 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script> |
|
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am
|
หน้าที่ 8 - จิตวิทยาตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา
ศาสตรของมีคมทางจิต จะตัดปัญหาทุกอย่างทุกประการ ของมนุษย์เรา เรามาพูดถึงจิตวิทยาวันนี้น่ะขอให้มองให้เห็นว่าเพื่อต้องการเอามันมาใช้กระทำให้เป็นจิตศาสตรา ขอเติมสระอาเพื่อกันคนไปปนกับจิตศาสตร์ที่ทุจริตที่หลอกลวงที่แสวงหาประโยชน์จากกิเลส ซึ่งเดียวนี้มันเป็นไปทางนั้นกันหมดแล้ว และคำๆ นี้ถูกใช้ไปทางนั้นซะมากแล้ว
ที่นี้เราก็ต้องรู้ว่าอย่างไรเป็น
จิตศาสตราอย่างไรเป็นจิตวิทยา ถ้าเรารู้จิตวิทยาครบถ้วนถูกต้องจริงก็สามารถเอาไปทำให้เป็นจิตศาสตรา คือจิตศาสตร์ในความหมายอย่างนี้นะ ไม่ใช่ความหมายอย่างอื่นที่ใช้เป็นประโยชน์ได้สูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ
ทีนี้ก็ข้อเท็จจริงที่กำลังมีอยู่ในหมู่พวกเรา ข้อเท็จจริงที่กำลังมีอยู่ในหมู่พวกเรา ข้อเท็จจริงนั้นมีอยู่ว่าเรารู้จักมันน้อยเหลือเกิน เรารู้จักสิ่งที่เรียกว่าจิตนี้น้อยเหลือเกินและบางทีก็รู้ไปในทางเฟ้อ ที่ไม่เป็นประโยชน์บ้าง หรือไม่ก็รู้ผิดๆ รู้ผิดๆ ไม่ตรงตามความจริง หรือมิเช่นนั้นก็ไม่รู้อะไรเสียเลยนี่ ข้อเท็จจริงของพวกเราที่เกี่ยวกับจิตในปัจจุบันนี้มันเป็นอย่างนี้
แต่ว่าที่จริงแล้วมันรู้กันอย่างเฟ้อ เฟ้อคือไม่ตรงจุด มันเฟ้อไปในทางตามใจตัวเพื่อประเล้าประโลมซะโดยมาก เฟ้อไปทางนั้น ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ในทางที่ตรงที่ถูกที่ควรตามความมุ่งหมายที่แท้จริง จะเรียกว่าประยุกต์ก็ประยุกต์โง่ๆ ประยุกต์เค้าประยุกต์ผิดๆ
ในทางที่จะทำให้เกิดปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมา ไม่เป็นจิตศาสตราคือตัดปัญหาได้โดยแท้จริง เมื่อกำลังใช้จิตวิทยาก็ดี หรือว่าจิตศาสตร์ก็ได้ไปในทางหาประโยชน์อย่างโลภๆ หาประโยชน์อย่างโลภๆ หาความได้เปรียบในโลกนี้ ไม่ได้ใช้ในการแก้ปัญหาของมนุษย์โดยแท้จริง ใช้ไปในการขุดหลุมฝังมนุษย์ลงไปในความหลอกลวง ความโง่เขลา คือกิเลส นี่มันไม่ได้ใช้อย่างนี้ ไม่ต้องพูดถูกจะดับทุกข์เพื่อจะนิพพาน มันไม่ได้ใช้นะ
มันไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์ตามธรรมดาที่ควรจะมีก็ยังไม่ได้ใช้ เรียกว่าข้อเท็จจริงที่กำลังมีอยู่ในปัจจุบันเรารู้จักมันน้อย ผิดๆ ก็มี ไม่รู้เลยก็มี เอาไปใช้หาประโยชน์ในสิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ ไม่ได้แก้ปัญหา อย่างที่ควรจะแก้ บรรลุมรรคผลนิพพานเลยไม่ต้องพูดถึง ทีนี้ขออภัยที่พูดว่าเพราะเราไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่านิพพาน ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่สอนลูกศิษย์ในโรงเรียนว่านิพพานหมายถึงความตาย นิพพานจะได้ก็ตายแล้ว
นี่เป็นความผิด ผิดยิ่งในพุทธศาสนา นิพพานไม่ได้แปลว่าตาย นิพพานแปลว่าเย็น เย็น ความเย็นที่เกิดได้ทั้งที่ยังไม่ตาย เมื่อเราไม่รู้จักนิพพานอย่างนี้ก็ไม่ต้องการนิพพาน ยิ่งแปลว่านิพพานได้เมื่อตายแล้วยิ่งไม่เอาใหญ่ ก็เลยจิตวิทยาหรือจิตศาสตร์ของเราไม่ได้ใช้เพื่อนิพพานแม้แต่นิดเดียว ขอให้เข้าใจกันใหม่เถิดว่านิพพานต้องที่นี่และเดี๋ยวนี้ ซึ่งจะได้มาก็เพราะมีความรู้เรื่องจิตอย่างถูกต้อง
ขออภัยพูดถึงครูสักหน่อย ต้องขอประกาศตัวอาตมาก็เป็นครู เพราะว่าทำหน้าที่ตามอย่างพระพุทธเจ้าที่เป็นบรมครู ในฐานะที่เป็นพุทธทาส เป็นทาสของพระพุทธเจ้า ก็ย่อมเป็นครู ขอโอกาสพูดกับครูโดยเปิดเผย โดยตรงไปตรงมา ไม่ต้องโกรธ ว่า ครูต้องรู้จิตวิทยาตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา จนไม่เป็นทาสของกิเลส
ครูต้องรู้จิตวิทยาตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา จนไม่เป็นทาสของกิเลส ครูยังเป็นทาสของกิเลสมาก มีคนมาบอกอาตมาว่าวันครู
ครูกินเหล้ามากที่สุดมากกว่าวันไหน เพราะวันอื่นไม่ได้ชักชวนกันอย่างนั้น วันครูนอกจากจะเมาแล้วยังไปซื้อผู้หญิงมาจับฉลากกันด้วย ครูไม่เป็นอิสระถึงอย่างนี้แล้วมันจะทำหน้าที่ได้อย่างไร ครูต้องรู้จิตวิทยาตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา จนไม่เป็นทาสของกิเลส เดี๋ยวนี้ครูยังไม่รู้สิ่งนั้นพอที่จะเป็นครู ที่สามารถเปิดประตูทางจิตทางวิญญาณของมนุษย์โลกได้ มันก็น่าเห็นใจ ครูเป็นลูกจ้างของรัฐบาลทางหนึ่ง ครูก็เป็นลูกจ้างของกิเลสทางนึง เป็นลูกจ้างไปเสียทั้งหมด ไม่ได้เป็นปูชนียบุคคล ไม่ได้เปิดประตูทางวิญญาณก็ไม่ได้เป็นปูชนียบุคคล
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม