 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32389" type="text/javascript"></script> |
|
การเห็นและการมีพระพุทธเจ้าอยู่กับเนื้อกับตัว
ก่อนอื่นทั้งหมดขอแสดงความรู้สึก ยินดี พอใจ อนุโมทนา ในการที่ท่านทั้งหลาย ได้มาสู่สถานที่นี้ ในลักษณะอย่างนี้ โดยสรุปในแง่หนึ่งก็ว่า เป็นเกียรติสูงสุดสถานที่นี้ กระผมในเวลานี้อยู่ในลักษณะทุพพลภาพ สบายดีไม่มีอะไรแต่ว่าไม่มีแรง บางเวลาจะลุกจากที่นอนก
post ครั้งแรก: Tue 28 August 2007, 11:31 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 3 September 2007, 12:31 pm
|
หน้าที่ 3 - วิปัสสนาจารย์
แต่โดยเนื้อแท้การที่มันอาศัยกันแล้วเกิดขึ้นแล้วดับลง 2 อาการนี้เรียกว่า ปติจตุบาต ถ้าเห็นปติจตุบาตนี้ก็คือจะเห็นอย่างนี้ เราเรียกว่าเห็นธรรมวิปัสสนาเพ่งดูเห็นอาการที่มันอาศัยกันแล้วเกิดขึ้น แห่งวัตถุล้วนๆก็ดี แห่งจิตใจ แห่งความทุกข์ก็ดี อาศัยๆกันแล้วดับลง นี่คือ ปติจตุบาต
ถ้าวิปัสสนาจารย์เพ่ง ปติจตุบาตตอนนี้อาการอย่างนั้นก็เห็นอย่างเดียวกับวันนั้น วันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ คืนตรัสรู้นั้นท่านพิจารณาปติจตุบาตโดยทุกข์อาการตลอดคืน รุ่งขึ้นก็ไปตรัสรู้โดยพระพุทธเจ้ามองดูอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง ของอาการทั้งหลายตลอดสายแห่ง ปฎิญาการ 12 แห่ง 11 อย่างแล้วแต่จะเรียกเห็นปติจตุบาต คือเห็นธรรม
ขอวอนท่านทั้งหลายจำคำพรนี้ พระพุทธเจ้าตรัสเอง ผู้ใดเห็นปติจตุบาต ผู้ใดเห็นธรรม ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นปติจตุบาต อำนาจของวิปัสสนานี้ ง่ายมากจะมองเห็นการอาศัยกันเกิดขึ้น เป็นอย่างนั้นอย่างนี้อาศัยกันแล้วก็ดับลง
โดยเฉเพาะแห่งความทุกข์ ดูทั้งโลกก็เป็นอย่างนี้ ดูส่วนไหนก็เป็นอย่างนี้ เห็นวัตถุมันก็เป็นอย่างนี้ และที่สำคัญต้องดูกันที่ส่วนจิตใจ รู้สึกเป็นทุกข์ เป็นสุข ก็ดับได้ไม่มีอะไรนอกจากเรื่องทุกข์ ถ้ามีการเกิดแล้ดับก็จะมีเรื่องทุกข์ ก็อย่าลืมว่าไอ้ตัวปติจตุบาตคือ การเห็นอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง มันจะมีอยู่ทุกประมาณู ประมาณูหมายถึงส่วนเล็ก ส่วนละเอียดส่วนสุดท้าย คือ แบ่งกันไม่ได้ เป็นประมาณูในภาษาวิทยาศาสตร์ ประมาณูทั้งหลายประกอบกันเป็นจักรวาล เป็นทั้งหมดทุกๆประมาณู มีการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลงทุกๆประมาณู
ร่างกายคนเราที่ทีประมาณู ความเป็นอย่างนี้ก็มีอยู่ในร่างกายเรา เอาให้หยาบออกมาสักหน่อยทุกขุมขน จะมีอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง ใครมองเห็นอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง เขาเรียกเห็นปติจตุบาต จะดูที่ไหนก็ได้แต่ดีที่สุดดูที่เนื้อ ที่ตัว ภายใน ทุกขุมขน จะมีอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง เห็นอาการอย่างนี้เท่ากับเห็นว่ามีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง นั่งแสดงธรรมอยู่อย่างนั้น
ถ้ามีอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลงนี้ เท่ากับเห็นพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง นั่งแสดงธรรมอย่างนั้น อาศัยกันเกิดขึ้นอย่างนี้มันบอกเราไม่ใช่เราเห็น จะมีค่าเท่ากับมีพระพุทธเจ้านั่งบอกเรา ว่าอาศัยการเกิดขึ้นอย่านี้ อาศัยการดับลงอย่างนี้ทุกแห่งทุกหน ทุกอณู ทุกประมาณูที่มีอาการปติจตุบาต ในทุกขุมขนมันมีอาการอย่างนี้ ก็กล่าวได้ว่ามีพระพุทธเจ้าให้เราดู ให้เราเห็น ให้เราพบ มานั่งแสดงอาการปติจตุบาตอยู่ทุกขุมขน
พระพุทธเจ้ามีทุกขุมขน ถ้าเป็นนักวิปัสสนาจริงจะมองเห็น ถ้าไม่เป็นนักวิปัสสนาจริงก็จะไม่รู้ แต่ถ้าเป็นนักวิปัสสนาจริงจะมองเห็น มีอาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น อาศัยกันแล้วดับลง เหมือนมีใครมานั่งบอกอยู่ตรงนั้น คือพระพุทธเจ้านั่นเอง
อาการนั้นคือ ธรรมะ ที่พระองค์จัดว่าเป็นปติจตุบาต ว่า ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ถ้ามีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งนั่งอยู่ทุกุมขน คอยบอกเกิดขึ้นอย่างนั้น ดับลงอย่างนี้ จึงพูดว่าถ้าเป็นนักวิปัสสนาจริง จะสามารถเห็นพระพุทธเจ้า แต่ละขุมขนมีอาการของปติจตุบาต
นี่มันหยาบไปหน่อยนะ หยาบไม่ละเอียด ถ้าละเอียดไปทุกประมาณู ในขุมขนมันมีหลายประมาณู ทุกประมาณูมีอาการอย่างนี้ ทุกประมาณูที่ประกอบกันขึ้นเป็นจักรวาลกว้างขวางขึ้น ก็คือทั่วไป พระพุทธเจ้าอยู่ทุกหน ทุกแห่งทั่วไป ในทุกประมาณูที่ประกอบกันขึ้นเป็นจักรวาล บอกเป็นส่วนตัวหน่อยว่า พวกเซนต์เขาถือเอาใจความนี้ได้ก่อนเรา เราโง่ยังล้าหลังอยู่พึ่งจะได้รู้ พึ่งจะได้ยิน เมื่อผมได้ยินคำแรกของฝั่งเซนต์นิกาย พระพุทธเจ้ามีอยู่ทุกหน ทุกแห่ง เขาว่าอย่างนี้
ต่อมาผมมาพบกับพระพุทธษิตข้อนี้ เห็นปติจตุบาต คือเห็นธรรม เห็นธรรมะ คือ เห็นเรา อาการของปติจตุบาต คือ อาการที่อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ก.ย. 2550 (17:41) "ปติจตุบาต" คืออะไรครับ อยู่ในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า(พระไตรปิฎก)ตอนไหนบ้างครับ ?
เคยรู้จักแต่ ปฏิจจสมุปบาท
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 5 ก.ย. 2550 (16:15) วิชาการ.คอม ให้ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาและยังนำข่าวสารเกี่ยวกับการศึกษาให้เราได้ค้นหาได้เป็นอย่างดี