวกัน
ในทางศาสนาพุทธจะมองเรื่องของการลงโทษ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนับเเต่ที่เขาได้ กระทำกรรมใดๆลงไป นั่นหมายถึง ผลของการกระทำที่ทางตะวันตกถือว่าต้องมีผู้ตัดสินเเละผู้ที่กระทำการ เพื่อให้ผู้ที่กระทำผิดต้องได้รับผลนั้นกลับคืนลงไป เเต่ในทางศาสนาพุทธจะถือว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ถือเป็นผลของกรรมนับเเต่ครั้งเเรกที่ได้กระทำ เช่น ในเรื่องเจตนาที่เกิดขึ้น นั่นก็ถือเป็นการรับผลของการกระทำส่วนหนึ่งเเล้ว ( ความไม่สบายใจ รู้ถึงสิ่งที่ตนทำ )
เเละเมื่อมาดูความเชื่อในเรื่องการ เวียน ว่าย ตาย เกิด ศาสนาพุทธเหมือนจะบอกว่า "ผลของการกระทำนั้นเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา" เเละเกิดขึ้นทันทีที่เรากระทำกรรมนั้นโดยเฉพาะผลกรรมที่เกิดกับจิตใจเกี่ยวเนื่องจากเจตนา ขณะที่การลงโทษที่ตะวันตก หมายถึง ผลที่เกิดกับผู้กระทำผิดในลักษณะที่เป็น (รูปธรรม) เเละต้องมีผู้กระทำการลงโทษอย่างเป็น (รูปธรรม) เเละมี "ช่วงเวลา" เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การจำคุก เป็นปี กี่ปี กี่ปี เเต่การรับผลของการกระทำในทางศาสนาพุทธ เกิดขึ้นทันที เเละ ต่อเนื่อง เป็น เหตุ-ผล เเละมี
" เรามีเวลาที่จะได้รับผลกรรมอย่างยาวนาน มากกว่าชีวิตนี้ชีวิตเดียว "


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |