คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32448" type="text/javascript"></script>
มณีนพรัตน์ ภาค ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์
กาลครั้งหนึ่ง ในโลกทั้งสามโลกนี้ มีจ้าวแห่งสรรพสิ่งอยู่เก้าตนได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ป่า มหาสมุทร บาดาล สวรรค์ และ มนุษย์ เมื่ออัญมณี ปรากฏ ขึ้นมาเก้าดวงพร้อมกับพลังของอัญมณีนั้น เมื่อใดที่แก้วทั้งเก้าดวงนี้มารวมกัน ผู้ครอบครองจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่งในโลกนี้
ผู้เขียน: ณ.ณัฐวรา ชมแล้ว: 124,368 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sun 2 September 2007, 11:42 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 13 May 2008, 8:27 pm
สารบัญ
20 หน้าล่าสุด | แสดงทุกหน้า | 1-20 | 21-24

หน้า : 6 กันทะนะผู้พิชิตมัสกีระ
หน้า : 7 พระอนุชาสัตตะวันก่อกบฏ
หน้า : 8 กุมารน้อยสิวินทรา
หน้า : 9 เมื่อม้าหนุ่มพบรัก
หน้า : 10 การพบกันครั้งแรกของสิวินทรากับพญาเศวตริน
หน้า : 11 ป่าปรสิตพรรณ ตอนที่ 1
หน้า : 12 ป่าปรสิตพรรณ ตอนที่ 2
หน้า : 13 ผลไม้ทิพย์ ดลันพร กับ พฤกษ์พลทัต
หน้า : 14 เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้าสู่ป่าอุสุจวรรณคีรี
หน้า : 15 พยัคฆ์ราชแห่งเขาพลวาฏ
หน้า : 16 ปรากฏอินทรนิล (อัญมณีสีเขียวมรกต)
หน้า : 17 อุสุจวรรณคีรีเผชิญภัย 1
หน้า : 18 อุสุจวรรณคีรีเผชิญภัย 2
หน้า : 20 พาคีรัช
หน้า : 21 ชาวนครคนแรกที่เห็น
หน้า : 22 สาคีรีนคร (just update)
หน้า : 23 สาคีรีนคร 2
หน้า : 27 ปรากฏรัตนราช (อัญมณีสีแดง) (just update)
หน้า : 28 ปรากฏรัตนราช (อัญมณีสีแดง) 2
หน้า : 29 เขาอัทรินทร์ (just update)

หน้าที่ 1 - อัคราภา




มณีนพรัตน์


 


ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์  ตอน อัคราภา


 


ภายในป่าทึบที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่รายรอบ แสงแดดยามเย็นลอดผ่านใบไม้ลงมายังเบื้องล่าง ใต้ผืนป่า แห่งนั้นจึงมีสีส้มอ่อนๆ นวลตายิ่งนัก เสียงเจี๊ยวจ๊าวของบรรดานกทั้งหลายที่เริ่มบินกลับเข้ารังต่างดังไปทั่วบริเวณป่า ขณะนั้นมีขบวนรถม้าสามคัน และเหล่าทหารจำนวนหนึ่ง ที่เดินคุ้มกันมากับขบวน หน้าขบวนมีทหารม้าสองนาย ขี่ม้านำขบวน เหล่าทหารแต่งกายด้วยผ้ามัดย้อมสีกรมท่า โพกหัวด้วยผ้าชนิดเดียวกัน ทั้งหมดมีอาวุธครบมือ ขบวนรถม้าซึ่งเสด็จโดยพระนางสุจิราราชเทวีวัยยี่สิบสี่พรรษาแห่งโกษิตนคร และเหล่านางกำนันชั้นผู้ใหญ่ ได้เดินทางเคลื่อนขบวนเข้ามายังในป่าแห่งนี้ โดยขณะที่พระนางสุจิราเทวีนั้นได้ทรงพระครรภ์


ภายในรถม้า พระนางสุจิราเทวีที่ทรงพระครรภ์ ก็เริ่มมีอาการเจ็บพระครรภ์ขึ้นมา มีสีพระพักตร์ไม่สู้ดี หมอหลวงที่ตามเสด็จก็ดูพระอาการอย่างใกล้ชิด นางกำนันซึ่งเห็นพระอาการก็วิตก จึงได้ถามทหารที่ทำหน้าที่เป็นสารถีด้วยน้ำเสียงร้อนรน


“อีกนานไหมกว่าจะถึงเมืองเทวะนคร”


“พ้นป่านี้ไปก็เข้าเขตเมืองเทวะนครแล้วครับ” ผู้เป็นสารถีหันมาบอกนางกำนันที่ชะโงกหน้าถามทำหน้าร้อนใจ


พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่ก็ยังคงให้แสงสว่างในยามพลบค่ำ


“หยุด......ด” เสียงดังก้องจากหน้าขบวน ทหารองครักษ์ที่ขี่ม้านำขบวนสั่งให้หยุด แล้วก็ควบม้ามายังรถพระที่นั่ง


“ขอเดชะ คืนนี้เราจะค้างแรมที่นี้ก่อนพะยะค่ะ” ทหารนำขบวนกราบทูลเสร็จก็สั่งให้เหล่าทหารจัดพลับพลาที่ประทับ ณ.ยังป่าแห่งนั้นก่อนที่จะมืดเสียก่อน


เวลาผ่านไปเข้าสู่ยามค่ำคืน ที่พระจันทร์เต็มดวงได้ส่องแสงนวลไปทั่วบริเวณป่า ทำให้พื้นที่ในป่าสว่างไสวมองเห็นได้แม้ในที่มืด แต่แล้วแสงจันทร์จ้าก็ส่องแสงได้ไม่นาน เมฆสีดำก็เคลื่อนมาบดบัง ความมืดเริ่มเข้าปกคลุมผืนป่า ที่ปลายฟ้ามีแสงแปลบปลาบเป็นระยะๆ สายลมพัดปลิวเศษใบไม้เข้ามาในบริเวณพลับพลา กระจัดกระจาย ลมโหมพัดแรงขึ้น ผ้าใบที่ล้อมรอบปลิวไสวตามแรงลม


ภายในพลับพลานั้น พระนางสุจิราเทวีได้เจ็บพระครรภ์อย่างหนัก ส่งเสียงร้องครวญครางไปทั่วบริเวณ เหล่านางกำนันและหมอหลวงก็เร่งดูพระอาการอย่างใกล้ชิด


บริเวณภายนอกสายลมยังคงกระหน่ำเข้ามาในป่าอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้ายังคงมีสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่เป็นระยะ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ประหลาดนี้ได้เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นพิภพ


-------------------------------------------------


 


ที่เมืองโกษิตนครก็รับรู้ถึงเหตุการณ์ประหลาดนี้เช่นเดียวกัน ในขณะที่พระเจ้าอินทิกราชกษัตริย์แห่งโกษิตนครวัยยี่สิบแปดพระพรรษาทรงบรรทมอยู่นั้น ผนังภายในห้องบรรทมก็สะท้อนแสงแปลบปลาบเป็นระยะจากภายนอก ทำให้พระเจ้าอินทิกราชทรงตื่นจากบรรทม พระองค์จึงเสด็จไปยังหน้าต่าง และได้ทรงทอดพระเนตรออกไปยังท้องฟ้านั้น ทรงเห็นแสงประหลาดพวยพุ่งจากพื้นพิภพสู่ท้องฟ้า ณ ปลายขอบฟ้าที่แสนไกล ทรงมองเห็นและรู้สึกถึงความอัศจรรย์นี้ แต่เพราะสายฟ้าแลบและลมที่ยังคงโหมพัดกระหน่ำ ทำให้พระองค์เริ่มวิตกขึ้นมา สีพระพักตร์เริ่มเปลี่ยนเป็นกังวล ทรงรำพันชื่อมเหสีของพระองค์ออกมา “สุจิรา.....ราชเทวีข้า”


แสงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้านั้น ไม่ได้มีที่เดียวดั่งที่พระเจ้าอินทิกราชทรงทอดพระเนตรเห็น แต่เกิดขึ้นทั่วพิภพในที่ต่างๆ กัน ถึงเก้าแห่ง แต่ละแห่งอยู่ห่างกันแสนไกล ลำแสงที่พวยพุ่งขึ้นนั้นปรากฏทั้งบนยอดเขา กลางป่า กลางทะเล แม้แต่กลางเมือง ทั้งยังมีสีสันของแสงแตกต่างกันไป


-------------------------------------------------


 


บนยอดเขาสูงแห่งหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าคลุมศีรษะสีดำยืนอยู่ ผ้าคลุมที่ยาวถึงพื้นนั้นกำลังปลิวไสวไปตามแรงลม ร่างที่ยืนนั้นกำลังมองแสงขึ้นที่ปลายฟ้าที่อยู่ไกลออกไป จากยอดเขาที่ร่างนั้นยืนอยู่มองเห็นแสงที่ขึ้นจากพื้นพิภพได้สองแห่ง


“อุแว้.........อุแว้...........”


เสียงร้องของเด็กทารกดังแว่วมาแต่ไกล ดวงตาสีแดงภายใต้ผ้าคลุมนั้นฉายแววขึ้นมา เสียงร้องของทารกน้อยดังก้องในหูของมัน แม้จะได้ยินแว่วๆ แต่ก็อยู่ห่างไกลจากที่มันอยู่มาก


-------------------------------------------------


 


กลางป่าบริเวณพลับพลาที่ประทับ เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังขึ้นทั่วบริเวณ พระนางสุจิราเทวี ได้ประสูติโอรสกลางป่า เสียงร้องของกุมารน้อยแผดเสียงแหลมจ้าดั่งไปทั่วผืนป่า ดั่งจะเรียกสัตว์ป่าที่หิวโหยให้ตื่นจากหลับใหล ได้มาลิ้มรสเนื้ออ่อนแรกเกิดนี้


แววตาแดงก่ำในความมืด ห่างออกไปไม่ไกลจากบริเวณพลับพลานัก มีอะไรบางอย่างอยู่ภายในป่านั้น แววตาสีแดงลอยเด่นอยู่ในป่าที่มืดมิด อะไรบางอย่างนั้นกำลังขยับตัวเคลื่อนไหว เสียงร้องของกุมารน้อยเงียบหายไปแล้ว แต่ก็พอทำให้ตัวอะไรบางอย่างนั้นรู้ถึงที่มาของเสียงว่าอยู่บริเวณใดในป่านี้


บริเวณพลับพลาที่ประทับ สว่างไสวไปทั่วบริเวณ ด้วยแสงจากคบเพลิง


“พระนางได้ประสูติพระโอรสเพคะ” หมอหลวงได้ถวายโอรสแด่พระนาง


“ลูกแม่” พระนางมองหน้ากุมารน้อย สายพระเนตรบ่งบอกถึงความปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง แต่พระนางก็ชื่นชมโอรสน้อยได้ไม่นานเหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นภายนอก


 


“อ๊ากกก……”


เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของทหารไม่ไกลจากบริเวณพลับพลาเท่าไรนัก ได้สร้างความตกใจให้กับพระนางเป็นอย่างยิ่ง พระนางโอบกอดลูกน้อยแนบชิดแน่น สัญชาตญาณความเป็นแม่แสดงออกมาเมื่อรู้ว่าเกิดเหตุร้ายขึ้น


สัตว์ประหลาดตัวใหญ่ในตาแดงก่ำ มีส่วนหัวคล้ายมังกรแต่ไม่มีเขา ลำตัวยาวเหมือนจระเข้มีเกล็ดหนาสีดำทั้งตัว ขาทั้งสี่ใหญ่และมีกรงเล็บแหลมคม  หนวดยาวตรงบริเวณส่วนปลายของปากมีลักษณะคล้ายแส้ของมันตวัดไปมา ทหารถือดาบเข้าล้อมเจ้าสัตว์ร้ายนั้น ตัวมันสูงใหญ่กว่าม้าเล็กน้อย เพียงเท่านั้นก็ใหญ่พอสร้างความหวาดกลัวให้กับเหล่าทหารที่รายล้อมมันอยู่นัก เมื่อหอกถูกพุ่งเข้าใส่เจ้าสัตว์ร้ายตัวใหญ่สีดำนั้น ฉากการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น เจ้าสัตว์ร้ายกระโจนเข้าใส่ทหารที่กำลังรายล้อมอยู่ เกล็ดสีดำเลื่อมดุจดังเกราะเหล็ก ที่แม้แต่ดาบอันคมกริบของเหล่าทหารก็ไม่สามารถทำให้มันระคายเคืองได้เลย การเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว ทำให้มันเข้าถึงตัวเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ส่วนหางของมันที่สะบัดไปมาด้วยความแรงทำให้ร่างของทหารที่ถูกฟาดถึงกับขาดเป็นสองท่อน คมเขี้ยวและกรามอันแข็งแกร่งเข้าฉีกร่างกระเด็นไปทีละคน สร้างความโกลาหลไปทั่ว เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจทั้งคนและม้าดังกึกก้องผืนป่า


“คุ้มกันพระมเหสี” เสียงทหารองครักษ์ที่กำลังควบม้าเข้ามายังบริเวณพลับพลาดังขึ้น ในมือเขากำดาบไว้แน่น เหล่าทหารวิ่งตามมาทำหน้าที่คุ้มกันตามคำสั่งของนายทหารโดยล้อมบริเวณพลับพลาไว้


ภายนอกยังคงมีเสียงร้องของทหารที่ถูกสัตว์ประหลาดทำร้าย ดังระงมไปทั่ว


“อุแว้.....อุแว้........”


เสียงทารกน้อยร้องจ้าขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าสัตว์ร้ายมันจึงหันไปยังต้นเสียงร้องแหลมเล็กนั้น


ภายในพลับพลาที่ล้อมรอบไปด้วยผ้าผืนใหญ่ เหล่านางกำนันนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เสียงร้องภายนอกทำให้พวกนางเริ่มขยับเข้ามาห้อมล้อมพระนางสุจิราเทวีไว้ พระนางกอดกุมารน้อยกระชับแน่นดั่งกลัวว่าจะมีสิ่งใดมาพรากโอรสน้อยไปจากพระนาง ขณะที่กำลังตกพระทัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกนั้น ราชองครักษ์ก็ได้นำรถม้าเข้ามายังหน้าพลับพลา


ฮี้ๆๆๆๆๆ..


“ขอเดชะ พระมเหสีเชิญเสด็จหนีก่อนพะยะค่ะ” สิ้นเสียงกราบทูลพระนางสุจิราเทวีและเหล่านางกำนัน ต่างรีบขึ้นไปยังรถม้า อย่างทุลักทุเล โดยราชองค์รักษ์ไม่รอช้าไสม้าวิ่งฝ่าความมืดออกไป


-------------------------------------------------


 


“อั๊กกกกกก.......”


เสียงสุดท้ายของทหารที่พยายามจะวิ่งหนีเจ้าสัตว์ร้าย แต่ก็ไม่อาจพ้นคมเขี้ยวของมันไปได้ เจ้าสัตว์ร้ายนั้นได้ฆ่าท็ททmหารตายจนหมด ก่อนที่มันจะมองไปในความมืดซึ่งสลับกับแสงแปลบปลาบของสายฟ้า เมื่อมันมองเห็นรถม้าวิ่งจากไป มันก็ไม่รอช้ากระโดดพุ่งตามไปในความมืดนั้นอย่างรวดเร็ว เสียงกุมารน้อยยังคงร้องจ้าไม่หยุด ส่วนพระนางสุจิราเทวีก็มีพระอาการย่ำแย่ลงเรื่อยๆ เนื่องจากพระนางเพิ่งประสูติโอรส ทำให้เกิดอาการตกพระโลหิต พระพักตร์ซีดเซียว


“พระมเหสี” นางกำนันเรียกเมื่อเห็นว่าพระนางสุจิราเทวีเริ่มไม่ได้สติ “ทำพระทัยดีๆ เพคะ”


รถม้าวิ่งฝ่าความมืดออกมาจากแดนสังหารเข้ามาในป่า ทันใดนั้นเสียงม้าสองตัวที่ลากรถก็ร้องขึ้น


 


ฮี้ๆๆๆๆ.......... 


ม้าสองตัวหยุดวิ่ง ขาทั้งสี่ของพวกมันเหยียดตรงทำหน้าที่เบรกอย่างกะทันหัน สิ่งที่ทำให้พวกมันตกใจ ขวางทางอยู่ข้างหน้า เจ้าสัตว์ประหลาดตัวยาวสีดำไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่ม้าที่ลากรถนั้น มันอ้าขากรรไกรกว้าง เขี้ยวอันแหลมคมสะท้อนแสงฟ้าแลบเผยให้เห็นความน่ากลัวของเจ้าสัตว์ร้ายนั้น ก่อนที่จะทิ้งคมเขี้ยวลงมาหมายจะงับคอม้าตัวหนึ่ง สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดทำให้พวกมันต่างกระโดดหลบ รถจึงเสียหลักไถลพุ่งชนต้นไม้ ทำให้ตัวม้าหลุดออกมาจากรถ ม้าทั้งสองตัวจึงกระโดดหนีเตลิดเข้าป่าไปคนละทิศละทาง


ราชองครักษ์ลุกขึ้นชักดาบออกมา เพื่อต่อสู้กับเจ้าสัตว์ประหลาด แต่ไม่ทันที่จะได้เงื้อดาบร่างของเขาก็ถูกงับเข้ากลางลำตัว เลือดสีแดงฉาดพุ่งกระเด็นเข้ามายังในรถ นางกำนันเห็นเช่นนั้นก็ได้ส่งเสียงหวีดร้องออกมา ด้วยความตกใจกลัว เหล่านางกำนันจึงวิ่งหนีออกมาจากรถทิ้งให้พระนางสุจิราเทวีอยู่กับโอรสเพียงลำพัง เหมือนส่งชิ้นเนื้อให้สัตว์ร้าย เมื่อนางกำนันวิ่งออกมาร่างพวกนางก็ถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ


พระนางสุจิราเทวีมองหน้าลูกน้อยทรงกันแสงออกมา พระนางไม่มีแรงจะพยุงพระวรกายขึ้นมาแม้แต่น้อย


ดวงตาสีแดงของเจ้าสัตว์ร้ายจ้องมองไปยังราชรถ จากนั้นมันก็งับเอาหลังคาราชรถออก มันมองพระนางกับโอรสน้อย ซึ่งพระนางตอนนี้ได้หมดสติไปแล้ว ทิ้งให้โอรสน้อยที่ยังคงส่งเสียงร้องอยู่ในอ้อมแขนของพระนาง แม้ในความมืด ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของเจ้าสัตว์ร้ายแม้แต่น้อย มันมองเห็นได้ชัดเจน มันยกหัวขึ้นเพื่อเตรียมโจมตี ก่อนที่มันจะงับขากรรไกรลงมาร่างของมันก็ถูกแรงอัดบางอย่างเข้ากระแทกกระเด็นออกไปอย่างแรง


“แอ้.......อมมมมมมมมมม”


เสียงช้างร้องดังก้องไปทั่วป่า แสงฟ้าแลบเผยให้เห็นช้างเผือกตัวใหญ่ที่มีงาสีขาวยาวดูทรงพลัง กำลังเดินเข้ามา พญาช้างเผือกเข้าช่วยพระนางสุจิราเทวีและกุมารน้อยไว้ทัน เจ้าสัตว์ร้ายค่อยๆ ทรงตัวลุกขึ้นมา มันสะบัดหัวทีหนึ่ง แล้วหันมายังพญาช้างเผือก


“เจ้าหลีกไป” เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นมา “กุมารนี้เป็นของข้า”


ไม่มีเสียงตอบจากพญาช้างเผือก แต่พญาช้างได้เดินเข้ามาแล้วเอาตัวบังสองแม่ลูกไว้บ่งบอกถึงการปฏิเสธอย่างชัดเจน การกระทำดังกล่าวได้สร้างความโกรธให้กับเจ้าสัตว์ประหลาดอย่างมาก มันส่งเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วป่าก่อนที่มันจะกระโจนเข้าใส่พญาช้างเผือก ร่างกายของมันก็หนักอึ้งพละกำลังหายไป รู้สึกเจ็บแปลบที่ลำตัว และมันก็รู้ว่าร่างกายมันได้รับบาดเจ็บ เมื่อมันมองไปที่ปลายงาของพญาช้าง มันเห็นคราบเลือดติดอยู่และย้อยหยดลงบนพื้น รอยเลือดของมันนั่นเอง เกล็ดหนาสีดำของมันถูกงาเสียบเข้ากลางลำตัวจนสูญเสียพลังไป  มันมองไปยังพญาช้างด้วยแววตาอาฆาตครู่หนึ่ง เมื่อรู้ว่าคู่ต่อสู่มีกำลังเหนือกว่ามันจึงหันจากไปอย่างเคียดแค้น


เมื่อเจ้าสัตว์ร้ายจากไป พญาช้างเผือกก็มองมายัง สองแม่ลูก แล้วใช้งวงเข้าสะกิดผู้เป็นมารดา ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ จากพระนางสุจิราเทวี พระนางเสียพระโลหิตสิ้นพระชนม์ไปเมื่อครู่นี่เอง


กุมารน้อยหลับพริ้มเพราะร้องไห้จนหมดแรง บริเวณแก้มมีแต่คราบน้ำตาแห้งเกรอะกรัง


“เจ้ายังมีบุญญานุภาพนัก ที่ข้ามาช่วยเจ้าได้ทัน” พญาช้างเศวตริน รำพันในใจ ก่อนที่จะเอางวงช้อนตัวกุมารน้อยขึ้นมา แสงฟ้าแลบแปลบปลาบหายไป เมฆสีดำเริ่มจางลง แสงสว่างของจันทราก็เจิดจ้าทั่วผืนป่าอีกครั้ง


-------------------------------------------------



-------------------------------------------------

52675

-------------------------------------------------

53611




หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 53 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 24 ธ.ค. 2550 (14:17)
เขียนได้ดีมากค่ะ ท่านเอสโฟ่ อิอิ กว่าเพียงฝันจะเข้ามาเม้นได้
ใช้เวลาล็อกอินครึ่งปีค่ะ ขอเป็นแรงใจหั้ยค่ะ
pengfun เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 1 ม.ค. 2551 (17:16)
ดีมากๆครับ
MAGA CLEVER เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 792 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 3 ม.ค. 2551 (18:56)
มาแวะเยียนเวียนชมครับ {^)
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 301 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 15 ม.ค. 2551 (07:17)
น่าชื่อชมจริงๆ ผู้แต่งอายุเท่าไหร่คะ แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ จะติดตามอ่านนะจร้า อิอิ ^^
mamboo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 83 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 146 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 19 ม.ค. 2551 (17:37)
อิอิ ไม่บอกได้ปะเรื่องอายุ อิอิ เป็นความลับทางราชการอะ เปิดเผยไม่ได้ เพราะอาจเกียวพันถึงความมั่นคงของชาติได้อะครับ อิอิ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ ตอนนี้ทำงานแล้ว งานก็ยุ่งมากเลย เลยไม่ค่อยมีเวลามาอัพอะครับ อิอิ แต่ก็จะหาโอกาสมาอัพให้เร็วครับ อิอิ
เศวตริน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 20 ม.ค. 2551 (14:34)
จะว่าไปแล้ว รูปที่เอามาประกอบ ท่านเศวตตัดต่อเองหรือเปล่าครับ สวยดี
M@ster_K@vee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 132 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 20 ม.ค. 2551 (18:47)
ว่าแต่คุณเศวตรินนำเพลงมาจากไหนครับ ไพเราะดีครับ
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 301 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 20 ม.ค. 2551 (19:59)
คุ้น แต่เอามาจากเพลงไตเติลเรื่องไรหว่า จำไม่ได้แล้ว
M@ster_K@vee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 132 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 21 ม.ค. 2551 (23:00)
รูปที่เห็นตัดต่อเองครับ อิอิ ส่วนเพลงประกอบขอยืมมาจาก The lord อะครับ ชื่อ The Bridge Of Khazad Dum อิอิ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเลย เลยไม่ได้อัพตอนใหม่ อิอิ คิดไม่ออก ฮ่า.....
เศวตริน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 22 ม.ค. 2551 (21:15)
เออใช่ เดอะหลอด จำได้แล้ว ฮ่าๆๆๆ
M@ster_K@vee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 147 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 132 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 19 ก.พ. 2551 (10:51)

เก่งจังเพลงไตลเติลไพเราะมากเนื้อหาในเรื่องก้อดีมากเลยขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ


 


กัญชา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 90 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 29 ก.พ. 2551 (14:27)

สุดยอดครับผมจะมาอ่านบ่อยๆนะครับ


NopSiX เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 112 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 116 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 17 มี.ค. 2551 (15:31)

เยี่ยมไปเลยจ้า


เขียนออกมาได้ดีเลยดีเดียวหล่ะ


สู้ๆต่อไปน้า


ganyarut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 716 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 206 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 27 มี.ค. 2551 (23:09)
<P><FONT face="arial, helvetica, sans-serif" color=#ff0066 size=3>มาอ่านแล้วนะ อิอิ (ทำตาปรือ ๆ) อ่านจนอยากซ่อนตาดำ</FONT></P>
ตะขบ (IP:125.24.159.233)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 7 พ.ค. 2551 (16:50)
90736

หวัดดีค่ะ แต่งไดเยี่ยมมากเลยนะค่ะแต่งมาหลายๆๆๆๆตอนนะค่ะเดี่ยวจะมาอ่านทุกๆๆวัน


moothanya เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 7 พ.ค. 2551 (19:26)
53132

กล้บมาแล้วครับ อิอิ สวัสดีครับ ขอบคุณทุกท่านติดตามนะครับ อิอิ หายไปนานเลย ตอนนี้กลับมาปั่นต่อ และกลับไปแก้ไขบางช่วงบางตอนบ้าง แต่เนื้อหายังคงเดิมครับ อิอิ ขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับ อิอิ



*-


เศวตริน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 8 พ.ค. 2551 (06:47)

แต่งได้สุดยอดเลยอ่ะ(น่าติดตามมากๆ)


อิอิ สู้ๆนะ ท่านเศวตริน


ganyarut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 716 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 206 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 8 พ.ค. 2551 (22:07)
OoO!!สุดยอด
ตูเอง เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 442 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 125 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 12 พ.ค. 2551 (19:45)
อัพตอนใหม่แล้วค้าบ อิอิ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะค้าบบบ
เศวตริน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 157 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 13 พ.ค. 2551 (15:09)
มาเยี่ยมเยยเชยชมแล้วครับ ยังสนุกและตื่นเต้นเหมือนเดิม และยิ่งกว่าเดิมด้วย เจ๋งสุดยอดครับ เยี่ยมยอดมาก เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเยาวชนด้วย
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3209 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 301 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เศวตริน
(ณ.ณัฐวรา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 2,447 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 39 ครั้ง
ได้รับดาว 157 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

มณีนพรัตน์ ภาค ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ [124,369]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,849]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,955]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [275,614]
Global Warming { English } [113,611]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.