คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32467" type="text/javascript"></script>
ความรักผู้อื่น
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์แห่งภาควิสาฆบูชาเป็นครั้งที่ 5 ในวันนี้ อาตมาก็จะได้กล่าว โดยหัวข้อใหญ่คือหัวข้อที่ว่า สิ่งสำคัญพากันมองข้ามต่อไปตามเดิม สำหรับสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าง ที่จะนำมากล่าวกันวันนี้ได้แก่ สิ่งท
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ชมแล้ว: 11,907 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 September 2007, 11:55 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 11 October 2007, 12:57 pm
สารบัญ

หน้าที่ 2 - ลัทธิคอมมิวนิสต์
ตัวเราฝันเพ้อไปที่จะได้รับความรักจากผู้อื่นแล้วเราก็ไม่รักผู้อื่นไม่รักใคร เราเคยชินกับที่ไม่ได้รักใครไม่ได้ทำอะไรให้แก่ใคร จนเห็นว่าเป็นของธรรมดา เราเห็นว่าเฉยได้ไม่รักใครเป็นของธรรมดา ไม่เห็นเป็นของเสียหายนี้เรียกว่ามองข้ามกันด้วยเหมือนกัน ข้อที่สามต่อไปอีกที่เรามองข้าม ว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหลายในโลกนี้มันเกิดมาจากการที่ไม่มีความรักผู้อื่น



ลองพิจารณาดูทุกอย่างว่าวิกฤตการณ์ใดบ้าง เช่นว่าโลกนี้มีสงครามระหว่างสองฝ่าย ทุกๆคนก็รู้กันอยู่แล้ว เรียกว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตยมันเกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร ก็มันมีจุดอยู่ที่ความไม่รู้จักรักผู้อื่น ถ้าถือธรรมมะถือศาสนากันอยู่เป็นปกติ คือรักผู้อื่นแล้วเหตุการณ์อันร้ายกาจอย่างนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ เราจะมองฝ่ายคอมมิวนิสต์ก่อนถ้ามองให้ดีเราจะพบว่าในโลกนี้มันมีอยู่ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ณ ที่แห่งหนึ่งซึ่งคนไม่รักกันเลย ระบุเอาที่เกิดของคอมมิวนิสต์เกิดที่ไหนเมื่อไหร่



52195




ที่นั่นยุคนั่นไม่มีคนรักใครจึงเกิดคนเอาเปรียบแต่กันและกันทีนี้ฝ่ายหนึ่งมันมีคนมีปัญญากล้าแข็งมีความสามารถมากมันเอาเปรียบได้เรื่อย ฝ่ายหนึ่งมันสู้ไม่ได้เพราะมันอ่อนแอมันโง่เขลามันก็พ่ายแพ้มันก็เกิดเป็นฝ่ายมั่งมีเกินประมาณกับฝ่ายที่ยากจนเกินประมาณ ถึงกระนั้นฝ่ายที่มั่งมีเกินประมาณมันก็ยังเอาเปรียบเรื่อยๆจนฝ่ายยากจนมันทนไม่ได้มันจึงรวมหัวกันต่อต้านและเรียกว่าลัทธิคอมมิวนิสต์หรือลัทธิสังคมนิยมหรือลัทธิอะไรก็สุดแท้มันมีความหมายก็ตรงที่ว่าฝ่ายที่ยากจนมันลุกขึ้นต่อต้านด้วยความอาฆาตโกรธแค้นไม่มีวันสิ้นสุด หาวิธีต่างๆทางสติปัญญาทางวัตถุเพื่อล้างผลาญกัน


สรุปความว่าลัทธิคอมมิวนิสต์เพื่อทำลายนายทุนนั้นมันเกิดขึ้นมาในโลกได้ก็เพราะว่าตรงนั้น เวลานั้นมันขาดความรักผู้อื่น ถ้าความรักผู้อื่นนั้นมันมีอยู่ทั่วไปมันเกิดไม่ได้ มันก็ไม่มีช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นมาได้ ที่นี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ไม่ต่อต้านหรือไม่แก้ไขกันด้วยความรักผู้อื่น มันเอาความอาฆาตมาตร้ายมาเป็นเครื่องแก้ไขมันก็ยิ่งลุกลามใหญ่ ฝ่ายนายทุนก็อยากจะทำลายฝ่ายนู่น ฝ่ายนู่นก็อยากจะทำลายนายทุน ไม่มีความรักซึ่งกันและกัน ถ้าความรักเกิดขึ้น คนทั้งสองพวกนี้เกิดรักกันขึ้นเสียมันก็หมดปัญหาลักทธิคอมมิวนิสต์มันก็เสื่อสลายไปเป็นอากาศธาตุไม่เหลืออยู่เพราะว่าคนรักกันคนมั่งมีรักคนจนคนจนรักคนมั่งมีมันก็หมดปัญหาไป คนมั่งมีจะคิดว่าถ้าไม่มีคนจนเราก็ไม่มีแรงงานใช้ เราก็อยู่ไม่ได้ คนจนก็จะคิดว่าถ้าไม่มีนายทุนเราก็ไม่มีงานทำ เราก็อยู่ไม่ได้


ดังนั้นมันควรจะรักกัน พอมีความรักกันปัญหามันก็หมดไป เราควรจะมองเห็นว่าวิกฤตการณ์อันใหญ่หลวงทั่วโลกคือการทำลายล้างกันระหว่างสองลัทธินี้ มันมีมูลมาจากความไม่รักผู้อื่น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วไม่มีอะไรที่จะแก้ไขได้นอกจากความรักผู้อื่น ถ้าสร้างความรักผู้อื่นขึ้นมาสำเร็จในโลกนี้ คอมมิวนิสต์ก็หมดไปในพริบตาเดียว เรียกว่าความรักผู้อื่นเป็นยาพิษสำหรับทำลายล้างคอมมิวนิสต์ให้หมดไป การรักผู้อื่นเป็นหัวใจของศาสนา รักผู้อื่นนี้เป็นหัวใจของทุกๆศาสนา นี้คอมมิวนิสต์เขาว่าศาสนาเป็นยาเสพติดทำให้คนโง่เขลางมงาย ที่เราบอกว่าศาสนาเป็นยาพิษสำหรับกำจัดคอมมิวนิสต์นั่นเอง อันไหนมันจริงกว่าก็ลองคิดดู ศาสนาเป็นยาเสพติดนั้นมันพูดพาโล เอาศาสนาไม่จริง ศาสนาเปลี่ยนแปลง ศาสนาเก๊ๆ ศาสนาบิดผันแล้ว ไม่ใช่ศาสนาแท้จริงที่มันจะเป็นยาเสพติดไปเอาลัทธิศาสนาที่กำลังวิปริตไม่มีความเป็นศาสนาเหลืออยู่แล้ว มีแต่ความโง่งมงาย ก็จริงแหละถ้าอย่างนั้นศาสนาก็เป็นยาเสพติด


แต่ถ้าเอาศาสนาแท้จริงกันเข้ามาแล้ว หากศาสนาคือยาพิษที่จะกำจัดคอมมิวนิสต์ให้สิ้นซาก คือความรักผู้อื่นเกิดขึ้นแล้ว คอมมิวนิสต์ไม่มีเนื้อที่จะอาศัยอยู่ในโลกนี้ เราไม่มองดูกันในข้อนี้ ว่าวิกฤตการณ์สิ่งเลวร้ายทั้งหลายเกิดมาจากมูลเหตุคือความไม่รักผู้อื่น ในวงแคบ ๆ ประชาธิปไตยกับโลกเสรี โลกเสรีกับคอมมิวนิสต์นี้ก็เหมือนกันอีกมันรักกันไม่ได้ต่อสู้กันไปไม่มีที่สิ้นสุด มาอยู่ในประเทศเล็ก ๆ เพียงประเทศเดียวมันก็สร้างความทุกข์ยากลำบากโกลาหลวุ่นวายให้ประเทศนั้นไม่รู้จักหมดสิ้นจนกระทั่งว่าในรัฐสภาของประเทศประเทศหนึ่งมันก็มีบางพวกเป็นประชาธิปไตยบางพวกเป็นคอมมิวนิสต์แต่แล้วทั้งสองฝ่ายไม่มีความรักผู้อื่น ประชาธิปไตยที่มีอยู่ทุกวันนี้มันก็ไม่รักผู้อื่นคอมมิวนิสต์มันก็ไม่รักผู้อื่น


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,221 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ความรักผู้อื่น [11,908]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,173]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [397,985]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [414,288]
Global Warming { English } [158,407]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.