 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32390" type="text/javascript"></script> |
|
ความกระหายต่อธรรม : ธัมมกามยตา
ท่านสาธุชนผู้มีควานสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์แห่งภาค วิสาฆบูชา ในครั้งที่ 9 ในวันนี้ อาตมาก็ยังคงกล่าวถึงสิ่งสำคัญ ที่พากันมองข้ามต่อไปตามเดิม แต่ในวันนี้จะได้กล่าวโดยหัวข้อย่อยถึงสิ่งนั้นว่า ธัมมกามยตา แปลว่าความกระหายต่อธรรม
post ครั้งแรก: Tue 28 August 2007, 1:07 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 27 September 2007, 12:22 pm
|
หน้าที่ 3 - ปฏิเวช
ในส่วนการปฏิบัตินั้นจะดูไปในส่วนปฏิบัติศีล ปฏิบัติธุดงค์ก็ปฏิบัติให้เกิดสมาธิและก็ปฏิบัติสมาธิให้เกิดปัญญา ใครกระหายที่จะปฏิบัติแบบนี้บ้าง มันเคยมีแต่ในลักษณะที่ว่า ต้องการจะเป็นคนเก่งเป็นคนมีฤทธิ์ มีเดช มีอะไรพิเศษจึงได้พากันปฏิบัตินั้นปฏิบัตินี่ด้วยความต้องการในผลอย่างโลภๆซึ่งไม่ใช่ธรรมะ
ในที่สุดก็กลายเป็นคนบ้า เสียสติไปเป็นอันมาก นี้คือโทษของการไม่กระหายไม่ปฏิบัติอันแท้จริง คือปฏิบัติเพื่อดับทุกข์แต่ว่าต้องการปฏิบัติเพื่ออวดคน เพื่อให้ผลเป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนอื่น ที่มีฤทธิ์มีเดชมีปาฏิหาริย์ คนอย่างนี้น่าจะพยายามปฏิบัติ ก็ไม่เรียกว่าผู้กระหายต่อพระธรรม
ในส่วนที่เป็นการปฏิบัติโดยบริสุทธิ์ นี่ก็มาถึงเรื่องปฏิเวช คือผลของการปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรรคผลนิพพาน คนทั่วไปสมัยนี้ไม่เข้าใจว่าคืออะไรก็ไม่ได้กระหายหรือต้องการ ถ้ามีคนกระหายหรือต้องการบ้างก็เป็นเรื่องเห่อๆกันไปตามที่เขาว่าดีว่าสูงว่าประเสริฐนี้ก็มีอยู่มาก คนที่เห่อพระนิพพานนั้นมีอยู่มาก แต่คนที่กระหายต่อพระนิพพานโดยความเข้าใจถูกต้อง เป็นต้องมาทิฐินั้นหายาก เพราะเหตุว่าเพราะมันจมอยู่ในโลกที่สนุกสนานเอร็ดอร่อยเป็นที่พอใจ ยิ่งกว่าพระนิพพาน นั้นอาจจะเป็นไปได้
เพียงแต่ว่า พอพูดว่านิพพานก็หมายถึงความสนุกสนานความเอร็ดอร่อยโดยพอใจเคยหวังอย่างนั้นไปซะอีก มันก็เป็นเรื่องที่น่าเวทนา จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาดูอีกที ว่าความกระหายต่อธรรมะนั้น มันถูกมองข้ามไปมันจึงไม่มี สิ่งใดที่ถูกมองข้ามไปแล้วมันก็ไม่ถูกหยิบขึ้นมาศึกษาและปฏิบัติ มันก็เท่ากับไม่มี ก็ขอกล่าวย้ำอีกทีนึงว่า
ในนี้หัวใจของใครบ้างที่กระหายต่อธรรมะ เหมือนคนกระหายน้ำ กระหายอาหาร หิวข้าวหิวน้ำ เขากระหายกันอย่างนั้น ถ้าว่าเรายังไม่มีการกระหายธรรมะ ธรรมะก็จะมีในหมู่พวกเราไม่ได้ ในโลกนี้จะมีธรรมะไม่ได้ถ้ามนุษย์ไม่ต้องการธรรมะ ไม่ปฏิบัติธรรมะเหมือนธรรมะในแง่ปฏิบัติปฏิเวช จึงเป็นหน้าที่ ที่ทุกคนจะต้องกระทำ
ทีนี้ก็อยากจะชักชวนซึ่งกันและกัน เข้าใจและต้องการกระหายในสิ่งที่เรียกว่าธรรมะนั้น ความกระหายในธรรมะนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไกลหรือนอกเหนือออกไปจากความรู้สึกของมนุษย์
ถ้ามนุษย์มีความเป็นมนุษย์อย่างถูกต้องตามลำดับแล้ว ความสูงขึ้นแห่งการเป็นมนุษย์นั้น ล้วนเป็นมาจากการต้องการธรรมะอันนั้น คือพูดง่ายๆว่า คือ ถ้ามนุษย์มันอยากเป็นมนุษย์ให้มากยิ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องการธรรมะมากขึ้นเท่านั้น คือต้องการที่จะรู้วิธีที่จะทำให้มีความเป็นมนุษย์มากยิ่งๆขึ้นไปนั้นเอง มนุษย์เหล่านั้นจึงแสวงหาว่าอะไร คือสิ่งที่ทำให้เป็นมนุษย์มากขึ้น ความรู้อะไร การกระทำอย่างไร เป็นอยู่อย่างไรจึงทำให้เป็นมนุษย์มากขึ้น สิ่งที่เขารู้ว่าธรรมะมีอยู่ เขาก็กระหายต่อการมีธรรมะนั้น
อาตมาก็อยากจะขอร้องให้ช่วยกันสังเกตดูในเรื่องนี้ให้ดีๆ ว่า ความกระหายต่อธรรมะนี้มันก็มีรากฐานตั้งอยู่บนสัญชาติญาณของสัตว์สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย คือสัญชาติญาณแห่งการอยากดี มันก็เป็นเรื่องชีวิตยามากสักหน่อยก็ต้องศึกษากันในแง่ของชีวิตยามันเป็นวิทยาศาสตร์มากมายเหลือที่จะกล่าวให้หมดจดในที่นี้ได้
แต่ขอสรุปความตามที่วิชานี้ได้มีอยู่ว่า ถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนแต่มีสัญชาตณานหลายรูปแบบ นับตั้งแต่สัญชาติญาณอยากมีชีวิตอยู่ สัญชาติญาณแห่งการหาอาหาร สัญชาติญาณแห่งการต่อสู้ สัญชาติญาณแห่งการสืบพันธุ์ อะไรก็ตามมันเป็นไปได้แห่งความรู้สึกสามัญธรรมดา ไม่ต้องมีใครสอนสัญชาติญาณที่ต้องการในที่นี้ก็คือ สัญชาติญาณแห่งการอยากดี พยายามเชื่อหรือไม่ยอมเชื่อว่าโดยธรรมชาติแล้วโดยธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตมันก็อยากดี
ตอนนี้ก็ต้องขอรวบรัดเอาสักหน่อยว่า สิ่งที่เรียกกันว่าวิวัฒนาการของโลกนั้น มันคือกิริยาที่สูงขึ้นดีขึ้นในแง่ของวัตถุ มันมีอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้เกิดความอยากความต้องการ แล้วก็เกิดสิ่งใหม่ๆเกิดออกมาๆ กว่าที่จะละความเป็นสัตว์จากสัตว์ในน้ำมาเป็นสัตว์บนบก
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม