 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32377" type="text/javascript"></script> |
|
ศิลปะแห่งการใช้สติในทุกกรณี
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์แห่งภาควันวิสาขบูชา อาตมาก็ยังคงกล่าวโดยหัวข้อใหญ่เรื่อง ปรมัฐศิลแห่งการครองชีวิต แต่จะได้กล่าวโดยหัวข้อย่อยในวันนี้ว่า ศิลปแห่งการใช้สติในทุกกรณี
ขอให้ท่านทำความเข้าใจในความมุ่งหมายของการบรรยา
post ครั้งแรก: Sat 25 August 2007, 10:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 17 September 2007, 12:11 pm
|
หน้าที่ 8 - บริโภคปัจจัย 4
ให้มันมีคุณค่า มีคุณสมบัติ เป็นร่างกายหรือชีวิตที่ถูกต้อง ถูกต้องคือ เหมาะสมที่จะทำหน้าที่สูงสุดให้ได้รับประโยชน์สูงสุดของการที่เกิดมาเป็นมนุษย์ พูดรวมๆ ไว้ก่อนว่า สูงสุดของการเป็นมนุษย์นั้น
วัตถุประสงค์มุ่งหมายให้เราจงบริโภคปัจจัย 4 นี้เพื่อประโยชน์แก่ความตั้งอยู่ได้แห่งความเป็นมนุษย์ที่เหมาะสมสำหรับจะได้รับสิ่งสูงสุดที่มนุษย์ควรจะได้รับ อย่าใช้อาหาร อย่าใช้เครื่องนุ่งห่ม อย่าใช้ที่อยู่อาศัย เป็นไปในทางกิเลสตัณหาเลย และมันมีความหมายอยู่ตรงที่พอดีนั่นแหละคือความงาม
ถ้ามันขาดหรือมันเกินมันก็ไม่งาม จะเป็นอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยา อะไรก็ตามแต่ ถ้ามันขาดหรือมันเกินแล้วมันก็หาความงามไม่ได้ ฉนั้นต้องให้มีความพอเหมาะพอดี ซึ่งออกจะเป็นของจำกัดเฉพาะคนอยู่มาก ต้องไปแสวงหาอัตราเฉพาะคน พอเหมาะพอดีเฉพาะคนเอาเอง ในที่นี้เราใช้คำกลางๆ ความหมายรวมว่า อย่าให้มันขาดอย่าให้มันเกิน เราอยากจะกินแต่อาหารอร่อย ไม่รู้ไปเอาเหตุผลมาแต่ไหน การอยากกินอาหารอร่อยนั้นมันเป็นเหตุผลหรือมันเป็นความต้องการของกิเลส ถ้าเป็นความต้องการของกิเลสแล้วก็อย่าเอาเลย ถ้าเป็นเหตุผลมีเหตุผลที่ต้องกินให้อร่อยมาพูดจากันดู หมอก็ยืนยันในเรื่องอร่อยนี้ไม่ได้มีความหมายว่าจะบำรุงร่างกายได้ดีที่สุด อาจจะเป็นของแสลงไปเสียก็ได้ นั้นความอร่อยหรือความเห็นแก่ความอร่อยนั้นมันจึงไม่ใช่ความถูกต้อง และมันยังโง่มากนะไอ้คนจะกินอาหารอร่อย มันโง่ตามเขา
ที่เขาว่ากันว่า ถ้ามันแพงแล้วมันก็อร่อย ทั้งๆที่ไม่อร่อยมันก็หลอกตัวเองว่าดี ว่าควรกิน
เขาว่ามันแพง นั้นที่มันกินอาหารแพงมันโง่อย่างนี้ มันหลอกตัวเองให้อร่อย จึงเรียกว่ามันเป็นคนโง่ เมื่อโง่แล้วมันก็ไม่งามหลอก เพราะว่ามันมีความผิดอยู่ในการกระทำนั้นเสียแล้ว เราควรจะมองกันตามหลักธรรมดาสามัญทั่วไปว่า อร่อยนั้นมันอยู่ที่หิว เรื่องทำให้หิวนั้นไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ทำงานให้เหนื่อยหน่อยมันก็หิว และมันก็เป็นผลดีแก่การงาน
ฉะนั้นหิวแล้วอาหารอะไรๆ มันก็อร่อยไปหมด เพราะว่าความอร่อยนั้นมันมีรากฐานอยู่บนความหิว ถ้าหาความหิวมาให้พอดีอาหารก็อร่อยแน่ จะต้องไปกินอาหารที่ว่าแพง ที่ว่านิยมกัน มันบ้าสุดเหวี่ยงถึงกับอาหารบางชนิดคำละพันบาท ไม่อยากจะเชื่อแต่เขาว่ามันก็เป็นความจริง อาหารที่คนชั้นสูงคนรวยเขานิยมกันอยู่มีอัตราคำละพันบาทก็มี มันก็บ้าเป็นหมื่นเป็นแสน
ฉะนั้นมันจะมีความงามมาแต่ไหนล่ะ นั้นเรามันหิว พอหิวแล้วมันก็อร่อย และความอร่อยนั้นดีกว่า เป็นความงามที่ควรจะยึดถือในที่นี้ ในความหมายธรรมดาสามัญว่าถ้าอร่อยแล้วก็อร่อยต่อความหิว เมื่อมีความหิวความกระหายพอแล้ว ไอ้น้ำเปล่าๆ คำเดียวแก้วเดียวมันก็อร่อยวิเศษสูงสุดอยู่แล้ว นี่น้ำเปล่าๆ น้ำจืดเปล่าๆ มันก็ยังอร่อยสูงสุดได้ถ้ามันมีความหิวหรือความกระหาย ให้รู้จักใช้รากฐานอันนี้ คือ
ความหิว
สำหรับการบริโภคอาหาร มันก็จะไม่หมดเปลือง มันก็จะไม่กินจนเป็นโรคภัยไข้เจ็บ เรียกว่าความอร่อย หรือเรียกว่าความงามทางวัตถุ อย่าให้เลยไปถึงกิเลสเลย ธรรมดาสามัญหิวกินอะไรก็ได้แล้วก็อร่อย นี่ก็เรียกความงามทางวัตถุได้
การแต่งเนื้อแต่งตัวก็อยู่ในความหมายเดิมที่ว่า ปกปิดความละอายที่จำเป็น และก็ป้องกันหนาว ร้อน เหลือบยุง ลม แดดเท่าที่จำเป็น และก็ไม่ต้องเกิน ไอ้ที่แพงเกินมักจะบางและเสียเร็วขาดเร็ว แล้วก็ไม่ป้องกันเสียด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ว่ามันแพง ใช่ว่ามันสวยแล้วมันจะป้องกันความละอาย หรือเหลือบยุง ลมแดดได้ และบางที่มันจะเป็นอันตราย คือ ความสวยทำนองนั้น มันยั่วให้อันธพาลมาฉุดคร่าไปก็ได้ ฉนั้นอย่าบูชาความงามชนิดนั้น
ที่อยู่ที่อาศัยมันไม่ได้งามอยู่ที่ว่าสีสันทาไว้สวย หรือว่าลงทุนแพงๆ มันอยู่ที่มีความเหมาะสม เย็นตาเย็นใจในลักษณะของธรรมชาติ ฉนั้นอย่าทิ้งธรรมชาติมันจะสูญเสียความงามตามธรรมชาติ จะเป็นบ้านเรือนก็ดี จะเป็นเครื่องใช้สอยก็ดี เป็นยานพาหนะก็ดี อะไรๆ ก็ดีที่รวมอยู่ในคำว่า เครื่องใช้สอยในที่อยู่ที่อาศัย มันไม่จำเป็นจะต้องเกิน ในจำนวนคือ มากเกิน มันไม่ต้องเกินในเรื่องค่า เรื่องราคา นิยมว่าเขาว่าแพงมันจึงจะดี อย่างนี้มันยิ่งโง่ มันยิ่งโง่แล้วก็ยิ่งไม่งาม ความโง่อยู่กับความงามไม่ได้เว้นไว้แต่เป็นเรื่องของคนโง่ คนโง่ก็ว่าความโง่นั้นแหละงาม แต่คนมีปัญญามันงามด้วยไม่ได้ นั้นเราก็รู้เอาเองว่ามันควรจะมีสักเท่าไรหรืออย่างไร
การรักษาโรค ความมีโรคไม่งามแน่ ความหายโรคนั้นเป็นความงาม นั้นก็จัดให้มันหายโรคตามที่ถูกที่ควร เด๋วนี้มันทำกลับกันอยู่ก็มี ไอ้ที่มันทำให้เกิดโรค แสลงแก่โรคแล้วเป็นของถูกของควรไปเสียก็มี นั้นมันจึงกินจึงดื่มจึงทำอะไรหลายๆ อย่างที่มันแสลงแก่โรค นำมาซึ่งโรคโดยรู้สึกตัวบ้างโดยไม่รู้สึกตัวบ้าง ขอให้คิดดูให้ดีๆ ก็ยังมีความผิด มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของเราอยู่เป็นอันมาก และส่วนมากก็มักจะเป็นเรื่องโรคทางจิตทางวิญญาณที่ทำผิดกันมาก ถ้าเป็นโรคทางกายนี้หมอช่วยได้มากจึงมีความถูกต้องตามกรณีนั้นๆ แต่ถ้าเป็นโรคทางจิตทางวิญญาณแล้วดูมันยังปล่อยไปตามบุญตามกรรมกันมาก ไม่มีความถูกต้อง แม้กายจะไม่มีโรคแต่ว่าจิตและวิญญาณมันมีโรคเสียแล้วมันก็ไม่งามด้วยเหมือนกัน
ฉะนั้นขอให้ทุกคนใช้ปัจจัย 4 ให้ถุกต้อง ให้เกิดความงาม ทั้งอาหาร การนุ่งห่ม การอยู่อาศัย การบำบัดโรค ที่เรียกว่าปัจจัยทั้ง 4 จึงจะเรียกว่ามีธรรมะ มีความงามอย่างธรรมะ มีศิลปะซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั้นๆ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม