<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32448" type="text/javascript"></script> |
|
มณีนพรัตน์ ภาค ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ (จบ) ภาคต่อ รัชทายาทแห่งคาริมจันทร์ (เริ่มแล้วจ้า)
เมื่อกุมารน้อยกำเนิดมากับอัญมณีเก้าเม็ดพร้อมกับพลังของอัญมณีนั้น เมื่อใดที่อัญมณีทั้งเก้าเม็ดนี้มารวมกัน ผู้ครอบครองจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่งในโลกนี้ การช่วงชิงอัญมณีและการปกป้องอัญมณีจากปีศาจร้ายจึงได้เริ่มขึ้น อัพตอนใหม่ 56 - ตอน ช่องเขาหัวกะโหลก 3
post ครั้งแรก: Sun 2 September 2007, 11:42 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 July 2008, 7:53 pm
|
ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ ตอน อุสุจวรรณคีรีเผชิญภัย 1
ป่าอุสุจวรรณคีรี บัดนี้ เหล่าวิหิงสาทหารปีศาจได้เข้ามายังป่าด้านในแล้ว ป่าอุสุจวรรณคีรีในเวลานี้เงียบกริบ พวกมันเดินเพ่นพ่านไปทั่วป่าอุสุจวรรณคีรีทางด้านทิศใต้หน้าเขตอาศรม แต่ด้วยเวทมนต์ที่พระฤๅษีได้ร่ายเอาไว้ ทำไห้พวกมันเดินวนเวียนไปมาในบริเวณนั้น ไม่สามารถเข้าถึงยังเขตอาศรมได้
มัสกีระสัตว์ประหลาดแห่งตาละจีเดินวนเวียนไปมาในป่าอยู่นานจนมันเริ่มรู้สึกหงุดหงิด มันไม่พบอะไรเลย มองไปรอบๆ มีแต่ต้นไม้กับเหล่าวิหิงสาเท่านั้น ไม่มีสัตว์ป่าเลยแม้แต่ตัวเดียว
วาสุกฤษดาบสนั่งสมาธินิ่งอยู่ใต้ร่มไทรในเขตอาศรม ไม่ได้มีความวิตกใดเลย แม้ภายนอกเขตอาศรมจะเพ่นพ่านไปด้วยวิหิงสาครึ่งผีครึ่งคน พระฤๅษีลืมตาขึ้นก่อนจะลงจากอาสนะ แล้วเสกไม้เท้ามาค้ำกาย เดินออกมายังบริเวณหน้าต้นไทรนั้น ก่อนจะหลับตาลงบริกรรมคาถางึมงำในปากครู่หนึ่ง จากนั้นก็ร่ายมนต์ออกไปปรากฏแสงวาบไปทั่วเขตอาศรม
หลังปรากฏแสงวาบนั้น เจ้ามัสกีระก็มองเห็นต้นไทรใหญ่เบื้องหน้า มีฤๅษีผู้ชราถือไม้เท้าค้ำกายยืนอยู่เจ้าสัตว์ประหลาดร่างใหญ่กับเหล่าวิหิงสาไม่รอช้า พวกมันเดินเข้าไปหาพระฤๅษีทันที
ทันทีที่มัสกีระมาถึงเสียงแหบสั่นด้วยความชราก็ดังขึ้น
มัสกีระ เจ้ามาไกลมากแล้ว จงกลับไปยังดินแดนของเจ้าเสียเถิด
ฤๅษีเฒ่า ถึงแม้เจ้าจะบำเพ็ญเพียรมานาน แต่เจ้าก็แค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง มัสกีระจ้องไปยังพระฤๅษี ก่อนจะหันไปสั่งเหล่าวิหิงสา ฆ่าฤๅษีเฒ่าผู้นี้ซะ!!
สิ้นเสียงคำสั่ง วิหิงสาในตาสีเขียวก็ชักดาบออกมา แล้วพุ่งเข้าหาพระฤๅษีทันที แต่ยังไม่ทันที่จะถึงตัว วาสุกฤตดาบสก็กระแทกไม้เท้าลงบนพื้นเบาๆ ทันทีที่ปลายไม้เท้ากระทบกับพื้นก็ได้เกิดแสงสีม่วงแผ่กระจายออกไปเป็นดั่งคลื่นรอบรัศมีของไม้เท้านั้น คลื่นแสงสีม่วงกระจายออกไปผ่านตัวของเหล่าวิหิงสาจนล้มลงหมดสติกองอยู่บนพื้นระเนระนาด ก่อนจะมีแสงสีเขียวลอยออกจากปากแล้วแตกกระจายฟุ้งหายไปในอากาศ เหล่าวิหิงสาที่โดนแสงปะทะเข้ากับตัวต่างก็ล้มลงไปทั่วทั้งป่า เหลือเพียงมัสกีระที่ยืนมองตะลึงอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหล่าทหารวิหิงสาที่ล้มลงต่างค่อยทยอยกันลุกขึ้นมาอย่างมึนงง
นี่มันที่ไหนกัน เสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ไพทะวี ซึ่งตกอยู่ใต้อำนาจแห่งวิญญาณร้าย ได้เดินมากลับกลุ่มทหารของเทวะนครที่กลายเป็นวิหิงสา ก็เริ่มได้สติกลับคืนมา เมื่อมองไปรอบๆ เห็นเหล่าทหารที่ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นมา แต่ละคนมีสีหน้าที่มึนงง
สัตว์ประหลาด เสียงร้องตกใจเมื่อเห็นมัสกีระ ทหารที่ได้สติเมื่อเห็นเจ้าสัตว์ร้ายต่างตกใจ รีบเข้ามาเกาะกลุ่มรวมกัน คว้าอาวุธเตรียมป้องกันตัว
พวกเจ้าระวังตัว... ไพทะวีตะโกนบอกเหล่าทหาร ที่มีท่าทีตกใจกับสิ่งที่เห็น
มัสกีระมองไปยังไพทะวีและทหารที่หลุดพ้นจากอำนาจแห่งติรัจฉาน มันมองไปยังพระฤๅษี ก่อนจะหันไปมองทหารที่อยู่รอบๆ อีกครั้ง
ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด เจ้าสัตว์ร้ายพุ่งเข้าหาไพทะวีทันที
ก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวองครักษ์แห่งเทวะนครพระฤๅษีก็กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นอีกครั้งอย่างแรง จนแผ่นดินสะเทือน เกิดคลื่นพลังกระแทกลำตัวมัสกีระ ทำให้เจ้าสัตว์ประหลาดถึงกับเสียหลักกระเด็นกลิ้ง เมื่อทรงตัวได้มันก็หันกลับมาจ้องมองยังพระฤๅษีด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเป็นอย่างมาก จากนั้นมันก็พุ่งเข้าหา ทันทีที่มันกระโดดเข้ามาพระฤๅษีก็สะบัดไม้เท้าเข้าใส่จนร่างของมันกระเด็นออกไปอีกครั้ง ฤๅษีเฒ่ามีฤทธิ์ถึงเพียงนี้หรือ มัสกีระเริ่มประเมินคู่ต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า มันจ้องพระฤๅษีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันขึ้นไปบนฟ้า เวลานี้พระอาทิตย์อยู่เหนือหัวของมัน เป็นเวลาเที่ยงวัน มันคงต้องรอให้สิกายาสมาถึงในตอนค่ำเสียก่อน เพราะแค่ตัวมันเองเวลานี้คงทำอะไรพระฤๅษีไม่ได้เลย
จงกลับไปยังดินแดนของเจ้าเสีย ไม่อย่างงั้นข้าคงต้องขังเจ้าแล้ว พระฤๅษีหลับตาบริกรรมคาถาอีกครั้ง
เจ้าสัตว์ร้ายเห็นท่าไม่ดี มันจึงรีบหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว
พระดาบส พวกเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ไพทะวีเอ่ยถามขึ้นมา ด้วยความสงสัยพร้อมกับมองไปรอบๆ
เจ้าจงไปช่วยทหารของเจ้าเสียก่อน ที่ริมสระมีสมุนไพรอยู่ ต้นเตี้ยๆ สูแค่หัวเข่า ใบของมันมีขนาดเท่าฝ่ามือ เจ้าจงไปเอาสมุนไพรที่ขึ้นริมสระนี้ให้พวกที่มีบาดแผลกิน บางคนแผลเน่าแล้ว
ครับ ไพทะวีรับคำ พวกเจ้าที่ไม่เป็นอะไร คงได้ยินนะ ให้ทำตามที่พระดาบสบอก อย่าช้า
ครับ ทหารที่เหลือต่างช่วยทหารที่มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ทหารที่กลายเป็นวิหิงสาไม่รู้สึกอะไรเมื่อต่อสู้ทำให้ร่างกายเกิดบาดแผลเน่า พอรู้สึกตัวก็เริ่มรู้สึกเจ็บส่งเสียงร้องโอดโอยดังระงมไปทั่ว
.................................................
หลังเขาอุสุจวรรณคีรี ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยสัตว์ป่าหลากชนิดที่มาอยู่รวมกัน กับฝูงม้าฝูงหนึ่ง ทั้งหมดคุยกันเสียงดังเซ็งแซ่ ไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใคร
ทำไมต้องให้พวกเรามาหลบอยู่ที่นี่นะ
นั่นสิ มันเกิดอะไรขึ้น
สัตว์ประหลาดอะไรกัน
ท่านกันทะนะไปไหน
ข้าเบื่ออยู่ที่นี่เต็มทีแล้ว...
พวกเจ้าเงียบๆ กันจะได้ไหม เสียงแม่ลิงเพวาราดังขึ้นมา เดี๋ยวพวกสัตว์ประหลาดมันก็ได้ยินหรอก
ไม่นานก็มีเสียงวิ่งมาจากป่าด้านใน เจ้ากระต่ายตัวหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่น มีเจ้ากวางวิ่งตามมา พร้อมกับสัตว์ป่าอีกหลายชนิดวิ่งแตกตื่นตามกันมา
พวกมันมากันแล้ว พวกมันมากันเต็มป่าอุสุจวรรณคีรีเลย นกตัวหนึ่งที่บินมาพร้อมกับสัตว์ป่าเหล่านั้นส่งเสียงตะโกนบอก
พวกมันมาแล้วเรอะ....พวกมันมากันแล้ว
ความโกลาหลเริ่มขึ้นอีกครั้ง สัตว์ป่าทั้งหลายต่างวิ่งชุลมุนไปมา
หยุด...ด......พวกท่านหยุด...ด แม่ลิงเพวารา หันไปตะโกนบอกสัตว์ป่าเหล่านั้น
หยุด...ด...พวกเจ้าหยุดแตกตื่น แล้วอยู่นิ่งๆ เงียบๆ เสียงลุงหมูป่าดังขึ้นมา เสียงที่ดังทำให้สัตว์ป่าเหล่านั้นหยุดนิ่ง และเงียบในทันที ทุกตัวไม่กล้าขยับตัว สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
สัตว์ทุกตัวเงียบกริบ ก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
พวกเจ้าดูโน่น......ไกลออกไปสุดป่า
.................................................
พญาเศวตรินกับทั้งหมดได้เดินทางมาถึงยังเขตหลังเขาบริเวณทุ่งหญ้าก่อนจะถึงป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ที่สัตว์เหล่านั้นมาหลบอยู่ คงเป็นเพราะพวกเขามีพลังเพิ่มขึ้นมาจึงทำให้เดินทางได้เร็วขึ้นนั่นเอง เมื่อมองไปยังแนวป่าหลังสันเขาเบื้องหน้าก็เห็นว่ามีสัตว์ป่าอยู่เต็มไปทั่วแนวป่า สัตว์ป่าพวกนั้นกำลังมองมายังพวกเขา
ถึงหลังเขาเสียทีนะ ว่าแต่พวกนั้นมาทำอะไรกันที่นั่น กันทะนะพูดขึ้นมา
สิวินทรา... พญาเศวตรินเรียกชื่อขึ้นมา ก่อนจะพยักหน้าให้แล้วเดินต่อไป
พวกนั้นมาหลบอยู่หลังเขา เพราะท่านตาบอกมา ฑุลิกาบอกขณะที่บินอยู่เหนือทั้งหมด
หมายความว่า เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมันมาถึงแล้วงั้นหรือ กันทะนะถาม
เจ้าไม่ต้องกลัวหรอกกันทะนะ เรามากับพญาเศวตริน มัสกีระมันเคยพ่ายแพ้มาแล้ว หรือแม้แต่จอมมารสิกายาส ฝ่าบาทก็เคยต่อสู้มาแล้ว เสียงการะบูดังขึ้นมา
พญาเศวตริน หันมามองการะบูแวบหนึ่ง ถึงจะเคยเอาชนะมัสกีระและได้ต่อสู้กับสิกายาสมาแล้ว แม้จอมมารจะไม่สามารถทำอะไรตนได้ก็ตาม แต่หากต้องต่อสู้กันอีกครั้ง จะไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะมีสิวินทราอยู่ คชสารเผือกจึงกังวลใจขึ้นมาเรื่องที่จะปกป้องกุมารน้อย คงต้องรีบกลับไปยังเขตอาศรมแล้วก่อนที่จะมืดเสียก่อน ทั้งหมดเดินเข้ามาใกล้บริเวณสัตว์ทั้งหลายนั้น เสียงซุบซิบเบาๆ ในป่าก็ดังขึ้น
นั่นมันพญาคชสารแห่งป่านันทวันท์นี่
และท่านกันทะนะผู้พิชิตสัตว์ประหลาดแห่งตาละจีก็มา
ไหนๆ ข้ายังมองไม่เห็น เสียงหนึ่งดังตามมา
นี่น่ะหรือ...ตัวจริงๆ เป็นๆ ของท่านกันทะนะ
พวกเราไม่ต้องกลัวแล้ว
เมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาถึงบริเวณที่สัตว์ป่าทั้งหลายอยู่ เพวารา ก็เรียกอชิระกับสิวินทราทันที
ลูกแม่.....
แม่..... เสียงอชิระดังขึ้นมาเมื่อเห็นเพวารา
แม่เพวารา สิวินทราเรียกตาม
ทั้งอชิระและสิวินทรากระโดดลงจากหลังของกันทะนะวิ่งเข้าหาเพวาราแล้วสวมกอดทันที เมื่อมาถึงยังบริเวณแนวป่านั้น
อชิระ สิวินทรา ลูกแม่
ข้าดีใจที่เข้าใจท่านพูด แม่เพวารา สิวินทราพูดอย่างดีใจ
นั่น...ทอระดา..... กันทะนะเรียกม้าสาว ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของฝูงสัตว์ป่า
สัตว์ป่าทั้งหลายต่างก้มคำนับพญาเศวตริน และกันทะนะทันทีที่ทั้งสองเดินเข้ามายังบริเวณนั้น ทอระดามองกันทะนะ เมื่อม้าหนุ่มกำลังเดินเข้ามาหา
กันทะนะ เจ้าจะไปไหน การะบูที่อยู่บนหัวถาม
ใช่ เจ้าจะไปไหน การะเกตาม
ขณะที่กันทะนะกำลังเดินมาที่ฝูงม้านั้น เสียงฉันทัตก็ดังขึ้นมา
กันทะนะ สัตว์ป่าทั้งหลายรอคอยเจ้า ให้เจ้ามาต่อสู้กับสัตว์ประหลาดนั่น ตอนแรก ข้าก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ว่าจะบอกความจริงกับพวกเขา แต่คิดว่าให้เจ้ามาแก้ปัญหาของเจ้าเองจะดีกว่า ฉันทัตกล่าวแล้วยิ้ม
ท่านผู้พิชิตสัตว์ประหลาดแห่งตาละจี พวกเขากำลังรอคอยท่านมาช่วยเหลือนะ ทอระดาพูดแล้วยิ้ม เมื่อรู้ว่ากันทะนะไปพูดคุยโอ้อวดไว้มาก ทำให้กันทะนะถึงกับรู้สึกอายขึ้นมาทันที
พวกเจ้าอย่ากล่าวเช่นนั้นสิ ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ กันทะนะแก้ตัว
ท่านดูพวกเขาสิ พวกเขามองท่าน อย่างมีความหวัง ดูสายตาพวกนั้น ทอระดาพูดขึ้นมาอย่างละเหี่ยใจ
เอ่อ....ข้าขอโทษ.... แต่ว่า...เรามากับพญาเศวตริน ผู้ที่จะช่วยพวกเราได้
พร้อมทั้งหันไปมองยังพญาช้างเผือกที่กำลังเดินฝ่าฝูงสัตว์เหล่านั้น
ไปกันได้แล้วกันทะนะ เราต้องไปก่อนที่จะมืดเสียก่อน การะบูบอก
ไปกันได้แล้ว การะเกตาม
พญาเศวตรินเดินนำหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว โดยพารณรีบเดินตามไปอย่างกระชั้นชิด
กันทะนะ การะบู การะเกไปกันเถอะ สิวินทรากระโดดขึ้นบนหลังพร้อมกับอชิระ
พวกเจ้า.... การะบูหันไปพูดกับฉันทัตกับทอระดา
สหายข้าจะไม่ทำให้พวกเขาเหล่านั้นผิดหวัง การะบูบอก พร้อมกับเอาหางตีไปบนหัวกันทะนะเบาๆ
เขาจะไม่ทำให้พวกเจ้าผิดหวัง การะเกพูดตาม แล้วยิ้ม
ขอให้พวกเจ้าโชคดี ฉันทัตบอก
ขอให้ท่านโชคดี กันทะนะ ทอระดายิ้มให้
กันทะนะรู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องไปเผชิญกับสัตว์ประหลาดนั่น แต่หากเขายังขี้ขลาดเช่นเดิม ทอระดาคงไม่สนใจเขาแน่ๆ
ข้าคงต้องไป หวังว่า คงได้กลับมาเจอพวกเจ้าอีก กันทะนะพูดจบก็วิ่งตามพญาเศวตรินไปในป่าอย่างรวดเร็ว ความเร็วของกันทะนะทำให้ สัตว์ต่างๆ ถึงกับตื่นตา ที่ได้เห็น
เร็วดุจสายลมพัด สมแล้ว ที่เป็นผู้พิชิตแห่งอุสุจวรรณคีรี เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางสัตว์ทั้งหลาย
ดูกันทะนะเปลี่ยนไปมาก ฉันทัตหันไปพูดกับทอระดา
อย่างน้อย เขาก็กล้าหาญที่จะไปเผชิญกับเจ้าสัตว์ร้ายนั่น ทอระดาหันไปยิ้มให้ฉันทัต
.................................................
...เขตอาศรม...
พวกเจ้าจงรีบกลับไปยังเทวะนคร คืนนี้สิกายาสจะต้องมาที่นี่ พวกเจ้าอยู่ ข้าเกรงว่าจะปกป้องพวกเจ้าลำบาก จงรีบหนีไป และกลับไปช่วยพระเจ้าสันทวิชัยเหนือหัวของพวกเจ้า
ครับ ท่านดาบส
เจ้า....เจ้าเป็นองครักษ์ของพระเจ้าสันทวิชัยสินะ พระฤๅษีหันไปถามไพทะวี
ครับ...ข้าชื่อไพทะวี
ไพทะวี เจ้าจงเอานี่ไป พระฤๅษียื่นมือออกไป มีแสงสีม่วงแวบตรงฝ่ามือปรากฏเชือกเส้นใหญ่เส้นหนึ่งมัดขดเป็นวงกลมคล้องอยู่บนฝ่ามือของพระฤๅษี
หากพวกเจ้าเจอมัสกีระ ให้โยนเชือกนี้ใส่เจ้าสัตว์ประหลาดนั่น แล้วมันจะถูกอำนาจแห่งเชือกรัด ขยับไปไหนไม่ได้
ขอบพระคุณครับ พระดาบส ไพทะวียกมือไหว้ก่อนยื่นมือมารับ
เทวะนครยังมีผู้ที่ถูกอำนาจแห่งติรัชฉานอยู่ จงเอาดาบของเจ้ามาไพทะวี
ไพทะวียื่นดาบให้พระฤๅษี พระฤๅษีใช้ไม่เท้าแตะไปที่ดาบเกิดแสงสีม่วงไปทั่วทั้งเล่ม ก่อนจะแสงนั้นจะหายไป
ดาบของเจ้าจะช่วยขับไล่วิญาณร้ายแห่งติรัจฉานให้ออกไป
ไพทะวีรับดาบคืนกลับมา พลันรู้สึกเป็นห่วงพระเจ้าสันทวิชัยขึ้นมาโดยทันที ที่เทวะนครยังเกิดเรื่องอยู่เขาต้องรีบกลับไป
พวกเจ้าไปกันได้แล้ว
.เดี๋ยว......ไพทะวี พระฤๅษีเรียกองครักษ์หนุ่ม
จงกราบทูลพระเจ้าสันทวิชัยว่า พระนัดดาของพระองค์ยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดี แต่ธิดาของพระองค์ได้สิ้นใจไปขณะที่ประสูติโอรสแล้ว เมื่อถึงเวลาสิวินทราราชนัดดาแห่งเทวะนครจะกลับไปหาพระเจ้าสันทวิชัยเอง
ครับพระดาบส ไพทะวีก้มลงกราบอีกครั้ง
ทหารทั้งหมดทยอยกันกราบพระฤๅษี ก่อนจะเดินทางกลับยังเทวะนคร
.................................................
ดั่งที่พระฤๅษีคาดการณ์ไว้ มัสกีระยังไม่ไปไหน มันยังอยู่ในป่าอุสุจวรรณคีรี เมื่อเหล่าทหารเดินทางออกมา ก็ต้องเผชิญกับเจ้าสัตว์ร้ายที่ว่านั้น เสียงคำรามของมัสกีระดังขึ้น
พวกเจ้าจะรีบไปไหน ยังไงเสีย พวกเจ้าก็ต้องตาย ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเจ้ารอดไปได้แม้แต่คนเดียว มัสกีระมองมายังทหารเหล่านั้น
พวกเจ้าระวังตัว ไพทะวีหันไปบอกทหารให้ระวังตัว พร้อมกับชักดาบออกมา เพื่อเตรียมต่อสู้
ข้าจะจัดการเจ้าเป็นคนแรก มัสกีระหันมาทางไพทะวี
เข้ามาเจ้าสัตว์ประหลาด จงมาเอาชีวิตข้า ไพทะวีพึมพำออกมา
มันหันมามองก่อนจะพุ่งเขาหาไพทะวี แม้จะรออยู่แล้วแต่องครักษ์หนุ่มแห่งเทวะนครก็ไม่ทันได้โยนเชือก ด้วยความเร็วของมัสกีระก็เข้าถึงตัวเสียก่อนจนเขาเสียหลักล้มลง เจ้าสัตว์ร้ายมันอ้าขากรรไกรกว้างก่อนจะงับเข้ามายังร่างขององครักษ์หนุ่ม แต่ก่อนที่คมเขี้ยวของเจ้าสัตว์ร้ายจะฝังลงมายังร่างของเขา มันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อตัวของมันไปแตะโดนเชือกเอง เชือกของพระฤๅษีได้พุ่งเข้าพันร่างของเจ้าสัตว์ร้ายนั้นอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตามันก็ไม่สามารถขยับตัวได้ ล้มลงอยู่ตรงหน้าไพทะวีนั้นเอง ยิ่งมันขยับ เชือกก็ยิ่งรัดเข้าไปทุกที
ท่านองครักษ์ เป็นยังไงบ้าง ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาช่วย
ข้าไม่เป็นไร..... จัดการมันได้แล้ว ไพทะวีชันตัวลุกขึ้นมา
เจ้าสัตว์ประหลาด!!... ทหารอีกนายหนึ่งวิ่งเข้ามาเอาดาบฟันไปยังตัวของมัสกีระ
เกร้ง!!.....
แต่เกล็ดหนาดุจดังเกราะเหล็กของมัน แม้แต่ดาบโลหะที่คมกริบของทหารยังไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย
มีดข้าทำอะไรมันไม่ได้เลย
เจ้าสัตว์ประหลาด เจ้ามันมาจากไหนนะ
ไพทะวีซึ่งเป็นผู้นำทหารเหล่านั้น แม้จะตกใจ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ จึงต้องรักษาขวัญและกำลังใจให้กับทหารไว้
พวกเรารีบกลับไปเทวะนครกันเถอะ เชือกวิเศษของท่านดาบสคงหยุดมันไว้ตรงนี้ ไพทะวีจ้องมองมัสกีระที่ตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ดวงตาสีแดงของมันฉายแววอาฆาตแค้นออกมา
ทิ้งมันไว้ที่นี่แล้วกัน ไพทะวีสั่ง ก่อนจะเดินทางออกจากป่าอุสุจวรรณคีรี ทิ้งให้มัสกีระถูกมัดอยู่อย่างนั้น
.................................................
สู้ๆ จ้า ganyarut อิอิ ขอบคุณที่ติดตามจ้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านทุกคนเลยจ้า สู้ๆ ฮึ่ม..ม

สุดยอดแห่งความสยอง เอ้ย มหัศจรรย์ แฮ่ๆ![]()
สนุกจังเลยค่ะ อย่าลืมไปอ่านเรื่องของหนูบ้างนะคะ![]()
หยองเลยหรอ อิอิ ขอบคุณ SoDa-Za จ้าที่ติดตาม หุหุ และสู้ๆ จ้า ganyarut ที่แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ อิอิ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะค้าบ ^ ^
ทางออกมันอยู่ไหนกันน้า??
^^สู้ๆจ้า^^
(เราเพิ่งอ่านทัน= =)แหะๆ -v-

วันนี้มาอ่านต่อ![]()
ยังสนุกอีกเหมือนเดิม![]()
สู้ๆนะคะ![]()
วันนี้เราก็มาอ่านต่ออีกนิด
(เมื่อวานเน็ตแทบใช้ไม่ได้แหนะT^T)
สู้ๆจ้า^ v ^
:D
มาอ่านต่อกันเร้วว.... อ่านกันเยอะๆ น๊า จะได้เขียนมาลงให้ไวๆ อิอิ
แท้งกิ้ว SoDa-Za และ ganyarut ที่ติดตามจ้า กำเสี่ยๆ ฮ่อๆ ^ ^
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
http://www.ijigg.com/songs/V2A77044PA0
ที่ไม่เขียนอะไร เพราะ กำลังใจมีให้เต็มเปี่ยม อิอิ สู้ๆ
ขอบจายๆ เอิ๊กก..ก.... สำหรับกำลังใจเด้อค่ะ อิอิ
ไม่ลืมขอบคุณท่านผู้มาเยือนทั้งหลาย ขอบคุณที่ติดตามค้าบ อิอิ
สู้ๆจ้า(เพิ่งกลับมาจากเรียน เหนื่อย- -)กลับมาก็มาเม้นให้เลยนะนี่ ^o^
สู้ๆจ้า :P อิอิ
ขอบใจมากจ้า ganyarut สู้ๆ เช่นกันจ้า อิอิ ^^
สู้ๆจ้า(ไหงไม่มีใครมาเม้นเลยหรอ- -)![]()
มีจ้า ganyarut งัย อิอิ กำลังใจเหลือเฟือจ้า ^^ เอ้า สู้ๆ
อิอิ![]()
^^ อิอิ สู้ๆน้า![]()
การะบูร้องไห้เลยแหะ = =![]()
อิอิ ขอบใจทั้งสองคนเลย อิอิ สู้ๆ จ้า ตะขบ กับ ganyarut


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |