 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script> |
|
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am
|
หน้าที่ 6 - ภาษาศาสตร์
ที่เรียกว่าถูกและดี อย่าอาศัยหลักอะไรก็ไม่รู้ที่เรียกว่า logic หรือ philosophy หรืออะไรมาเป็นเครื่องวัดว่าถูกต้อง พวกนั้นเขาก็ใช้กันไปเถิด พระพุทธเจ้าไม่ประสงค์ให้ใช้อย่างนั้น ตามหลักของกาลามสูตร มาตรรกะเหตุ อย่ารับเอาด้วยเหตุว่ามันตรรกะหรือ logic มามายะเหตุ อย่าเราเอาความถูกต้องว่าต้องพิสูจน์โดยหลักแห่งนัยยะหรือ philosophy นั่นเอง
ตามหลักกาลมสูตรทีแรกโน้นผู้แปลไม่รู้เรื่อง ภาษาศาสตร์ หรือphilosophy ของอินเดียที่แปลว่าอย่าถือเอาจากการเดา อย่าถือเอาจากการคาดคะเน เด็กๆ มันหัวเราะ ตรรกะนั้นน่ะวิธีการพิสูจน์ค้นหาผลสุดท้ายโดยวิธีตรรกะหรือ logic มายะ หรือ ยายะ คือวิธีของ philosophy ซึ่งไม่อาจจะใช้คำว่าปรัชญาคนอินเดียเขาจะโห่เอา
จะใช้คำว่า
นัยยะหมายถึงปรัชญาที่เป็นเพียง philosophy จึงเป็นเพียงระบบพัฒนะที่ได้วางไว้ว่าจะคิดนึกกันอย่างไร นี่เราเอามันที่มันถูกตามหลักพระพุทธศาสนา ไม่ต้องคำนึงถึง logic philosophy อะไร เอาแต่มันไม่ทำอันตรายใครแต่มันให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย ขอให้คุณครู ครูบาอาจารย์ทั้งหลายบอกกับเด็กๆ คำว่า ถูก ถูกเนี่ยไม่ใช่ครูว่า ไม่ใช่ใครว่า นักปรัชญาคนไหนเขาว่ามันพิสูจน์ได้ในตัวมันเองว่ามันไม่ทำอันตรายใคร มันให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่ายนั่นแหละคือถูก ถ้าถูกและก็ดีที่ไม่ทำอันตรายใครและให้ประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
ถ้างดงามก็มีจริงก็อยู่ที่ตรงนี้ ยุติธรรมก็อยู่ที่ตรงนี้ เราเอาเพียงเท่านี้มันก็จะได้ประโยชน์เหลือประมาณแล้ว และถ้าให้คำจำกัดความลงไปว่าไม่ทำลายโลก ไม่ทำลายโลก
เดี๋ยวนี้มนุษย์ต้องเอามาใช้ความรู้ทางจิตน่ะ ใช้จิตให้มีความรู้ ทำลายโลกกันมากเหลือเกิน ทำลายทรัพยากรทางวัตถุทางโลกเนี่ยมากมาย มากมายด้วยความโง่ เอามาใช้ถลุงเล่น เช่นว่าขุดเอาน้ำมันขึ้นมาจากในแผ่นดิน เนี่ยจะใช้น่ะ ถลุงเล่นทั้งนั้นไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์อันแท้จริงอย่างนี้คือความโง่ หรือจะคิดนึกอะไรให้พัฒนาไปก็เป็นเรื่องที่ส่งเสริมกิเลสทั้งนั้น
ความเจริญทางวัตถุที่พัฒนาไปอย่างท่วมหูท่วมหัวเนี่ยมันทำไปชนิดที่จะทำลายโลกให้จมอยู่ในกองกิเลส อย่างนี้ใช่ไม่ได้ มันทำลายโลก เรากำลังใช้จิต หรือสมรรถนะของจิต หรือคุณค่าของจิตต่างๆ ในการทำลายโลกมากกว่า นี่เรากำลังทำสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำ เช่น สงครามเป็นต้น หรือสิ่งที่ไม่ใช่สงคราม ที่ทำอะไรกันบ้าบอในเรื่องเนื้อหนังนั่นแหละ มันทำลายโลกมากเกินไปอย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย ให้มันพอดีพอดี ถ้ามันยังไม่ได้มรรคผลนิพพานก็ให้มันอยู่ในสภาพที่พอดี ให้อยู่ในปรกติภาพ มีสันติสุข มีสันติภาพตามที่ควรจะมี นี่เรียกว่า ประโยชน์ที่ควรจะได้อันแท้จริงจากสิ่งที่เรียกว่าจิต
ซึ่งอยู่ในวิสัยของคนทุกคน ไม่เหนือวิสัย ไม่เหนือวิสัย แล้วก็ไม่ขาด คือมันอยู่ในวิสัยที่คนจะทำได้ ขอให้เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่าจิตในลักษณะทีเพียงพอที่เราจะได้รับประโยชน์จากสิ่งที่เรียกว่าจิตในลักษณะนี้
ทีนี้ก็จะดูต่อไปในความลับบางอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับจิต ความลับที่ซ่อนเร้นอยู่บางอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับจิต ซึ่งคนทั่วไปไม่สนใจจะรู้ด้วยซ้ำไป ก็เลยไม่รู้ คือ ความจริงอย่างนึงที่ว่าอะไร อะไร อะไร มันรวมอยู่ที่สิ่งๆ เดียวคือจิต จริงหรือไม่จริง มันต้องการคำอธิบายมากเหลือเกิน จะไปรู้สิ่งภายนอกก็อาศัยจิต สิ่งภายนอกก็ต้องเข้ามาทางจิต รู้ทางจิต เกี่ยวข้องกับจิตทั้งนั้น จิตมันทำให้เกิดจากการพูด การทำ การทำอะไรทุกอย่าง
ผลจากการที่ได้รับมาก็เป็นการได้รับมาแล้วก็นำเข้าไปสู่จิต มันจึงเกิดมีค่า มีคุณ มีประโยชน์ มันแล้วแต่ว่าจิตมันจะโง่จิตมันฉลาด ถ้าจิตมันโง่นะ ก้อนคาร์บอนเล็กๆ มีแสงวาวๆ ชิ้นเล็กๆ ก็ขายได้เป็นแสนเป็นล้านหรือสิ่งที่เรียกว่าเพชร ลองคิดดูสิ มันสำเร็จอยู่ที่จิต จิตที่มันโง่หรือมันฉลาดที่ทำให้เกร็ดคาร์บอนเล็กๆ มีแสงวาวๆ เรียกว่า
เพชรมีค่าเป็นแสนเป็นล้าน นี่ตัวอย่างความโง่ที่สุด
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม