 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32412" type="text/javascript"></script> |
|
|
โครงการ พสวท. สร้างนักวิทย์รุ่นใหม่ สร้างงานวิจัยพัฒนาชาติ
มารู้จักโครงการ พสวท. ให้มากขึ้นกันเถอะ มาพบกับตัวอย่างผลงานของเหล่านักเรียนทุน พสวท. ข้อมูลทั้งหมดส่งตรงมาจากส่วนประชาสัมพันธ์ สสวท.
post ครั้งแรก: Thu 30 August 2007, 8:37 am ปรับปรุงล่าสุด: Fri 31 August 2007, 2:18 pm
|
หน้าที่ 3 - ดร. จิรันดร ยูวะนิยม พบเอนไซม์ตัวใหม่ เข้าใจลึกการแบ่งเซลล์โรคมะเร็ง
ยึดแนวทางศึกษาโครงสร้างสามมิติ วิจัยเจาะสารโปรตีนในเซลล์
ค้นพบเอนไซม์ตัวใหม่ Dual-specificity Phosphatase ต่อยอดคุมการแบ่งเซลล์โรคมะเร็ง
ดร. จิรันดร ยูวะนิยม นักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรืและเทคโนโลยี (สสวท.) ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปีจากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชชูปภัมภ์ พ.ศ. 2546 เดินหน้าศึกษาสารโปรตีนของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ด้วยเทคนิคโครงสร้างสามมิติโดยอาศัยการหักเหรังสีเอ็กซ์ของผลึกสาร เพื่อให้สามารถเจาะลึกความเป็นไปของโรคมะเร็งให้มากที่สุด
อาจารย์จิรันดรเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการศึกษาว่าหลังจากมีโอกาสเข้าไปศึกษาเทคนิคโครงสร้างสามมิติโดยอาศัยการหักเหรังสีเอ็กซ์ของผลึกสาร ทำให้พบข้อดีประการหนึ่งที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นโครงสร้างของสารอย่างเจาะลึก ดังนั้นจึงเริ่มต้นใช้วิธีการเดียวกันนี้กับสารขนาดใหญ่อย่าง โปรตีน กลไกในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต โดยเน้นศึกษาการเข้าและออกของหมู่ฟอสเฟสในโปรตีน ซึ่งเป็นเครื่องชี้วัดให้เห็นสภาวะผิดปกติบางประการอันเกี่ยวเนื่องกับการควบคุมร่างกาย
การสังเคราะห์โปรตีนจะมีกระบวนการนำฟอสเฟสเข้าและออกจากตัวมันเอง แต่ถ้ามีการนำหมู่ฟอสเฟตเข้าเพียงอย่างเดียว นั่นจะเป็นเครื่องหมายบอกความผิดปกติ ขั้นตอนการทำงานดังกล่าวต้องอาศัยเอนไซม์ 2 ชนิด คือ เอนไซม์ไคเนสนำหมู่ฟอสเฟสเข้าสารโปรตีนใส่ตำแหน่งของกรดอะมิโนไทโรซีน ในทางกลับกันเอนไซม์ฟอสสเตรสจะนำหมู่ฟอสเฟสออกในตำแหน่งของกรดอะมิโนเซียรีนกับทรีโอนีน แต่ด้วยศึกษาโครงสร้างสามมิติโดยอาศัยการหักเหรังสีเอ็กซ์ของผลึก ทำให้เราค้นพบเอนไซม์อีกหนึ่งตัวสำคัญเป็นครั้งแรกของโลกอีกด้วย อาจารย์จิรันดรกล่าวเสริม
ผลการวิจัยที่ใช้เวลาศึกษาร่วมปีอย่างมุ่งมั่นทำให้อาจารย์และทีมวิจัยได้ทำความรู้จักเอนไซม์คุณสมบัติพิเศษที่สามารถนำหมู่ฟอสเฟสเข้าและออกได้จากตำแหน่งของกรดอะมิโนทั้ง 2 ประเภทข้างต้นจึงตั้งชื่อเอนไซม์ตัวนี้ว่า Dual-specificity Phosphatase การค้นพบครั้งนี้นับว่าเป็นองค์ความรู้ใหม่ช่วยให้เข้าใจการควบคุมกลไกในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตมากขึ้นโดยเฉพาะการแบ่งเซลล์ เพื่อทราบถึงกระบวนการแบ่งเซลล์อย่างผิดปกติซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และพัฒนาสู่การรักษาโรคมะเร็งอย่างถูกต้องต่อไป
จากผลงานอันโดดเด่นในระดับปริญญาเอกนี้เองช่วยเปิดโอกาสให้อาจารย์จิรันดรได้ทำงานวิจัยอื่นๆเพิ่มมากขึ้น เช่น การได้รับทุน WHO/TDR Training Grant จากองค์การอนามัยโลกในช่วงปี พ.ศ. 2542-2543 สำหรับศึกษาโครงสร้างของเอนไซม์พลาสเมปซิน I, II ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนายารักษาโรคมาเลเรีย และได้รับทุนต่อเนื่องจาก Target Research Unit Network จาก Thailand-Tropical Disease Research Program ในการทำวิจัยนี้เรื่อยไปจนสำเร็จ
อาจารย์จิรันดรกล่าวต่อ ช่วงเวลาในการให้ยารักษาโรคมาเลเรียเหมาะสมที่สุดนั้นต้องอยู่ระหว่างที่เชื้อจากยุงนั้นอยู่ในกระแสเลือดของคน เพื่อให้ตัวยาเข้าไประงับการทำงานของเอนไซม์ ดังนั้นเราต้องศึกษาว่าตัวยาจะเข้าไปฆ่าเอนไซม์ตัวไหน โดยใช้วิธีศึกษาโครงสร้างสามมิติเช่นเดียวกับงานวิจัยชิ้นก่อนหน้า ภายใต้แนวคิดที่ว่าถ้าต้องการออกแบบยาตัวใหม่ จำเป็นต้องเข้าใจหน้าที่ของเอนไซม์ตัวนั้นๆอย่างชัดเจนเสียก่อน ผลการวิจัยพบแล้วว่าเอนไซม์พลาสเมปซิน I เป็นเอนไซม์ตัวแรกที่มุดตัวเข้าไปในเม็ดเลือดแดงและย่อยฮีโมโกรบิน จึงเกิดการติดเชื้อในผู้ป่วย ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนผลิตยาตัวใหม่ซึ่งต้องผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและไม่เกิดอาการดื้อยาจึงจะถือว่าประสบความสำเร็จ
แม้งานวิจัยข้างต้นจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นในการศึกษาด้านชีวเคมีอย่างแท้จริง เพราะการค้นพบในแต่ละอย่างนั้นล้วนเป็นคำตอบของความเร้นลับตามธรรมชาติ ทั้งยังช่วยเปิดช่องให้นำความรู้ไปพัฒนาต่อยอดในระดับที่สูงขึ้น
หากจะมองย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของความสามารถด้านวิชาการของอาจารย์จิรันดรแล้วจะพบว่า ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันของโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งสนับสนุนให้อาจารย์ได้มีโอกาสเข้าเรียนในสายวิชาที่สนใจและก้าวมาเป็นนักวิทยาศาสตร์แนวหน้าของไทยในปัจจุบัน
ตอนผมเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีนั้น ยังไม่มีสาขาวิชาชีวเคมีอย่างที่ต้องการจึงเลือกเรียนในสาขาเคมีก่อน ถ้าไม่มีโครงการพสวท.ช่วยสนับสนุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโท-เอกในต่างประเทศ ผมคงไม่มีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์และเรียนรู้วิชาด้านชีวเคมีอย่างเข้มข้นเหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โครงการดังกล่าวจึงเปรียบเหมือนพ่อมดที่ช่วยบันดาลฝันให้เป็นจริง โดยสร้างนักวิทยาศาสตร์พัฒนาประเทศชาติในอนาคต อาจารย์จิรันดร กล่าวทิ้งท้าย
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 ก.ย. 2550 (19:33) คือตอนนี้หนูอยู่ชั้น ม สาม แล้ว
อยากสอบเข้า โครงการ พสวท. มากๆเลย
ค่ะ อยากพัฒนาประเทศจริงๆ