 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32455" type="text/javascript"></script> |
|
ความรักดี
ท่านสาธุชน ผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์เป็นครั้งที่ 11 แห่งภาควิสาฆบูชา ในวันนี้อาตมาก็ยังจะคงกล่าวเรื่อง สิ่งสำคัญที่พากันมองข้าม ต่อไปตามเดิม แต่ในวันนี้จะกล่าวโดยหัวข้อว่า ในความรักดีคือสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าม ขอทำความเข้าใจเป็น
post ครั้งแรก: Mon 3 September 2007, 3:47 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 8 October 2007, 10:24 am
|
หน้าที่ 1 - ปริยติธรรม
ในวันนี้ได้มีพระคณาธิการที่เป็นครูบาอาจารย์ สอนปริยติธรรมทั้งหลาย มาเพื่อประกอบพิธีปิดการประชุมในวันนี้ และขอร้องให้อาตมากล่าวสิ่งที่เป็นประโยชน์ แก่ท่านครูบาอาจารย์เหล่านั้นด้วย นี้ประการหนึ่ง และก็อีกประการหนึ่งมีนักเรียนจำนวนใหญ่ จำนวนหนี่งก็มาพ้องกันในวันนี้ เพื่อฟังธรรมะเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นประโยชน์แก่หน้าที่การงานของตน จึงถือเอาเป็นโอกาสรวมกันเข้าเป็นเรื่องเดียว คือการบรรยายประจำสัปดาห์ซึ่งจะต้องติดต่อกันไปตามเนื้อหาของเรื่องนั้นก็ดี คำพูดที่จะฝากไว้ กับคณาธิการครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็ดี
คำบรรยายที่จะกล่าวแก่นักเรียนทั้งหลายก็ดี สามเรื่องนี้ขอบรรยายรวมกันในเรื่อง ว่าความรักดี และฐานะเป็นสิ่งที่พากันมองข้าม ขอทำความเข้าใจแก่ท่านทั้งหลายที่พึ่งมาฟังในวันนี้ ให้เป็นที่เข้าใจสักเล็กน้อยก่อนว่า เรากำลังพูดกันถึงเรื่องสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าม หมายความว่าเราสร้างความเจริญให้แก่ตัวไม่ได้ ให้แก่สังคมไม่ได้ให้แก่ประเทศชาติศาสนาก็ไม่ได้ คือมันไม่มีความก้าวหน้าในทางศีลธรรมหรือวัฒนธรรมนั้นเอง โทษอันนี้มันเกิดขึ้นเพราะเราพากันมองข้ามสิ่งสำคัญ ที่ไม่ควรจะพากันมองข้าม และก็พากันมามองข้ามเสียหมด จึงขอเตือนว่าให้ดูกันเสียดี ๆ อย่าได้มองข้ามสิ่งสำคัญเหล่านั้นเลยขอให้สนใจไปตั้งแต่สิ่งแรกซึ่งอาตมาจะได้กล่าวทบทวนอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งแรกก็คือมนุษย์กำลังจะสิ้นสุดมนุษยธรรม มนุษยธรรมคือความเป็นมนุษย์หรือธรรมะที่จะทำให้ความเป็นมนุษย์เดียวนี้มนุษย์ในโลกกำลังจะสิ้นสุดแห่งมนุษยธรรม เขาไม่รู้ว่าเป็นมนุษย์นั้นเป็นทำไมเป็นอย่างไรเป็นมนุษย์จะไปไหน เขารู้แต่เรื่องประโยชน์ทางวัตถุ เอาประโยชน์ทางวัตถุ เรื่องกิน เรื่องกาม เรื่องเกีรยตินี้มาเป็นมนุษยธรรม และก็เป็นเรื่องวัตถุไปหมดมันก็ส่งเสริมกิเลสยิ่งขึ้น มนุษย์นี้ก็ เลวลง ๆ คือไม่มีธรรมะไปมุ่งมั่นแต่เรื่องความเจริญทางวัตถุ การศึกษาในโลกมีสภาพเหมือนกับหมาหางด้วน สอนแต่หนังสือกับอาชีพ
นักเรียนทั้งหลายก็จงสังเกตุตัวเองให้ดีว่า เราเรียนกันแต่หนังสือกับวิชาชีพแล้วก็จบกัน เรื่องสำคัญที่สาม คือ เรื่องธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์นั้นเรายังไม่ได้เรียน เมื่อโรงเรียนเขาไม่สอน เรารักตัวเรา เราก็แสวงหาเอาเอง เรียนหนังสือในโรงเรียน เรียนวิชาชีพในโรงเรียน ส่วนเรื่องที่สามนั้น เราแสวงหาเอาเองให้สุดความสามารถของเรา บิดามารดาที่รักลูกรักหลานก็ช่วยหามาให้ ให้ลูกหลานได้ศึกษาได้เล่าเรียนแม้แต่นอกโรงเรียน เรื่องความเป็นมนุษย์อย่างไร ครูบาอาจารย์พระเจ้าพระสงฆ์ที่สอนปริยติธรรมก็ช่วยรับภาระในเรื่องนี้ คือสอนเรื่องของธรรมะสำหรับความเป็นมนุษย์ถ้าได้เรื่องนี้มาอีกเรื่องหนึ่ง การศึกษาก็สมบูรณ์ไม่เป็นหมาหางด้วนอีกต่อไป มนุษย์เราก็จะเอาตัวรอดได้ เดียวนี้มนุษย์ก็เรียนแต่เรื่องหนังสือกับเทคโนโลยีจนเป็นคนเก่งกล้าสามารถเหลือประมาณ
แต่ท่านไปถามเขาว่านี้พวกคุณจะไปไหนกันที่เก่งกล้าสามรถเป็นอย่างนี้ เขาก็ตอบว่าข้าพเจ้าไม่รู้ ขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ แล้วถามเขาต่อไปว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้นั้นคืออะไร เขาก็บอกว่าข้าพเจ้าไม่รู้ขอให้ไปถามคอมพิวเตอร์ แล้วก็ถามว่าเมื่อไม่รู่ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรจะได้แล้ว เดียวนี้ท่านจะเดินหรือประพฤติปฏิบัติให้ถูกกับเรื่องนั้น ๆ ได้อย่างไร
เขาก็ตอบว่าข้าพเจ้าไม่รู้ให้ไปถามคอมพิวเตอร์ มันเป็นเรื่องบ้าบอสักกี่มากน้อยท่านก็ลองคิดดูเถอะว่าอะไร ๆ ก็ให้ไปถามคอมพิวเตอร์นี้ก็คือการศึกษาหมาหางด้วนมันเป็นอย่างนี้ มันมีผลที่ว่าอะไร ๆ ก็ไปถามคอมพิวเตอร์
พวกเธอทั้งหลายจงพยายามศึกษาหาความรู้ ที่จะทำให้รู้ว่าเราจะเป็นมนุษย์กันอย่างไร อะไรเรียกว่ามนุษยธรรม มันกำลังจะสิ้นสุดอย่างไร เราก็ช่วยกันต่อต้านไว้ไม่ให้มันสิ้นสุด นี้ก็คือสิ่งแรกที่เราพากันมองข้าม คือข้อเท็จจริงที่ว่ามนุษย์กำลังจะสิ้นสุดมนุษยธรรม ทีนี้ข้อที่สอง สิ่งที่พากันมองข้ามนั้นก็คือ ข้อที่ว่า โลกของพระศรีอารนั้นอยู่แค่ปลายจมูก โดยทั่วไปเขาจะฝากกันไว้อีกที่ กับกี่กัณฑ์ก็ไม่รู้กว่าจะถึงโลกของพระศรีอาร นั้นคือเขามองข้ามโลกพระศรีอารที่นี้และเดียวนี้ คำว่าศรีอารียเมตไตย แปลว่า อาศัย เมตตาอันประเสริฐสุด อาศัยเมตตาอันประเสริฐสุด คือคำว่า ศรีอารียเมตไตย เมื่อใดมีเมตตาถึงขนาดเต็มเปรี่ยม เมื่อนั้นเมื่อนั้นโลกนี้ก็เป็นโลกพระศรีอารหรือศรีอารยะเมตตรัย ความเมตตาคือความรักผู้อื่นเป็นหัวใจของศาสนาทุกศาสนาจะเป็น พุทธ คริสต์ อิสลาส อะไรเขาก็เน้นในความรักผู้อื่น เมื่อรักผู้อื่นแล้วมันหมดปัญหาโดยประการทั้งปวง ช่วยมองไปในทางที่ว่าเมื่อรักผู้อื่นแล้วเราฆ่าเขาไม่ได้ การฆ่าก็ไม่มีในโลก เมื่อรักผู้อื่นแล้วก็ขโมยใครไม่ได้ การขโมยก็ไม่มีในโลก การเอาเปรียบการช่อช่นโดยวิธีทางการเมืองทางอะไรก็ตามมันก็ช่อชลใครไม่ได้ เมื่อรักผู้อื่นแล้วการประพฤติผิดประเพณีในลูกเมียบุตรภรรยาสามีใครก็ตามก็ทำไม่ได้ เพราะว่าเรารักผู้อื่น เมื่อเรารักผู้อื่นแล้วเราก็โกหกหลอกลวงไม่ได้ รักผู้อื่นแล้วเราก็ดื่มน้ำเมาให้เมามายให้เป็นที่ลำคาญแก่ผู้อื่นไม่ได้ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันก็ไม่มีอันตรายใด ๆ ในหมู่มนุษย์มมีแต่ความรักมีแต่ความอยู่กันเป็นผาสุข รักผู้อื่นคำเดียวทำให้โลกพระศรีอารียเมตไตยเกิดขึ้น
ดังนั้นจึงกล่าวว่าโลกพระศรีอารียเมตไตยนั้นอยู่แค่ปลายจมูก เพียงแต่ทุกคนรักผู้อื่นเท่านั้นโลกนี้ก็จะเป็นโลกพระศรีอารียเมตไตยขึ้นมาทันที ถ้าเราต้องการเราก็ต้องช่วยกัน ประพฤติปฏิบัติ กระทำ ต่อสู่ รณรงค์ หาแนวร่วมอะไรก็ตามให้มันเกิดความรักผู้อื่นขึ้นมาที่นี้เดียวนี้ให้จนได้ก็เกิดลกพระศรีอารียเมตไตย นี้ข้อที่ สามที่พากันมองข้ามคือคำว่าทำภาวนา การทำภาวนาเด็ก ๆ มักจะเอาไปหัวเราะเยอะว่ากระทำภาวนาปากว่างุบงิบ ๆ ทำภาวนาเหมือนกับคนบ้าคนบอเราไม่อยากจะเล่นด้วยไม่อยากจะเอาด้วยนี้พากันมองข้ามอย่างผิด ๆ กระทำภวานานั้นคือเขาทำจิตให้เจริญ ทำจิตให้เจริญโดยวิธีใดวิธีนั้นเรียกว่า ทำภาวนา ระวังด้วยดีจิตมันกำลังทรามมันกำลังต่ำทรามด้วยอารยธรรมแผนใหม่ที่เข้ามาสู่เมืองไทย ทำให้บ้ากามรมณ์ ทำให้นิยมในความฟรี ความเฟ้อในทางกามรมณ์จิตมันต่ำทรามลงไป ๆ จนไม่มีอะไรเหลือ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม