คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32452" type="text/javascript"></script>
ความมีจุดหมายปลายทาง
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์ ในครั้งที่ 12 แห่งภาควิสาฆบูชาในวันนี้อาตมาก็ยังคงกล่าวในเรื่อง สิ่งสำคัญที่พากันมองข้ามต่อไปตามเดิม และเนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วย ก็จะถือโอกาส สรุปใจความทุกครั้งด้วย
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ชมแล้ว: 11,899 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 3 September 2007, 12:51 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 4 October 2007, 12:23 pm

หน้าที่ 1 - อวิชชา
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์ ในครั้งที่ 12 แห่งภาควิสาฆบูชาในวันนี้อาตมาก็ยังคงกล่าวในเรื่อง สิ่งสำคัญที่พากันมองข้ามต่อไปตามเดิม และเนื่องจากครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วย ก็จะถือโอกาส สรุปใจความทุกครั้งด้วย สำหรับในวันนี้จะได้กล่าว โดยหัวข้อเฉพาะว่า ความมีจุดหมายปลายทาง เป็นสิ่งที่พากันมองข้าม เราไม่ให้ความสำคัญแก่จุดหมายปลายทาง จึงไม่ได้สนใจ ว่าจะมีใครมีจุดหมายปลายทางกันอย่างไร เช่น ไม่รู้ว่า เกิดมาทำไม เพื่อจะได้อะไร ในฐานะเป็นสิ่งที่ดี ที่สุด ของมนุษย์ หรือว่าเราจะต้องทำอย่างไรจึงจะได้สิ่งนั้น เป็นอันไม่รู้กันเสียทั้งหมด ก็เลยไม่รู้ว่ามีจุดหมายปลายทางอย่างไร



52079



แต่ว่าคนแต่ละคนมันก็มีความคิดและความหวังของตนอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ด้วยกันทั้งนั้น เขาถือเอานั้นเป็นจุดมุ่งหมาย แต่ก็ไม่ได้คิดจนถึงว่ามันเป็นสิ่งสุดท้าย หรือดีที่สุด ดังนั้นจึงมีแตกต่างกันไป ตามความรู้สึกเฉพาะคนเฉพาะวัย จนลูกเด็กๆเขาก็มีความรู้สึกไปอย่างอันหนึ่งว่าอะไรดีที่สุดเท่าที่เราต้องการ ผู้ใหญ่ก็ต้องการอย่างหนึ่ง ไปตามความรู้สึกของตัวแล้วแต่ว่าจะได้รับการศึกษา อบรมมาอย่างไร มันจึงไม่ตรงกัน หรือว่าเราจะมีจุดหมายปลายทางกันอย่างไรและไม่ได้มีไว้ในฐานะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชีวิต นี้คือสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าม ในสมัยปัจจุบัน สมัยโบราณเขามีการบอกการสอนการกล่าว ในฐานะเป็นวัฒนธรรม ประจำบ้านเรือนอบรมลูกหลานที่เพิ่งเกิดมาให้รู้ว่ามนุษย์เรานี้ทำไมถึงที่สุด ที่จบกันที่ตรงไหน ขอให้สังเกตดูให้ดี ความมีจุดหมายปลายทางประจำตัวที่แน่นอนนั้นมีความสำคัญอย่างไร



ถ้าว่าทุกคนมีความตั้งใจต่อสิ่งซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแล้วสิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นสิ่งสูงสุดในชีวิตสำหรับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งทำเล่นไม่ได้ ขอให้ลองไปคิดดูกันทุกคน ว่าเรามีอะไรเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ในฐานะเป็นจุดหมายปลายทาง เมื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นไปโดยทางศีลธรรม หรือในทางศาสนา จุดหมายปลายทางอย่างคนธรรมดา ก็เรื่องรวย เรื่องสวย เรื่องอำนาจวาสนา เรียกว่า ตั้งอยู่ในฐานะอันสูงในทางสังคม อย่างนี้กันเสียมากกว่า อย่างนี้มันไม่ใช่จุดหมายปลายทางอันศักดิ์สิทธิ์สูงสุดหรือยังไม่ถูกต้องก็ว่าได้ เรามีจุดหมายปลายทางสำหรับควบคุมความเป็นไปในชีวิต ให้มันเป็นไปแต่อย่างนั้น ไม่วอกแว่ก ไม่หันเหไปในทางอื่น


ในที่สุดก็จะถึงจุดหมายปลายทางที่ควรจะไปถึง ไปที่ประเสริฐที่สูงสุดได้จริงที่ว่ามีอย่างถูกต้องก็หมายความว่ามันจะไม่ทำความยุ่งยากลำบากให้ ล้วนแต่มีความราบรื่นไปตามลำดับ ตามลำดับ จนกว่าจะถึงที่สุด ที่คนเขาไม่เห็นความสำคัญก็เปล่าไปตามอารมณ์ ไปตามความรู้สึกของตน ของตน ตามแต่ที่มันจะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อเราไม่จุดหมายอันแน่นอนสูงสุดอย่างนี้ คนเราก็เอาตามความรู้สึก ตามอายะขันนะ คือตามแต่ว่าตารู้ จมูก ลิ้น กาย ใจ มันจะเอร็ดอร่อยที่ตรงไหนอะไรอย่างไร แต่ถ้าเรามีจุดหมายปลายทางอันแน่นอน ก็ควบคุม ตา หู จมูก ลิ้น กายใจไว้ได้ ไม่ไปมัวหลงใหลอยู่แต่ที่ตรงนั้น เมื่อไม่มีความแน่นอน มันก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาเอง ที่เรียกว่าความรู้สึกทางอายัตนะ ถ้าเกิดปล่อยไปตามความรู้สึกตามอายัตนะแล้วมันก็คือตามอำนาจของ อวิชชา เพราะว่าคนเราไม่มีความรู้มาแต่ในท้อง เกิดมาแล้วก็ไม่ได้ศึกษาว่าอะไรเป็นความหลุดพ้นจากความทุกข์นี้ เรียกว่ามีอวิชชา


เมื่อได้สัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดเวทนา เกิดตัณหา ตามที่อวิชชาจะพาไป มันก็พาให้วนเวียนอยู่แต่ในวงกลมของกิเลศ ของกรรมและของวิบาก เมื่อเป็นเฉพาะเรื่องเฉพาะขณะ ขณะแต่ก็วนซ้ำกันอยู่ ในเรื่องของกิเลศของกรรมของวิบาก ในที่สุดมันก็รู้แต่เรื่องทางวัตถุที่ทางสิ่ง คือในสิ่งบรรดา สิ่งที่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จะรู้สึกได้ ในลักษณะเช่นนี้ เราโดยมากจึงไม่สามารถ ที่จะควบคุมจิตใจ ไม่สามารถที่จะควบคุมเกิดแห่งกิเลศ ถือกลายเป็นของธรรมดาไป ในการที่จะมีกิเลศ มันก็วนเวียนอยู่แต่ในกองกิเลศ ซึ่งก็จะเข้าใจกันได้มันไม่ได้ออกไปจากวงกลม ของกิเลศ ของกรรม ของผลกรรมเพราะเหตุนี้ ที่นี้ก็มาดูถึงข้อที่ คนเราโดยเฉพาะสมัยนี้ ไม่มีจุดหมายปลายทางตามหลักพระศาสนา เพราะว่าก็เป็นเพราะการศึกษา ไม่มีคือไม่เป็นไปในลักษณะเช่นนั้น การศึกษาที่เด็กๆได้รับไม่มีการชี้แนะ ให้เด็กๆ มีจุดหมายปลายทางในลักษณะที่เป็นอุดมคติ ในระบบการศึกษาไม่มีหลักเกณฑ์ที่จะสอนให้รู้ว่าเกิดมาทำไม เป็นต้น


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,056 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ความมีจุดหมายปลายทาง [11,900]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,720]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,823]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [273,919]
Global Warming { English } [112,504]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.