<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32448" type="text/javascript"></script> |
|
มณีนพรัตน์ ภาค ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ (จบ) ภาคต่อ รัชทายาทแห่งคาริมจันทร์ (เริ่มแล้วจ้า)
เมื่อกุมารน้อยกำเนิดมากับอัญมณีเก้าเม็ดพร้อมกับพลังของอัญมณีนั้น เมื่อใดที่อัญมณีทั้งเก้าเม็ดนี้มารวมกัน ผู้ครอบครองจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่งในโลกนี้ การช่วงชิงอัญมณีและการปกป้องอัญมณีจากปีศาจร้ายจึงได้เริ่มขึ้น อัพตอนใหม่ 56 - ตอน ช่องเขาหัวกะโหลก 3
post ครั้งแรก: Sun 2 September 2007, 11:42 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 July 2008, 7:53 pm
|
ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ ตอน พบพาคีรัช
ภายในป่าแห่งหนึ่งยามเช้า กันทะนะพาสิวินทรา การะบู การะเก และอชิระขี่หลังกำลังเดินออกมาจากป่าสู่บริเวณทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง
นี่มันที่ไหนกัน กันทะนะพูดขึ้นมา
นั่นสิ เมื่อคืนเราวิ่งมาทางไหนกัน การะบูทำท่าครุ่นคิด
ข้าจำได้ว่า เราวิ่งมาจากทางนั้นนะ การะเกชี้ไปป่าอีกด้านหนึ่ง
ไม่หรอก ข้าวิ่งมาจากทางนั้นต่างหาก กันทะนะบุ้ยปากไปอีกทางหนึ่ง
แต่ข้าว่า เจ้าเดินต่อไปข้างหน้าจะดีกว่านะ จะทางไหนก็ช่าง อย่ากลับทางที่เดินมาดีกว่า การะบูออกความเห็น
ข้าว่าเราเดินไปข้างหน้าเหมือนที่ท่านน้าการะบูว่าดีกว่านะ อชิระเห็นตาม
ถ้าอย่างนั้นก็ ไปข้างหน้านั้น การะเกชี้
ก็ได้ งั้นไปทางนี้แล้วกัน กันทะนะว่าแล้วก็เดินต่อไปข้างหน้า
ข้าเป็นห่วงท่านตากับฝ่าบาทจัง สิวินทราเอ่ยขึ้นมา
ข้าก็เป็นห่วงเหมือนกัน การะบูหันมามองสิวินทรา
ข้าด้วย การะเกตาม
ข้าก็เหมือนกัน เป็นห่วงท่านแม่ด้วย อชิระพูดทำเสียงอ่อย
แต่ข้าว่า...ท่านตากับฝ่าบาทคงต้านจอมมารอยู่นะ กันทะนะพูด
ข้าก็คิดว่า จอมมารคงทำอะไรท่านตากับฝ่าบาทไม่ได้หรอกนะ การะบูว่า
เรากลับไปหาท่านตาดีไหม สิวินทราถาม
กันทะนะหยุดเดิน แล้วเหลือบตามองทั้งหมดที่อยู่บนหลังตัวเอง
ฝ่าบาทบอกให้พวกเราหนี ข้าว่าพวกเรายังไม่ควรกลับไปนะ การะบูว่า
ข้าว่าเราหนีไปก่อนจะดีกว่า การะเกพูด
แล้วเราจะหนีไปไหนกัน?... สิวินทราถาม
ทั้งหมดเงียบ ไม่มีใครให้คำตอบได้ กันทะนะจึงเดินต่อไป
ข้าว่าหนีไปเรื่อยๆ ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้คือพาเจ้าหนีให้พ้นจอมมารนั้น กันทะนะออกความเห็น
.................................................
หลังเขาอุสุจวรรณคีรี ขณะที่สัตว์ป่าทั้งหลายออกหากินบริเวณหลังเขานั้น เสียงหนึ่งก็ดังมา
พวกเราหนีเร็ว!...สัตว์ประหลาดแห่งตาละจีกำลังมาทางนี้
สัตว์ป่าทั้งหลายต่างตกใจกับเสียงเตือน ต่างวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น บ้างก็วิ่งขึ้นต้นไม้ บ้างก็หลบอยู่หลังพงหญ้า บ้างก็วิ่งเตลิดเข้าป่าไป ดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด ฝูงม้าของทอระดาต่างวิ่งหลบอยู่หลังโขดหินริมลำธาร ป่าบริเวณนั้นตกอยู่ในความเงียบทันที
มัสกีระเดินเข้ามายังหลังเขาโดยไม่สนใจพวกสัตว์ป่านั้น มันเดินต่อไป
นั่นนะเหรอ สัตว์ร้ายที่เกือบเอาชีวิตเจ้ากับกันทะนะ
ทอระดากระซิบถามฉันทัต เมื่อแอบมองมัสกีระที่กำลังเดินอยู่ไกลๆ
เจ้าตัวแบบนี้แหละ สัตว์ประหลาดแบบนี้ แต่ตัวนี้ดูท่าทางไม่เหมือนตัวที่ข้าเจอเลย
ทำไมล่ะ
เจ้าตัวที่ข้าเจอตอนนั้นดูมันดุร้ายมากๆ แต่เจ้าตัวนี้ มันดูเหมือนไม่ได้สนใจที่จะทำร้ายใคร เจ้าดูนั่นสิ
ทอระดาหันไปมองที่มัสกีระกำลังเดินผ่านหมูป่า ที่พยายามเกาะกิ่งไม้ แต่แล้วมันก็หล่นจากต้นไม้ลงมาตรงหน้าของมัสกีระ หมูป่ารีบปิดหูปิดตาทันทีเพราะคิดว่าคงไม่รอด
อย่าฆ่าข้าเลย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด
มัสกีระหยุดมองหมูป่า ก่อนจะหันไปหาสัตว์ตัวอื่นๆ ที่แอบมองอยู่ มันไม่ได้ทำอะไรเจ้าหมูป่าตัวนั้น มันมองไปรอบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะเดินละจากไป สัตว์ป่าทุกตัวที่หลบอยู่ต่างแปลกใจ ออกจากที่ซ่อนมองมัสกีระเดินลับหายไปในป่าอีกด้านหนึ่ง
.................................................
สิวินทรากับทั้งหมดเดินมาตามทุ่งหญ้ากว้างแห่งนั้น จนเดินมาพบกับแม่น้ำสายหนึ่ง เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่มีความกว้างหลายร้อยเมตรมองเห็นอีกฝั่งไกลลิบ ลำน้ำไหลเป็นแนวยาวจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ ในลักษณะที่ไขว้ไปไขว้มาไม่เป็นระเบียบ ด้วยความคดเคี้ยวของลำน้ำและด้วยความแรงของกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวยามน้ำหลาก ได้กัดเซาะริมฝั่งตามแนวโค้งจนเกิดร่องน้ำ เมือเวลาผ่านไปนานเข้า ก็ทำให้เกิดเป็นเส้นทางใหม่ จึงมีเกาะกลางน้ำเกิดขึ้นตรงกลางลำน้ำนั้นมากมาย เกาะที่โผล่กลางน้ำมีขนาดที่ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามสภาพ พื้นน้ำเป็นสีเขียวเข้ม แสดงให้เห็นถึงความลึกของสายน้ำนั้นว่าลึกมากเพียงใด แม่น้ำแห่งนี้มีชื่อว่า แม่น้ำบราห์มาพุตรา
พวกเราจะข้ามไป หรือว่าจะกลับไปทางเดิม กันทะนะถามขึ้นมา เมื่อมองไปยังแม่น้ำข้างหน้า
ข้าว่าเรากลับกันเถอะ อชิระพูดขึ้นมา เมื่อมองเห็นสายน้ำที่กว้างใหญ่ขนาดนั้น เจ้าลิงน้อยไม่ชอบสายน้ำนั่นเอง
กลับไปทางเดิมคงไม่ได้ การะบูพูด แต่จะข้ามนี่สิ... เจ้าจะข้ามไปได้ยังไงกันทะนะ แม่น้ำกว้างเสียขนาดนั้น
นั่นสิ เจ้าจะข้ามไปได้ยังไง การะเกตาม
กันทะนะยิ้ม ก่อนจะหันมาพูดกับกระรอกทั้งสอง
พวกเจ้าลืมตอนที่เรากระโดดจากหน้าผาที่เขาปรสิตพรรณแล้วหรือ
แต่แม่น้ำมันกว้างกว่าหุบเหวนั่นนะ ดูสิ..อีกฝั่งอยู่ไกลลิบ การะบูพูด
ใช่ ไกลมากๆ การะเกตาม
ใช่ๆ ไปทางอื่นเถอะ อชิระเสนอ
นั่นสิ กันทะนะ ท่านจะพาพวกเราข้ามไปได้ยังไง สิวินทราสงสัย
พวกเจ้าสังเกตดูตรงกลางแม่น้ำนั่นสิ มันมีเกาะอยู่ กันทะนะมองไปยังข้างหน้า
จริงด้วย..... สิวินทราพูดขึ้นมา
จากตรงนี้กระโดดไปยังเกาะกลางน้ำนั้น ข้ากระโดดได้สบาย กันทะนะพูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ
ข้าว่าไม่ดีมั้ง อชิระไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่ต้องกระโดดข้ามแม่น้ำนั้น
ถ้าอย่างนั้น ก็ข้ามไปฝั่งโน้น จอมมารคงจะตามหาเราไม่เจอ การะบูพูด
อืม...ดีๆ การะเกตาม
ถ้ายังงั้น พวกเจ้าเกาะหลังข้าดีๆ ล่ะ กันทะนะพูดจบก็ถอยมาตั้งหลักเตรียมกระโดด
ข้าว่ามันน่าจะมีทางอื่นอีกนะ อชิระพูดขึ้นมา แต่กันทะนะ ก็วิ่งไปข้างหน้าก่อนจะดีดตัวกระโดดข้ามแม่น้ำที่กว้างใหญ่แห่งนั้น ด้วยพลังของกันทะนะที่มีอยู่ ทำให้ม้าหนุ่มกระโดดได้สูง และล่องลอยอยู่เหนือลำน้ำแห่งนั้น
วู้ๆๆๆ........ สุดยอดด..... กระรอกน้อยสองตัวส่งเสียงร้องออกมา
ขณะที่ลอยอยู่เหนือลำน้ำนั้น อชิระหลับตาปี๋กอดสิวินทราไว้แน่น แต่ก็ยังแอบลืมตามองยังเบื้องล่างด้วยความกลัว แล้วเจ้าลิงน้อยก็สังเกตุเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำนั้น มันมีขนาดที่ใหญ่และยาว มองเห็นเป็นเงาดำๆ แหวกว่ายอยู่ในน้ำสีเขียวเข้มนั้น เจ้าลิงน้อยจึงส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่กันทะนะจะลอยข้ามน้ำจนถึงพื้นเกาะกลางน้ำนั้น
มีอะไรอยู่ในน้ำ
!...
กุบกับ..... เสียงเท้าเหยีอบลงบนพื้น
วู้....สุดยอด กันทะนะ เจ้าสมแล้วที่เป็นอาชาผู้พิชิต การะบูเอ่ยชม
ใช่ๆ เจ้าเก่งจริง การะเกตาม
เมื่อกี้ข้าเห็น มีอะไรบางอย่างอยู่ในน้ำนั่น อชิระบอก
เจ้าเห็นอะไรหรือ อชิระ สิวินทราถาม
อชิระกำลังจะบอก แต่การะบูก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
เจ้าลิงน้อย ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวน้ำ แต่อย่าทำให้พวกเราต้องกลัวไปด้วยสิ
ข้าเห็นจริงๆ นะ อชิระพยายามจะบอก แต่กันทะนะก็พูดขึ้นมา
จะมีอะไรก็ช่าง พวกเจ้าอยู่กับข้า กันทะนะผู้พิชิต จะกลัวอะไรอีก ฮ่าๆๆๆ กันทะนะยืดอกพูด ก่อนจะเดินต่อไปบนเกาะที่มีพื้นที่กว้างขนาดเกือบไร่นั้น
แต่ข้าเห็นจริงๆ นะ อชิระพยายามอีกครั้ง
อชิระ เจ้าเห็นอะไร สิวินทราถาม
ข้าเห็นตัวอะไรบางอย่าง อยู่ในน้ำนั้น มันมีขนาดใหญ่ และยาว อชิระบอก
เอาล่ะ ตัวอะไรก็ช่างนะ เรายังเหลืออีกเกาะข้างหน้าที่จะต้องกระโดดไป ข้าจะพาพวกเจ้าข้ามไปแล้วนะ
ว่าแล้วกันทะนะก็วิ่งไปข้างหน้า เมื่อสุดพื้นม้าหนุ่มก็กระโจนพุ่งตัวออกไป ร่างของกันทะนะ ล่องลอยอยู่เหนือแม่น้ำนั้นอีกครั้ง
วู้........วู้ๆๆๆ การะบูกับการะเกส่งเสียงร้องออกมาอีกครั้ง
แต่สิวินทรากับอชิระมองไปยังพื้นน้ำเบื้องล่างนั้น สิวินทราไม่คิดว่าอชิระจะพูดเล่น จึงมองไปยังแม่น้ำอย่างระวัง ขณะที่ลอยอยู่กลางลำน้ำนั้น ทั้งสองก็มองเห็นตัวอะไรบางอย่างนั้นกำลังอยู่ใต้น้ำ
นั่น มันอยู่ในน้ำนั้น สิ้นเสียงร้องของอชิระ สัตว์ประหลาดที่ว่านั้นก็พุ่งจากน้ำเข้าใส่ร่างของกันทะนะที่ล่องล่อยอยู่กลางอากาศ แต่มันพุ่งไม่ถึงร่างของม้าหนุ่มมันจึงม้วนกลับสู่แม่น้ำนั้น
ตู้มม.....เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับกันทะนะที่กระโดดลงพื้นที่เป็นเกาะอีกครั้งอย่างปลอดภัย คราวนี้ทั้งหมดต่างระมัดระวังกับเจ้าตัวประหลาดที่เห็น
มันตัวอะไรกัน!! กันทะนะถามอย่างหน้าตาตื่นตกใจ กลับมาเป็นกันทะนะตัวเดิมอีกครั้ง
ตัวอะไรกันน่ะ การะบูถามพร้อมกับมองไปยังแม่น้ำที่กว้างใหญ่นั้น
ทำจะทำยังไง พวกเรายังอยู่บนเกาะกลางน้ำอยู่เลย
ทั้งหมดอยู่ในความตกใจกลัว เกาะที่พวกเขายืนอยู่นี้มีขนาดพื้นที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเกาะที่ผ่านมาเมื่อกี้ เจ้าสัตว์ประหลาดรูปร่างยาวเห็นเป็นเงาสีดำ กำลังแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำวนเวียนไปมาอยู่รอบๆ เกาะ
นั่นมันตัวอะไรกัน กันทะนะมองไปยังเงาดำใต้น้ำนั้น
มันว่ายไปมารอบเกาะเลย การะบูพูด
ข้าว่ามันคงไม่ยอมให้เราข้ามไปแน่ๆ เลย การะเกว่า
พวกเราจะทำยังไงดี สิวินทราถามขึ้นมา
นั่นสิ ข้าว่าพวกท่านไม่น่าข้ามมาเลย อชิระพูด
มันจะเป็นสัตว์ประหลาดจากไหนก็ช่างนะ มันอยู่แต่ในน้ำ ข้าว่ามันคงทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก
สิ้นเสียงกันทะนะ ร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดที่ว่าก็พุ่งขึ้นจากน้ำลอยข้ามพวกเขา ก่อนจะพุ่งลงอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ
เหวอ.....ออ
นั่น
ระวังตัวนะพวกเรา การะบูบอก
กันทะนะเริ่มถอยมาอยู่ตรงกลางของเกาะ ขณะที่กำลังกวาดสายตามองหาเงาดำใต้น้ำนั้น ร่างของเจ้าสัตว์ประหลาดตัวยาวก็พุ่งขึ้นมาอยู่บนเกาะจากด้านหลัง กันทะนะรีบหันกลับมาคอยระวังตัวทันที เจ้าสัตว์ประหลาดรูปร่างยาวเหมือนงู แต่ขนาดลำตัวใหญ่กว่าหลายร้อยเท่า มีหงอนตรงบริเวณหัว ดวงตาสีแดงฉาด เขี้ยวแหลมคมเรียงรายอยู่ในปากขณะที่กำลังอ้าปากขู่ฟ่อๆ มีเขี้ยวลักษณะคล้ายงาเล็กๆ อยู่ตรงมุมปากทั้งสองข้าง ตรงบริเวณคางมีครีบอ่อนๆ ที่เป็นลักษณะเหมือนเครายาวมาถึงส่วนที่เป็นคอ มีเกล็ดสีดำทั่วทั้งลำตัว ด้านหลังจากส่วนหัวมีครีบสีน้ำเงินเป็นลักษณะคล้ายหนามยาวไปจนสุดปลายหางที่เป็นครีบสีน้ำเงินเช่นเดียวกัน
ไหนเจ้าว่ามันอยู่แต่ในน้ำไง การะบูหันไปพูดกับกันทะนะ
ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นปลานี่ แต่นี่มันเป็นงูยักษ์นะ สิ้นเสียงกันทะนะ ร่างของงูยักษ์ก็พุ่งเข้าหากันทะนะทันที
กันทะนะฉากหลบแต่เจ้างูยักษ์ก็ฉกเอาตัวอชิระพุ่งจมหายลงไปในแม่น้ำแห่งนั้น
อชิระ
สิวินทราตะโกนเรียก พร้อมกับจะกระโดดไปช่วย แต่การะบูกับการะเกได้ช่วยกันดึงสิวินทราเอาไว้
อย่า!!... สิวินทรา การะบูรีบห้าม
ข้าต้องไปช่วยอชิระ สิวินทราพยายามจะดิ้น
เจ้าจะไปช่วยยังไง เดี๋ยวก็จมน้ำตายไปอีกคน การะบูทำเสียงดังขึ้นมา
สิวินทราทำท่าจะร้องไห้ออกมา แล้วมองไปยังที่อชิระจมหายไปนั้น
อชิระ... สิวินทราเรียก
พวกเราระวังตัวนะ ถูกดึงลงน้ำ เราตายแน่ๆ กันทะนะพูด
สิวินทราร้องไห้ออกมา เมื่อผิวน้ำนั้นนิ่งเรียบ ทั้งหมดเงียบไม่มีใครสามารถช่วยอชิระได้เลย แต่แล้วพื้นน้ำก็มีแรงกระเพื่อมจากใต้น้ำ เกิดเป็นคลื่นน้ำแตกกระจาย พร้อมกับร่างของอชิระที่โผล่ขึ้นมาตะเกียกตะกายว่ายน้ำขึ้นมาบนฝั่ง
อชิระ.... สิวินทราเรียก พร้อมกับกระโดดลงจากหลังของกันทะนะรีบเข้าไปช่วย โดยการะบูกับการะเกวิ่งมาช่วยอีกแรง เมื่อทั้งสามไปถึงตัวของอชิระ พื้นน้ำก็ระเบิดแตกกระจาย ร่างของงูยักษ์สองตัวม้วนเกลียวรัดกันพุ่งขึ้นเหนือน้ำก่อนจะดิ่งลงสู่พื้นน้ำจนน้ำแตกกระจาย งูยักษ์สองตัวกำลังต่อสู้กันใต้น้ำ
นั่นมันมีสองตัว ตายแน่ๆ พวกเรา กันทะนะแหกปากร้องทันทีเมื่อเห็น
เจ้าไม่เป็นอะไรนะอชิระ สิวินทราถาม พร้อมกับยิ้มออกมาเมื่ออชิระไม่เป็นอะไร
ข้าไม่เป็นไร อชิระหันไปมองยังเบื้องหลังที่มีคลื่นใต้น้ำกระเพื่อมไม่หยุด
ข้าว่าพวกมันกำลังต่อสู้กันนะ การะบูว่า
มันต่อสู้กันหรือ การะเกมองการะบู
ข้าถูกดึงลงน้ำไป แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเข้าขวางเจ้าตัวนั้น ทำให้ข้าหลุดขึ้นมาได้ อชิระเล่า
เสียงน้ำแตกกระจายก่อนที่ร่างของเจ้างูยักษ์สีดำนั้นจะเลื้อยขึ้นมาบนพื้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างของงูอีกตัว ที่มีนัยน์ตาสีแดง มีเกล็ดสีเขียวทั่วทั้งลำตัว ด้านหลังจากส่วนหัวมีครีบสีแดงยาวไปจนสุดปลายหางที่เป็นครีบสีแดงเช่นเดียวกัน งูยักษ์สีเขียวเลื้อยขดตัวเข้าขวาง เจ้างูสีดำไม่ให้เข้ามาทำร้ายทั้งหมดนั้น
หลีกไป พาคีรัช เสียงดังมาจากเจ้างูยักษ์สีดำนั้น
เจ้าจะทำร้ายพวกเขาไม่ได้ นิลพัต งูยักษ์สีเขียวพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มดูไม่มีอันตราย
เจ้าอย่าขวางข้าดีกว่า พาคีรัช ข้าไม่อยากทำร้ายพวกเดียวกันเอง
ท่านทำผิดแล้วนะ การกินเนื้อ หาใช่ทำให้ท่านมีพลังเพิ่มขึ้น แต่การบำเพ็ญเพียรต่างหาก พาคีรัช งูยักษ์สีเขียวพูด
ยังไง เจ้าก็อย่ายุ่ง มันเรื่องของข้า นิลพัตงูยักษ์สีดำพูดด้วยเสียงดุดัน
มันอะไรกันละนี่ ข้าไม่ได้เป็นอาหารของผู้ใดนะ เนื้อข้าไม่อร่อยหรอก กันทะนะพูดขึ้นมา
นิลพัต ข้าจะให้เจ้าทำบาปไม่ได้ และเจ้าจะฆ่าใครเล่นๆ ไม่ได้ พาคีรัชพูดด้วยเสียงหนักแน่น
เจ้ามันดื้อด้านนัก พาคีรัช งั้นข้าจะสั่งสอนเจ้าก่อน พูดจบนิลพัตก็พุ่งเข้าหาพาคีรัชทันที เมื่อนิลพัตพุ่งมาถึงพาคีรัชซึ่งรออยู่แล้วก็เอาตัวเข้ารับ งูยักษ์ทั้งสองจึงเข้ารัดกันเป็นเกลียว ต่างฝ่ายต่างพยายามที่จะกัดตรงหงอนของอีกฝ่ายทำให้ร่างพันกันหมุนเป็นเกลียวอยู่อย่างนั้น สิวินทรา อชิระและกระรอกน้อยทั้งสองรีบกระโดดไปบนหลังกันทะนะ ร่างงูยักษ์ทั้งสองเข้ารัดกันกลิ้งไปมาจนกันทะนะต้องกระโดดหลบ
กันทะนะเรารีบหนีกันเถอะ การะบูบอก
ใช่ รีบไปจากที่นี่กัน การะเกตาม
แล้วจะไปกันยังไงล่ะ กันทะนะพูดขณะกระโดดหลบงูยักษ์ทั้งสองที่ม้วนกลิ้งไปมาบนพื้นเกาะแห่งนั้น
พาคีรัชกับนิลพัตต่อสู้กันบนพื้น งูยักษ์ทั้งสองม้วนตัวเข้ารัดกันบนพื้นเกาะเล็กๆ นั้น ทำให้กันทะนะไม่สามารถวิ่งเพื่อส่งตัวเองให้กระโดดได้
ระวัง!!.... เสียงร้องเกือบจะพร้อมๆ กัน ดังขึ้นมาเมื่อปลายหางของงูยักษ์ทั้งสองสะบัดมายังพวกเขาทั้งหมดที่อยู่บนหลังกันทะนะ
เจ้าก็กระโดดไปจากที่นี่ไง การะบูบอกด้วยเสียงที่ดัง
ไม่มีพื้นที่ให้ข้าวิ่ง ข้ากระโดดจากตรงนี้ ไม่พ้นต้องจมน้ำแน่ๆ กันทะนะมองงูยักษ์ทั้งสองต่อสู้กันจนกลิ้งตกน้ำไปพร้อมกับเสียงที่ดังตามมา
พวกเจ้ารีบหนีไป
งูยักษ์ทั้งกลิ้งลงน้ำจมหายไป
ตอนนี้ล่ะ รีบไป เสียงดังขึ้นมาเกือบจะพร้อมๆ กันอีกครั้ง
พวกเจ้าเกาะหลังข้าแน่นๆ ล่ะ กันทะนะถอยตั้งหลักก่อนจะวิ่งกระโจนพุ่งตัวออกไป ร่างของม้าหนุ่มลอยพุ่งอยู่กลางอากาศเหนือแม่น้ำแห่งนั้น ทั้งหมดมองลงมายังพื้นน้ำ มองเห็นเงาสีดำว่ายตามไปจนริมฝั่งก่อนจะพุ่งขึ้นเหนือน้ำ เป็นจังหวะเดียวกับที่กันทะนะกำลังจะลงถึงพื้น คมเขี้ยวของเจ้างูยักษ์สีดำกำลังจะเข้างับคอกันทะนะ มันก็ถูกม้าหนุ่มเตะร่วงเสียก่อน ขณะเดียวกันก็ทำให้กันทะนะเสียหลักร่วงสู่พื้นน้ำแห่งนั้น
เหวออออ.......ร่วงแล้วววว เสียงกระรอกน้อยสองตัวร้องโหวกเหวกออกมาด้วยความตกใจ
ตู้มมม ร่างของกันทะนะหล่นลงน้ำ
ตายแน่ๆ ข้าจมน้ำตายแน่ๆ กันทะนะส่งเสียงร้องออกมา
กันทะนะหนีเร็ว มันมานู่นแล้ว สิวินทราบอกเมื่อมองไปข้างหลังเห็นเจ้างูยักษ์ตัวดำกำลังว่ายตามมา
ไปเร็วกันทะนะ น้ำมันตื้น เจ้าไม่จมหรอก การะบูบอก
เร็วๆ หนีเร็วเข้า การะเก กับอชิระต่างส่งเสียงบอกพร้อมกัน
กันทะนรีบลุกขึ้นมา พบว่าที่ตนเองหล่นลงมานั้น เป็นบริเวณน้ำตื้นที่ใกล้จะถึงฝั่ง
น้ำตื้นนี่หว่า เผ่นก่อนล่ะ ว่าแล้วกันทะนะรีบกระโจน แต่วิ่งในน้ำทำให้ช้ากว่าเจ้างูยักษ์ตัวสีดำนั้น มันเลื้อยพุ่งมาขวางตัวของกันทะนะไว้
ว้ากก ตายแล้ว มันอยู่ข้างหน้า กันทะนะส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น
จัดการมันเลยกันทะนะ การะบูบอก
ขณะที่เจ้างูยาวสีดำกำลังจะพุ่งเข้าหา งูยักษ์สีเขียวก็เข้ามาขวางไว้ พร้อมกับต่อสู้กันอีกครั้ง
รีบไปเถอะ กันทะนะ การะบูบอกอีกครั้ง
กันทะนะรีบวิ่งขึ้นฝั่งทันที เจ้างูยักษ์สีดำยังคงตามมาขวางไว้ด้านหน้า ก่อนที่งูตัวเขียวจะตามมาอีกครั้ง
พวกเขาขึ้นฝั่งแล้ว ท่านทำอะไรไม่ได้แล้ว พาคีรัชงูยักษ์ตัวเขียวพูด
นิลพัตไม่ฟังเสียง พุ่งเข้าใส่ เป้าหมายคราวนี้เป็นสิวินทราที่นั่งอยู่บนหลังม้าหนุ่มนั้น ทันทีที่นิลพัตพุ่งเข้าใส่ มันก็ถูกกันทะนะกระโดดเตะจนหน้าสะบัด
ฮ่าๆๆ บนบกเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก เจ้างูตะกละ คิดจะกินอาชาไนยอย่างข้าหรือ ฝันไปเหอะ
นิลพัตถูกเตะทำให้มันโกรธมากขึ้น มันไม่รอช้าพุ่งเข้าหากันทะนะอีกครั้ง คราวนี้กันทะนะหลบไม่ทัน ถูกนิลพัตเลื้อยเข้าพันตัวเสียหลัก ทำให้สิวินทราหล่นลงกระแทกพื้น ส่วนอชิระการะบูและการะเกต่างกระโดดหนีได้ทัน สิวินทราตกจากหลังกันทะนะล้มลงบนพื้น ลูกแก้วใสกลิ้งออกมาจากในย่าม
ฮี้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ช่วยข้าด้วย...... กันทะนะแหกปากร้องลั่นทันที
แต่ก่อนที่ม้าหนุ่มจะถูกรัดแน่นพาคีรัชก็เข้ามาช่วยไว้เสียก่อน พาคีรัชพุ่งเข้าหมายจะงับที่หงอนตรงบริเวณหัวจากด้านหลัง นิลพัตเห็นก็เอี้ยวตัวหลบ ทำให้ลำตัวคลายออกจากกันทะทะที่ถูกรัด
เกือบไปแล้วสิ อชิระร้องออกมา
กันทะนะ พลังเจ้าหายไปไหนหมด การะบูว่า
นั่นสิ เตะมันไม่กระเด็นเลย การะเกว่าตาม
ลูกเตะข้าทำอะไรมันไม่ได้รึนี่ กันทะนะพูดพร้อมกับกระโดดหลบเมื่อนิลพัตพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
คราวนี้นิลพัตหันไปทางสิวินทราที่กำลังคลานไปเก็บลูกแก้วใส มันจึงพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว
พาคีรัชซึ่งอยู่ห่างเกินไปจึงไม่สามารถเข้าไปขวางได้ทัน
สิวินทรา
....ระวัง... อชิระตะโกนบอก
สิวินทราคว้าลูกแก้วได้ก็ยกมือขึ้นป้องกันก่อนที่นิลพัตจะงับลงมา แสงจากลูกแก้วใสที่อยู่ในมือสิวินทราที่ยกขึ้นมาป้องกันนั้นสว่างจ้า ก่อนจะเกิดพลังบางอย่างเข้ากระแทกนิลพัตให้กระเด็นออกไป
จินดาสมุทร พาคีรัชรำพันออกมา เมื่อเห็นลูกแก้วใสในมือสิวินทรา
เป็นไงล่ะ คราวนี้ ฮ่าๆๆๆ กันทะนะหัวเราะออกมาอย่างดีใจ
เจ้ากำลังทำให้มันโกรธนะ การะบูพูดเมื่อเห็นท่าทางของนิลพัตที่กำลังโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิม
สิวินทรามองดูลูกแก้วในมือ ก่อนจะวิ่งไปที่กันทะนะ การะบูการะเก กระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังของม้าหนุ่ม
แสงสุริยาที่สาดส่องลงมาทำให้เกล็ดของเจ้างูยักษ์เริ่มแห้ง เมื่อโดนพลังจากลูกแก้ว จึงทำให้พละกำลังของมันลดลง นิลพัตจ้องมองไปยังลูกแก้วที่ทำให้ตัวมันถึงกับกระเด็นออกมา
จินดาสมุทร ไข่มุกแห่งทะเลใต้จะทำให้พลังเจ้าลดลง นิลพัต พาคีรัชบอก
นิลพัตรู้ดีว่า ยิ่งมันอยู่บนบกนานเท่าไหร่ มันยิ่งเสียเปรียบ การที่จะทำอะไรไม่ง่ายเสียแล้ว มันจึงหันมามองอย่างเคียดแค้น ก่อนจะพูดกับพาคีรัช
พาคีรัช แล้วเจ้ากับข้าจะได้เห็นดีกัน ว่าแล้วนิลพัตก็เลื้อยลงน้ำหายไป
สิวินทรา...เจ้าทำได้ไง การะบูเอ่ยถาม
ใช่ๆ เจ้าทำได้ไง การะเกตาม
ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ลูกแก้วนี้ที่ช่วยข้าไว้
จินดาสมุทร เจ้าได้มาอย่างไร พาคีรัชถามด้วยความสงสัย
ท่านตาให้ข้ามา
ท่านตาหรือ?.. แล้วท่านตาเจ้าชื่ออะไร
ท่านตาชื่อวาสุกฤต อยู่เขาอุสุจวรรณคีรี การะบูตอบแทน
เป็นอย่างงี้นี่เอง พาคีรัชคลายความสงสัย
ท่านเป็นใคร สิวินทราเอ่ยถามพาคีรัช งูยักษ์ตัวสีเขียวที่มาช่วยพวกเขาไว้
ข้าชื่อพาคีรัช พวกเราเป็นพาสุกรีที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาล
ขอบคุณท่านมากนะ ที่มาช่วยพวกเราไว้ สิวินทรายิ้มให้
ขอบคุณเจ้ามากนะ กันทะนะยิ้ม
ถ้าไม่มีเจ้า พวกเราคงเป็นอาหารของพาสุกรีตัวนั้นไปแล้ว การะบูพูด
ข้าสิ เกือบไปอยู่ในท้องเจ้าตัวสีดำนั่นแล้ว อชิระพึมพำออกมา
ว่าแต่ เมืองบาดาลอยู่ที่ไหนหรือ การะเกสงสัย
ข้าเคยได้ยินนะเมืองบาดาลที่ว่า แต่ไม่เคยรู้จัก กันทะนะพูด
เมืองบาดาลอยู่ใต้มหาสมุทร อยู่ห่างออกไปจากที่นี่มาก พาสุกรีเล่า
แล้วท่านมาที่นี่ได้ยังไง สิวินทราเอ่ยถาม
ข้าตามนิลพัตมา..... พญาอรรณวินทร์ให้ข้าคอยดูเขาอยู่ห่างๆ เมืองบาดาลเราอยู่อย่างสงบมานาน พญาอรรณวินทร์เกรงว่านิลพัตจะนำความเดือดร้อนนั้นมาอีกครั้ง
ดูท่าเจ้านั่นจะอาฆาตเจ้าไม่น้อยนะ ที่ไปขัดขวางมันเข้า การะบูพูด
พาสุกรียิ้มก่อนจะพูด
เขากับข้าทำอะไรกันไม่ได้หรอก เพราะเรามีพลังเท่าๆ กัน สู้กันไปก็มีแต่จะบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ นิลพัตมันคงไม่คิดทำอะไรข้าหรอก
ข้าขอขอบคุณท่านอีกครั้งครับ อชิระก้มคำนับ ที่พาคีรัชเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตไว้
ไม่เป็นไร ว่าแต่พวกเจ้าจะไปที่ไหนกัน
พวกเรา....เอ่อ... การะบูหันไปมองทั้งหมด ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะไปไหน ไม่ใช่เพราะเกรงอันตรายจากพาคีรัช แต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะไปไหนนั่นเอง
พวกเราไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าจะไปทางนั้นนะ ทางทิศประจิม การะบูชี้ไปทางทิศตะวันตก
ขอให้พวกท่านเดินทางปลอดภัยนะ ข้าคงต้องไปแล้ว อยู่บนบกนานๆ เกล็ดข้าเริ่มแห้งแล้ว
ขอให้ท่านโชคดีครับ สิวินทราโบกมือให้
พาคีรัชเลื้อยกลับไปยังริมน้ำ แต่พาสุกรีหยุดครู่หนึ่งก่อนเลื้อยกลับมายังที่กันทะนะยืนอยู่ แล้วอ้อมไปที่หางของตนเองแล้ว เลื้อยไปหาสิวินทรา สิวินทรามองเห็นว่าพาคีรัชกำลังคาบอะไรบางอย่างจะส่งให้ตน สิวินทราจึงได้ยื่นมือรับไว้ เป็นเกล็ดสีเขียวมันวาววับ
นี่เป็นเกล็ดของข้า หากพวกเจ้าถูกดึงลงน้ำ จงอมไว้ในปาก มันจะทำให้พวกเจ้าสามารถอยู่ในน้ำได้นานสามชั่วยาม ข้าต้องไปล่ะ หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีก พูดจบก็หันกลับไป
พวกเราก็เช่นกัน การะบูยิ้ม
ข้าก็เหมือนกัน การะเกตาม
ขอให้ท่านโชคดีนะ อชิระบอก
ขอบคุณสำหรับสิ่งนี้นะ สิวินทราตะโกนบอกขณะที่พาคีรัชกำลังเลื้อยกลับลงน้ำ ว่ายหายไปในความลึกของแม่น้ำนั้น
ลาก่อน กันทะนะตะโกนตาม
ทั้งหมดมองไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า ก่อนที่ร่างของพาคีรัชจะโผล่ขึ้นมาบนผิวน้ำอีกครั้งพร้อมกับตะโกนกลับมา
ลาก่อน
จากนั้นพาสุกรีก้มมุดตัวลงน้ำจมหายไป ทั้งหมดมองไปจนแม่น้ำสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร
พวกเราไปต่อกันเถอะ การะบูบอก
ได้เลย ไปกันต่อพวกเรา กันทะนพูดจบก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็ว
.................................................
ป่าอุสุจวรรณคีรี
เจ้าพบพวกเขาไหมฑุลิกา พญาเศวตรินเอ่ยถามเจ้ากางเขนน้อยขณะกำลังบินกะกิ่งไม้ใกล้ๆ
ไม่มีวี่แววเลยเพคะฝ่าบาท ผืนป่ากว้างใหญ่ แต่หม่อมฉันได้ให้นกตัวอื่นๆ ช่วยกันหาแล้วเพคะฝ่าบาท
พวกเขาไปไหนกันนะ
พญาเศวตรินมีท่าทีกังวล ก่อนหันไปพูดกับวาสุกฤตดาบส
ท่านวาสุกฤต เมื่อจอมมารได้ตายไปแล้ว ข้าคงต้องตามหาตัวสิวินทราเพื่อจะพาเขากลับไปยังโกษิตนครเสียที
ท่านเศวตริน คงต้องรบกวนท่านแล้ว พระฤๅษีพูด
ข้าคงต้องรีบเดินทาง พญาช้างเผือกคำนับพระฤๅษี ก่อนจะเดินจากมา
พระฤๅษีมองตามจนร่างของพญาช้างเผือก กับพารณเดินหายลับไปในป่านั้น
.................................................
ติรัจฉานดินแดนใต้พิภพ พื้นที่ภายในที่เป็นเหมือนถ้ำแต่ไม่มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม กลับมีแต่บ่อลาวาที่ส่องแสงสีแดงไปทั่วผนังใต้ดินแห่งนั้น ไอร้อนระอุออกมาจากบริเวณที่เป็นบ่อลาวา ที่มีเต็มไปทั่วพื้นถ้ำใต้ดิน
ดวงไฟสีแดงลอยล่องเข้ามายังถ้ำใต้ดินแห่งนั้น ก่อนจะลอยมาหยุดอยู่ตรงแท่นศิลา ปรากฏร่างของสิกายาสที่ไม่ได้สวมอาภรใดๆ เผยให้เห็นผิวหนังขรุขระที่มีลักษณะเหมือนถูกไฟไหม้ทั้งตัว จอมมารดูอ่อนกำลังลงไปมาก ในตายังคงฉายแววสีแดงอยู่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกทำร้ายถึงเพียงนี้
อ้าาา
................... จอมมารส่งเสียงร้องอย่างเจ็บแค้นดังก้องถ้ำแห่งนั้น
.................................................
สู้ๆ จ้า ganyarut อิอิ ขอบคุณที่ติดตามจ้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านทุกคนเลยจ้า สู้ๆ ฮึ่ม..ม

สุดยอดแห่งความสยอง เอ้ย มหัศจรรย์ แฮ่ๆ![]()
สนุกจังเลยค่ะ อย่าลืมไปอ่านเรื่องของหนูบ้างนะคะ![]()
หยองเลยหรอ อิอิ ขอบคุณ SoDa-Za จ้าที่ติดตาม หุหุ และสู้ๆ จ้า ganyarut ที่แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ อิอิ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะค้าบ ^ ^
ทางออกมันอยู่ไหนกันน้า??
^^สู้ๆจ้า^^
(เราเพิ่งอ่านทัน= =)แหะๆ -v-

วันนี้มาอ่านต่อ![]()
ยังสนุกอีกเหมือนเดิม![]()
สู้ๆนะคะ![]()
วันนี้เราก็มาอ่านต่ออีกนิด
(เมื่อวานเน็ตแทบใช้ไม่ได้แหนะT^T)
สู้ๆจ้า^ v ^
:D
มาอ่านต่อกันเร้วว.... อ่านกันเยอะๆ น๊า จะได้เขียนมาลงให้ไวๆ อิอิ
แท้งกิ้ว SoDa-Za และ ganyarut ที่ติดตามจ้า กำเสี่ยๆ ฮ่อๆ ^ ^
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
http://www.ijigg.com/songs/V2A77044PA0
ที่ไม่เขียนอะไร เพราะ กำลังใจมีให้เต็มเปี่ยม อิอิ สู้ๆ
ขอบจายๆ เอิ๊กก..ก.... สำหรับกำลังใจเด้อค่ะ อิอิ
ไม่ลืมขอบคุณท่านผู้มาเยือนทั้งหลาย ขอบคุณที่ติดตามค้าบ อิอิ
สู้ๆจ้า(เพิ่งกลับมาจากเรียน เหนื่อย- -)กลับมาก็มาเม้นให้เลยนะนี่ ^o^
สู้ๆจ้า :P อิอิ
ขอบใจมากจ้า ganyarut สู้ๆ เช่นกันจ้า อิอิ ^^
สู้ๆจ้า(ไหงไม่มีใครมาเม้นเลยหรอ- -)![]()
มีจ้า ganyarut งัย อิอิ กำลังใจเหลือเฟือจ้า ^^ เอ้า สู้ๆ
อิอิ![]()
^^ อิอิ สู้ๆน้า![]()
การะบูร้องไห้เลยแหะ = =![]()
อิอิ ขอบใจทั้งสองคนเลย อิอิ สู้ๆ จ้า ตะขบ กับ ganyarut


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |