 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32385" type="text/javascript"></script> |
|
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงเคารพ
ท่านสะมะทุชนทั้งหลายมีท่านผู้แทนมหาวิทยาลัยท่านผู้แทนประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์เป็นประธาน อาตมาขอกล่าวธรรมะปฏิสันถาร คำนี้เป็นคำเก่าแก่คือการต้อนรับด้วยธรรมะ ให้มีธรรมะเป็นของฝากเรียกว่าธรรมะปฏิสันถาร อาตมาขอกล่าวธรรมะปฏิสันถารแก่ท่านทั้งหลาย หัวข้อที่จะกล
post ครั้งแรก: Mon 27 August 2007, 2:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:33 pm
|
หน้าที่ 12 - พระเจ้าปัทเสนธิ
ไม่ได้ พอทำหน้าที่เท่านั้นไอ้หน้าที่มันกลายเป็นพระเจ้ามาช่วยทันทีช่วยได้ด้วยและทันทีด้วย ทำหน้าที่และพระเจ้าจะมาช่วยทันทีหน้าที่กลายเป็นพระเจ้ามาช่วย ไม่ทำหน้าที่มัวแต่จุดธูป จุดเทียนบูชาบวงศรวง อ้อนวอนอยู่ สั่นเซียมซีอยู่ไม่มีทาง ไม่มีพระเจ้าองค์ไหนจะช่วยได้ คนอย่างนี้ไม่เป็นพุทธบริษัทให้ศาสนาคริสต์มาเข้าแย่งไปเสียให้หมด ๆ ก็ดีเหมือนกัน มันจะไปใช้วิธีอื่นของศาสนาคริสต์ช่วยให้รอดได้
เมื่อมันอยู่เป็นชาวพุทธมันยังช่วยตัวเองไม่ได้อย่าอยู่เลย ถ้าเป็นพุทธบริษัทไม่ต้องมีไสยศาสตร์ ไสยศาสตร์แปลว่าความรู้ของคนหลับ ไสยะ ๆ แปลว่าหลับ พุทธศาสตร์แปลว่าความรู้ของผู้ตื่น พุทธะ ๆ แปลว่า ผู้ตื่น มันต้องตื่นจากความหลับตื่นจากความโง่รู้ตามที่เป็นจริง มีหลักว่าช่วยตัวเอง ตามกฎแห่งเหตุผลช่วยตัวเอง ๆ ไม่ต้องให้สิ่งภายนอกช่วยช่วยตัวเองคือทำหน้าที่ บูชาหน้าที่
หน้าที่ก็จะกลายเป็นของช่วยขึ้นมา
คำว่าช่วยตัวเองหมายความอย่างนี้ อย่าไปคิดว่าจะพึ่งพระพุทธเจ้า ๆ ท่านได้สอนว่าจงพึ่งธรรมะคือพึ่งตัวเองท่านทั้งหลายจงมีธรรมะ มีตนเป็นที่พึ่งคือมีธรรมะเป็นที่พึ่ง ถ้ายังมีตนอยู่แม้จะไม่ใช่ของจริงแต่มันมีตนอยู่เป็นตนที่ตนคิดว่าช่วยตนคือปฏิบัติธรรมะ
ปฏิบัติธรรมะคือปฏิบัติหน้าที่มันก็ช่วยตนเองได้ ตถาคตทั้งหลายไม่อาจจะช่วยได้ได้แต่บอกทาง บอกวิธี บอกหนทาง ท่านทั้งหลายจะต้องช่วยตัวเองด้วยการทำหน้าที่ และสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าสักหน่อยตรงนี้กันก็ได้ว่าก่อนสว่างก่อนหัวรุ่งให้คิดก่อนว่าจะไปช่วยใคร วันนี้จะไปช่วยใคร ก็สังเกตเห็นดูทั่ว ๆ ไปว่าคนนั้นช่วยไม่ไหว คนนี้พอช่วยได้ก็ไป สว่างขึ้นก็ไปบิณฑบาตเพื่อได้มีโอกาสพูดกับคนนั้นให้มันได้รับประโยชน์ช่วยตัวเองได้
ตั้งแต่ก่อนสว่างเล่งยานสวดโลก และก็ไปช่วย จะเป็นกลางวันตอนสายอะไรก็ได้ จะค้างคืนที่นั่นก็ได้ ช่วยโปรดสัตว์หมายความว่าไปช่วยให้เขามีความรู้เรื่องดับทุกข์ ไม่ใช่ไปขออาหารกินล้วน ๆ
เดี๋ยวนี้ชาวบ้านมักจะเข้าใจว่าไปโปรดสัตว์ไปบิณฑบาตไปขออาหารกิน แต่สำหรับพระพุทธเจ้าท่านไปเพื่อจะโปรดมันให้พ้นจากกองทุกข์ พอตอนบ่าย ๆ แสดงธรรมโปรดคนทั่วไป ตอนหัวค่ำสอนภิกษุ ตอนดึกสอนคนชั้นสูงเรียกว่าแก้ปัญหาเทวดา จะเป็นเทวดามาจากสวรรค์หรือเทวดาพระราชามหากษัตริย์ก็ได้ จะแก้ปัญหาเทวดาตอนดึกเรื่องในบาลีมีอยู่ชัดเจนแล้ว
พระเจ้าปัทเสนธิ พระเจ้า ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าไปเฝ้าตอนดึกทั้งนั้น ต้องมีกองทัพ ครบเพลิงถือไป ตอนดึกแก้ปัญหาเทวดา พอใกล้รุ่งก็นึกถึงว่าจะไปโปรดใคร ท่านทำงานเป็นวงจรอย่างนี้แหละ ลองคิดดูเถอะว่าท่านไม่ได้เป็นคนขี้เกียจหรือว่าเบื่องาน
ทำงานอย่างนี้ขอให้ลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้าเราทำงานครบวงจรกันอย่างนี้ ก่อนสว่างคิดว่าจะทำอะไร พอสว่างแล้วก็ทำ ๆ ๆ ค่ำลงก็พอใจ ๆ ยกมือไหว้ตัวเองได้ว่าได้ทำถูกต้องทั้งวัน นี่คือหน้าที่ในภาษาไทยธรรมะในภาษาบาลี ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย พ่อแม่ทั้งหลายช่วยบอกลูกเด็ก ๆ ให้รู้ว่าธรรมะคือหน้าที่ อย่าบอกเขาแต่ว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่รู้ว่าสอนว่าอย่างไร
ตัวธรรมะคือตัวหน้าที่ ตัวสิ่งที่พระพุทธเจ้าเองก็เคารพ เพราะฉะนั้นขอให้เราทั้งหลายจงเคารพสิ่งที่พระพุทธเจ้าเคารพเถิด แล้วโลกนี้ก็จะหมดปัญหา ข้อความทั้งหมดอาตมาถือว่าเป็นธรรมะปฏิสันถาร ไม่มีกาแฟเลี้ยง ไม่มีโคคาโคล่าขอปฏิสันถารด้วยธรรมะ คือบอกให้รู้ว่าโลกจะรอดได้เพราะว่าเคารพสิ่งที่พระพุทธเจ้าก็เคารพ สิ่งนั้นคือหน้าที่ ๆ ขอให้บูชาหน้าที่ แม้จะทำงานอยู่ กลางแดดอาบเหงื่ออยู่กลางแดดก็เคารพบูชาเหงื่อ ไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจ ถ้าเกียจเหงื่อแล้วไปเป็นอันธพาลจี้ปล้นดีกว่าถ้าเป็นธรรมะของอันธพาลอย่าเอาเลย เหงื่อออกมานี่ก็น้ำมนต์ รดพอใจ ดีกว่าไปรดน้ำมนต์ที่เขารด ๆ กันอยู่ ซึ่งไม่เกิดอะไรขึ้น เป็นไสยศาสตร์มากเกินไป ขอให้รดน้ำมนต์เหงื่อเพราะการทำหน้าที่เถิด แล้วจะเป็นน้ำมนต์ของพระพุทธเจ้าด้วย แล้วก็รอดจากความทุกข์ จะดับความทุกข์โดยประการทั้งปวงด้วย
ขอให้พอใจในหน้าที่แม้มันจะออกมาในรูปของเหงื่อกลางแดด ทำงานกลางฝนอะไรก็ตามพอใจ ๆ ๆ เป็นสุข ๆ เมื่อทำหน้าที่ เดี๋ยวนี้คนไม่พอใจในความสุขที่แท้จริง ไปพอใจในความเพลิดเพลินที่หลอกลวง เงินไม่พอใช้ต้องกู้ต้องยืมต้องหลงเป็นเหยื่อของคนหลอกลวง เพราะมันจะไปหาแต่เงินมาบูชากิเลสก็สมน้ำหน้าพูดอย่างนี้ดีกว่า
ขอให้ทุกคนมองเห็นที่พึ่งอันแท้จริงของเราคือหน้าที่ พระพุทธเจ้าคือผู้ค้นพบและสอนเรื่องหน้าที่ พระธรรมคือตัวหน้าที่ พระสงฆ์คือผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่ เราเคารพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็จงเคารพหน้าที่ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกันที่พระพุทธเจ้าก็ทรงเคารพ ขอท่านทั้งหลายได้โปรดเอาธรรมะปฏิสันถารไปตามมี ตามได้ ตามที่จะทำได้
ไม่ต้องเชื่อเดี๋ยวนี้
แต่ขอให้ไปลองดูว่าจริงหรือไม่จริง ขอให้ไปลองดู ไปสังเกตดู ไปทดลองดูว่าจริงหรือไม่จริงค่อยกันทีหลัง
อาตมาก็ขอยุติการบรรยายปาฐะกถาธรรมนี้ โดยความสมควรแก่เวลา ขอขอบพระคุณที่ได้มา ขอบพระคุณที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างนี้ ขอเน้นให้พอใจในแผ่นดิน ๆ ที่เป็นที่ ๆ ประสูติ ตรัสรู้ ที่อยู่อาศัยที่สอนของพระพุทธเจ้าที่นิพพานของพระพุทธเจ้า แล้วก็คงจะประหยัดค่าก่อสร้างได้อีกเป็นอันมาก ขอยุติการบรรยาย
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ก.ย. 2550 (18:22) "คำว่าหน้าที่เป็นคำแปลที่ถูกต้อง ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ"
ถ้าเช่นนั้น....
"ธรรมทาน" คือการให้หน้าที่ ?
"ธรรมเจดีย์" คือเจดีย์แห่งหน้าที่ ?
"ธรรมจักษุ" หน้าที่ของดวงตา ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ก.ย. 2550 (11:40) ## ถ้าคนเรามีธรรมะในหัวใจคงดีนะ##
" 3 จังหวัดทางใต้คงอยู่อย่างสงบ "
และสันติคงตามมานะ