วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32370" type="text/javascript"></script>
ทรัพย์สมบัติคืออะไร
สิ่งนั้นว่าอะไรเป็นอะไรแต่ตามทัศนะของพุทธบริษัทหมายความว่า คนอื่นจะเข้าใจอย่างอื่นก็ได้ แต่ในฐานะที่เราเป็นพุทธบริษัท เราควรจะมีวิธีมองแล้วเห็นเข้าใจและรู้จักตามทัศนะของเรา อย่างครั้งแรกพูดถึงการศึกษา เรามองเห็นการศึกษา ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความถูกต้องแ
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 9,901 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 1:36 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 8 November 2007, 10:58 am

หน้าที่ 2 - ทรัพย์สมบัติ
ต่อมายุคที่มนุษย์เหล่านั้นรู้จักเก็บรักษาสะสมหรือเพาะปลูกหรือขยายพืชพันธ์ในการควบคุมคุ้มครองของต้นเขาก็ไม่มีการสะสมสิ่งที่เขาสะสมเรียกว่าทรัพย์สมบัติ เรียกว่าไอ้สิ่งปลื้มใจ เพราะเขามีไว้เขาก็ปลื้มใจ ไม่ต้องออกไปตามหาป่าไกลกว่าจะได้กิน กระทำก็ลำบาก เดี๋ยวนี้มันอยู่ใกล้ ๆ มือในยุ้งในฉางในเล้าในคอกมันก็ปลื้มใจ เราก็จะบอกได้ว่าทรัพย์สมบัติที่อยู่บนโลกเมื่อมนุษย์รู้จักสะสมนี้เอง มันปลื้มใจที่อยู่ใกล้ ๆ นี้จะกินเมื่อใดก็ได้จะใช่เมื่อใดก็ได้นั้นคำว่าทรัพย์มีความหมายว่า สิ่งปลื้มใจก็เกิดขึ้นอย่างนี้ ผู้ใดได้มีทรัพย์ตรงตามความหมายของคำคำนี้มีแต่ความสุขใจความปลื้มใจถ้าผิดไปจากนี้มันก็ไม่ใช่ทรัพย์ คือมันไม่ตรงความหมายของคำว่าทรัพย์มันกลายเป็นเสนียดจัญไรหรืออาธีรวะโทษอันอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมาเสียแล้ว




50098




เราจะเห็นได้ว่าคนบางคนมีทรัพย์สมบัติ สำหรับเครื่องหนักอกหนักใจ มีทรัพย์สมบัติสำหรับทะเละวิวาทกันระหว่างพี่น้องที่คลานตามกันมาก็มีอย่างนี้จะเรียกว่าทรัพย์นั้นได้ว่าอย่างไรและที่ร้ายไปกว่านั้นเองก็มีหลักฐานปรากฏเจ้าของทรัพย์ต้องตายเพราะทรัพย์ของตนเองก็มีอยู่ทั่วๆไปจะเรียก ว่าทรัพย์นี้เป็นเครื่องปลื้มใจได้อย่างไร

เมื่อเราจะควบคุมให้มันเป็นไป เรียกว่าอะไรก็ให้ลองคิดดู ถ้าใครถามชื่อว่าทรัพย์คืออะไร ให้แปลว่าเครื่องปลื้มใจ ถ้ามันให้เกิดความปลื้มใจในตามตัวหนังสือนั้นหรือหาไม่ หรือมันให้ทั้งสองอย่างก็ลองเปรียบเทียบกันดูว่าเป็นอย่างไหนมาก ถ้าพูดถึงคนธรรมสามัญชนตามทั่วไปที่เรียกว่าปุถุชนแล้ว เมื่อจะให้ความเดือดร้อน เหมือนตกนรกทั้งเป็นเสียมากกว่า ลองพิจารณาดูกันซักนิด ที่ตรงว่าเมื่อยังไม่ได้ทรัพย์ เมื่อต้องการแสวงหาอยู่มันก็ร้อนใจ ไม่ได้มาตามที่ตัวเองพอใจ มีความกระวนกระวายใจอยู่ก็เพราะทรัพย์ที่ไม่ได้มา ท่านได้ทรัพย์นั้นมาก็กระวนกระวายใจอยู่ด้วยความรักความยินดีความห่วงความวิตกกังวน ว่าจะถูกลักขโมยหรือจะถูกเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่ง นอนไม่ค่อยหลับเพราะทรัพย์ที่ได้มานี้ ก็ขอให้คิดดูว่าก่อนที่จะได้ก็มีความกระวนกระวาย ท่านได้มาแล้วกลัวก็มีความกระวนกระวายแล้วมันจะปลื้มใจกันที่ตรงไหน นี้ก็เพราะว่าเขาไม่รู้จักการมีทรัพย์ที่ถูกต้อง ทรัพย์สมบัตินั้นคืออะไร เป็นสิ่งที่ควรพิจารณากันอย่างให้แจ่มแจ้งกันต่อไป เมื่อถามว่าทรัพย์สมบัตินี้มันมาจากอะไร เราก็พอจะมองเห็นได้ว่ามาจากความอยากความต้องการของคนนั้นเองถ้าเป็นคนป่าสมัยนู้น หรือว่าคนสมัยนี้ มันก็ล้วนมีแต่ความต้องการนั้นมาจากสติปัญญาอันถูกต้องก็มี มาจากความโง่ก็มี ความต้องการนั้นเป็นความต้องการของความไม่รู้ นั้นเรียกว่ากิเลสหรือตัณหาฉะนั้นทรัพย์สมบัตินั้นมาจากกิเลสและตัณหาอีกนี้ก็มี

อีกพวกหนึ่งนั้นมีสติปัญญาศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้าอย่างพอเพียง รู้ว่าอะไรเป็นอะไร มีสติสัมปชัญญะ แสวงหาทรัพย์นั้นได้มาด้วยปัญญาทรัพย์ของคนประเภทนี้ ก็ได้มาด้วยสติปัญญา ทรัพย์ของคนประเภทอีกอย่างหนึ่งนั้นได้มาจากกิเลสปัญญาและมองเห็นได้ว่าทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากกิเลสตัณหานั้นมันคงจะร้อนตลอดเวลาไม่มีทางที่จะปลื้ม อกปลื้มใจดังที่กล่าวแล้วเพราะคนโง่คนพาลคนมีกิเลสตัณหาจัดแล้วได้อะไรตามที่กิเลสตัณหามันก็ยังร้อนอยู่ เพราะกิเลสตัณหาเป็นผู้บีบบังคับให้หามาและกิเลสตัณหาเป็นผู้ได้กิเลสตัณหาเป็นผู้เสวย เป็นเรื่องกิเลสไปทุกระเบียบนิ้ว มันจึงร้อนอยู่ทุกระเบียบนิ้ว

ถ้ามันได้มาด้วยสติปัญญาของบุคคลที่เป็นอริยะสาวก เพราะมันมีสติปัญญาเป็นเสียหมด เมื่อหาก็ไม่ร้อนเมื่อได้ก็ไม่ร้อน มันก็ควรเป็นสิ่งที่เรียกว่าปลื้มอกปลื้มใจเย็นอกเย็นใจมันก็ตรงความหมายของคำว่าทรัพย์ ที่นี้จะดูกันต่อไปว่าทรัพย์นี้มันเพื่ออะไร บางคนอาจจะคิดว่าเป็นคำถามที่บ้า ๆ บอ ๆ โง่เงาเต็มที่ ที่จะถามอย่างนี้เพราะเขาก็รู้จักทรัพย์สมบัติที่ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร มันเกินที่จะรู้สึกเพราะเขามีมันอยู่กินมันอยู่ใช้มันอยู่ แต่วันนี้เราจะพูดกันตามพุทธบริษัท ว่าทรัพย์สมบัติมันเพื่ออะไร ตัวหนังสือมันก็บอกอยู่แล้ว


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 14,645 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.