คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script>
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 10,035 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am

หน้าที่ 7 - โปรโตพลาสต์
เหมือนอย่างที่มันไม่รู้ประโยชน์ ไม่รู้จักค่าของสิ่งที่มันไม่ให้ค่าแก่มัน เม็ดกรวดเม็ดทรายก็มีค่าของมันที่ไม่มีใครให้ค่าให้ความหมาย เราไม่ดูให้ดีสำหรับสิ่งที่เรียกว่าจิตว่ามันเป็นที่ประชุม เป็นที่รวมแห่งสิ่งทั้งปวง เหมือนกับแสง เหมือนกับแสง มันออกไปจากจุด จุดหนึ่งแล้วมันก็พร่าไปทั่วทุกทิศทุกทางทั้งบนทั้งล่างทั้งซ้ายทั้งขวารอบตัว ดวงไฟตรงกลางเป็นที่รวมแห่งแสงเช่นเดียวกับว่าจิตเป็นที่รวมแห่งพฤติทั้งหลายทั้งทางวัตถุ และทั้งทางจิต ทั้งทางนามธรรม ดูไปอีกนิดก็เห็นว่าถ้ามันไม่มีจิตเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นแหละ



50154




ทุกสิ่งมันไม่มี ทุกสิ่งมันไม่มี โลกนี้มันจะไม่มี อะไรอะไรมันจะไม่มี ถ้าไม่มีจิตสำหรับจะรู้สึกต่อสิ่งนั้นๆ สิ่งนั้นๆ ก็เท่ากับไม่มี ไม่มีจิตสิ่งเดียว ทุกสิ่งก็ไม่มี จักรวาลก็จะไม่มี อะไรก็จะไม่มี เพราะมันไม่มีสิ่งที่จะรับรู้ ลักษณะคุณค่าความหมาย อิทธิพลอะไรก็ตาม แต่เราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจิตกันถึงขนาดนั้น เรายังใช้จิตไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรเสียอีก ถ้ามองดูวกเข้ามาข้างใน จิตนี้ก็เป็นแกนกลางของสิ่งที่เรียกว่าชีวิต ขอให้รู้ว่าชีวิต ชีวิตเนี่ยมันมีความหมายหลายระดับ


ถ้าว่ามันเป็นวัตถุมันก็มีวัตถุเป็นแกนกลาง เมื่อโปรโตพลาสต์ในเซลล์แต่ละเซลล์มันยังสดอยู่ก็เรียกว่ายังมีชีวิตอยู่ ชีวิตมันอยู่ที่นั่นเมื่อพูดถึงทางวัตถุ วัตถุมันมีแค่นั้น ชีวิตอยู่ที่วัตถุ แต่เดียวนี้ชีวิตไม่ได้มีแค่วัตถุ แล้วชีวิตอย่างวัตถุนั้นมันยังขึ้นอยู่กับอำนาจของสิ่งบางสิ่งคือสิ่งที่เรียกว่าจิต ที่มันคิดนึกได้ ที่มันรู้อารมณ์ได้ ที่มันรับอารมณ์ได้ อย่างที่พูดมาแล้วข้างต้นว่าอะไรก็ไม่รู้เป็นธาตุชนิดหนึ่งเท่านั้นแต่ทำอะไรได้มากเหลือเกิน จนมีคำกล่าวว่าจิตนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์ กายสิทธิ์ ยากเหลือที่จะเข้าใจได้ เดี๋ยวนี้เรามีสิ่งที่เรียกว่าจิตในความหมายในจิต ของสติปัญญาก็ตาม เราเรียกว่าเจตจิตได้ทั้งนั้น


ให้ความรู้ตามหน้าที่ธรรมดาก็เป็นเจตจิต ความรู้ที่รู้ยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นความลับเป็นความรู้ชนิดที่เรียกว่าเจตจิตความรู้นี้มีอยู่ในสิ่งใดสิ่งนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เรียกว่าจิต ที่เป็นแกนกลางของชีวิต หน้าที่ของทุกส่วนของร่างกายมันขึ้นอยู่กับจิต มีจิตเป็นสิ่งที่บงการให้สิ่งนั้นๆ ทำหน้าที่ เรารู้ว่ามันมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จิตอย่างนี้แล้วก็จะต้องเกิดความรู้ขึ้นมาได้เองว่า จิตนี้เป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา ถ้าไม่มีใครคิดนึกถึงข้อนี้ ไม่ได้คิดพัฒนาจิต ปล่อยไปตามเรื่อง ตามความสนุกสนานพอใจ ก็ไม่รู้ว่าจะพัฒนาอย่างไร พัฒนาไปทางไหน เพราะไม่มีความรู้เรื่องจิตโดยถูกต้องโดยครบถ้วน จิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาและว่าเป็นสิ่งที่มันพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้สึกตัว


แต่โดยเนื้อแท้มันเป็นสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาจาก สมมติว่าเป็นเจ้าของจิตคือเราหรือครู ก็ต้องได้รับการพัฒนา ต้องมีความรู้ในการพัฒนาและต้องพัฒนา แต่ถ้าเจ้าของมันโง่ มันไม่มีการพัฒนาเลย มันก็พัฒนาตัวเองมันได้ พัฒนาตัวเองไปตามสิ่งแวดล้อมที่เข้ามามากขึ้นมากขึ้น ขอให้เราเห็นเป็นความจริงเป็นความสำคัญสูงสุดเด็ดขาดว่าจิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา อย่าปล่อยไว้ตามบุญตามกรรมเลย ถ้าเราต้องการจะรู้เรื่องจิตวิทยา แล้วมันก็ต้องรู้เรื่องนี้ คือรู้ว่าจะพัฒนามันอย่างไรนั่นเอง ขอให้เราสนใจกันในแง่นี้ให้มากที่สุด

จิตวิทยานั้นเพื่อจิตศาสตร์ ขอเสนอคำขึ้นมาสองคำ เราประสงค์จะรู้กันเรื่องจิตวิทยา ความจริงเกี่ยวกับจิตแล้วจะรู้ไปทำไม จะรู้ให้หนักสมองทำไม เราจะรู้มันเพื่อให้เป็นรูปจิตศาสตร์ จิตศาสตร์ อ้าวพอมาเป็นคำนี้ก็เป็นปัญหาอีกแล้ว และก็คำว่าจิตศาสตร์นี้มันเสียชื่อกันหมด มันเป็นศาสตร์ที่หลอกลวงให้หาประโยชน์กันอีก


มาพิจารณาคำว่าจิตศาสตร์ จิตก็คือจิต ศาสตร์ก็คือศาสตรา ศาสตรา ศาสตราในภาษาอินเดียแปลว่าของมีคม ของมีคมเรียกว่าศาสตรา จิตเป็นศาสตราคือของมีคม จิตนั้นสามารถจะตัดปัญหาทุกอย่างทุกประการ ถ้าเรารู้จิตวิทยาหรือจิตหมดครบถ้วนทุกอย่างแล้ว เอามาเป็นจิตวิทยา ขอเติมสระอาหน่อย ป้องกันคนเอาไปปนกับจิตศาสตร์บ้าๆ บอๆ ...


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 6) หน้าถัดไป (หน้า 8) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

จิตวิทยากับพุทธศาสตร์ [10,036]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,318]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,585]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,278]
Global Warming { English } [116,640]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.