 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script> |
|
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am
|
หน้าที่ 12 - จิตภาวนา
ให้ได้ผลตามที่เราควรจะได้ตามลักษณะของวิทยาศาสตร์ ขอให้เกี่ยวข้องหรือศึกษาแม้กระทั่งแก่พระพุทธศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ วิธีการเช่นนั้นก็เรียกว่าจิตภาวนา มีอยู่หลายรูปแบบเป็นจิตภาวนา เป็นการพัฒนาจิตจนกระทั่งจิตอยู่เหนือโลก จิตหลุดพ้นไปอยู่เหนือโลก เป็นโลกุตระ แต่ก็น่าเศร้าที่คำว่า
โลกุตระนั้นเป็นคำที่ถูกเข้าใจผิดยิ่งกว่าคำใดๆ พอมันไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ โลกไหนก็ไม่รู้ ข้างบนที่ไหนก็ไม่รู้ เมืองไหนก็ไม่รู้ นครไหนก็ไม่รู้เป็นโลกุตระ เนี่ยมันเป็นการเข้าใจผิด ให้ผลร้ายแก่พุทธศาสนาอย่างยิ่ง

โลกุตระเป็นชื่อของสภาพของจิต จิตที่มีสภาพอยู่เหนือปัญหาของโลกนี้ จิตอยู่ในโลกนี้ คนนั้นยังอยู่ในโลกนี้แต่อยู่เหนือปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ อยู่เหนืออิทธิพลของทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ ก็อยู่ในโลกนี้อย่างเหนืออิทธิพลของทุกสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ นี่คือโลกุตระ และก็ไม่ต้องรอจนตายแล้ว แล้วก็ไม่ได้อยู่โลกอื่นโลกไหน อยู่ในโลกนี้อย่างเหนืออิทธิพลทุกอย่างทุกประการ ของสิ่งต่างๆ ในโลกนี้ที่มันจะเป็นปัญหาก็ดี เป็นตัวความทุกข์ก็ดี จิตมันอยู่เหนืออิทธิพลของสิ่งเหล่านี้
พูดอย่างวิทยาศาสตร์มันก็ว่าเหนือความเป็นบวกเหนือความเป็นลบ เขาก็ด่าอีกต่างหาก คำวิทยาศาสตร์มาใช้กับพุทธศาสนานั่นที่จริงๆ มันเป็นเรื่องเดียวกัน ความไม่ยินดียินร้ายที่พุทธศาสนาต้องการให้ละอย่างยิ่ง ภาษาเฉพาะที่พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่าอภิชชาและโทมนัส สติปัฏฐานเจริญแล้วมันก็จะได้อภิชชาในโลก อภิชชาคือความเป็นบวกต้องการจะเอาเข้าไป โทมนัสคือความเป็นลบต้องการจะทำลายล้างเสีย ไม่มีความรู้สึกว่าเป็นบวกหรือเป็นลบนั่นแหละคือโลกุตระ จิตขึ้นไปได้ถึงขนาดนั้นถ้าได้รับการภาวนาหรือพัฒนาที่ดี
เดี๋ยวนี้ปัญหาเพราะว่าโลก ชาวโลกมันโง่หลงบวกหลง positivism พัฒนาเป็นบ้าเป็นหลังมีแต่บวกบวกบวก จนไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร ปัญหาเกิดขึ้นมาในโลกก็เพราะว่ามนุษย์ในโลกนั้นหลงบวก หลง positivism พร้อมกันนั้นก็เกลียดกลัว positivisum จนเป็นบ้าเป็นอาณาจักรแห่งความกลัว มันก็เลยเป็นโทษทั้งฝ่ายบวกและฝ่ายลบ ถ้าไม่มีทั้งบวกและลบนั่นแหละคือผลสุดท้ายของพระพุทธศาสนาเป็นโลกุตระ หน้าที่ของเรา ก็ยังมีพุทธวิทยา การสร้างพุทธศาสตราขึ้นมาให้ถูกวิธี แล้วก็จะได้จิตที่อยู่เหนือโลก เหนือบวกเหนือลบ เหนือความเป็นบวกเป็นลบที่มีอยู่ในโลก เป็นพุทธศาสตร์สุงสุดไปคิดกันเอาเอง ที่จะเปรียบกับจิตวิทยาและพุทธศาสตร์
แล้ว
อาตมาจะต้องขอสรุปความในที่สุดว่า สงสัยอยู่ว่าผู้ฟังจะเข้าใจหรือไม่ ก็แล้วแต่ ความจริงมันมีอยู่อย่างนี้มันก็ต้องพูดอย่างนี้ เราใช้คำพูดที่มีความหมายไม่ตรงกัน คำพูดคำเดียวที่ความหมายมันไม่ตรงกันอยู่ตลอดเวลาในทุกแขนงวิชาก็ว่าได้ แล้วก็ยืนยันในความเห็นของตัวและได้ทะเลาะกัน มันก็ต้องมีวิชาสำหรับทะเลาะกัน วิชาสำหรับทะเลากัน ไปคนละแง่ละมุม แก่กล้ากันไปคนละวิชาสำหรับทะเลาะกัน เมื่อความคิดเห็นมันผิดกันหรือมันขัดแย้งกัน ใครพอใจจะบัญญัติคำพูดอย่างไรก็บัญญัติจนคำพูดนี่มันมาก มากเหลือที่คนทั้งหลายเขาจะเข้าใจตรงกันได้ มันก็เลยเฟ้อ สำหรับคนที่จะ...กันน
บางทีคำไทยบัญญัติเป็นคำไทย แต่ความหมายอย่างต่างประเทศ บางทีคำต่างประเทศก็ใช้คำความหมายอย่างไทย สำหรับพุทธคำเดียว ความหมายอย่างโลกๆ ในภาษาคนก็มี ความหมาย สูงๆ ในทางภาษาธรรมก็มี พุทธสำหรับเด็กๆ ก็เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ มีชีวิตเดินไปมาอยู่ในอินเดียเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้วนั่นแหละ พุทธในฐานะภาษาคนเด็กๆ ถ้าพุทธในภาษาธรรม ก็คือตัวธรรมะที่ว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต ผู้ใดเห็นตถาคตผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นปฏิจสมุทบาทผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต พระบาลีมีอยู่อย่างนี้ ภาษาคนกับภาษาธรรมเนี่ยสำคัญที่สุด เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านก็พูด ตรัส ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม