คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32372" type="text/javascript"></script>
ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นทุกข์
ท่านผู้เป็น อคัณตุกะทั้งหลาย บรรดาที่ประชุมกันอยู่ที่นี้ บัดนี้เป็นโอกาสกำหนดไว้ ที่จะมีการพูดจากัน และก็บังเอิญมาพร้องกันหลายระดับ เป็นชนขั้นทางจิตจิต ทางวิญญาณชนิดที่เป็นประโยชน์และเกี่ยวข้องด้วยทุกระดับจึงจะได้ ถ้าพูดถึงระดับต่ำ ระดับเด็กเล็ก
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 16,123 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 3:55 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:33 pm

หน้าที่ 5 - วัฎสงสารกิเลสความทุกข์
ถ้าคุณไปรู้เรื่องวัฎสงสารกิเลสความทุกข์กันอย่างดี แล้วจะรู้สึกเป็นภาระหน้าที่กันทันทีเลย ที่จะศึกษาขจัดสิ่งนี้ออกไปเสีย ให้มันไม่มีชีวิตที่เวียนว่ายอยู่ในวัตสงสารคือความทุกข์ชนิดที่ว่ามาแหละ มีชีวิตใหม่มีจิตใจใหม่อย่างที่กล่าวมาแล้วมันไม่มืดด้วยความโง่ มันไม่ร้อนด้วยความทุกข์ มันไม่สกปรกด้วยกิเลส และมันก็ไม่เป็นทาสของสิ่งใด ๆ โดยการยึดมั่นถือมั่นก็จะเป็นอย่างไรจิตใจชนิดนี้จะเป็นอย่างไรขอให้ลองคิดดู ถ้าว่าทุกคนเป็นไปได้อย่างนี้โลกนี้จะเป็นอย่างไรมันก็มีแต่ความทุกข์เท่านั้นเองแต่ไม่รู้จักคำว่าความทุกข์ ความทุกข์เกิดมาจากการยึดมั่นถือมั่น



50132




เป็นตัวตนบ้างเป็นของอื่นบ้างถ้าเดือดจัดขึ้นมาก็เป็นตัวกูบ้างเป็นของกูบ้าง ความรู้สึกอะไรที่มันมีความหมายมีลักษณะเป็นตัวกูเป็นของกูดูว่ามันหนักเท่าไร มันร้อนเท่าไร มันสกปรกเท่าไร มันร้อนร้นเท่าไรก็ขอให้ดูกันดี ๆ ทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นอย่างนั้น นี้คือตัวธรรมะตัวพุทธศาสนาที่จะทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นอย่างนั้น จึงเป็นชีวิตที่ไม่มีความหนักความร้อนไม่มีความมืดไม่มีความสกปรก ไม่มีความเป็นทาสของสิ่งใด มีแต่อิสระเสรี


ถ้าจะเรียนกันก็ควรเรียนเรื่องนี้ ถ้าจะสอนกันก็ควรจะสอนเรื่องนี้ พระพุทธเจ่าท่านทรงตรัสอย่างนี้ถ้าเราจะเรียนอะไรกันบ้างก็ควรเรียนเรื่องนี้ เรื่องออกมาจากความทุกข์ เดี๋ยวนี้เราเรียนเพ้อเจ้อมันไม่เข้ามาในวงของการขจัดความทุกข์เหล่านี้ โลกนี้ก็เต็มไปด้วยปัญหา มีแต่ความทุกข์ จนดู ๆ เป็นของธรรมดาไปเสียหมด หรือเป็นทุกข์เหมือนกันไปหมด เป็นทาสเหมือนกันไปหมด มีกิเลสเหมือนกันไปหมดจนไม่รู้จักจะไประอายใคร ถ้าจะคิดว่าเกิดมาทีจะไม่เสียชาติเกิด จะต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด ที่มนุษย์ควรจะได้ และก็ควรศึกษากันเสียใหม่ มีการศึกษาให้รู้ทั้ง ๒ ทาง ทั้ง ๒ ฝ่าย ก็เลือกเอาฝ่ายที่มีอิสระหรือหลุดพ้น


คำว่าหลุดพ้นไม่ใช่คำพูดของคนโง่ ที่เด็กสมัยนี้จะเอาไปล่อเล่น มันเป็นคำที่มีความหมายของมนุษย์ที่มีปัญญามากที่สุด ที่จะทำให้ชีวิตจิตใจให้มันหลุดพ้น จากการบีบบังคับของสิ่งที่เรียกว่ากิเลสหรือสิ่งที่เรียกว่าทุกข์ เดี๋ยวจะดีเกินไปเสียอีกถ้าไม่ความทุกข์ เพราะหลาย ๆ คนยังชอบความทุกข์ยังชอบสนุก ชอบการร้องไห้ มันเป็นคนบ้าชนิดหนึ่ง เป็นความบ้าทางจิตใจ ทางกามอารมณ์ชนิดนั้นแล้วต้องมี มันยังชอบความทุกข์อยากจะอยู่ด้วยความทุกข์ ไม่อยากจะหมดจดจากทุกข์ อย่างนี้ก็มี เพราะมันไม่รู้ว่าความทุกข์มันเป็นอย่างไร


ถ้าว่าเอากันถึงขนากที่พระพุทธศาสนาต้องการ และก็ต้องไม่เป็นทุกข์ เราต้องไม่เป็นทุกข์ และเป็นคนมีประโยชน์ที่สุด ให้ทุกคนไปคิดเอาเอง ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นทุกข์ และมีประโยชน์ที่สุด ไปคิดเอาเองไม่ต้องไปพึ่งพระพุทธเจ้า ไม่ต้องไปหาพระพุทธเจ้า ไม่ได้ไปพึ่งคำสอนพระพุทธเจ้า ทุกคนไปคิดเอาเองว่าทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นทุกข์และมีประโยชน์ที่สุดนั้นแหละถูกแล้ว น่าจะตรงตามที่พระพุทธเจ้าประสงค์ ตามที่พระพุทธเจ้าสั่งสอน ก็จะช่วยให้สัตว์โลกได้พ้นทุกข์ อย่าให้ชีวิตนี้มันมีความทุกเลย และพร้อมกันนั้นก็มีการทำประโยชน์เป็นประโยชน์แก่คนและทุกฝ่าย ที่นี้ก็มาพูดถึงตัวพระพุทธศาสนาตัวธรรมะว่าทำอย่างไร ถึงจะไม่เป็นทุกข์เลย ทำอย่างไรถึงจะไม่เป็นทุกข์เลย


นี้ข้อแรกจะอยู่อย่างมีประโยชน์ที่สุดนั้นไม่ว่าที่หลัง ความสุขเกิดมาจากความโง่ กันข้อแรกโง่เป็นลำดับมา จนเป็นที่ยึดมั่นถือมั่นหมายมั่น ของตัวตนเป็นของตนก็ต้องเป็นทุกข์เหมือนกับในตัวของเด็กทารกที่เล่ากันมาแล้ว ที่เกิดมาจากท้องแม่ไม่มีความทุกข์ไม่เป็นจนกว่าเด็กคนนั้นจะเที่ยวไปสัมผัสทางตาหู จมูก ลิ้น ทางใจ รู้จักของอร่อยไม่อร่อย พอใจและหลงใหล


ในสิ่งเหล่านั้นก็จะเป็นทุกข์ ต้องอาศัยความโง่หรือวิชามากถึงขนาดนั้นจึงจะเป็นความทุกข์จะพูดโดยหลักสักนิดหนึ่ง ก็ได้ จะฟังหรือไม่ฟัง เข้าใจหรือไม่เข้าใจ ไม่ทราบว่าเรามี ตา หู จมูก ลิ้น กายใจนี้ดู ถ้าไม่มีตา หู จมูก ลิ้น กายใจ นี้มันก็จะไม่มีความรู้สึกอะไร เหมือนกับว่าโลกนี้มันก็ไม่มีเท่านั้นแหละ


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 19 ก.ย. 2550 (10:46)
สุดยอดครับ
Tanmodify เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 597 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 243 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,245 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นทุกข์ [16,124]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,257]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,896]
Global Warming { English } [159,132]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.