 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32372" type="text/javascript"></script> |
|
ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นทุกข์
ท่านผู้เป็น อคัณตุกะทั้งหลาย บรรดาที่ประชุมกันอยู่ที่นี้ บัดนี้เป็นโอกาสกำหนดไว้ ที่จะมีการพูดจากัน และก็บังเอิญมาพร้องกันหลายระดับ เป็นชนขั้นทางจิตจิต ทางวิญญาณชนิดที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องด้วยทุกระดับจึงจะได้ ถ้าพูดถึงระดับต่ำ ระดับเด็กเล็ก
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 3:55 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:33 pm
|
หน้าที่ 1 - เรื่องกลางดิน
ท่านผู้เป็น อคัณตุกะทั้งหลาย บรรดาที่ประชุมกันอยู่ที่นี้ บัดนี้เป็นโอกาสกำหนดไว้ ที่จะมีการพูดจากัน และก็บังเอิญมาพร้องกันหลายระดับ เป็นชนขั้นทางจิตจิต ทางวิญญาณชนิดที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องด้วยทุกระดับจึงจะได้ ถ้าพูดถึงระดับต่ำ ระดับเด็กเล็ก ผู้ใหญ่ก็สนใจฟัง โดยพื้นความหมายที่มันสูงกว่านั้น หรือว่าเป็นการศึกษาเรื่องของ วัยเด็ก รุ่นเด็ก สำหรับเด็ก พร้อมกันไปก็ได้ ถ้าไม่อย่างนั้น มันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรกันได้ จะมีประโยชน์น้อยเกินไปก็ได้ ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่มีประโยชน์อะไรกันได้ จะมีประโยชน์น้อยเกินไปก็ได้ ไม่คุ้มค่ามา จึงขอให้ทุกคนเด็กเล็กที่สุด ก็พยายามทำให้ดี ฟังให้ได้ ถ้าสู้ไม่ไหวก็หลับไปเสียเลย จะได้หมดปัญหา
เดี๋ยวนี้เรามานั่งกันกลางดิน
ข้อแรกที่สุดก็จะพูดเรื่องกลางดิน เราเชื่อว่าหลายคนที่ยังไม่รู้ความหมายขอคำว่ากลางดิน และก็มีความรู้สึกนึกคิด
ที่ไม่ชอบนั่งกลางดิน ชอบที่นั่งบนที่จัดตบแต่งไว้ เป็นอย่างที่เคยนั่งกันมาเคยชินจนเป็นนิสัย พอมานั่งกลางดิน ก็ถือว่าเป็นการลดอะไรกันมากทีเดียว ก็หงุดหงิดเสียก่อน และก็ฟังไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน จึงอยากจะพูดเรื่องกลางดินนี้หมดปัญหาไปเสียทีก่อน โดยถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้นั่งกลางดิน มาที่สวนโมกมีโอกาสได้นั่งกลางดิน ถ้าไปที่อื่นก็คงจะไม่ได้นั่ง ทั่ว ๆ ไปก็จะไม่ได้นั่งกลางดิน เดี๋ยวนี้เรามีที่นั่งกลางดิน ไว้ให้นั่งด้วยเจตนา ที่มีที่นั่งกลางดินไว้นั่งกลางดิน
รู้ความหมายของการนั่งกลางดินให้ดีและก็มีจิตใจเข้ากันได้กับเรื่องนั่งกลางดิน ก็จะได้รับประโยชน์จากการฟังธรรมะ หรือพระพุทธศาสนา พูดคราวเดียวหมด ก็พูดว่าพระพุทธศาสนานั่งเกิดกลางดิน เกิดจากดิน พระพุทธเจ้าประสูติกลางดิน และพระพุทธเจ้าก็ตรัสรูกลางดินและก็มีโอกาสไปเที่ยวสั่งสอนไปนั่งกลางดิน ที่อยู่อาศัยของท่านก็พื้นดินในที่สุดท่านก็นิพานหรือตายกลางดิน ก็ต้องคำนึงถึงข้อนี้ก่อน ว่าเกิดกลางดิน ตรัสรูกลางดิน สอนกลางดิน อยู่กลางดิน ตายกลาง
เหมือนพระไตรปิฎกที่เป็นคำสอนทั้งหมด
ก็เกิดมาจากดิน เกิดมาจากการนั่งกลางดิน และก็ตรัสรู้และก็ได้เรียนต่อ ๆ กันมา เป็นที่เชื่อได้ว่าการทำสังคยานาหลาย ๆ องค์ก็นั่งกลางดินทั้งนั้น ไปดูที่อินเดียก็ได้ว่าท่านนั่งกลางดินกันทั้งนั้น นี้เป็นเรื่องของกลางดิน
ที่นี้มองอีกแง่หนึ่ง ธรรมะเป็นเรื่องของธรรมชาติเป็นความรู้เรื่องตัวธรรมชาติ เรื่องผลที่เกิดมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยตรง ธรรมะคือเรื่องธรรมชาติ ต้องอยู่กับธรรมชาติ ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงประสูติกลางดิน ไม่อย่างไปนั่งสถานเริงรมสวยงามต่าง ๆ อยากจะอยู่สวรรค์วิมานนั้น ที่มันมีความหมายอย่างสวรรค์วิมาน ถ้าไม่ชอบธรรมชาติไม่ชอบนั่งกลางดิน เพื่อเป็นเกลอกับธรรมชาติ เดี๋ยวนี้มานั่งกลางดินอย่างนี้ ก็ควรจะรู้สึกว่าเป็นเกลอกับธรรมชาติ เมื่ออยู่กับธรรมชาติจิตใจมันเหมาะสมที่จะรู้จักกับธรรมชาติ เป็นพื้นฐานของธรรมะทั้งหลายคือเรื่องธรรมชาติ นี้ควรจะสนใจเรื่องกลางดิน ก็ขอทำเดียวนี้ ก็มานั่งกลางดิน
นี้ก็ขอทำใจให้นึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประสูติกลางดิน ตรัสรู้กลางดินสอนกลางดิน อยู่กลางดิน ตายกลางดิน ถ้าทำได้ก็เป็นพุธทานุสติ ซึ่งเป็นธรรมฐานชนิดหนึ่งอย่างยิ่งเลย ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าทุกแง่ทุกมุม เดี๋ยวนี้เมื่อก่อนและนึกถึง พอรู้สึกว่าได้มานั่งกลางดินได้มาอยู่กลางดิน แล้วจิตใจมันรู้สึกอย่างไร เมื่อคุ้งมันอยู่ที่กรุงเทพ แล้วจิตใจมันเป็นอย่างไร และมานั่งกลางดินอย่างนี้แล้วจิตใจมันรู้สึกอย่างไร
เมื่อมานั่งกลางดินอย่างนี้แล้วจิตใจมันเป็นอย่างไร ถ้าสามารถเปรียบเทียบกันได้ นั้นแหละจะเป็นกรรมฐาน คือพุธทานุสติ ว่าพระพุทธเจ้ามีจิตใจเป็นอย่างไร ก็พลอยไปถึงการตรัสรู้ของพระองค์ รู้ถึงสิ่งที่พระองค์ทรงได้ตรัสรู้ นั้นก็จะสามารถนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
นี้เป็นเรื่องของคนนั่งกลางดินไม่ใช่เป็นเรื่องของคนที่จะหรูหราอยู่สนุกสนาน ตามแบบของคนหนุ่มที่สำเร็จศึกษามาจากมหาวิทยาลัย ไม่ใช่สำเร็จการศึกษามาจากกลางดินเหมือน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ก.ย. 2550 (10:46) สุดยอดครับ