คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32463" type="text/javascript"></script>
พระพุทธเจ้าสอนเรื่องของเรา ความจริงของชีวิต อริยสัจ 4
คำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง (ความจริงของชีวิต อริยสัจ 4) คนเรามักเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าสอนในสิ่งที่เราทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่ห่างไกลตัว เป็นสิ่งต่างหากจากชีวิตประจำวันของเรา เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่รู้ก็ได้ ไม่รู้ก็ได้ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้
ผู้เขียน: เศวตริน ชมแล้ว: 51,956 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 September 2007, 12:21 am ปรับปรุงล่าสุด: Wed 27 February 2008, 11:44 am
สารบัญ

หน้าที่ 3 - เหตุให้เกิดทุกข์ และเหตุที่ให้ดับทุกข์
เหตุให้เกิดทุกข์ และเหตุที่ให้ดับทุกข์

นักศึกษา : อาจารย์คะวันก่อนมีฝรั่งอาสาสมัคร Peace Corps ในภาควิชาภาษาอังกฤษ มาถามหนูว่าพระพุทธเจ้าที่คุณนับถือท่านสอนอะไร

อาจารย์ : แล้วหนูตอบเขาว่าอย่างไรล่ะ

นักศึกษา : หนูก็บอกว่าท่านสอน “เรื่องของเรา” แล้วอธิบายตามความเข้าใจของหนูจากที่ได้ฟังอาจารย์วันก่อนน่ะค่ะ เขาสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องจริงๆ ของชีวิตเรา

อาจารย์ : นอกจากท่านสอน เรื่องของเราเกี่ยวกับความทุกข์แล้ว ท่านยังสอนให้เรา เลือกเป็นอะไรก็ได้

นักศึกษา : เรื่องนี้ก็น่าสนใจอีกล่ะค่ะ หนูอยากเรียนให้รู้ตามคำสอนเร็วๆ จังว่า ท่านสอนให้เราเลือกอย่างไร ถ้าเราเลือก “เป็น” ได้ตามใจชอบก็ดีน่ะซีคะ

อาจารย์ : พระพุทธองค์สอนให้เรารู้ว่า เราเลือกได้ และเลือกได้จริงๆ

นักศึกษา : เช่นอย่างไรคะ อาจารย์กรุณาขยายความ

อาจารย์ : เช่น เราจะเลือกเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน หรือเป็นเปรตก็ได้ หรือจะเลือกเป็นมนุษย์ เป็นเทวดา เป็นพรหมก็ได้

นักศึกษา : สวดอ้อนวอนขอเอา หรือตั้งจิตคิดปรารถนาเอาหรือคะ

อาจารย์ : ไม่ใช่จ๊ะ สอดอ้อนวอนขอไม่ได้ คิดปรารถนาเอาเฉยๆ ก็ไม่ได้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ไว้ในอิฏฐสูตร (22/43/42-43) ว่า “....อายุ วรรณะ สุข ยศ สวรรค์ ธรรม 5 ประการนี้ น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ หาได้ยากในโลก เรามิได้กล่าวว่าจะพึงได้ เพราะเหตุแห่งความอ้อนวอน หรือเพราะเหตุแห่งความปรารถนา ถ้าธรรม 5 ประการนี้ จะได้เพราะเหตุแห่งความอ้อนวอน หรือเพราะเหตุแห่งความปรารถนาแล้วไซร้ ในโลกนี้ใครจะพึงเสื่อมจากอะไร....”

นักศึกษา : ถ้าอย่างนั้น เราจะเลือกอย่างไรคะ คงไม่เหมือนเลือกซื้อของเลือกวิชาเรียนต่างๆ เป็นแน่

อาจารย์ : ไม่เหมือนจ้ะ อยากเป็นอะไรต้องเลือก “เป็น” ด้วยการกระทำดังพุทธพจน์ใน วาเสฏฐสูตร (13/707/489) ว่า “โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หมู่สัตว์ย่อมเป็นไปเพราะกรรม....บุคคลจะเป็นคนชั่วคนดีก็เพราะกรรม เป็นชาวนาก็เพราะกรรม เป็นโจรก็เพราะกรรม เป็นคนรับใช้ก็เพราะกรรม ฯลฯ”

นักศึกษา : กรรมหมายถึงอะไรคะ

อาจารย์ : หมายถึงการกระทำ ถ้าเราอยากเลือกเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรตเป็นต้น เราก็เลือกทำอกุศลกรรม 10 อย่าง ได้แก่ การกระทำทุจริตทางกาย 3 อย่าง คือ ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม ทุจริตทางวาจา 4 อย่าง ได้แก่ พูดเท็จ พูดยุแหย่หรือส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้า ทุจริตทางใจ 3 อย่าง คือ คิดเพ่งเล็งอยากได้ของเขามาเป็นของเรา คิดพยาบาทปองร้าย มีความเห็นผิดเป็นชอบ เช่น เห็นว่า บาป บุญ ไม่มี พลแห่งบาปผลแห่งบุญไม่มี เป็นต้น

นักศึกษา : หนูยังงงๆ อยู่เลยค่ะว่า ผู้ฆ่าสัตว์ เลือกเป็นสัตว์นรก หรือสัตว์เดรัจฉานอย่างไร

อาจารย์ : เราต้องรู้จักหันกลับมาสังเกต สำเหนียก ความรู้สึกนึกคิด หรือใจเรา ในขณะที่จะฆ่า ว่าเป็นอย่างไร เช่น ขณะที่ยุงมากัดเรา เราตบมัน ใจเรา เป็น อย่างไรใน ขณะ นั้น
นักศึกษา : เท่าที่พอสังเกตได้ คือ หนูรู้สึกโกรธมัน รำคาญมัน หงุดหงิด อยากทำลายมัน ฆ่ามัน ขยี่มันบี้มันเพราะมันมากัดเรา
อาจารย์ : ความรู้สึกหรือใจขณะนั้นน่ะ ประกอบด้วยเหตุโทสะ คือ คิดประทุษร้ายจึงทำพฤติกรรมตามอำนาจของเหตุโทสะกายในใจ ใจขณะนั้นชั่วร้ายเหี้ยมโหด สภาพของใจขณะนั้นไม่ใช่มนุษย์ผู้มีใจสูง แต่เป็นสภาพของสัตว์เดรัจฉาน หรือสัตว์นรก ที่คิดแต่จะประทุษร้ายกัน

นักศึกษา : แต่ผู้ฆ่ายุงขณะนั้นก็ยังเป็นมนุษย์นี่คะ

อาจารย์ : ความ “เป็น” ต่างๆ ไม่ใช่อยู่ที่รูปร่างหน้าตา แต่ “เป็น” ตามการกระทำ “ตามกรรม”
ขณะกระทำอกุศลข้อใดข้อหนึ่ง ความเป็นสัตว์นรกหรือสัตว์เดรัจฉาน หรือเปรต ก็ปรากฏขึ้นในใจขณะนั้น นี้คือสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ใน จุนทสูตร (24/165/240) “....ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยอกุศลกรรมบถ 10 ประการนี้นรกจึงปรากฏ กำเนิดเดรัจฉานจึงปรากฏ เปรตวิสัยจึงปรากฏหรือว่าทุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงมี....”

นักศึกษา : แสดงว่าขณะนั้น แม้ว่ารูปร่างหน้าตาจะเป็นมนุษย์ แต่ใจเป็นสัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน แหม! น่ากลัวจังนะคะ

อาจารย์ : คนที่ “รู้” จึงจะรู้สึกน่ากลัว รู้สึกละอายและสะดุ้งต่อการกระทำเช่นนั้น คือ เกิดความละอายต่อบาป กลัวต่อบาป แต่คน “ไม่รู้” ก็จะเฉยๆ ทำชั่ว ทำอกุศล ทำบาป โดยเต็มอกเต็มใจ บางทีสนุกด้วยซ้ำไป

นักศึกษา : ทำไมแค่ตบยุงตัวเล็กๆ ตัวเดียว จึงเป็นไปได้ถึงขนาดนั้นคะ

อาจารย์ : การตบยุงตัวเล็กๆ ให้ตาย ก็คือ การฆ่า เชือดคอไก่ตัวโต ก็คือ การฆ่า ผู้ฆ่ามีเพียงหนึ่ง แต่มันฆ่าได้หลายอย่าง หรือสิ่งที่ถูกฆ่ามีหลายอย่าง ไม่ว่าสิ่งนั้นที่ถูกฆ่าจะเล็กหรือใหญ่ การฆ่า ก็คือความชั่วนั่นเอง อันที่จริงเรากับยุงก็ชีวิตๆ หนึ่งเหมือนกัน

นักศึกษา : แต่มันกัดเรา มันเบียดเบียนเรา เราเจ็บนี่คะ มันทำเราก่อน เราก็ต้องทำมันบ้าง ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

อาจารย์ : ทางเลือกมีอยู่ แต่เราไม่เลือกเองต่างหาก

นักศึกษา : ทางเลือกอย่างไรคะ

อาจารย์ : คือขณะที่มันกัดเราเจ็บ รำคาญ หงุดหงิด ขณะนั้นเรามีเมตตาจิตกับยุงได้ โดยคิดตรงกันข้ามกับการคิดฆ่ามัน

นักศึกษา : คิดอย่างไรคะ

อาจารย์ : คิดว่า เราชีวิตหนึ่ง ยุงก็ชีวิตหนึ่ง เรากลัวตายรักชีวิต มันก็กลัวตาย รักชีวิตเหมือนกัน เราหิวยุงก็หิวเหมือนเรา เลือดของเราเป็นอาหารของมัน มันหิว มันก็มากิน มันเป็นเดรัจฉาน ไม่รู้ผิดชอบ ชั่ว ดี บาป บุญ อะไรก็ไม่รู้ทั้งนั้น จะขออนุญาตกินเลือดเรา ก็ไม่รู้จักทำ จะละหรืองดเว้นจาการกินเลือดเรา ก็ทำไม่เป็น เพราะไม่ใช่วิสัยของเดรัจฉาน ด้วยอำนาจความหิว ก็เสี่ยงตายมาดูดเลือดเรา ถ้าเราไม่ให้เขากิน เราก็ปัดเสีย ไม่น่าเข่นฆ่าเอาชีวิตกันเลย เขาแค่มาแอบกินเลือดเรา แต่เราฆ่าเขาทิ้ง ใครจะชั่วกว่ากัน ลองคิดดูดีๆ
นักศึกษา : ฟังอาจารย์แล้วก็ใจอ่อนนะคะ ไม่น่าฆ่ามันเลยและหนูคิดว่าขณะนั้นเราชั่วกว่ายุง

อาจารย์ : ขณะที่เราเมตตายุง คือหยุดคิดเรื่องโกรธมัน หันกลับมาคิดให้อภัย ด้วยการคิดถึงใจเขา ใจเรา จิตก็อ่อนโยนเกิดความละอายต่อบาป กลัวต่อบาป ละหรืองดเว้นจากการฆ่าได้ในขณะนั้น
ถ้าเราได้หันกลับมาดูความรู้สึก สังเกต และสำเหนียกความรู้สึกหรือใจขณะที่งดเว้นจากการฆ่าได้ จะเห็นผิดกับใจที่คิดจะฆ่าชนิดหน้ามือเป็นหลังมือทีเดียว คือ เป็นความรู้สึกที่ตรงข้ามกันเลย ความรู้สึกหรือใจขณะนั้น เป็นใจที่ประกอบด้วยเหตุที่เป็นกุศล การกระทำการละหรืองดเว้นจากการฆ่าในขณะนั้นเป็นกุศลกรรม พฤติกรรมเช่นนั้นเป็นพฤติกรรมของมนุษย์ หรือของเทวดาเป็นความปรากฏของมนุษย์หรือเทวดาในขณะนั้นเลย พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในจุนทสูตร (24/165/242) ว่า “....ก็เพราะเหตุแห่งการประกอบด้วยกุศลกรรมบถ 10 ประการนี้ เทวดาทั้งหลายย่อมปรากฏ มนุษย์ทั้งหลายย่อมปรากฏ หรือสุคติอย่างใดอย่างหนึ่งแม้อื่นจึงมี....”

นักศึกษา : หนูเห็นด้วยกับที่อาจารย์พูดคะ คือ ใจหรือความรู้สึกที่อยู่ในการฆ่า กับใจหรือความรู้สึกที่งดเว้นหรือละการฆ่า คงจะต่างกันแบบตรงข้ามเลยทีเดียว หนูเป็นพุทธศาสนิก แต่ก็ฆ่าสัตว์บ่อยๆ สำหรับยุงนี่ฆ่าประจำเลยค่ะ ไม่เคยคิดจะละหรืองดเว้นเลย และไม่คิดว่าเป็นบาปอะไรด้วย คิดว่าเป็นสิ่งควรทำด้วยซ้ำไป เพราะเห็นว่ามันเป็นศัตรู นำเชื้อโรคมาสู่เรา แต่ยิ่งฆ่าดูเหมือนยิ่งถูกกัดมากขึ้น

อาจารย์ : มาถึงตอนนี้เธอพอจะมองเห็นรึยังว่า พระพุทธเจ้าสอนให้เราเลือกที่จะเป็นอะไรก็ได้

นักศึกษา : หนูไม่แน่ใจนะคะ แต่หนูเข้าใจอย่างนี้ พอจะใช้ได้ไหมคะ คือ ถ้ายุงมากัดเรา เราคิดจะฆ่ามัน เรามีทางเลือก 2 ทาง คือ ฆ่า กับ งดเว้นจาการฆ่าในขณะนั้น ถ้าเราเลือกฆ่า เราก็เลือกพฤติกรรมของสัตว์นรกสัตว์เดรัจฉาน เราก็เป็นสัตว์นรกหรือสัตว์เดรัจฉานในขณะนั้นตามการกระทำของเรา แต่ถ้าเราเลือกการงดเว้นหรือละการฆ่าในขณะนั้น เราก็เลือกพฤติกรรมของมนุษย์เทวดา เราก็เป็นมนุษย์เป็นเทวดาขณะนั้น

อาจารย์ : ดีจ้ะ ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาความจริงของชีวิต ตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอน ไม่อาจคิดถึงประเด็นนี้ได้ และไม่อยู่ในฐานะที่จะเลือกได้ด้วย
นอกจากนี้เรายังเลือกที่จะเป็นคนสวย ผิวพรรณงามก็ได้ เป็นคนไม่สวยผิวพรรทรามก็ได้ เลือกเป็นคนรวย คนจน คนอายุยืน อายุสั้น โรคมาก โรคน้อย ตระกูลสูง ตระกูลต่ำ คนฉลาด คนโง่ เป็นต้น เลือกได้ทั้งนั้น

นักศึกษา : ขนาดนั้นเชียวหรือคะอาจารย์

อาจารย์ : พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นกัน แปลกมากไช่ไหม

นักศึกษา : แปลกใจ และไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ค่ะ

อาจารย์ : เพราะอะไรจึงคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้

นักศึกษา : เพราะถ้าเลือกได้อย่างนั้นจริงๆ คงไม่มีใครเลือกเป็นคนอายุสั้น โรคมาก ขี้เหร่ ยากจน ต่ำต้อย หรือโง่เง่าหรอกค่ะ ต้องเลือกที่ดีๆ แน่นอน แต่เท่าที่หนูเห็น ก็มีปนๆ กัน ฝ่ายดีดูจะมีน้อยกว่าด้วยซ้ำไป เช่น คนจนมีมากกว่าคนรวย คนสวยก็มีน้อย คนฉลาดก็มีไม่มาก

อาจารย์ : ก็เพราะว่าเขาไม่รู้ว่ามีทางเลือกนะซี ไม่มีใครมาช่วยเปิดทางหรือชี้ทางให้เขารู้จัก จะได้เลือกเดินได้ เคยเดินทางไหนก็จะเดินทางนั้น ไม่เคยได้ยินได้ฟังผู้รู้ท่านชี้ทางผิดทางถูกว่ามีโทษมีคุณอย่างไร จึงมองไม่เห็นทั้งทางผิด ที่จะนำผู้เดินให้ระหกระเหินตกระกำลำบาก มีแต่ทุกข์แต่โทษและทางถูกซึ่งเป็นทางปลอดโปร่ง ราบรื่น ทางที่จะนำไปสู่ความเกษมสุข

นักศึกษา : ทางนั้นมีอยู่จริงไหมคะ หรือเป็นแต่เพียงการเอ่ยอ้างถึงเพื่อเปรียบเทียบเท่านั้น

อาจารย์ : มีอยู่จริง

นักศึกษา : เอ....เป็นไปได้หรือคะ ที่จะไม่มีใครรู้จัก หรือไม่มีใครเคยเดินตามเลย

อาจารย์ : ท่านอุปมาเหมือนคนตาบอดเดินทางนั่นแหละ เดินผิดทางก็ไม่รู้ ถึงจะเดินถูกทางแล้วก็รู้ไม่ได้อีก เพราะตาบอด พวกเราอาจจะเคยเดินถูกทางก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าถูก พูดถึงทางที่ถามว่ามีจริงหรือเปล่านั้นน่ะ ทุกวันนี้เราก็เดินทางอยู่นะ ทางสำหรับเดินของเรา มี 3 ทาง คือ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ

นักศึกษา : อันนี้น่ะหรือคะ “ทาง” จริงๆ ด้วยหนูคิดไม่ถึงเลยทั้งๆ ที่เคยท่องอยู่ว่า การกระทำมีอยู่ 3 ทาง แต่ก็ท่องไปอย่างนั้น ไม่เคยหันกลับมาดูตัวจริงเลยว่า ทุกวันนี้ชีวิตเป็นไปด้วยการดำเนินไปตามทาง 3 ทางนี้เอง

อาจารย์ : พระพุทธองค์ทรงตรัสตรงๆ อยู่แล้วว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม หรือตามการกระทำ ชีวิตต้องเป็นไป มีการกระทำไม่หยุด หยุดเมื่อไหร่ตายเมื่อนั้น

นักศึกษา : หนูก็ยังไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้งเลยนะคะ แต่อยากจะทราบตรงนี้ก่อน คือ ถ้าอยู่อยากรวย สวย ฉลาด แข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเป็นต้น หนูจะต้องเลือกอะไร อย่างไรคะ

อาจารย์ : เลือกทำจ้ะ เพราะสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม หรือตามการกระทำ

นักศึกษา : หนูสังเกตว่าอาจารย์ ย้ำคำว่าเป็นไป

อาจารย์ : คือทั้งเป็นทั้งไป เป็นแล้วต้องไปด้วย

นักศึกษา : อาจารย์กรุณายกตัวอย่างได้ไหมคะ

อาจารย์ : เช่น ขณะที่ยุงมากัดเรา เราเจ็บ รำคาญ โกรธมัน คิดฆ่ามัน เงื้อมือสุดๆ พร้อมที่จะตบ ขณะนั้นฆาตกรปรากฏ กำลังจะทำตามกรรม ถ้าตบลงไปขณะนั้น ก็เป็นฆาตกรโดยสมบูรณ์ เมื่อการฆ่าสิ้นสุดลง ผลแห่งการฆ่าก็จะมีอยู่ในใจเรา คอยแต่เวลาที่จะปรากฏเท่านั้น ปรากฏเมื่อใดก็ต้องไปตามนั้น

นักศึกษา : หนูยังไม่เข้าใจเรื่องผลในใจ เช่น เมื่อตบยุงแล้วรู้สึกว่าแล้วกันไป ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลย

อาจารย์ : เอ....จะอุปมาอย่างไรดี เอาอย่างนี้แล้วกัน ขณะที่เราเรียนหนังสือในชั้นเรียน เราก็กระทำการเรียน พอหมดชั่วโมงแล้วก็แล้วกันไป ไม่มีผลแห่งการเรียนอะไรทั้งสิ้น ถ้าเป็นอย่างนี้เธอจะเรียนไหม

นักศึกษา : ถ้าเรียนแล้ว ไม่มีผลการเรียน หนูไม่เรียนค่ะ แต่เรียนแล้วในชั่วโมง พอหมดชั่วโมงก็ต้องมีผลการเรียนด้วยซีคะ

อาจารย์ : แล้วผลแห่งการเรียนนั้นอยู่ที่ไหนล่ะ

นักศึกษา : ไม่ทราบค่ะ แต่หนูรู้ว่ามี

อาจารย์ : รู้ได้อย่างไร อะไรเป็นหลักฐานว่ามี

นักศึกษา : อย่างเช่นหนูเคยเรียนภาษาอังกฤษ ท่องชื่อเดือนต่างๆ ถ้ามีใครมาถามหนูว่า เดือนธันวาคม ภาษาอังกฤษว่าอะไร หนูก็ตอบได้ทันทีว่า DECEMBER

อาจารย์ : ดี นั่นแหละ เปรียบเทียบการทำดีหรือทำชั่วนั่นแหละ เมื่อทำแล้วต้องมีผลแห่งการกระทำอยู่ในใจ คอยแต่เวลาจะตอบสนองเท่านั้น
แต่การเปรียบเทียบหรืออุปมาอย่างนี้ยังไม่ตรง 100% นะ เพราะตัวอย่างที่ยกมาเป็นเรื่องจำ ซึ่งอาจลืมได้ แต่จำนี้ก็อยู่ในใจเหมือนกัน ส่วนผลของการกระทำทั้งชั่วทั้งดี หรือทั้งบาปทั้งบุญ ไม่เคยลืมที่จะสนองเลย ช้าหรือเร็วเท่านั้น เรื่องนี้ยุติธรรมมาก เพราะเป็นกฎแห่งสากลจักรวาล ไม่ใช่กฏเกณฑ์ที่มนุษย์ตั้งขึ้น

นักศึกษา : แสดงว่าถ้าเราตบยุงขณะนั้น ก็จะต้องมีผลแห่งการกระทำอยู่ในใช่ไหมคะ ถ้าเราไม่ตบ เราปัดมันไปล่ะคะ แสดงว่าเราไม่ได้ทำ ก็ไม่มีผลแห่งการกระทำ ถูกไหมคะ

อาจารย์ : ยังไม่ถูกจ๊ะ

นักศึกษา : ไม่ถูกอย่างไรคะ

อาจารย์ : ไม่ถูกตรงที่เธอเห็นว่าการงดเว้นจากการตบยุงไม่เป็นอันกระทำ เป็นความผิดจ๊ะ

นักศึกษา : อาจารย์กรุณาอธิบาย

อาจารย์ : การตบยุง ฆ่ายุง เป็นการกระทำอกุศลกรรมในข้อที่ 1 ซึ่งท่านกล่าวไว้ในจุนทสูตร (24/165/238/242) ว่า เป็นความไม่สะอาดทางกาย เมื่อการตบยุงผ่านไปแล้ว ผลของบาปหรืออกุศลหรือเรียกว่า อกุศลวิบากก็มีอยู่ในใจ นี้คือการกระทำชั่ว หรือกรรมชั่ว และมีผลของกรรมชั่ว อุปมาเหมือนการประทับตรา เมื่อประทับแล้วต้องมีรอยของตรานั้นปรากฏอยู่
ถ้าขณะนั้นงดเว้นหรือละการฆ่ายุงได้ แสดงว่าไม่ได้ทำกรรมชั่ว แต่ทำกรรมดีหรือกุศลกรรมแทน คือกระทำการงดเว้นจากการทำชั่วในขณะที่ชั่วปรากฏนั่นเอง ผลแห่งการกระทำดีนี้ก็ต้องมีอยู่ในใจ เรียกว่าผลแห่งบุญหรือกุศล หรือเรียกว่ากุศลวิบาก ไม่ใช่ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เธอเข้าใจ
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน จูฬกัมมวิภังคสูตร (14/579-597/287-292) สรุปได้ว่า ผลแห่งการฆ่าสัตว์นี้ เมื่อตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามีโอกาสเกิดมาเป็นมนุษย์จะเป็นผุ้ที่มีอายุสั้น การกระทำที่เป็นไปเพื่อความมีอายุสั้น คือ การฆ่าสัตว์นี้เอง
ถ้าละ หรือ งดเว้นการฆ่าได้ในขณะนั้น เมื่อตายไป จะเข้าถึงสุคติ โลก สวรรค์ ถ้ามีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์ จะเป็นผู้มีอายุยืน ฉะนั้นการกระทำที่เป็นไปเพื่อความมีอายุยืนคือการงดเว้นจากการฆ่าสัตว์นั่นเอง
นั่นคือการที่ยุงมากัด เรามีทางเลือก 2 ทาง คือ ฆ่ากับละการฆ่า ถ้าเราเลือกฆ่า เราก็เลือกเป็นผู้มีอายุสั้นให้แก่ตัวเอง ถ้าเราเลือกละการฆ่าหรืองดเว้นจากการฆ่าสัตว์ในขณะนั้น เราก็เลือกความเป็นผู้มีอายุยืนให้แก่คนเอง

นักศึกษา : แล้วข้ออื่นๆ ล่ะคะ ที่หนูอยากเป็น เช่น คนสวย รวย ฉลาด

อาจารย์ : เธอไปศึกษาเพิ่มเติมในจูฬกัมมวิภังคสูตรนะ

นักศึกษา : อาจารย์คะ ความจริงอันนี้พิสูจน์ได้ไหม

อาจารย์ : ได้ แต่ต้องมีเครื่องมือ

นักศึกษา : เครื่องมือนั้น คืออะไรคะ

อาจารย์ : ตาจ้ะ ตาปัญญา หรือที่เรียกว่า ปัญญาจักษุ หรือดวกตาเห็นธรรม คือเห็นความจริงตามความจริง

นักศึกษา : แล้วเราจะมีเครื่องมือนั้นได้อย่างไรคะ

อาจารย์ : ต้องทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คำสอนของท่านทุกเรื่องเป็นไปเพื่อขัดเกลาความโง่ ความไม่รู้ ความมืดที่มาปิดบังปัญญา เปรียบเหมือนการลับมีด ขณะที่ลับมีดอุปมาเหมือนการละอกุศลต่างๆ เป็นการขัดเกลาความมืดจากใจ ยิ่งลับ คมก็จะยิ่งปรากฏ เหมือนยิ่งละอกุศล ความฉลาดยิ่งปรากฏ
เมื่อขัดเกลาสิ่งที่มาปิดบังออกไปหมด ดวงตาปัญญา หรือ ปัญญาจักษุก็จะปรากฏได้ เมื่อนั้นจึงจะมองเห็นบาป บุญ ผลแห่งบาป ผลแห่งบุญว่ามีจริง

นักศึกษา : อาจารย์คะ เพื่อนหนูเขาบอกว่า ถ้าเขาเห็นนรก สวรรค์ด้วยตาถึงจะเชื่อว่ามีจริง ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาไม่เชื่อ

อาจารย์ : ตานี้เห็นได้อย่างเดียว คือ สี แสง เท่านั้น เอาไปเห็น บุญ บาป ผลแห่งบุญ ผลแห่งบาปไม่ได้ ไม่ใช่วิสัย ไม่ใช่ฐานะ
เรากลับมาเรื่องของเหตุและผลอีกที เธอมีความเห็นอย่างไร ในเรื่องการเลือกการกระทำของเรา

นักศึกษา : หนูเห็นว่า ทุกคนต่างก็เลือกทางดำเนินชีวิตของตนเอง ต้องเป็นไปด้วยตนเอง เพราะตนเองเป็นผู้กระทำ ทั้งผิดและถูกและต้องรับผลการกระทำเอง

อาจารย์ : ดีมาก จับจุดนี้ได้ ผู้ฆ่าสัตว์เป็นผู้เลือกเกิดทางผิด เพราะเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ผู้ที่งดเว้นหรือละการฆ่าสัตว์เป็นผู้เลือกเดินทางถูก เพราะเป็นเหตุให้ดับทุกข์
พระพุทธองค์ตรัสไว้ในเวรภยสูตร (18/1575/384-5) ว่า “บุคคลผู้มีปกติฆ่าสัตว์ ย่อมประสบภัยเวรอันใด ที่เป็นไปในปัจจุบันก็มี ที่เป็นไปในสัมปรายภพก็มี ได้เสวยทุกข์โทรมนัสที่เป็นไปทางใจก็มี ก็เพราะการฆ่าสัตว์เป็นปัจจัย เมื่ออริยสาวกเว้นจากการฆ่าสัตว์เสียแล้ว ภัยเวรอันนั้นเป็นอันสงบไปด้วยประการฉะนี้” บุคคลผู้ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมาหรือสุราเมรัย ก็เช่นเดียวกัน

นักศึกษา : อะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เลือกเดินทางถูกคะ

อาจารย์ : มิตรดี หรือกัลยาณมิตร ซึ่งเป็นผู้มีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริง เมื่อเราได้ยินได้ฟังคำสอนของท่านจะเกิดศรัทธา ผู้มีศรัทธาจึงจะยอมละทางผิด แล้วเดินทางถูกได้

นักศึกษา : อาจารย์คะ หนูแปลกใจว่า ทำไมมีคนทำตามพระพุทธเจ้าน้อย ทั้งๆ ที่มีผู้นับถือพระพุทธศาสนาตั้งเยอะตั้งแยะ

อาจารย์ : จำได้ไหม เราเคยพูดถึงเรื่อง “พุทธแท้” กับ “พุทธในทะเบียน” หรือพุทธตามทะเบียนบ้านน่ะ

นักศึกษา : จริงซีคะ พุทธแท้ๆ ที่จะเคารพ ปฏิบัติตามคำสอนของท่านหายาก บ้านเมืองจึงหาความสงบสุขได้ยากมากในปัจจุบันนี้

อาจารย์ : ถาอยากสงบสุข แต่ละคนต้องจัดการกับตนเองโดยการละทางผิด เลือกทางถูกตามที่พระพุทธองค์ทรงชี้

นักศึกษา : หนูจะพยายามค่ะ กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ สวัสดีค่ะ

-------------------------------------------------+


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 ต.ค. 2550 (12:13)
เป็นความเห็นที่ถูกต้อง
ลูกรัตนโกสินทร์ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 16 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 23 มี.ค. 2551 (21:26)

ได้สาระประโยชน์ดีมาก ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะครับ ไม่ลืมอ้างอิงชื่อ เศวตริน และวิชาการ.com แน่นอนครับ


ballard เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 70 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 เม.ย. 2551 (21:49)
ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ คุณ Ballard อนุโมทนาด้วยครับ อิอิ
เศวตริน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 90 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เศวตริน
(ณ.ณัฐวรา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 3,017 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 90 ครั้ง
ได้รับดาว 154 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

พระพุทธเจ้าสอนเรื่องของเรา ความจริงของชีวิต อริยสัจ 4 [51,957]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,961]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,077]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,632]
Global Warming { English } [142,382]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.