 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script> |
|
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am
|
หน้าที่ 13 - ภาษาธรรม
เมื่อท่านพูดธรรมดากับคนธรรมดาท่านก็พูดภาษาคน
แต่ถ้าจะพูดธรรมขั้นสูงก็ต้องพูดภาษาธรรมหรือภาษาความจริง ก็เลยเป็นอันว่าพระพุทธเจ้าตรัสทั้งภาษาคนและภาษาธรรม ถ้าท่านตรัสภาษาคนท่านก็ตรัสว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตรัสภาษาคนตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ถ้าภาษาธรรมก็ ตนมันไม่มีมันไม่ใช่ตน มันเป็นภาษาธรรม ถ้าไม่รู้ก็หาว่าพุทธเจ้าตรัสไม่คงเส้นคงวาหรือไม่จริงนั่นแหละ ไม่รู้ความหมายสองภาษาคือภาษาคนและภาษาธรรม คนคัดค้านว่าเอามาพูดให้ยุ่งยากลำบาก ให้หลายภาษา ภาษาบ้าๆ ภาษาอะไรก็ไม่รู้
อาตมาขอยืนยันว่ามันจำเป็นที่สุดที่ท่านจะต้องรู้ภาษาทั้งภาษาคนและภาษาธรรม ในศาสนาทั้งหลายทุกศาสนาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มา มีการพูดทั้งภาษาคนและภาษาธรรม เช่นพูดว่าพระเจ้าสร้างโลกมันก็เป็นภาษาคนของพูดให้คนธรรมดาฟัง จะพูดว่ามันเป็นไปตามอิทธปัจเจตาก็จะเป็นภาษาธรรม คนธรรมดาฟังไม่รู้เรื่อง จะขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจอีกเรื่องนึกว่า ศาสนาคริสเตียน คริสตังเนี่ยมันสูงสุดถึงขนาดที่ว่าเหนือบวกเหนือลบนะ แต่ว่าพูดอย่างนั้นมันไม่เข้าใจ ผู้พูดก็ต้องพูดอย่างธรรมดา อย่างที่เรียกว่าธรรมดา รักผู้อื่น รักผู้อื่นไปเปิดดูคัมภีย์ไบเบิลหน้าแรกๆ ร่าง ว่าพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมา ก็สร้างผัวเมียคู่แรกขึ้นมาก็บอกว่าแกอย่ากินผลไม้ต้นที่ทำให้รู้ดีรู้ชั่ว
ถ้าแกกินเข้าไปแกจะตาย นี่ก็หมายความว่าอิทธิพลของศาสนาต้องการให้อยู่เหนือชั่วและดี ดีและชั่ว อยู่เหนือชั่วเหนือดีเหมือนกัน แต่คนฟังไม่ถูกมันก็ไม่ได้ปฏิบัติตามนั้น พระเจ้าสั่งไว้ประโยคเดียวเท่านั้นแหละ เด็ดขาดประโยคเดียวเท่านั้นแหละ อย่ากินผลไม้ที่ทำให้รู้ดีรู้ชั่วกินเข้าไปจะต้องตายหรือทุกข์ มันเป็นภาษาธรรมหรือเหลือประมาณ คนฟังไม่ถูกก็ไม่มีใครสนใจก็ ไปเน้นกันในทางรักผู้อื่น รักผู้อื่น ก็เป็นไปในทางความดีซะเยอะ ยึดมั่นในความดี ก็อธิบายว่ากอด กอดนั้นคือจุดสูงสุดของความดี ถ้าอย่างนี้มันลดค่าลงไปหมด ไม่ได้อยู่เหนือชั่วเหนือดี อาตมาเคยถามว่า คุณเข้าใจ เคยถามเพื่อนที่เป็นคริสตัง คริสเตียนว่า คุณเข้าใจประโยคนี้ว่าอย่างไร เขาบอกว่าไม่ได้สนใจ และให้ความหมายแก่ข้อความตอนนี้ว่า เพียงแต่มีคนดื้อเกิดขึ้นเป็นคนแรกเท่านั้นให้ความหมายเท่านั้น ไม่สนใจว่าอยู่เหนือบวกเหนือชั่วเหนือดีคืออะไร ก็เลยไม่ได้หัวใจที่สูงสุดของศาสนาคริสเตียน รับมาอยู่แต่ดี ดี ดี อยู่กับพระเจ้าที่เป็นที่รวมแห่งความดี รักผู้อื่น รักผู้อื่นในแง่ของความดี ลดต่ำลงมาอยู่ที่ความดีไม่เหนือชั่วเหนือดี เพราะว่าไม่เข้าใจภาษาธรรม ไม่อาจจะเข้าใจภาษาธรรม ผู้วางหลักศาสนารู้ภาษาธรรม ตั้งใจจะพูดอย่างภาษาธรรม
ถ้าจะไม่สำเร็จประโยชน์มากมายหลายประเด็น หลายข้อในคัมภีร์ต่างๆ ที่พูดในภาษาธรรม ไม่เข้าใจในภาษาคน มายึดถืออย่างภาษาคน มันก็เป็นเรื่องคนละเรื่องไปหมด ขอให้ตีความอย่างภาษาธรรม ให้ถูก ให้ครบ ให้ถ้วนตามที่มี เช่นนรก เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย โอปะปาจิตตะ อะไรเหล่านี้ก็เหมือนกัน เข้าใจในภาษาคนก็ไปอย่างนึง ถ้าใช้ในภาษาธรรมก็ไปอีกอย่าง ทีนี้ก็เลือกเอาว่าอย่างไหนมีประโยชน์ก็ถือเอาอย่างนั้นเถิด เอาที่มันจะเป็นประโยชน์ดับทุกข์ได้ ไม่ต้องมายืนยันตามตัวหนังสือแล้วทะเลาะกัน เนี่ยขอให้แก้ปัญหา อุปสรรคที่มันกีดขวางอยู่ ที่ทำให้เราไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากวิชาความรู้เหล่านี้ จากจิตวิทยาก็ตาม จากพุทธวิทยา จากพุทธศาสตราหรืออะไรก็ตาม
มันมีปัญหาที่คำพูดมันไม่พอใช้ คำพูดมันหลอกลวง คำพูดมันกำกวม คำพูดมันไม่ตรงกัน จงแก้ปัญหาเหล่านี้ พยายามปรึกษาหารือ ทำความเข้าใจกันในข้อนี้ให้มาก ในที่สุดจะพบจุดเดียวกันว่าเลิกโง่ ว่าจิตเป็นตัวตน หัวใจพุทธศาสนามีทั้งนั้น เลิกโง่ว่าจิตเป็นตัวตน ให้จิตเป็นเพียงธาตุตามธรรมชาติ เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของมัน
ฉะนั้นเราจึงมีจิตชนิดที่ไม่ใช่ตัวตน หรือว่าเรามีตัวตนชนิดที่ไม่ใช่ตัวตน บ้าหรือดี เรามีตัวตนชนิดที่ไม่ใช่ตัวตน เรามีของของตนชนิดที่ไม่ใช่ของของตน คำพูดนี้มันบ้าหรือดี แล้วใครว่าบ้าหรือดี ถ้าใครว่าบ้า คนนั้นมันบ้าเอง มันไม่ใช่
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม