สารบัญ
หน้าที่ 2 - ลัทธิคอมมิวนิสต์
ตัวเราฝันเพ้อไปที่จะได้รับความรักจากผู้อื่นแล้วเราก็ไม่รักผู้อื่นไม่รักใคร เราเคยชินกับที่ไม่ได้รักใครไม่ได้ทำอะไรให้แก่ใคร จนเห็นว่าเป็นของธรรมดา เราเห็นว่าเฉยได้ไม่รักใครเป็นของธรรมดา ไม่เห็นเป็นของเสียหายนี้เรียกว่ามองข้ามกันด้วยเหมือนกัน ข้อที่สามต่อไปอีกที่เรามองข้าม ว่าสิ่งเลวร้ายทั้งหลายในโลกนี้มันเกิดมาจากการที่ไม่มีความรักผู้อื่น
ลองพิจารณาดูทุกอย่างว่าวิกฤตการณ์ใดบ้าง เช่นว่าโลกนี้มีสงครามระหว่างสองฝ่าย ทุกๆคนก็รู้กันอยู่แล้ว เรียกว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตยมันเกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร ก็มันมีจุดอยู่ที่ความไม่รู้จักรักผู้อื่น ถ้าถือธรรมมะถือศาสนากันอยู่เป็นปกติ คือรักผู้อื่นแล้วเหตุการณ์อันร้ายกาจอย่างนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ เราจะมองฝ่ายคอมมิวนิสต์ก่อนถ้ามองให้ดีเราจะพบว่าในโลกนี้มันมีอยู่ยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง ณ ที่แห่งหนึ่งซึ่งคนไม่รักกันเลย ระบุเอาที่เกิดของคอมมิวนิสต์เกิดที่ไหนเมื่อไหร่
ที่นั่นยุคนั่นไม่มีคนรักใครจึงเกิดคนเอาเปรียบแต่กันและกันทีนี้ฝ่ายหนึ่งมันมีคนมีปัญญากล้าแข็งมีความสามารถมากมันเอาเปรียบได้เรื่อย ฝ่ายหนึ่งมันสู้ไม่ได้เพราะมันอ่อนแอมันโง่เขลามันก็พ่ายแพ้มันก็เกิดเป็นฝ่ายมั่งมีเกินประมาณกับฝ่ายที่ยากจนเกินประมาณ ถึงกระนั้นฝ่ายที่มั่งมีเกินประมาณมันก็ยังเอาเปรียบเรื่อยๆจนฝ่ายยากจนมันทนไม่ได้มันจึงรวมหัวกันต่อต้านและเรียกว่าลัทธิคอมมิวนิสต์หรือลัทธิสังคมนิยมหรือลัทธิอะไรก็สุดแท้มันมีความหมายก็ตรงที่ว่าฝ่ายที่ยากจนมันลุกขึ้นต่อต้านด้วยความอาฆาตโกรธแค้นไม่มีวันสิ้นสุด หาวิธีต่างๆทางสติปัญญาทางวัตถุเพื่อล้างผลาญกัน
สรุปความว่าลัทธิคอมมิวนิสต์เพื่อทำลายนายทุนนั้นมันเกิดขึ้นมาในโลกได้ก็เพราะว่าตรงนั้น เวลานั้นมันขาดความรักผู้อื่น ถ้าความรักผู้อื่นนั้นมันมีอยู่ทั่วไปมันเกิดไม่ได้ มันก็ไม่มีช่องโหว่ที่จะเกิดขึ้นมาได้ ที่นี้เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วมันก็ไม่ต่อต้านหรือไม่แก้ไขกันด้วยความรักผู้อื่น มันเอาความอาฆาตมาตร้ายมาเป็นเครื่องแก้ไขมันก็ยิ่งลุกลามใหญ่ ฝ่ายนายทุนก็อยากจะทำลายฝ่ายนู่น ฝ่ายนู่นก็อยากจะทำลายนายทุน ไม่มีความรักซึ่งกันและกัน ถ้าความรักเกิดขึ้น คนทั้งสองพวกนี้เกิดรักกันขึ้นเสียมันก็หมดปัญหาลักทธิคอมมิวนิสต์มันก็เสื่อสลายไปเป็นอากาศธาตุไม่เหลืออยู่เพราะว่าคนรักกันคนมั่งมีรักคนจนคนจนรักคนมั่งมีมันก็หมดปัญหาไป คนมั่งมีจะคิดว่าถ้าไม่มีคนจนเราก็ไม่มีแรงงานใช้ เราก็อยู่ไม่ได้ คนจนก็จะคิดว่าถ้าไม่มีนายทุนเราก็ไม่มีงานทำ เราก็อยู่ไม่ได้
ดังนั้นมันควรจะรักกัน พอมีความรักกันปัญหามันก็หมดไป เราควรจะมองเห็นว่าวิกฤตการณ์อันใหญ่หลวงทั่วโลกคือการทำลายล้างกันระหว่างสองลัทธินี้ มันมีมูลมาจากความไม่รักผู้อื่น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วไม่มีอะไรที่จะแก้ไขได้นอกจากความรักผู้อื่น ถ้าสร้างความรักผู้อื่นขึ้นมาสำเร็จในโลกนี้ คอมมิวนิสต์ก็หมดไปในพริบตาเดียว เรียกว่าความรักผู้อื่นเป็นยาพิษสำหรับทำลายล้างคอมมิวนิสต์ให้หมดไป การรักผู้อื่นเป็นหัวใจของศาสนา รักผู้อื่นนี้เป็นหัวใจของทุกๆศาสนา นี้คอมมิวนิสต์เขาว่าศาสนาเป็นยาเสพติดทำให้คนโง่เขลางมงาย ที่เราบอกว่าศาสนาเป็นยาพิษสำหรับกำจัดคอมมิวนิสต์นั่นเอง อันไหนมันจริงกว่าก็ลองคิดดู ศาสนาเป็นยาเสพติดนั้นมันพูดพาโล เอาศาสนาไม่จริง ศาสนาเปลี่ยนแปลง ศาสนาเก๊ๆ ศาสนาบิดผันแล้ว ไม่ใช่ศาสนาแท้จริงที่มันจะเป็นยาเสพติดไปเอาลัทธิศาสนาที่กำลังวิปริตไม่มีความเป็นศาสนาเหลืออยู่แล้ว มีแต่ความโง่งมงาย ก็จริงแหละถ้าอย่างนั้นศาสนาก็เป็นยาเสพติด
แต่ถ้าเอาศาสนาแท้จริงกันเข้ามาแล้ว หากศาสนาคือยาพิษที่จะกำจัดคอมมิวนิสต์ให้สิ้นซาก คือความรักผู้อื่นเกิดขึ้นแล้ว คอมมิวนิสต์ไม่มีเนื้อที่จะอาศัยอยู่ในโลกนี้ เราไม่มองดูกันในข้อนี้ ว่าวิกฤตการณ์สิ่งเลวร้ายทั้งหลายเกิดมาจากมูลเหตุคือความไม่รักผู้อื่น ในวงแคบ ๆ ประชาธิปไตยกับโลกเสรี โลกเสรีกับคอมมิวนิสต์นี้ก็เหมือนกันอีกมันรักกันไม่ได้ต่อสู้กันไปไม่มีที่สิ้นสุด มาอยู่ในประเทศเล็ก ๆ เพียงประเทศเดียวมันก็สร้างความทุกข์ยากลำบากโกลาหลวุ่นวายให้ประเทศนั้นไม่รู้จักหมดสิ้นจนกระทั่งว่าในรัฐสภาของประเทศประเทศหนึ่งมันก็มีบางพวกเป็นประชาธิปไตยบางพวกเป็นคอมมิวนิสต์แต่แล้วทั้งสองฝ่ายไม่มีความรักผู้อื่น ประชาธิปไตยที่มีอยู่ทุกวันนี้มันก็ไม่รักผู้อื่นคอมมิวนิสต์มันก็ไม่รักผู้อื่น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม