สารบัญ
หน้าที่ 3 - ต้องมีทรัพย์ไว้เพื่อใช้เป็นราชพี มีทรัพย์ไว้เป็นอติพี
แล้วว่าคือความปลื้มใจ เพื่อความรู้สึกเอร็ดอร่อย แห่งใจเนื่องจากการมีทรัพย์นั้น ที่นี้ก็ดูให้ระเอียดนั้นทุกกรณีหรือเปล่า ถ้ามันเป็นทรัพย์กันตามตัวหนังสือพอทรัพย์ก็เป็นเครื่องปลื้มใจได้ เพราะว่าเผอิญเปลี่ยนไปเป็น ซับ เหมือนกับกระดาษซับแล้วมันเป็นอย่างไร
ความเย็นอกเย็นใจ ของจนหมอสิ้นและก็เหี่ยวแห้งอยู่บนกองไฟเป็นทรัพย์ชนิดนี้ขึ้นมา และเป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจหรือเป็นทรัพย์เครื่องดูดทรัพย์ดูดโลหิตมันอันไหนกันแน่และมันทำได้อย่างไร คนก็ควรคิดดูตามทัศนะของพุทธบริษัทจะมองไปถึงว่า ทรัพย์สมบัตินั้นเป็นแค่ประโยชน์ ความเป็นมนุษย์ เป็นไปได้ตัวมนุษย์เป็นสัตว์ที่มีชีวิต ต้องอาศัยเหตุปัจจัยหลายอย่างหลายประการ เพื่อชีวิตตั้งอยู่ได้รอกอยู่ได้ ตั้งอยู่ได้และไม่ใช่เพียงรอดไปได้อย่างเดียว มันต้องก้าวหน้า ไปตามหนทางที่ถูกต้อง ก่อนที่จะไปจุดหมายปลายทาง เป็นเป้าหมายของชีวิตมนุษย์ ทรัพย์สมบัติเป็นเครื่องล่อเลี้ยงชีวิตนี้ ตั้งอยู่ได้ให้สะดวกในการเจริญก้าวหน้าทางจิตทางวิญญาณให้ชีวิตเป็นพัฒนาการที่หน้าพอใจ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง ที่เรามีทรัพย์สมบัติจุดหมายกันอย่างนี้กันหรือเปล่าหรือเอาไว้ปลื้มใจ เอาไว้หลงใหล เอาไว้ยึดมั่นถือมั่นสำหลับทำตัวเองให้เป็นเหมือนกับเปรต ชนิดหนึ่ง เพราะ มีหัวใจที่ฝากฝังไว้ให้กับทรัพย์สมบัติ เป็นเครื่องทรมานตน
ในที่นี้ขอให้ถือไว้เป็นหลักโดยทั่วไปว่า เราอยู่บนโลกคนเดียวไม่ได้ ต้องมีวิวัฒนาการไปจนถึงที่สุดของมนุษย์คนเดียวก็ไม่ได้ เราอยู่ร่วมกันในโลกเป็นจำนวนมากมันผูกพันกันอย่างแยกกันไม่ออก ดังนั้นทรัพย์สมบัติของใครนั้นไม่ใช่ว่าเป็นเป็นประโยชน์แก่ผู้นั้นคนเดียว มันต้องเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่นด้วย หรือว่าเพื่อประโยชน์แก่โลกทั้งสิ้นด้วย ฟังดูแล้วมันน่าหัวเราะมันน่าขบขัน ที่จะดูว่าทรัพย์สมบัติของเราคนเดียว นี้มันต้องเพื่อประโยชน์แก่คนทั้งโลกด้วย จริงหรือไม่จริงนั้นลองไปคิดดู ใครคิดที่จะห่วงไว้กินคนเดียวจะเป็นอย่างไร เข้าใจว่าไม่กี่วันวันมันก็เป็นบ้า ที่นี้มาดูคำสอนในพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สมบัติดูบ้างพระพุทธเจ้านั้นแม้ท่านจะยืนยันในความทุกข์และความดับทุกข์เท่านั้นก็จริงแต่การมีทรัพย์นี้มันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์มันจะเป็นเรื่องโลภเรื่องอย่างโลภ ๆ พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงตรัสว่าเป็นเรื่องของชาวโลกที่เป็นอย่างชาวโลกอยู่กันอย่างชาวโลกไม่ได้จับแต่เรื่องนิทานอย่างเดียวและก็ไม่พูดถึงเรื่องโลภ
การเป็นอยู่ของมนุษย์เรื่องครอบครัวนี้ซะเลย เท่าที่ไปสำรวจดูแล้วจากคัมภีร์ของทุกศาสนาไม่ว่าศาสนาพุทธก็ดี ศาสนาคริสต์เตียนก็ดี ศาสนาอิสลามก็ดีเป็นสังคมของมนุษย์เป็นบุคคลที่สองนับตั้งแต่บุตร ภรรยามีลูกหลานเหลน ได้มีการกล่าวไว้อย่างระเอียดถูกต้องหรือเพียงพอ คงเป็นเพราะว่าท่านเห็นว่าไม่มีความถูกต้องของครอบครัว เรื่องของชาวบ้านเรื่องของบุคคลธรรมดาแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะมีความถูกต้องในเรื่องที่สูงขึ้นไป ซึ่งเป็นเองของธรรมะหรือโรอุตระ ไม่กล่าวถึงครอบครัวของชาวบ้าน เรื่องของชาวบ้านทั่ว ๆ ไปเรื่องทรัพย์นี้พระพุทธเจ้าก็ทรงตรัสไว้ปรากฏอยู่ในคัมภีร์จะหาทรัพย์อย่างไรจะทำอย่างไรก็มีสูตร หลายสูตรที่แสวงหลักกันในเรื่องนี้
ถ้าในเรื่องที่จะเกี่ยวกับทรัพย์นี้พระองค์ได้ทรงระบุว่า ต้องมีทรัพย์ไว้เพื่อใช้เป็นราชพี มีทรัพย์ไว้เป็นอติพี ฟังดูนี้ก็เห็นได้ว่าเป็นปกติ จะใช้ทรัพย์อย่างไรจะต้องมีทรัพย์ไว้เพื่อตนเองจะต้องมีทรัพย์ก็จะต้องรู้จักใช้ ให้ตนเองไม่เดือดร้อน เพียงไม่เดือดร้อนอย่างนั้นไม่พอ เกิดความก้าวหน้าของการเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ยิ่งขึ้นก็จะเติมเปลี่ยมไปด้วยของการเป็นมนุษย์ ที่นี้ฆารวาสก็ต้องมีครอบครัว ก็ต้องมีทรัพย์สมบัติที่จะต้องบริหารครอบครัวให้มันเป็นไปได้ดี เพราะว่าการเป็นฆารวาส นี้มันจะหลีกเลี่ยงการมีครอบครัวไม่ได้เพราะว่ามีฐานะต่ำหรือเพราะว่ามีกิเลตตัณหาอยู่ฆารวาสต้องมีครอบครัว เขาจะต้องมีทรัพย์สมบัติที่จะพออยู่ได้อย่างผาสุกของครอบครัว และเป็น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม