<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
เคยได้ยินใช่ไหมว่าที่นึง ถ้าไปถึงเราจะมีทุกอย่าง
ความสุขความฝันอะไรที่เฝ้ารอ จะรอเราอยู่ที่ปลายทาง
และต้องใช้เพียงตั๋วเดินทางแค่ใบเดียว และมันก็ไปกลับได้ตั้งหลายครั้ง
แต่ไม่เคยจะมีผู้ใดที่เคยไป จะกลับมาเล่าอะไรให้ฉันฟัง
ก็เลยสงสัยว่าจริงหรือไม่จริง อยากไปเจอกับตัวสักครั้งหนึ่ง
จะต้องเดินทางไกลด้วยเท้าฉันก็ยอม หากมันจะมีอะไรเมื่อไปถึง
ต่อให้ตั๋วเดินทางจะแพงสักเท่าไหร่ ต้องจ่ายด้วยอะไรจะไปหามา
และฉันจึงจ่ายหมดเท่าชีวิตที่ฉันมี เพื่อให้ใครบางคนมาส่งคืนและบอกว่า
* ตั๋วใบนี้ ไม่ได้มีสำหรับฉัน แม้เขาจะขายให้ทุกคนได้เท่ากัน
เพียงแต่ว่ารถขบวนนี้ไม่มีที่ให้กับฉัน จึงไม่มีสิทธิ์เดินทาง
อย่างที่เคยบอกไปฉันทุ่มเทและออกเดินไปตามทางที่เขาไป
จะเหนื่อย จะร้อน จะหนาวฉันไม่กลัว ตราบใจทรนงจะทนไหว
และในไม่ช้าไม่นานก็มองเจอ ว่ามีปลายทางอยู่ไม่ไกล
ก็เลยตะเกียกตะกายเพื่อไปเจอ สุดท้ายปลายทางที่หายไป
มันคงไม่มีจริงแท้และแน่นอน ปลายทางให้กับคนอย่างฉัน
แม้แต่ตั๋วเดินทางที่ใครๆ ก็มี ก็ไม่ได้มีให้คนอย่างฉันเหมือนกัน
จึงหวนคืนไปยังทางที่เดินมา ก็มีใครมองอยู่ตรงนั้น
พอเดินกลับไป ก็เจอคนเดิม ที่บอกกับฉัน ย้ำๆ ซ้ำๆ ว่า...
(*)
ตีความหมาย:
จริงเเล้วการตีความเนื้อหาในเพลงนั้นค่อนข้างยาก เพราะกว่าจะมาเป็นเพลง 1 เพลงมันมีเงื่อนไขต่างๆมาก เช่น บางครั้งทำนองเพลงเองก็เป็นตัวบังคับให้ต้องเปลี่ยนเนื้อร้องให้เหมาะสมกับทำนอง ทำให้ไม่สามารถสื่อความหมายของเนื้อเพลงได้ชัดเจนหรือเบี่ยงเบนไป หรือบางทีเนื้อหาในเพลงก็ใช่ว่าจะมีความหมายทั้งเพลง อาจจะเป็นการประติดประต่อ บางช่วงก็มีความหมาย บางช่วงอาจไม่มีความหมาย เเต่เป็นการใช้ภาษาได้ดูดี เข้ากับทำนอง เข้ากับภาพรวมได้ เเละเเต่ละส่วนก็อาจจะไม่ได้เชื่อมโยงกัน หรือไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเดียวกัน
ทีนี้จึงถ้าจะตีความเล่นๆ น่าจะดึงจุดเด่นจุดหลัก ที่ตีความหมายได้ง่ายออกมาโดยมมองข้ามจุดขัดเเย้งรองๆออกไปก่อน
ภาพยนตร์เป็นเรื่องของความรัก
2 ย่อหน้าเเรกเขาพูดถึง
ประสบการณ์เรื่องเล่าอะไรบางอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัส ยังไม่เคยได้เจอ ยังไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง เเละอยากจะได้เจอได้สัมผัส
เเต่การที่จะไปถึงตรงนั้นได้ต้องมี "ตั๋ว"
"ตั๋วคือสิทธิที่จะได้จากสถานภาพของบุคคลตามที่สังคมกำหนด"
เช่น สิทธิของชายเเละหญิง มาจากสถานภาพที่สังคมกำหนดเเละให้สิทธินั้นมา เพราะฉะนั้น ถ้าไม่ได้อยู่ในสถานภาพที่สังคมกำหนดไว้ให้ (นอกเหนือ) บุคคลนั้นจะไม่มีสิทธิเท่าเทียมเหมือนบุคคลอื่นที่อยู่ในสถานภาพตามที่สังคมกำหนดไว้ให้ เเละไม่สามารถนั่งไปบนรถขบวนเดียวกับคนทั่วไปได้ (ไม่สามารถใช้ชีวิตบนวิถีทางที่เหมือนคนอื่นๆทั่วไปในสังคม)
เเละเมื่อมาดูว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับความรักจึงพอเดาออกมาได้ว่า
ตั๋วที่ต้องการพร้อมจะเเลกซึ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มา คือ
"ต้องการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันของบุคคลสถานภาพที่ 3 ให้เท่าเทียมกับบุคคลสถานภาพอื่นๆโดยเฉพาะสิทธิในการเเสดงออกซึ่งความรักทั้งทางนิตินัยเเละพฤตินัย"
ใจความสำคัญของตั๋วน่าจะประมาณนี้ที่เหลือท่อนที่เหลือจะเเคบลงมาเป็นเรื่องส่วนตัว
เดินไปตามเส้นทางที่เขาไป ไม่ได้นั่งรถ พยายามอดทน เดินตามเส้นทางนั้นเเม้รถจะไม่เปิดรับ ต้องเดินเท้า ต้องเหนื่อย ต้องหลบซ่อนตามไปเส้นทางเงียบๆด้วยความยากลำบาก หมายถึง ต้องคอยหลบซ่อนในสังคมไม่สามารถใช้ชีวิตบนเส้นทางวิถีทางที่คนในทั่วไปในสังคมเดินกัน ในที่นี้เเสดงให้เห็นว่า ผลของความไม่เท่าเทียมที่เห็นได้ชัดคือ การที่คนอื่นได้นั่งในขบวนรถ ที่มีคนขับ มีพนักงานดูเเล ขณะที่คนที่ไม่มีสิทธิ์นั่ง ถ้าต้องการอยู่ในสังคม ในวิถีทางเหมือนคนอื่นก็ต้องเเลกด้วยความยากลำบาก ในการจะอยู่ในสังคม ต้องเดินเท้าเอาเอง คนในขบวนรถไม่มีใครเห็น ไม่มีใครสนใจ ไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูเเลเหมือนอยู่ในขบวนรถ ( กฏหมาย ) ถ้าลึกลงมาอีกนิดตรงนี้บอกว่า คนหนึ่งอยู่ในขบวนรถ ขณะที่อีกคนอยากจะอยู่บนรถด้วย เเต่ขบวนรถไม่มีที่ให้ เขาจึงได้เเต่อดทนเดินตามขบวนรถนั้นด้วยความทุกข์ระทม มันจึงเป็นการลำบากที่ทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกัน เพราะเเม้จะพยายามไปตามเส้นทางนั้นที่เขาไปเพียงไร สุดท้ายก็ไม่สามารถจะสมหวังขึ้นไปอยู่บนขบวนรถนั้นได้เพราะ
" ไม่มีตั๋ว "


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |