 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32375" type="text/javascript"></script> |
|
จิตวิทยากับพุทธศาสตร์
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โดยเฉพาะที่เป็นครู ที่มีหน้าที่ของครู อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นสิ่งแรกที่ท่านทั้งหลายได้มาสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ เพื่อขวนขวายหาวิธีที่จะดำเนินกิจการในหน้าที่ของตนของตนให้ลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะหน้าที่สูงสุดของผู้เป็นครู ผู้จะเปิดป
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 7:15 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 28 November 2007, 9:55 am
|
หน้าที่ 9 - พุทธศาสตร์
เป็นลูกจ้างรัฐบาลต้องทำตามมติ ระบบการศึกษาที่รัฐบาลกำหนดไว้ เป็นลูกจ้างกิเลสของตนทำเพื่อรับจ้างกิเลส เอาเงินเดือนไปใช้สนองกิเลสทั้งนั้น โดยเฉพาะครูวัยรุ่น ดูเหมือนจะเป็นอย่างนี้ไปเสียหมด ครูยังไม่ได้เป็นอิสระแก่ตน เมื่อไหร่ครูเปลื้องตนเองออกมาเสียจากความผูกพันอันนี้ได้
นั่นแหละจะเป็นอิสระก็จะพ้นสิทธิไปแล้ว ขอใช้คำพิเศษหน่อยว่าพ้นสิทธิ์ เหมือนที่พระพุทธเจ้าทั้งพ้นสัตว์ ทีนี้ครูไม่อาจพ้นสิทธิ์ไปได้ เพราะครูไม่เป็นอิสระแก่ตน ไม่รู้จักบังคับจิตใช้จิตให้ตรงตามคำมุ่งหมายคำคำนี้ หวังว่าเมื่อไร เมื่อไร จิตวิทยาจะเป็นความรู้ปรากฏแจ่มแจ้งชัดเจนแก่ครูทั้งหลาย จนครูทั้งหลายเอามันไปใช้เป็นจิตศาสตรา จิตศาสตราทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จประโยชน์ตามนั้นได้ พูดอย่างนี้มันเป็นการรุกล้ำ กระทบกระแทกหรือเปล่า ก็ขออย่าได้คิดอย่างนั้นเลย ก็ได้บอกแล้วว่าอาตมาก็เป็นทาสของพระพุทธเจ้าผู้เป็นบรมครู เป็นครูเหมือนท่านทั้งหลาย จึงชี้โอกาสที่จะพูดตรงไปตรงมา เพราะว่าครูนี่เกี่ยวกับจิตวิทยาในลักษณะอย่างไร
เวลาสิ้นไปครึ่งแล้ว จะขอพูดถึงพุทธศาสตร์ ตามหัวข้อจิตวิทยากับพุทธศาสตร์ ทีนี้จะขอพูดเรื่องพุทธศาสตร์ มันก็อย่างเดียวกันอีกแหละ มันเป็นปัญหาที่คำ คำบัญญัติที่ใช้เฉพาะไม่ตรงกัน จึงต้องยอมเสียเวลา เสียเวลามาพิจารณาถึงความหมายของคำหลายคำที่ใช้กันอยู่ ที่เกี่ยวข้องกับคำว่าพุทธศาสตร์ ท่านกำหนดหัวข้อว่าพุทธศาสตร์ ท่านไม่ได้กำหนดหัวข้อว่าพุทธวิทยา ท่านกำหนดหัวข้องว่าจิตวิทยากับพุทธศาสตร์ ไม่ได้กำหนดหัวข้อว่าจิตวิทยากับพุทธวิทยา ทำว่าอะไรมันเป็นอะไรอะไรมันเป็นอะไร ก็แล้วกัน
ขอให้ทำความเข้าใจกับคำสำคัญบางคำที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับปัญหานี้ คำว่าพุทธศาสตร์รู้มั้ยถ้าฟังจากเสียง ว่าอะไรสะกด สน์ สะกด สตร์ สะกด พุทธศาสนา สน์ นี่ก็อย่างนึงถ้าพุทธศาสตร์ สตร์ ก็อีกอย่างนึง มันไม่ใช่อย่างเดียวกัน ถ้ามันเป็น
พุทธศาสน์ ศาสนะ มันก็เป็นศาสน์ล้วนๆ มันก็เป็นศาสน์...ศาสนา แต่ถ้ามันเป็นพุทธศาสตร์ พุทธศาสตร์ ศาสตรานั้นมันเปลี่ยนรูปแล้ว มันเป็นตัวสิ่งที่เอาไปประยุกต์ใช้ไปแล้ว มันเป็นพุทธศาสน์ สน์ น่ะที่เอาไปประยุกต์ใช้ ศาสตรา ก็ทำหน้าที่ตามที่ตัวต้องการ ... พุทธศาสน์ก็คือพุทธศาสน์ล้วนๆ พุทธศาสตร์ก็คือพุทธศาสน์ที่เอามาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหา พุทธศาสน์ก็คำนึง พุทธศาสตร์ก็คำนึง คนละคำกัน คนละหน้าที่ คนละลักษณะ พุทธศาสตรา เป็นศาสตราอันวิเศษ เป็นอาวุธอันวิเศษที่จะตัดปัญหาได้อย่างเด็ดขาด ไม่ว่าปัญหาอะไรกล่าวว่าอย่างนี้ ปัญหาต่ำๆ ปัญหาสูงๆ ปัญหาโลก ปัญหาโลกุตระ ปัญหาอะไร ถ้ารู้จักใช้พุทธศาสตราแล้วจะตัดปัญหาทุกอย่าง นี่คือค่าของสิ่งที่เรียกว่าพุทธศาสตรา
ทีนี้จะใช้คำว่าพุทธวิทยาถูกใช้บ้าง พุทธวิทยา วิทยาว่าด้วยธรรมชาติ พุทธศาสนาหรือพุทธวิทยาเป็นเรื่องของธรรมชาติ สื่อความหมายที่แจงออกได้ง่าย ที่หนึ่งก็คือธรรมชาตินั่นเอง
ความหมายที่สองคือ กฎของธรรมชาติที่มีอยู่ในตัวของธรรมชาติ ที่ควบคุมธรรมชาติ ความหมายที่สามหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ หน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ
ซึ่งเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพเป็นสิ่งที่สูงสุด พระพุทธเจ้าเป็นบุคคลที่สูงสุดแล้วยังมีสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพ คือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ อันที่สามผลที่เกิดมาจากหน้าที่ ที่หนึ่งตัวธรรมชาติเป็นสภาวธรรม ที่สองกฎของธรรมชาติเป็นสัจจะธรรม ที่สามเป็นหน้าที่ของธรรมชาติเป็นปฏิปัติธรรม ที่สี่ผลที่เกิดจากหน้าที่เป็นปฏิเวฏธรรม ธรรมชาติที่สื่อความหมายเป็น...พุทธวิทยา เป็นวิทยาที่ว่าด้วยธรรมชาติ ใครรู้แล้วสามารถนำเอามาใช้เพื่อเป็นพุทธศาสตรา
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม