คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32389" type="text/javascript"></script>
การเห็นและการมีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัว
ก่อนอื่นทั้งหมดขอแสดงความรู้สึก ยินดี พอใจ อนุโมทนา ในการที่ท่านทั้งหลาย ได้มาสู่สถานที่นี้ ในลักษณะอย่างนี้ โดยสรุปในแง่หนึ่งก็ว่า เป็นเกียรติสูงสุดสถานที่นี้ กระผมในเวลานี้อยู่ในลักษณะทุพพลภาพ สบายดีไม่มีอะไรแต่ว่าไม่มีแรง บางเวลาจะลุกจากที่นอนก
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 12,928 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 28 August 2007, 11:31 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 3 September 2007, 12:31 pm

หน้าที่ 2 - ปติจตุบาต
แล้วก็ค่อยๆมีวิปัสสนากันขึ้นมาในประเทศไทย พระเจ้าคุณ สมเด็จพุทธาจารย์ เป็นผู้มีอำนาจว่าการปกครอง เปิดสำนักวิปัสสนาอยู่ทั่วประเทศ วิปัสสนามันก็เกิดขึ้นแล้วก็เจริญรุ่งเรืองเป็นตามลำดับที่จะทำได้ตามสำนัก ที่จะทำได้หลายแบบจะเสียเวลาว่าไปพูดว่าแบบไหนถูก แบบไหนผิด จะพูดได้ว่าแบบไหนดับทุกข์ได้แหละถูก แบบไหนทำแล้วดับทุกข์ได้ บรรเทากิเลส ลดกิเลส ดับกิเลสได้แบบนั้นถูก


เอาแค่นั้นเป็นเกรดไม่ต้องมีประกาศณียบัตรรับรองหรืออะไร นี่เรื่องของวิปัสสนาโดยรูปแบบ ก็เป็นที่น่ายินดีที่ว่ามีหลายรูปแบบให้เลือก แบบไหนดับทุกข์ได้แบบนั้นถูก


50979




ทีนี้ก็อยากจะขอให้มากกว่านั้นเป็นวิปัสสนาสำหรับทุกคน อยู่ที่เนื้อที่ตัวของทุกคน ไม่ต้องรูปแบบ ไม่ต้องสำนักนั้น สำนักนี้ก็ได้ ขอให้มีวิปัสสนาที่ทุกคนๆ นั้นแหละคือ การเห็นพระพุทธเจ้า การมีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัวโดยแท้จริง เห็นพระพุทธเจ้า มีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัวโดยแท้จริง



ขอให้ท่านที่เป็นวิปัสสนาและท่านคณะจารย์ทั้งหลาย สนใจเรื่องนี้วิปัสสนาเรื่องที่ จะเป็นประโยชน์อยู่กับเนื้อกับตัวโดยแท้จริง เห็นพระพุทธเจ้าอย่างไร ก็สามารถทำให้พระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัวอย่างนั้น ถ้าเป็นวิปัสสนาจริงต้องทำได้ ถ้าทำข้อนี้ได้ก็ไม่ควรเรียกว่าวิปัสสนา วิปัสสนาต้อง พระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัว เพื่ออำนาจของวิปัสสนาที่ไม่เห็นด้วยตา เห็นด้วยจิตไม่พอยังต้องเห็นด้วยปัญญา เห็นด้วยตาบางทีมันองค์เหมือนกัน เห็นด้วยจิตองค์หนึ่ง เห็นด้วยปัญญา


เรามาพูดถึงพระพุทธเจ้าสำหรับนักวิปัสสนากันสักหน่อย เพื่อถวายเป็นความรู้แก่ ท่านแก่พันธมิตรทั้งหลายที่อุตส่าห์มาถึงนี่ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดไม่เห็นธรรม ก็ได้แต่จับห่มจีวรถืออยู่ไปนั้นไปด้วยกัน ไม่เห็นธรรมก็ไม่เห็นเรา


ฟังดีๆ อยากเห็นพระพุทธองค์ตัวจริงที่เดินอยู่นั้นแหละ ถ้าไม่เห็นธรรมก็ไม่เชื่อว่าเห็นพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ ยังไม่ใช่องค์จริงต้องปฎิเสธต้องเห็นธรรม พระเจ้าจึงเป็นคนเดินไปเดินมาอยู่ในอินเดีย เป็นลูกคนนั้น เป็นลูกคนนี้ ตรัสรู้ ประสูตินิพพานวันนี้ เผาแล้ว ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระองค์จริง

ต่อเมื่อเห็นธรรมจึงจะว่าเห็นพระองค์จริง นี่ไปดูเคยเรียนกันมาแล้ว ถึงแม้จะจับจีวรถืออยู่ ไปไหนไปด้วยกันพระองค์นั้น ก็ยังปฎิเสธว่าไม่ใช่เรา ไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระองค์จริง คือไม่ใช่เรา ทีนี้เห็นธรรม คือเห็นอย่างไรนี้ก็ไม่เกี่ยวกับบุคคล หมายถึงจิต จิตที่บริสุทธิ์แล้วที่เห็นการเกิดขึ้น แห่งทุกข์ เห็นแจ้งประจักษ์ในข้อนี้ ทำด้วยจิต จิตนั้นเป็นองค์พระพุทธเจ้า ก็ได้ก็เห็นธรรมเหมือนกัน


แต่เห็นทางจิต เห็นจิตชนิดนี้โดยการมีจิตชนิดนี้ โดยทำให้จิตชนิดนี้ มีพระพุทธเจ้าองค์ที่ลึกลงไปถึงเป็นองค์พระองค์ที่เป็นจิตที่บริสุทธิ์แล้ว ตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าจึงเป็นจิตชนิดนี้ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ไม่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ถูกเผา และมันก็เป็นอยู่ตลอดไป ใครทำได้เมื่อไหร่มันก็ปรากฏออกมาเมื่อนั้น


จึงมีพระอรหันต์ทั้งหลายเป็นอันมากมีจิตชนิดนี้ จิตชนิดนี้เกิดเมื่อไหร่ก็ได้เมื่อทำถูกวิธี แล้วก็เกิดเดี๋ยวก็เกิด ก็ถ้าทำถูกวิธีจิตชนิดนี้ก็จะปรากฏออกมาเป็นพระพุทธเจ้า ชนิดที่เป็นจิตหลุดพ้น นี่ก็ยังเรียกว่าเห็นธรรมได้เหมือนกัน เห็นจิตที่บริสุทธิ์ ทีนี้คือองค์ที่ 3 คือธรรม ธรรมะแท้ๆ มีพระบาลีแห่งหนึ่งไม่ได้อยู่ แห่งเดียวกับมรรคลีส่วน ผู้ใดเห็นปติจตุบาต ผู้นั้นเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นปติจตุบาต เราไปต่อเนื่องกัน ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ผู้ใดเห็นปติจตุบาต ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา


ดังนั้นผู้ที่จะเห็นพระพุทธองค์ ชั้นลึกสุดโดยแท้จริง คือ เห็นธรรมที่เป็นปติจตุบาต เรื่องนี้ค่อยข้างละเอียดถ้าไม่ศึกษาให้ดีก็ยากที่จะรู้จัก แต่พอที่จะสรุปได้สั้นๆพอที่จะรู้จักกันทุกคน ทุกคนปติจตุบาตคืออะไร เห็นได้ที่ไหน ปติจตุบาตนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งที่กว้างกว่า หิพัติจะจตา ใช้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดับไป เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปติจตุบาต ใช้กับสิ่งมีชีวิตซึ่งเกิดเป็นสุข เป็นทุกข์ได้ ต้องมีจิตใจที่เรียกว่า ปติจตุบาต


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ก.ย. 2550 (17:41)
"ปติจตุบาต" คืออะไรครับ อยู่ในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระไตรปิฎก)ตอนไหนบ้างครับ ?

เคยรู้จักแต่ ปฏิจจสมุปบาท
เมฆา นิก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 ก.ย. 2550 (16:15)
วิชาการ.คอม ให้ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาและยังนำข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษาให้เราได้ค้นหาได้เป็นอย่างดี
รหัสเด็กเรียน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,256 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การเห็นและการมีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัว [12,929]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,393]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,652]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,882]
Global Warming { English } [117,029]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.