คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32467" type="text/javascript"></script>
ความรักผู้อื่น
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายประจำวันเสาร์แห่งภาควิสาฆบูชาเป็นครั้งที่ 5 ในวันนี้ อาตมาก็จะได้กล่าว โดยหัวข้อใหญ่คือหัวข้อที่ว่า สิ่งสำคัญพากันมองข้ามต่อไปตามเดิม สำหรับสิ่งสำคัญที่พากันมองข้าง ที่จะนำมากล่าวกันวันนี้ได้แก่ สิ่งท
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ชมแล้ว: 11,915 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 September 2007, 11:55 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 11 October 2007, 12:57 pm

หน้าที่ 5 - คนเห็นแก่ตัว
จึงขอให้ทุกคนมองเห็นชัดเจนจนรู้สึกว่าการอบรมตนให้รักผู้อื่นนี้เป็นธรรมมะ ที่เป็นหน้าที่ของคนทุกคนจะต้องปฏิบัติ โดยนึกถึงไอ้ธรรมมะสี่ความหมายอยู่เสมอ ธรรมมะคือตัวธรรมชาติธรรมมะคือตัวกฎของธรรมชาติ ธรรมมะคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ธรรมมะคือฝนอันเกิดมาจากการปฏิบัติหน้าที่ นี้ธรรมชาติมันมีอยู่ในลักษณะที่ว่ามีกฎตายตัวว่าถ้าเรารักเราข้างเดียวก็ต้องได้เห็นแก่ตัวแล้วก็เบียดเบียนกันต่างคนต่างเห็นแก่ตัวแล้วก็จะเบียดเบียนกัน ถ้าเรารักผู้อื่นเราก็ไม่ต้องเบียดเบียนกันนี้เป็นกฎของธรรมชาติ แล้วเราก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติคือพยายามเพาะปลูกความรักผู้อื่นหรืออบรมความรักผู้อื่น นั้นขอให้นึกถึงวิธีการที่จะอบรมให้เกิดความรักผู้อื่น ใครมีปัญญาอย่างไรทำให้เกิดได้อย่างไรได้ทั้งนั้นแหละยอมรับว่าได้ทั้งนั้นแหละ ขอแต่ความรักผู้อื่นมันเกิดขึ้นมาเถอะ ใช้ได้ทั้งนั้นจะเป็นวิธีในศาสนานอกศาสนาอะไรก็สุดแท้


52205



แต่ถ้าทำให้รักผู้อื่นได้ใช้ได้ทั้งนั้นแล้วก็เป็นเรื่องที่ต้องอบรมในศาสนาทั้งหลายก็กล่าวไว้ ในฐานะที่เป็นเรื่องที่ต้องอบรมต้องเพาะปลูกเพราะว่ามันฝืนความรู้สึกของคนธรรมดาสามัญ ที่อบรมมาแต่ความเห็นแก่ตัวทั้งนั้น งั้นเราก็จะตั้งวิธีกันใหม่ที่จะแก้ไขความเห็นแก่ตัวรักแต่ตัวเองไม่รักผู้อื่น การอบรมให้รักผู้อื่นนี้เราจะแยกเป็นสองขั้นตอน คือสำหรับลูกเด็ก ๆ เด็กทารก เด็ก ๆ นี้ตอนหนึ่ง แล้วก็สำหรับผู้ใหญ่ทั่ว ๆ นี้ก็ตอนหนึ่ง ในตอนที่ยังเป็นเด็กทารกอยู่นี่แหละสำคัญมาก เพราะว่าเขายังไม่ยึดถืออะไรไว้เป็นหลัก ถ้าเราให้ยึดถืออะไรไว้เป็นหลักมันก็เป็นไปได้ง่าย เขาก็จึงมีระเบียบวิธีอบรมลูกเด็ก ๆ ให้รักผู้อื่น เช่นว่าให้เด็กที่พอจะรู้ความรู้สึกคิดนึกความได้ให้เขารู้สึกเชื่อยึดถือว่ามีสิ่งสูงสุดคือพระเจ้าสร้างเรามาแล้วเราต้องรักพระเจ้าผู้สร้างเรามา เพราะว่าพระเจ้ารักเราจึงสร้างเรามา นี้พระเจ้าต้องการให้เรารักผู้อื่น

งั้นถ้าเราจะรักพระเจ้าเราต้องรักผู้อื่นตามที่พระเจ้าต้องการ ดังนั้นเราต้องรักผู้อื่นเหมือนที่พระเจ้ารักเรา ถ้าเด็ก ๆ เขามีหลักอย่างนี้มันก็เป็นบุญเป็นกุศลเป็นประโยชน์เป็นอานิจสงฆ์อย่างยิ่ง ที่เด็ก ๆ เขาจะรักผู้อื่นได้โดยไม่ยาก เดี๋ยวนี้เราไม่ได้อบรมกันอย่างนี้ แต่กับอบรมกันไปในทางตรงกันข้ามให้เด็ก ๆ รักแต่ตัวเองเห็นแก่ตัวเอง โดยเด็กไม่ได้เจตนาพ่อแม่ก็ไม่ได้เจตนาทำไปในลักษณะที่เด็ก ๆ ได้รักแต่ตัวเองเห็นแต่แก่ตัวเองไม่รักผู้อื่น เพราะว่าพ่อแม่เหล่านั้นไม่เป็นสัมมาทิฐิเพียงพอ ไม่มีธรรมมะไม่มีศาสนาที่เพียงพอจึงไม่ได้สนใจที่จะอบรมนิสัยให้ลูกเด็ก ๆ รักผู้อื่น อย่างนี้ก็ปล่อยไปตามเรื่องที่เป็นมากเกินไปก็สอนให้เป็นแก่ตัวหาประโยชน์ให้หากำไรให้หาไอ้ส่วนได้มากเข้าไว้ โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้อื่นจะเป็นอย่างไร


งั้นในโลกนี้ของเราจึงมีแต่คนเห็นแก่ตัว ปัญหามันเกิดขึ้นเรื่องอบรมเด็ก ๆ นี้สำคัญมาก ถ้าเรารักเด็ก ๆ ที่เป็นลูกเป็นหลานของเราจริง ๆ เราจงให้สิ่งนี้เป็นมรดกแก่เขาเถิดคือให้ธรรมมะที่เป็นมรดกแก่เขาเถิด นั้นแหละจะได้ชื่อว่าให้สิ่งประเสริฐที่สุดแก่เขา เมื่อมีประโยชน์แก่เขาอย่างยิ่งจะเป็นสวัสดิ์มงคล เป็นอานิจสงฆ์อันประเสริฐแก่เขา เด็กๆ จะมีนิสัยที่มีประโยชน์เช่นกลัวบาปรักแต่จะทำดีกล้าในบุญในกุศล จะกลัวบาปไปตลอดชีวิต บิดามารดาสร้างนิสัยให้แก่เด็ก โดยไม่รู้สึกตัวเราก็ไม่สนใจมองข้ามอีกเช่นกัน ถ้าบิดมารดาสร้างนิสัยให้กลัวบาปให้รักบุญสร้างบุญจะเป็นอย่างนั้น


ทีนี้บิดามารดาไปสร้างนิสัยอะไรก็ไม่รู้ให้เด็ก ๆ กลัวจิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งกือ ไส้เดือนอย่างนี้ มันก็กลัวจิ้งจก ตุ๊กแก ไส้เดือนมาจนโต ยังละไม่หมดเพราะมันฝังลงไปในนิสัยส่วนลึก ให้กล้าหาญในสิ่งที่ควรกล้ามันก็ไม่มี อย่าทำเล่นกะว่าการสร้างนิสัยกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ นั้นมันมีความสำคัญมาก ทำไมทำท่าทางให้กลัวจิ้งจก ตุ๊กแก เป็นเด็กกลัวเป็นนิสัยได้ ทำไมไม่แสดงกิริยาท่าทางให้เขากลัวกิเลส กลัวความชั่ว กลัวความทุกข์ กลัวความเห็นแก่ตัว ถ้าเราสร้างนิสัยให้เด็ก ๆ กลัวกิเลสได้มันก็หมดปัญหาแล้ว นี้มันสำคัญอยู่มากในการอบรมลูกเด็ก ๆ ให้มีความรู้ความเข้าใจนิสัยอันถูกต้องขอให้สนใจ

เรื่องความรักผู้อื่นนี้ก็เหมือนกันถ้าสำหรับลูกเด็กแล้วก็อบรมในฐานะให้เป็นจุดตั้งต้นแห่งนิสัยสันดานไปทีเดียวและจะเอาผู้อื่นเพียงแค่บิดามารดาให้นมกินนี้ไปก่อนก็ได้แต่แล้วก็ขยายไปๆเป็นผู้อื่นจริงๆให้เด็กรักเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายทั้งหลายทั้งสิ้นกันจริงๆ ก็จะเป็นพลเมืองโลกเป็นพลโลกหรือเป็นคนในโลกที่เหมาะสมที่จะอยู่ในโลกกันอย่างผาสุก คราวนี้เรื่องเด็กทารกก็จะมีอย่างนี้แหล่ะว่าอบรมด้วยความฉลาดของผู้เป็นบิดามารดาให้เด็กรักผู้อื่นแล้วเด็กก็จะปลอดภัยจะมีกำแพงแก้วคุ้มครองเด็กนั่นไม่ให้พบพานจากความทุกข์ความร้อนแล้วก็ยังเป็นอุปนิสัยจากปัจจัยแห่งมรรคผลนิพพานคือการทำลายความเห็นแก่ตัวจนกว่าจะถึงที่สุด

ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนที่สองคือผู้ใหญ่แล้วเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันแล้วจะอบรมกันอย่างไรที่จะให้มีความรักผู้อื่นจะพูดพร้ำกันอย่างที่เขามีขนบธรรมเนียมให้พูดพร้ำทุกเช้าว่าสัตว์ทั้งหลายเกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งปวงทั้งสิ้น


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ความรักผู้อื่น [11,916]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,276]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,494]
Global Warming { English } [159,892]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.