 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32370" type="text/javascript"></script> |
|
|
ทรัพย์สมบัติคืออะไร
สิ่งนั้นว่าอะไรเป็นอะไรแต่ตามทัศนะของพุทธบริษัทหมายความว่า คนอื่นจะเข้าใจอย่างอื่นก็ได้ แต่ในฐานะที่เราเป็นพุทธบริษัท เราควรจะมีวิธีมองแล้วเห็นเข้าใจและรู้จักตามทัศนะของเรา อย่างครั้งแรกพูดถึงการศึกษา เรามองเห็นการศึกษา ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความถูกต้องแ
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 1:36 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 8 November 2007, 10:58 am
|
หน้าที่ 5 - ทรัพย์นั้นได้มา เพื่อเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู
ทรัพย์มันเพื่ออย่างนี้ มองดูว่าทรัพย์นี้ มันจะหามาโดยวิธีใด โดยส่วนใหญ่ก็ควรจะดูว่าได้มาอย่างไร้ศีลธรรมหรือได้มาอย่างประกอบด้วยศีลธรรมทำจิตใจให้เป็นกลางเป็นจิตใจที่บริสุทธิ์ บันดาทรัพย์สมบัติทั้งหลายบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีไว้ครอบครองมากมายมหาศาลนั้นได้มาอย่างไร อย่างมีศีลธรรมถ้าได้มาได้มาอย่างไร้ศีลธรรมแล้วก็มีปัญหาไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะว่ามันจะเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น เพราะจะเป็นต้นเหตุของการจองเวรจองกรรม โดยที่จะจองล้างจองผลาญกันอย่างที่ไม่มีที่สิ้นสุด
มันก็เลยมีปัญหาที่จะพูดต่อไปว่าทรัพย์นั้นได้มา เพื่อเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู คนที่ได้มาในฐานะที่เป็นศัตรู เมื่อการได้มามันไม่ถูกต้อง ได้มาอย่างเอามาเป็นศัตรู มันก็จะได้มาอย่างจะมาเป็นมิตรเป็นศัตรู หรือเป็นมิตรขึ้นมา เพราะ ว่ามันคืออะไรและจะได้มันมาอย่างไร กล่าวโดยความหมายทั่วไป คนต้องมีทรัพย์ต้องหาทรัพย์ตามความหมายของคำ ๆ นั้นของคำบางคำเพิ่มมาอีก เรียกว่า ทรัพย์สมบัติมันก็เล็ก
มีคำพูดมาแต่โบราณกาลแล้วว่า ความสวยความงามเป็นสมบัติของหญิงสาว หญิงสาวคนหนึ่งมีความสวยงาม ความสวยงามนั้นก็เป็นสมบัติของเขา หลายอย่างหลายประการ ถ้าเป็นผู้ชายความสามารถนั้นแหละเป็นทรัพย์สมบัติของเขา เป็นพระราชาตามความหมายในภาษาโบราณนั้น
หน้านั้นแหละเป็นทรัพย์สมบัติของพระราชา ที่นี้ทรัพย์สมบัติของพระ เณร คือศีลเป็นทรัพย์สมบัติ องค์ใดไม่มีศีลติดตัวก็ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรเหลือ ถ้าเป็นนักปราชญ์ นั้นก็มีวิชาเป็นทรัพย์สมบัติ ถ้าเป็นกรรมกรนั้นก็มีเรี่ยวแรงเป็นทรัพย์สมบัติ
ถ้าเป็นพุทธบริษัทจริงก็ต้องมีนิพพานเป็นทรัพย์สมบัติ พระพุทธองค์ทรงมีพระทัยกว้างขวางถึงทรงตรัสว่า อสิตธรรมหรือมิตรทานนั้นเป็นทรัพย์สมบัติของคนทุกคน ถ้าฝ่ายตรงกันข้ามเป็นฝ่ายพลามเขาพูดว่า กษัตริย์มีอาวุธ ธนูศรนั้นแหละเป็นทรัพย์ของกษัตริย์ เครื่องบูชายันต์นั้นเป็นทรัพย์สมบัติของพวกพลาม คานและเคียวเป็นสมบัติของพวกแพทย์พวกสูตร ส่วนพระพุทธเจ้าท่านทรงตรัสว่า เราไม่ว่าอย่างนั้นมันเป็นทรัพย์สมบัติของคนทุกคน ให้มนุษย์มีทรัพย์สมบัติชนิดหนึ่งยิ่ง ๆ ไปกว่าอาวุธ เครื่องทำมาหากิน อย่างที่รู้จักกันทั่วไป จะจับสัตว์ก็ต้องมีอาวุธ
อย่างพวกพลามก็มีเครื่องบูชายันต์ กรรมกรก็ต้องมีเคียวไม้คานเป็นต้น มันเท่ากับบอกว่า อย่ามีทรัพย์สมบัติแต่เพียงเท่านี้เลย ก็มันเป็นทรัพย์สมบัติสำหรับทุกคนการเข้าถึง ไม่ตายแหละเป็นทรัพย์สมบัติสำหรับทุกคนไม่มีความหมายที่ว่าไม่มีเราแล้วทรัพย์จะตาย มันก็เย็นเป็นนิพพานถ้าแม้ในชีวิตหนึ่งนี้ถ้ามันจะเย็นอยู่ได้ มันก็เป็นชีวิตที่ปราศจากการยึดมั่นถือมั่นตัวกูและของกูเมื่อใดปราศจากการยึดมั่นจากตัวกูและของกูก็ถูกต้องตามวิธีเป็นทรัพย์สมบัติในชีวิตประจะวัน ถ้าพูดกันตรงก็คือว่าต้องนิพพานในชีวิตประจำวัน
แต่โดยเนื้อแท้แล้วเราควรที่จะทำให้รู้สึกว่าไม่มีเราแล้วอยากตาบ เราต้องมีความเย็นเป็นสิ่งปลื้มใจสุด ในชีวิตจิตใจกันที่ตรงนี้อย่างแท้จริง เราทำได้อย่างนี้ คำว่าทรัพย์คือสิ่งที่ทำความปลื้มใจก็ถูกต้องอย่างยิ่ง แต่มันเป็นทรัพย์อย่างอื่นไปเสียแล้ว จึงจะต้องพูดกันต่อไปถึงทรัพย์สมบัติชนิดนั้น ต้องพูดกันโดยภาษธรรมอีกประเภทหนึ่ง ว่าทรัพย์ทางภาษาธรรมนั้นเรียกว่าอริยทรัพย์ ทรัพย์ในภาษาโลกนั้นเรียกว่าทรัพย์ ทรัพย์สมบัติวัวความไร่นาอะไรก็ตาม ความสวยงามเป็นทรัพย์ของหญิงสาวความสามารถเป็นทรัพย์ของบุรุษนี้เรียกว่าเป็นทรัพย์ในภาษาคนในทางวัตถุ
ที่นี้มันไม่พอมันต้องมีความหมายในนามธรรมส่วนหนึ่ง จึงมีทรัพย์ออกมาอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า ขอให้ท่านทั้งหลายจดจำคำ ๆ นี้ไว้ให้ดี ๆ คือคำว่าอริยทรัพย์มันไม่ใช่อย่างเดียวกันและก็ไม่ถือว่าตรงกันข้ามก็จะเรียกว่า โลกียะทรัพย์ ข้าวของวัวความเหล่านี้เราเรียกว่าโลกียะทรัพย์
แต่มีอีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นนามธรรมเรียกว่าทรัพย์ ท่านจะคิดว่าชั่งหัวมันเรามีวัวความไร่นาก็พอแล้วนั้นก็เป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม