<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
ฤาเหตุการณ์อัศจรรย์จะพิสูจน์การมีอยู่ของพระเจ้า
คำถามเเรก เหตุการณ์อัศจรรย์คืออะไร
ศาสนิกชนได้บอกเราว่า มันคือการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ ถ้าไม่ได้เกิดจากพระเจ้าเป็นเหตุ
ดังนั้นในกรณีนี้สิ่งสำคัญคือ หลักการจำเเนกเหตุการณ์อัศจรรย์ออกจากเหตุการณ์อื่นๆทั้งหมดเเละเราต้องสามารถนำไปใช้ได้จริง
มีข้อสังเกตที่สำคัญอย่างหนึ่ง ถ้าบางคนได้กล่าวขึ้นมาว่า
" ทุกเหตุการณ์คือเหตุการณ์อัศจรรย์ "
เเสดงว่าเขาได้ย้ายความหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงจากคำว่า
"เหตุการณ์อัศจรรย์"ให้มันมีความหมายตรงกับคำว่า
"เหตุการณ์"คำถามที่สอง
เหตุการณ์นั้นจะต้องมีลักษณะเฉพาะอย่างไรจึงจะถือว่าเข้าข่ายที่พวกเราจะเห็นด้วยว่าเหตุการณ์นั้นเกิดจากพระเจ้าเป็นเหตุ
?เราจะต้องเเน่ใจได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องไม่มีสาเหตุอื่นที่เป็นตัวเเทนนำไปสู่การสามารถอธิบายถึงเหตุการณ์นั้นได้
เหตุการณ์อัศจรรย์ต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุตามธรรมชาติ
หลังจากที่เราเเน่ใจเเล้วว่ามันไม่มีสาเหตุใดๆนอกเสียจากพระเจ้าเท่านั้นที่สามารถอธิบายการเกิดขึ้นของมัน
ข้อสังเกต เหตุการณ์อัศจรรย์ต้องไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีเพียงเเต่ความเเปลกประหลาดน่าพิศวงเท่านั้น
ดังนั้นเราต้องไม่นับรวม
" เหตุการณ์อัศจรรย์เข้ากับเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปไม่ได้สูงเเต่กระนั้นเองก็ยังมีความเป็นไปได้ เช่น( ผู้ร้ายจับพระเอกใส่กุญเเจมือพระเอกไพล่หลังเเล้วผูกขาถ่วงด้วยก้อนหินโยนลงเเม่น้ำเเต่ในตอนท้ายพระเอกกลับปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง ทำเอาผู้ร้ายถึงกับอุทานว่า " it can' t be
" หรือ " it impossible
" เหตุการณ์ที่พระเอกยังรอดชีวิตสร้างความประหลาดใจเเละน่าพิศวงเพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตต่ำ เเต่กระนั้นมันยังมีความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิต )
ตัวอย่างต่อมา
( under construction )
เช่นกันที่เราต้องไม่นับรวมเหตุการณ์อัศจรรย์เข้ากับเหตุการณ์ที่คนอื่นรู้สาเหตุเเต่เราไม่รู้ หรือถ้าจะว่ากันไปอย่างตรงๆ คือ เราต้องไม่นับรวมเหตุการณ์ที่เราไม่รู้ถึงสาเหตุ(โง่)เเต่ผู้อื่นรู้เป็นเหตุการณ์อัศจรรย์ ความไม่รู้ของเราจะต้องไม่ถูกนำไปเป็นสัญญาณเเห่งการไม่สามารถพบสาเหตุของเหตุการณ์นั้นอันนำมาสู่การตัดสินว่าเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์
เช่นเดียวกับความเเปลกประหลาดน่าพิศวงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่รู้สาเหตุของเรา เหล่านี้ล้วนเเต่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการพิสูจน์เหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้น
คำถามที่ 3 คงต้องเป็น " เเล้วเราจะบอกได้อย่างไรว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นปราศจากเหตุตามธรรมชาติ "
ถ้าทำได้ เราจึงสามารถพูดได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นโดยพระเจ้า
เเต่เราจะบอกได้อย่างไรว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นปราศจากเหตุตามธรรมชาติ
ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติเป็นความรู้ที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์โดยทั่วไป
ถ้าไม่มีความรู้เหล่านี้ เเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะปราศจากเหตุตามธรรมชาติ
เมื่อมาดูเรื่องอิทธิพลที่สำคัญของความรู้ เมื่อเรามีฐานความรู้ที่มั่งคงเกี่ยวกับการคาดคะเนการเชื่อมโยงสาเหตุของเหตุการณ์ต่างๆ
มันเป็น เหตุ-ผล ที่ทำให้เกิดการคาดคะเนว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากสาเหตุโดยทั่วไป เช่น เหตุการณ์ที่มีลักษณะ คล้ายคลึงกัน ก็มักจะถูกคาดคะเนว่าเกิดมาจากสาเหตุโดยทั่วไปที่เหมือนกัน
จากตรงนี้จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า
"เราไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากสาเหตุที่เเตกต่างกัน" ถ้าเหตุการณ์ที่มีความเเน่นอนที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากเหตุมากกว่าหนึ่งอย่างตรงนี้เป็นการขยายความเป็นไปได้สาเหตุโดยทั่วไปของเหตุการณ์ ที่ทำให้เราไม่สามารถเชื่อได้ว่าการเกิดขึ้นของเหตุการณ์ปราศจากเหตุตามธรรมชาติใดๆ
ผู้ที่เสนอเรื่อง
"เหตุอัศจรรย์" มีสิทธิ์ที่จะพูดว่าเขาไม่ได้คาดหวังให้เราเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่มีสาเหตุ เขาคาดหมายให้พวกเรายอมรับว่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ที่เราต้องอ้างเหตุผลเป็นเหตุเหนือธรรมชาติ เราเเค่ทำช่องว่างเล็กๆสำหรับเหตุเหนือธรรมชาติ ถ้าเราอยู๋ในตำเเหน่งที่ไม่ยอมรับเหตุตามธรรมชาติใดๆของเหตุการณ์เลย สำหรับผู้นำเสนอเรื่องเหตุอัศจรรย์ที่จะจัดการเรื่องของเขาเขาต้องทำให้เราเชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
1.ปราศจากเหตุทั่วไป เเละ
2. สองคือปราศจากเหตุตามธรรมชาติอื่นๆ
เเต่ใครจะบอกว่าการหาสาเหตุตามธรรมชาติควรจะหยุดเมื่อใด ตามปกติถ้าเราพูดว่า
"เหตุ"นั่นหมายถึง
" เหตุตามธรรมชาติ" เเละเราจะไม่มีทางใช้วลีที่ว่า "เหตุเหนือธรรมชาติ" กับเหตุการณ์ต่างๆ ไม่มีความเเปลกประหลาดน่าพิศวงสำหรับเหตุการณ์ เมื่อเราไม่เห็นเหตุที่เป็นขับเคลื่อนสู่ผลนั้น เราพบเหตุผลมากมายที่ทำให้เราคาดคะเนได้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากเหตุโดยทั่วๆไปมากกว่าที่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากสาเหตุใดๆ( under construction )


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |