<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
เมื่อพูดถึงมนุษย์ ก็คงหลีกไม่พ้น “ความอยาก” ต่างๆ ตั้งแต่เราเกิดมาก็มาพร้อมกับความต้องการทั้งหลาย ตั้งแต่ความอยากพื้นฐานเช่น หิว กระหาย ขับถ่าย ฯลฯ และเมื่อโตขึ้นก็เริ่มมีความซับซ้อนของ “ความอยาก” นั้นๆมากขึ้น
ในหลายศาสนามองว่าความอยากเป็นโทษ เป็นสิ่งไม่ดี เป็นกิเลส เป็นบาป ทำไมกัน? ทั้งๆที่ความอยากนั้นเป็นพื้นฐาน และเป็นหนึ่งในสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นมาได้ ความอยากของมนุษย์แบ่งง่ายๆได้เป็น
- อยากให้มี
- อยากให้เป็น
และในทางกลับกับ “ความไม่อยาก” ก็ถือเป็นความต้องการอย่างหนึ่ง ทั้ง
- ไม่อยากให้มี
- ไม่อยากให้เป็น
เท่านี้เองที่มนุษย์ทั้งหลายมี ความอยากทั้งหมดในโลกสามารถจัดให้อยู่ในสี่ข้อนี้ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะอยากมี อยากเป็น ไม่อยากมี ไม่อยากเป็น แล้วทำไมมันถึงเป็นบาป?
จะกล่าวว่าความอยากทั้งหลายนั้นนำมาซึ่งบาปหรือ? นำมาซึ่งความอยาก และความไม่รู้จักพอหรือ?
บาปทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำไมต้องโทษความอยากด้วยเล่า เพราะความอยากต่างหากเป็นความรู้สึกที่ธรรมชาติที่สุด และประเสิรฐที่สุด เพราะมีความอยาก ความต้องการ มนุษย์จึงได้พัฒนามาโดยตลอด
และเมื่อพูดถึง “ความอยาก” ก็มักจะถูกมองว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นมาร เป็นบาป เป็นเหตุอันนำมาซึ่งทุกข์ แล้วความอยากในบุญ อยากใฝ่ในความดีเล่า ก็ไม่ใช่ความอยากหรอกหรือ?
ศาสนาเองก็อาศัยความอยากเป็นเครื่องมีเพื่อให้มนุษย์ทำดีไม่ใช่หรือ? อะไรคือบุญ? อะไรคือสวรรค์? อะไรคือภพหน้า? อะไรคืออาณาจักรสวรรค์? ก็คือการชี้เพื่อให้มนุษย์อยากนั่นเองเล่า
จะต่างอะไรกับการที่นำของรางวัลตั้งไว้ตรงหน้า เพื่อล่อหลอกให้คนกระทำการหนึ่งๆเพื่อรางวัลนั้นๆ ศาสนาก็เช่นกัน เพียงแต่กิจกรรมที่เป็นกุญแจเพื่อรางวัลนั้น คือความดีและความถูกต้อง มันต่างจากความอยากทั่วไปตรงไหนหรือ?
ส่วนมากมักตราหน้า “ความอยากได้ใคร่มี” ให้เป็นสิ่งสกปรก โสมม นำมาซึ่งความเสื่อม มนุษย์นี่ต่างหากเล่าที่นำความเสื่อมโสโครกมาสู่ความอยาก
เพราะความอยากเป็นสิ่งสะอาด เป็นสิ่งที่เกิดแต่จิตใจโดยพิสุทธิ์ วิธีการตอบสนองความอยากของมนุษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งอันนำมาซึ่งความโสมม เพราะมนุษย์ บ้างก็สนองความอยากนั้นโดยตรง บ้างก็พินิจไตร่ตรอง (ทั้งวิธีที่สนองได้โดยชอบธรรม หรือโดยไม่ชอบธรรมก็ตามที) ฉะนั้นเราควรค่าอย่างไรที่จะไปปรามาสความอยากได้ใคร่มีนั้น?
เราอยากมีสังคมอุดมคติ
เราอยากให้มีความสุชสงบบังเกิดในสังคม
เราอยากให้เกิดความสุขสบายในมวลมนุษยชาติ
เราอยากให้ประชาชาติผู้อยากไร้ได้อิ่มท้อง
เราอยากให้โรคภัยหมดไปในโลกนี้
นี่ก็เป็นความอยากไม่ใช่หรือ?
เราต้องการบุญ
เราอยากขึ้นสวรรค์
เราอยากมีภพชาติหน้าที่ดีกว่านี้
เราต้องการเข้าถึงอาณาจักรสวรรค์
นี่ก็ไม่เรียกว่าความอยากหรือ?
วิทยาการทั้งหลายของมนุษย์
หลักธรรมต่างๆ
ปรัชญาทั้งหลาย
ศิลปะแขนงต่างๆ
นั้นก็ไม่ได้เกิดมาโดยความอยากของมนุษย์งั้นหรือ?
แล้วท่านทั้งหลายจะตราหน้าความอยากได้ใคร่มี ว่าเป็นสิ่งร้าย เป็นพิษแห่งโลก เป็นสิ่งโสโครกอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างไร? ท่านควรจะตราหน้าวิธีการสนองตัญหาของพวกท่านต่างหากที่นำมาซึ่งความวุ่นวายในโลก เรากำลังพยายามบ่งหนามผิดที่ รักษาไม่ตรงจุดกันหรือไม่?
หากจะกล่าวว่า เพราะมีความอยากต่างหาก มนุษย์จึงต้องสนองความอยากนั้น
ฉะนั้นเราก็ควรจะเข้าไปที่ต้นเหตุแห่งปัญหานั้นสิ เพราะความจริง ความอยากนั้นเกิดแต่มนุษย์
ท่านกล่าวว่าเราควรขจัดความอยากนั้นให้หมดไป เพราะเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์
ข้าพเจ้าเห็นว่าหากจะทำตามที่ท่านว่า การจะเข้าถึงต้นเหตุนั้นจริง ควรจะขจัดมนุษย์ให้หมดไป เพราะนั่นเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์เสียมากกว่า
โดย : LAGNADAN
:ความเห็น
ถ้าพูดถึงเรื่องความอยากที่สัมพันธ์กับสิ่งที่ จขกท ว่ามาจะพบว่ามีลักษณะของความขัดเเย้งระหว่าง การยอมรับเเละปฏิเสธ พื้นฐานดั่งเดิมของความอยาก เเละ การพัฒนาทางศีลธรรมของมนุษย์ที่พยายามต่อต้าน พยายามควบคุมความอยากของมนุษย์ ซึ่งโดยมากเเม้ในทางพฤติกรรมจะควบคุมได้เเต่ความอยากที่อยู่ในจิตใจนั้นหาได้ผลเเบบเดียวกันได้ไม่
เรื่องของความอยาก
ถ้าจะย้อนดูให้ถึงต้นตอก็ควรเริ่มจากการดึงเอาสิ่งมีชีวิตทุกอย่างมาอยู่ในระนาบที่เท่ากัน เมื่อมองสิ่งมีชีวิตทุกอย่างจากระนาบเดียวกันมนุษย์จะถือว่าเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง
สิ่งที่มนุษย์มีอยู่ร่วมกันเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นคือ การเอาชีวิตรอด สิ่งนี้ฝังอยู่ใน dna ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด การทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตรอด ให้สืบพันธุ์ต่อไปได้ (ทำทุกอย่างในที่นี้ จึงหมายถึง ทำเท่าที่เเรงขับของสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งให้มันทำ) ความอยากในที่นี้จึงสัมพันธ์กับการมีชีวิตอยู่ของสิ่งมีชีวิต เป็นพื้นฐานที่สิ่งมีชีวิต (ต้องมี) เเต่ในเเง่ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกยกเว้นมนุษย์ เราจะไม่เรียกว่ามันคือ ความอยาก
เเต่น่าจะเรียกว่าเป็น " ความต้องการมีชีวิตอยู่ " เป็นสาเหตุที่ทำให้สัตว์ต่างๆ มีพฤติกรรม "ความอยาก" ต่างๆตามมาซึ่งทุกพฤติกรรมต่างๆนั้นล้วนเเต่ส่งเสริมเกี่ยวโยงเข้ากับพื้นฐาน " ความต้องการมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น "
เเต่เมื่อมาดูมนุษย์นั้น ก็มี " ความต้องการมีชีวิตอยู่" เช่นเดียวกับสัตว์โลกทั่วไป เเต่มนุษย์มีบางอย่างที่เหนือกว่านั้น คือ
" ปัญญา" ของมนุษย์ที่ทำให้ความคิดของมนุษย์มีความซับซ้อน เเรงขับสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ส่วนใหญ่ถูกเเทรกเเซงจากปัจจัยหลายๆอย่างกว่าจะออกมาเป็นพฤติกรรมที่ไม่ได้เเสดงออกอย่างตรงไปตรงมาเหมือนสัตว์โดยทั่วไป "ความอยากจึงน่าจะเกิดจากจุดนี้"
คือ จุดที่อยู่ระหว่าง เเรงขับสัญชาตญาณ ไปสู่ การเเสดงพฤติกรรม
กล่าวคือ ทั้งหมดที่ไปบิดเบือนเเรงขับสัญชาตญาณของมนุษย์ไม่ให้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เช่น
ความอยาก " ที่จะไม่อยากเป็นคนไม่ดี " ไม่ดีในที่นี้ครอบคลุมประสบการร์ทางสังคมทั้งหมดของบุคคลนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เช่น การไม่อยากให้ตัวเองดูไม่ดีถ้าประพฤติกรรมอะไรบางอย่างที่สังคมไม่ยอมรับ อันนี้ ก็ถือเป็นความอยาก คือ อยากให้สังคมยอมรับตน
มนุษย์จึงถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความอยากมากกว่าสิ่งมีชีวิต 2 เท่า
1. พื้นฐานความอยากจากการเป็นสิ่งซึ่งพยายามรักษาชีวิตตัวเอง เช่น สิ่งมีชีวิตอื่นๆ
2. ความอยาก เเบบ advance ที่บิดเบือนพื้นฐานการเอาชีวิตรอด (ความอยาก) ที่ทวีความซับซ้อนต่อยอดมาจากพื้นฐานการเอาชีวิตรอดกลายเป็นความอยากที่หลากหลายที่มีอิทิพลส่วนใหญ่จากสิ่งเเวดล้อมทางสังคม
ในเรื่องของบาป
บาปถ้ามองในมุมกลับ จึงถือเป็นสิ่งเดียวกับ "ความอยาก"
สำหรับมนุษย์ ถ้าบาป เป็นสิ่งเดียวกันกับความอยากนั่นหมายความว่า
ถ้าคุณอยาก คุณบาป เเต่สำหรับสัตว์โลกอื่นๆนั้นไม่บาป เพราะมันไม่มี"ปัญญา" สูงพอที่จะคิด "คิด" ความอยากจากพื้นฐานการมีชีวิตอยู่ของมันกระตุ้นให้มันทำ "มันไม่มีปัญญา" ไม่มีปัญญา "มันจึงไม่คิด" เมื่อไม่คิด มันจึง "ทำเลย" ถ้าในมนุษย์อาจเรียกว่า บาปบริสุทธิ์ คือ ทำโดยไม่ต้องคิด( ไม่ต้องคิดจริงๆ) เมื่อนำตรงนี้ไปประกอบกับหัวข้อบนสุดจึงพบว่า มนุษย์ได้บิดเบือนเเรงขับการเอาชีวิตรอด บาป ของมนุษย์จึงเกิดจาก การไปบิดเบือนความอยากพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต นั่นคือสิ่งที่ผิดเเละบาปนั้น เกิดจากสติปัญญาของมนุษย์ ที่ส่งผลให้มนุษย์ "คิดได้" จำได้ คิดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นได้ (อนาคต)
ถ้าไม่ให้มนุษย์ต้องบาป มนุษย์ต้องสลัดทิ้ง "ปัญญา" ไปเพราะปัญญาเป็นเหตุเเห่งบาป ความผิดบาปเเรกเกิดจากอะไร
1. การสังเกต
2. การสงสัย
3. ลองกระทำ
3 อย่างนี้ถ้าขาด "ปัญญา" จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ผิดบาปของมนุษย์คู่เเรกจึง เริ่มจากการมี "ปัญญา" ถ้ามนุษย์ถูกสร้างให้มีปัญญาเท่าสัตว์โลกอื่นๆต้นตอของ "ความอยาก" จะไม่มี ทุกชีวิตจะกลับสู่พื้นฐานเดียวกัน คือ การเอาชีวิตรอดซึ่งถือเป็น "ความอยากที่บริสุทธิ์ " หรือ "บาปบริสุทธิ์" เเละอยู่อย่างสมดุลย์ ไม่มีเเม้คำว่า "ความอยากอีกต่อไป"
หรืออีกทางที่ดีกว่าหรืออาจจะดีที่สุดคือไม่ควรมีมนุษย์ (leasthumanism)


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |