<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32448" type="text/javascript"></script> |
|
มณีนพรัตน์ ภาค ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ (จบ) ภาคต่อ รัชทายาทแห่งคาริมจันทร์ (เริ่มแล้วจ้า)
เมื่อกุมารน้อยกำเนิดมากับอัญมณีเก้าเม็ดพร้อมกับพลังของอัญมณีนั้น เมื่อใดที่อัญมณีทั้งเก้าเม็ดนี้มารวมกัน ผู้ครอบครองจะมีอำนาจเหนือทุกสิ่งในโลกนี้ การช่วงชิงอัญมณีและการปกป้องอัญมณีจากปีศาจร้ายจึงได้เริ่มขึ้น อัพตอนใหม่ 55 - ตอน ช่องเขาหัวกะโหลก 2
post ครั้งแรก: Sun 2 September 2007, 11:42 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 8 July 2008, 10:48 pm
|
ปฐมบทแห่งมณีนพรัตน์ ตอน กุมารน้อยสิวินทรา
เขาอุสุจวรรณคีรี ที่บริเวณป่าใกล้กับเขตอาศรม การะบูกับการะเกวิ่งเล่นกันไปมาตามกิ่งไม้ แล้วกระโดดไปมาจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง กระรอกน้อยสองตัวส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน
ห่างออกไปไม่ไกลนัก พระฤๅษีวาสุกฤตนั่งทำสมาธิอยู่ใต้ต้นไทรใหญ่
นี่.....พวกเจ้าหยุดเล่นกระโดดกันไปมาจะได้มั๊ย...... ข้าเวียนหัว กันทะนะหันไปบอกกระรอกน้อยทั้งสองตัวอย่างอารมณ์เสีย ขณะที่กำลังกินหญ้าอยู่บริเวณใกล้ๆ
เจ้าอยากเล่นแบบพวกข้ามั๊ย สนุกดีนะ การะบูหยุดกระโดดแล้วหันมายิ้มเชิญชวน
ใช่ๆ สนุกออก... การะเกชวนบ้าง
คงไม่หรอก... ขอบใจ..... ม้าอย่างข้าไม่เหมาะกับการไปวิ่งบนกิ่งไม้แน่ๆ กันทะนะเดินละจากตรงนั้นมาอย่างเอือมระอา ม้าหนุ่มถอนใจแรงๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ บริเวณ เห็นแม่ลิงเพวารากำลังให้นมลูกน้อย จึงเดินเข้าไปหา แต่เอ๊ะทำไมลูกลิงสองตัวถึงไม่เหมือนกันนะ ตัวที่อยู่ในเปลไม่มีขนเลย ตั้งแต่มาอยู่ในบริเวณอาศรม กันทะนะก็เพิ่งจะมาสังเกตวันนี้แหละ
ลูกเจ้าเหมือนมนุษย์มากเลยนะเพวารา....อีกตัวนึงน่ะ.....ที่อยู่ในเปล กันทะนะยิ้มทักทายแม่ลิงในขณะที่เดินเข้าไปหา ก่อนชะโงกดูในเปลอีกครั้ง
ไม่ไปเล่นกับ กระรอกทั้งสองล่ะ ท่านผู้พิชิตมัสกีระ เพวาราทำเสียงเหน็บ
ข้าถนัดวิ่งอยู่บนพื้นดินมากว่ากระโดดไปมาบนกิ่งไม้... แล้วก็...หยุดล้อข้าได้แล้ว เจ้ายังไม่เห็นความน่ากลัวของเจ้าสัตว์ร้ายนั่น กันทะนะพูดไป นึกถึงความน่ากลัวไปจนรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมา
จ้า... พ่อม้าศึก.....
ผ่านไปเกือบปี ข้ายังไม่เคยลืมความน่ากลัวของมัน คมเขี้ยวที่ข้าเกือบไม่ได้มายืนอยู่ที่นี่แล้ว
หยึ๋ย... กันทะนะทำท่าสั่นสยองก่อนที่จะเปลี่ยนไปถามเรื่องลูกของเพวาราอีกครั้ง ว่าแต่...ลูกเจ้า..
สิวินทราไม่ใช่ลูกจริงๆ ของข้าหรอก กันทะนะ แม่ลิงเพวาราบอก กันทะนะทำหน้าสงสัยทันที
แล้วเจ้าไปเก็บมาจากไหนเหรอ.... มนุษย์ที่ไหนทำลูกหล่นไว้.....อย่าบอกนะว่าเป็นลูกท่านตา ฮ่าๆๆ กันทะนะทำล้อเล่น ก่อนจะเงียบเสียงหัวเราะแล้วเหลือบไปมองพระฤๅษีที่นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นไทร
จะบ้าเหรอ เดี๋ยวเจ้าก็เจอดีหรอก ทำล้อเล่นกับท่านตานะ แม่ลิงเพวาราเอ็ดกันทะนะทันที
แฮะๆ... ข้าแค่ล้อเล่น ขออภัยๆ กันทะนะยิ้มแหยๆ
นี่... เล่นให้รู้จักที่ต่ำที่สูงหน่อย
แล้วจะบอกได้รึยัง กันทะนะถาม
ก็ข้ากำลังจะบอกนี่แหละ แต่เจ้าดันสงสัยแล้วพูดขึ้นมาก่อน เพวาราชักรู้สึกปวดหัวกับกันทะนะขึ้นมาแล้วสิ
ข้าขอโทษจ้า... แม่เพวารา... กันทะนะทำเสียงออดอ้อน
เพวาราถอนใจก่อนจะเล่า
สิวินทราเป็นโอรสของพระนางสุจิราเทวี พระนางจะเสด็จไปยังเทวะนคร...........
พระนางสุจิราเทวีเหรอ ชื่อนี้คุ้นๆ นะ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน กันทะนะแทรกขึ้นมา แล้วทำหน้าสงสัย
เจ้าจะให้ข้าเล่าให้จบ หรือให้เจ้าเดาก่อนดี แม่ลิงเพวาราพูดด้วยน้ำเสียงเริ่มรำคาญ
กันนะทะยิ้มออกมา ไม่พูดโต้ตอบใดๆ เพวาราจ้องหน้าม้าหนุ่มอย่างระอาก่อนจะเล่าต่อ
พระนางสุจิราเทวีได้เดินทางไปยังเทวะนครในขณะที่ทรงพระครรภ์ เมื่อถึงกลางป่าได้ทรงประสูติสิวินทรา แต่แล้วสัตว์ร้ายที่เจ้าว่า... มัสกีระ...มันได้ทำลายขบวนเสด็จและฆ่าทหารตายจนหมด ขณะที่เล่าเสียงกันทะนะก็แทรกขึ้นมาอีกครั้ง จนเพวาราทำหน้าหงุดหงิดทันที
จากนั้นพระนางก็เสด็จขึ้นรถพระที่นั่ง แล้ววิ่งฝ่าความมืดออกมา และก็ได้เจอกับเจ้าสัตว์ร้ายที่ขวางทางนั้นอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์นั้นผุดขึ้นมาในความคิดของกันทะนะอีกครั้ง ม้าหนุ่มรู้สึกได้ถึงความสยองของเจ้าสัตว์ร้ายนั่นดั่งกับว่าเหตุการณ์เพิ่งได้เกิดขึ้นไม่นานนี้เอง ข้านี่แหละม้าที่ลากราชรถให้พระนางสุจิราเทวี กันทะนะเล่าเหตุการณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
เจ้านี่นะ กระรอกน้อยสองตัวอุทานออกมาพร้อมกันหลังจากที่ได้ยินทั้งสองคุยกันไม่นาน แม่ลิงเพวาราคลายความหงุดหงิดลงทันทีเมื่อเห็นกันทะนะทำหน้าตาตื่น ความกลัวยังไม่จางหายไปจากตัวม้าหนุ่มเลย
ตอนนั้นข้ากลัวมากๆ แต่ข้ากับฉันทัตม้าอีกตัวก็หนีมาได้ จากนั้นข้าก็วิ่งเข้าป่า จนคิดว่าไกลพอจากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น ข้ารู้ว่ามันมาจากตาละจี ข้าคิดว่าคนพวกนั้นคงไม่รอด และไม่รู้ว่าฉันทัตจะถูกมันฆ่าด้วยรึเปล่า
สิวินทราคงไม่รอด หากพญาเศวตริน คชสารเผือกไม่มาช่วยเอาไว้ก่อน การะบูพูดพร้อมกับกระโดดไปยังเปลของสิวินทรา โดยการะเกวิ่งตาม
คชสารเผือกที่เจ้าเคยบอกข้า
ถูกต้อง... การะบูหันมายิ้ม
ห่างออกไปใต้ต้นไทร วาสุกฤตดาบสลืมตาแล้วหันไปมองที่เปลสิวินทรา ที่ทั้งสี่ตัวนั้นคุยกัน
.................................................
ยามค่ำคืนภายในป่าแห่งหนึ่ง แมลงปีกแข็งจำนวนมากของสิกายาสบินวนไปทั่วป่า ตาสีแดงของพวกมันเป็นเหมือนดวงตาของสิกายาสที่มองเห็นได้ทุกที่ที่แมลงปีกแข็งนั้นบินไป
ไพทะวีซึ่งเฝ้าระวังภัยยามค่ำคืนอยู่แล้ว ราชองครักษ์แห่งเทวะนครก็รู้สึกถึงความผิดปกติท่ามกลางความมืด เขาหาที่กำบัง ซึ่งเป็นโคนต้นไม้ที่มีรากสูงพอที่จะเข้าไปซุกตัวอยู่ในนั้นได้ พุ่มไม้ที่อยู่ตรงบริเวณโคนต้นไม้ใหญ่ช่วยกำบังไว้อีกที
ไพทะวีไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ เขามองฝ่าเข้าไปยังในความมืด ไม่นาน แมลงปีกแข็งจำนวนหนึ่ง ก็บินอยู่เหนือศีรษะเขา ก่อนที่พวกมันจะบินผ่านไป ดวงตาสีแดงที่ลอยล่องอยู่ในความมืดทำให้ไพทะวีรู้สึกผิดสังเกต ว่าพวกมันไม่ใช่แมลงธรรมดา เขาจึงนิ่งแทบจะกลั้นหายใจเพื่อไม่ให้พวกมันมองเห็นตัวเขา พุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ทำหน้าที่บังตัวเขาอีกทีจากสายตาของแมลงปีกแข็งพวกนั้น
.................................................
ภายในป่าอุสุจวรรณคีรี ท่ามกลางความมืด
ในขณะที่สัตว์ป่าทั้งหลาย ต่างหลับใหล กันทะนะม้าหนุ่มยังคงใช้หางปัดริ้นไรที่กำลังไต่ตอมอย่างน่ารำคาญ
ท่านตาน่าจะเสกให้พวกเจ้าหายไปจากโลกนี้เลยนะ น่ารำคาญจริงๆ ม้าหนุ่มบ่นกับตัวเองเบาๆ
แมลงปีกแข็งสีดำตัวหนึ่งบินมายังที่ม้าหนุ่มยืนอยู่ กันทะนะสังเกตเห็นดวงตามันมีสีแดง ไม่เหมือนแมลงทั่วไป แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เจ้าแมลงยังคงบินวนรอบๆ ไปมา กันทะนะใช้หางปัดโดนตัวมันโดนบังเอิญจนตกลงบนพื้น ก่อนที่มันจะบินขึ้นมาอีกมันก็ถูกเหยียบเสียก่อน
มีพวกเจ้าเยอะๆ ข้าคงไม่ได้นอนกันพอดี กันทะนะยังไม่ได้สนใจว่าแมลงปีกแข็งนั้นเป็นอะไร
พวกมันยังมีอีกหลายตัวที่บินวนในป่าอุสุจวรรณคีรีนั้น แต่ว่าพวกมันไม่สามารถมองเห็นเข้าไปในบริเวณที่เป็นอาศรมได้ พวกมันมองไม่เห็นว่ามีถ้ำอยู่ที่นั่นเพราะวาสุกฤตดาบสได้ร่ายเวทมนต์ป้องกันไว้ในบริเวณที่เป็นเขตของอาศรม
.................................................
รุ่งเช้าบริเวณที่กันทะนะยืนอยู่ เมื่อแสงสุริยาสาดส่องเข้ามา ซากของแมลงปีกแข็งที่ถูกเหยียบเมื่อโดนแสงแดดก็ลุกไหม้เกิดควันสีขาวฟุ้งขึ้นมา ไม่นานซากนั้นก็เหลือแต่เศษไหม้ดำๆ
ท่านตา... มาดูนี่เร็ว เจ้าตัวอะไรก็ไม่รู้ จู่ๆ ก็มีไฟลุกไหม้ กันทะนะร้องโหวกเหวกออกมากับสิ่งที่เห็น
การะบู กับการะเกกระโดดจากกิ่งไม้ขึ้นมาบนหลังของกันทะนะ
เจ้าตกใจอะไร การะบูถาม
มีอะไรหรือ การะเกถามตาม
เจ้าดูนั่น..... รอยไหม้...... เมื่อคืนข้าเห็นมันบินเข้ามาในตามันมีสีแดงไม่เหมือนแมลงที่เคยเห็น แต่แล้วมันก็ถูกข้าเหยียบแบนแต๊ดแต๋ พอรุ่งเช้ามันก็ไหม้กลายเป็นขี้เถ้านี่แหละ กันทะนะเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
สิกายาสมันตามมาถึงนี่แล้ว วาสุกฤตดาบส เอ่ยขึ้นมาเมื่อเดินมาเห็นซากของแมลงปีกแข็งนั้น
ตายๆๆ... แย่แน่ๆ แล้วข้าจะหนีไปไหนอีก กันทะนะทำท่าตกอกตกใจ กระโดดย่ำเท้าไปมา
เจ้าไม่ต้องไปไหนหรอก เจ้ากันทะนะ จอมมารมันมีฤทธิ์ในยามราตรีเท่านั้น ในยามทิวากาลอย่างนี้มันทำอะไรไม่ได้หรอก อีกอย่างในเขตอาศรม ข้าได้ร่ายมนต์ป้องกันภัยไว้แล้ว พวกวิญญาณร้ายหรือเหล่าปีศาจจะไม่สามารถเข้ามาในเขตอาศรมได้ เจ้าไม่ต้องกลัว เจ้าจะปลอดภัยเมื่ออยู่ในเขตอุสุจวรรณคีรีนี้ วาสุกฤตดาบสปลอบใจกันทะนะด้วยน้ำเสียงหอบๆ แต่ก็ฟังดูอุ่นใจ
กันทะนะหันไปยิ้มให้การะบูและการะเกที่นั่งอยู่บนหลังของมัน
.................................................
ไพทะวีเดินทางย้อนกลับไปยังเทวะนคร บัดนี้มหานครเงียบเชียบไร้ผู้คน มีแต่ทหารที่ยืนนิ่งไร้ชีวิตจิตใจอยู่ตามจุดต่างๆ ในตัวเมือง ราชองครักษ์แห่งเทวะนครแอบปีนกำแพงเข้ามายังเขตพระราชฐานชั้นใน เขามองเห็นเหล่านางกำนันที่ยังคงปฏิบัติงานรับใช้ตามปกติ แต่ว่าพวกนางเหล่านั้นมีสีหน้าท่าทางและแววตาที่หวาดกลัวต่อทหารที่ยืนเฝ้ายามอยู่รอบๆ บริเวณนั้น อย่างน้อยตอนนี้เขาก็โล่งอกไปเปาะหนึ่ง ที่พวกทหารเหล่านั้น ไม่ได้ทำร้ายใครในวัง
ยามราตรี
ไพทะวีแอบปีนไปยังบริเวณหน้าต่างห้องบรรทม เขากวาดสายตาไปรอบๆ ท่ามกลางความมืดก่อนจะส่งเสียงเรียกเบาๆ
ฝ่าบาท.....
นั่นใคร?.... เสียงพระเจ้าสันทวิชัยดังขึ้น
กระหม่อมเองพะยะค่ะ...
ไพทะวี....เจ้าเองรึ พระเจ้าสันทวิชัยรีบเสด็จมายังบริเวณหน้าต่าง เจ้าได้ข่าวสุจิราแล้วรึ
เอ่อ... กระหม่อม... ไพทะวีอ้ำอึ้งครู่หนึ่ง
ขณะที่กำลังจะพูดอะไรต่อ ร่างของเขาก็กระตุกอย่างแรง ก่อนจะหงายหลังร่วงลงกระแทกพื้นหมดสติ เพียงครู่เดียวเขาก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกับในตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที
.................................................
...สี่ปีต่อมา...
เมืองเทวะนครในยามราตรี ภายในเขตพระราชวัง ณ ห้องบรรทมของพระเจ้าสันทวิชัย ขณะที่พระเจ้าสันทวิชัยกำลังนอนอยู่นั้น สิกายาสก็เดินออกมาจากมุมมืดของห้อง พระองค์บรรทมไม่ลงเลยตลอดที่ถูกกักตัวพระวรกายซูบผอม เมื่อสิกายาสเข้ามาพระองค์จึงทรงรับรู้ทันที
ผ่านไปสี่ปีกว่า ข้ายังตามหาพระนัดดาไม่เจอ แต่พระองค์ไม่ต้องกังวล พญาเศวตรินไม่ปล่อยให้กุมารน้อยเป็นอะไรแน่ ข้ารอคอยมากว่าห้าร้อยปี รอไปอีกซักปีสองปี คงไม่เป็นไร
เจ้ามีแผนอะไร ทรงถามขึ้นมาด้วยพระเสียงอ่อนล้า
เมื่อถึงเวลา พญาเศวตรินจะพาตัวกุมารน้อยมาหาท่านเอง.... ฮ่าๆๆๆ...... สิกายาสหัวเราะออกมา ก่อนที่จะหายไปในเงามืดอีกครั้ง
.................................................
ในป่าแห่งหนึ่งยามราตรีห่างจากเทวะนครไม่ไกล เสียงสะบัดจากผ้าคลุมที่ทำหน้าที่คล้ายปีกของสิกายาสดังแว่วอยู่บนอากาศ มัสกีระหันไปมองตามเสียงก็เห็นสิกายาสกระโดดลงมายังด้านหน้าตน มัสกีระก้มคำนับให้กับสิกายาสซึ่งได้ยืนหันหลังให้
เจ้านำเหล่าวิหิงสาของข้าออกตามหากุมารนั่น ป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวอีกเรอะ สิกายาสพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ทหารที่กลายเป็นครึ่งผีครึ่งคน สิกายาสเรียกคนพวกนั้นว่า วิหิงสา
ท่านสิกายาส.... ขะ..ข้า..ขออภัย มัสกีระก้มลง ใจคิดระแวงว่าจะถูกทำร้ายอีกหรือไม่
ส่งทหารของเทวะนครออกไปอีก ตามหาให้ทั่วพิภพนี้ ไม่ว่าคนสัตว์หรือเทวดาผีป่าอะไรก็ตาม ให้วิหิงสาฆ่าให้หมด ข้าต้องตามหากุมารนั่นให้เจอ สิกายาสพูดออกมาด้วยเสียงกระโชก แววตาฉายแววออกมาอีกครั้ง
.................................................
ผ่านไปสี่ปีกว่า บัดนี้สิวินทรากุมารน้อยได้เติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่น่ารักผิวขาวหมดจดและเฉลียวฉลาด นุ่งผ้ามัดย้อมสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับพระฤๅษีวาสุกฤต สิวินทราเติบโตมาพร้อมกับ อชิระลูกลิงเพวารา อชิระเป็นลิงน้อยที่ฉลาดไม่แพ้กันด้วยความที่เป็นลิง อชิระจึงเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ทั้งสองได้ร่ำเรียนวิชากับพระฤๅษีวาสุกฤต
มัน เต ยา คู มีน ไต
สิวินทรากุมารน้อยท่องคาถาที่เรียนมาใส่ในอุ้งมือก่อนจะขว้างมนต์ตราออกไปตรงลานกว้างหน้าต้นไทร
ฟุ่บ ...พรึบ!...เปลวไฟลุกไหม้เชือกเส้นใหญ่ที่เสกขึ้นมา สิวินทรายิ้มเจื่อนๆ เพราะท่องคาถาผิด
เจ้าท่องผิด ไม่ใช่ไต ต้องเป็นไซ ไหนท่องใหม่สิ วาสุกฤตดาบสบอก
จ้าท่านตา มัน เต ยา คู มีน ไซ........
ฟุ่บ...ควันสีขาวพุ่งขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ปรากฏเชือกเส้นใหญ่แต่ไม่มีไฟลุกไหม้เหมือนดังเช่นตอนแรก
โฮะๆๆ.... เจ้าเรียนรู้ได้ไวจริงๆ พระฤๅษีวาสุกฤตหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
สิวินทรากับอชิระหันมามองหน้ากันแล้วยิ้ม
สิวินทราข้าสอนวิชาให้เจ้ามากมาย แต่เจ้าจงนำไปใช้อย่างเกิดประโยชน์ วิชาที่เจ้าร่ำเรียนมา ห้ามนำไปทำร้ายใคร เจ้าจงจำไว้
ครับ ท่านตา
.................................................
สู้ๆจ้า\ ( >[]< ) /
อิอิ^^
จ้า^^ สู้ๆอีกนะจ้า ^o^
\ (^[]^) /
สู้ๆ จ้า ganyarut อิอิ ขอบคุณที่ติดตามจ้า ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านทุกคนเลยจ้า สู้ๆ ฮึ่ม..ม

สุดยอดแห่งความสยอง เอ้ย มหัศจรรย์ แฮ่ๆ![]()
สนุกจังเลยค่ะ อย่าลืมไปอ่านเรื่องของหนูบ้างนะคะ![]()
หยองเลยหรอ อิอิ ขอบคุณ SoDa-Za จ้าที่ติดตาม หุหุ และสู้ๆ จ้า ganyarut ที่แวะมาเยี่ยมกันบ่อยๆ อิอิ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะค้าบ ^ ^
ทางออกมันอยู่ไหนกันน้า??
^^สู้ๆจ้า^^
(เราเพิ่งอ่านทัน= =)แหะๆ -v-

วันนี้มาอ่านต่อ![]()
ยังสนุกอีกเหมือนเดิม![]()
สู้ๆนะคะ![]()
วันนี้เราก็มาอ่านต่ออีกนิด
(เมื่อวานเน็ตแทบใช้ไม่ได้แหนะT^T)
สู้ๆจ้า^ v ^
:D
มาอ่านต่อกันเร้วว.... อ่านกันเยอะๆ น๊า จะได้เขียนมาลงให้ไวๆ อิอิ
แท้งกิ้ว SoDa-Za และ ganyarut ที่ติดตามจ้า กำเสี่ยๆ ฮ่อๆ ^ ^
ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
http://www.ijigg.com/songs/V2A77044PA0
ที่ไม่เขียนอะไร เพราะ กำลังใจมีให้เต็มเปี่ยม อิอิ สู้ๆ
ขอบจายๆ เอิ๊กก..ก.... สำหรับกำลังใจเด้อค่ะ อิอิ
ไม่ลืมขอบคุณท่านผู้มาเยือนทั้งหลาย ขอบคุณที่ติดตามค้าบ อิอิ
สู้ๆจ้า(เพิ่งกลับมาจากเรียน เหนื่อย- -)กลับมาก็มาเม้นให้เลยนะนี่ ^o^
สู้ๆจ้า :P อิอิ
ขอบใจมากจ้า ganyarut สู้ๆ เช่นกันจ้า อิอิ ^^
สู้ๆจ้า(ไหงไม่มีใครมาเม้นเลยหรอ- -)![]()
มีจ้า ganyarut งัย อิอิ กำลังใจเหลือเฟือจ้า ^^ เอ้า สู้ๆ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |