 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32370" type="text/javascript"></script> |
|
|
ทรัพย์สมบัติคืออะไร
สิ่งนั้นว่าอะไรเป็นอะไรแต่ตามทัศนะของพุทธบริษัทหมายความว่า คนอื่นจะเข้าใจอย่างอื่นก็ได้ แต่ในฐานะที่เราเป็นพุทธบริษัท เราควรจะมีวิธีมองแล้วเห็นเข้าใจและรู้จักตามทัศนะของเรา อย่างครั้งแรกพูดถึงการศึกษา เรามองเห็นการศึกษา ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความถูกต้องแ
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 1:36 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 8 November 2007, 10:58 am
|
หน้าที่ 6 - นิพพาน
ถ้าปราศจากเสียอริยทรัพย์แล้วท่านทั้งหลายก็จะกลายเป็นศัตรูทันที เราจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่าอริยทรัพย์ เป็นเครื่องคุ้มครองไม่ให้เกิดผลร้าย ให้เกิด เสนียดจัญไรจากทรัพย์ทั้งหลายตามธรรมดาที่มีอยู่ ถ้าไม่มีอริยะธรรมมาป้องกัน มาคุ้มครองแล้ว มันก็จะกลายเป็นเสนียดเป็นศัตรูเป็นสิ่งทำร้ายล้างขึ้นมาทันที
พอมีอริยะธรรมมันก็จะมาเป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันไม่ให้ ทรัพย์สมบัติทั้งหลายเหล่านี้ที่มีอยู่ก็จะลุกเป็นไฟขึ้นมา อริยะทรัพย์นั้นก็แปลว่า ทรัพย์อันประเสริฐหรือทรัพย์ของอริยะเจ้าเป็นนามธรรม และ
ระบุเป็นตัวธรรมแบ่งเป็น ๗ อย่างด้วยกัน อริยะทรัพย์นั้นมี ๗ อย่างด้วยกันตามแบบฉบับในพระคัมภีร์ คือ ศรัทธาก็เป็นทรัพย์ ศีลก็เป็นทรัพย์ อิริความระอายบาปก็เป็นทรัพย์ โอตตัปปะปะความกลัวบาปก็เป็นทรัพย์ ทางสัจจะ
การศึกษามากก็เป็นทรัพย์ คะสิ่งที่ควรจะมีอยู่หรือมีไว้นี้ก็เป็นทรัพย์ ปัญญาก็เป็นทรัพย์รวมเป็น ๗ อย่าง นี้เรียกว่าอริยะทรัพย์คำเหล่านี้ ท่านทั้งหลายได้ยินแล้วคงจะเข้าใจ จะพิจารณากันว่ามันเป็นทรัพย์อย่างไรสิ่งแรกเรียกว่า ความศรัทธาคือความเชื่อ ในสิ่งที่เชื่อแล้วรู้สึกว่าปลอดภัยนี้ก็เป็นทรัพย์คุ้มกัน ให้รู้สึกปลื้มใจมีความอุ่นอกอุ่นใจคือความเชื่อ อย่างถูกต้องหรือคุ้มครองบุคคลนั้นได้ นั้นคือเรามีศรัทธาชนิดนี้หัวใจเราก็มีความสงบเย็น
สิ่งที่ ๒ เรียกว่าศีลหรือความถูกต้อง ทางกาย และทางการกระทำของกายทางวาจา ผู้ใดไม่มีการทำผิดพลาด แห่งการกระทำ ทางกาย ทางวาจา คนนั้นก็อยู่เป็นสุข ไม่เดือดร้อยวุ้นวาย ไม่ทำให้ต้องเสียหายอย่างสมบัติธรรมดา ก็เพราะทรัพย์สมบัตินี้มันคุ้มตรองไว้ ถ้ามีอริยะทรัพย์เป็นเครื่องควบคุมโลกียะทรัพย์มันก็จะไม่เป็นพิษเป็นภัยขึ้นมา
สิ่งที่ ๓ เรียกว่าอิริ เรียกว่าความระอายความชั่ว คือเกียจความชั่วอย่างของสกปรก ใครมี อิริมันก็กลายเป็นคนสะอาด เป็นคนถูกต้องเป็นคนที่ไม่สร้างเวรสร้างภัยอะไร มาได้เลยมันก็เป็นเครื่องปลื้มใจคุ้มครองอย่างยิ่งกันอย่างนี้
อันที่ ๔ เรียกว่าโอตตัปปะปะคือการกลัวความชั่ว คนที่กลัวบาปก็ไม่มีการทำบาป จึงไม่มีบาป ก็มีบุญ ก็ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ปลอดภัยอยู่ในตัวมันเอง เขาจึงอยู่ด้วยความสงบเย็นแห่งชีวิต จะทำให้สงบเย็นอย่างนั้นไม่ได้แล้วไม่เท่าไรทรัพย์สมบัติเงินทองก็จะสูญหายไป เราถือว่าอริยะทรัพย์เป็นเครื่องคุ้มครองโลกียะทรัพย์อย่างนี้สำหรับอริยะทรัพย์ที่เรียกว่าพหุสัจจะนั้นหมายถึง การได้รับการสดับตรัสฟังมาก
สมัยนี้เรียกว่าศึกษามาก เราก็เห็นอยู่แล้วว่ามีการศึกษาหาความรู้ก็มีทรัพย์ได้ ก็สามารถมีทรัพย์ที่เป็นอริยะทรัพย์ป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้นในชีวิตจิตใจด้วย จึงถือว่าอริยะทรัพย์เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกัน โลกียะทรัพย์ สำหรับจาคะนั้นหมายถึงการสละ สละสิ่งที่ไม่ ควรอยู่กับตนคือความชั่วความเลวหรือกิเลสทั้งหลาย เมื่อสละสิ่งชนิดนี้ออกไปมันก็มีความดีความงามมีบุญกุศล มีสติปัญญาคือความรอบรู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ไม่ต้องรู้มากเกินไปเหมือนคนสมัยนี้ รู้มากเกินไปในสิ่งที่ไม่ควรจะรู้ จึงไม่ได้เป็นอยู่อย่างสงบสุข
นั้นปัญญาควรจะรู้ในสิ่งที่ควรจะรู้จึงเป็นอริยะทรัพย์สุดยอด พระพุทธเจ้าตรัสว่าปัญญาเป็นทรัพย์สุดยอด นี้หมายถึงธรรมะโดยชื่อต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงระบุไว้ในฐานะที่เป็นอริยะทรัพย์หรือเป็นทรัพย์ในภาษาธรรม ถ้าจะมองในแง่ของผลของการปฏิบัติแล้ว
ส่วนเรียกว่านิพพานนี้ก็เป็นทรัพย์ได้ อย่างที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เองว่า เราบัญญัติ อมิตะธรรมหรือนิพพานไว้ในเป็นทรัพย์ของทุกคน มันมีอยู่กับตนก็ทำให้เกิดความเย็นอกเย็นใจ ยิ่งกว่าความปลื้มใจ ในชีวิตนี้แม้จะทุก ๆ วัน ก็ยังขอให้มีความสงบเย็นสะอาดจากกิเลส ก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้มีนิพพาน
เป็นทรัพย์สมบัติอยู่ในชีวิตประจำวันนี้ เรียกว่าอริยะทรัพย์ตั้งอยู่ในฐานะคุ้มครอง ไม่ให้โลกียะทรัพย์เกิดผลร้ายขึ้นมา เอาเป็นว่าเรามีทรัพย์อยู่ ๒ ชนิด คือ
ทรัพย์โลกียะทรัพย์ คือแง่ในทางวัตถุทางร่างกายทางเนื้อทางหนังนั้นอย่างหนึ่ง เพื่อประโยชน์แก่การบำรุงทางร่างกายทางเนื้อทางหนังนั้นเอง อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า
อริยะทรัพย์ เป็นเรื่องทางจิตใจ
สำหรับรักษาส่งเสริมบำรุงทางด้านจิตใจ ให้ก้าวหน้าควบคุมกันไปให้ก้าวหน้าทั้งทางกายและทางจิตก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้มีทรัพย์โดยสมบูรณ์ นี้คือคำตอบของคำถามที่ว่าทรัพย์นี้คือ
นี้คือคำตอบของคำถามที่ว่าทรัพย์นี้คืออะไร โดยตัวหนังสือก็เพื่อทำความปลื้มใจ มีอย่างผิดพลาดก็กลายเป็นสิ่งที่ต้องทนทรมาน ที่นี้ก็อยากจะขอร้องให้มองดู หรือที่เรียกว่าปัญหาในปัจจุบันหรือปัญหาในปัจจุบัน ว่าทรัพย์สมบัติในโลกนี้กำลังเป็นอย่างไร กำลังเป็นไปตรงความหมายของคำว่าทรัพย์หรือไม่ ถูกแล้วใครก็จะเห็นว่า
โลกปัจจุบันนี้มีแต่โลกียะทรัพย์ ไม่มีอริยทรัพย์ของพระเป็นเจ้ากันเสียเลย โลกียะทรัพย์ทั้งหลายในปัจจุบันนี้มันเป็นอย่างไร ก็ขอมองดูอีกเรื่องที่กำลังเลวร้ายที่สุดในโลกนั้นเอง คือเรื่องที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจในโลกนี้ว่าเป็นเรื่องทรัพย์สมบัติของบุคคลของสังคมของโลก มันกำลังเป็นอย่างไร
มันกำลังเป็นต้นเหตุเลวร้ายทั้งแก่บุคคล ทั้งแก่สังคมและของโลก เรามีการรบราฆ่าฟันกัน เพื่อสะสมทรัพย์สมบัติถือกันว่าเป็นกำลังอย่างยิ่งไปหล่อเลี้ยงทหารอย่างหลับหูหลับตาอย่างไม่ลืมตา เพื่อว่าเป็นเครื่องมือที่จะกอบโกยกำลังอันเป็นทางมาเพื่อทรัพย์อย่างอื่น เห็นได้ว่าโลกนี้มีปัญหาเพราะว่าเรื่องทรัพย์เพราะเขาไม่รู้ว่าทรัพย์นั้นคืออะไร
ขอสรุปความว่าเราจะต้องทำให้ทรัพย์สมบัติเป็นอุปกรณ์ให้เรารู้สึกสภาพสูงสุดของมนุษย์ ไม่ต้องเป็นเปรตที่ชูดูเขา เรารักเราหวงแหนในแก้วแหวนเงินทองภายในจิตใจ มีทรัพย์มากก็เหมือนเปรตที่ชูดูเขา เราอย่างทำให้ทรัพย์สมบัติมาทำให้เราเป็นเปรตที่ชูดูเขาแล้วจะต้องตายตามไปเป็นปู่โสมเฝ้าทรัพย์ต่อไปอีกเลยคงจะบังคับให้หยุดแล้วก็ขอหยุดการบรรยายไว้เพียงเท่านี้
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม