สารบัญ
หน้าที่ 7 - เมตตา
แต่ในที่สุดมันมารวมอยู่ที่คำว่าเมตตา ถ้าไม่มีเมตตาก็ไม่ทนเป็นโพธิสัตว์อยู่ได้มันไม่ก่อตัวเป็นโพธิสัตว์ขึ้นมาได้แล้วมันไม่พ้นเป็นโพธิสัตว์อยู่ได้ ถ้าไม่ประกอบไปด้วยเมตตาเอาเมตตาเป็นเบื้องหน้าก็จะเรียกว่าโพธิสัตว์ แต่ว่าไม่ใช่ว่าโพธิสัตว์จะมีแต่เมตตาอย่างเดียว ธรรมมะอื่น ๆ ที่จำเป็นจะต้องมีก็มีงั้นจึงมีบารมีอื่น ๆ มีทาน มีศีล มีเมฆธรรมะ มีปัญญา มีสัจจะ มีขันติ มีอธิฐานะ มีเมตตา มีอุเบกขา มีมากมายหลายอย่างนะ ก็มักจะนับเป็นสิบอย่าง แต่อาตมาว่าสี่อย่างก็พอ สุทธิ ปัญญาเมตตา ขันติ เหมือนที่เราจารึกไว้ที่รูปอบิโรเตศวร สุทธิมีความบริสุทธิ์สะอาดซื่อตรง ปัญญามีความรู้ที่เป็นพืชแห่งโพธิ์ก็เพาะปลูกให้เป็นปัญญาขึ้นมา แล้วเมตตาคือความรักผู้อื่นทำให้โพธิ์สัตว์ยอมเสียชีวิตให้แก่ผู้อื่น แล้วก็รากท้ายด้วยขันติเพราะว่ามันต้องทำระยะยาวมันต้องทำระยะยาวมันไม่สำเร็จ
นั้นมันต้องมีขันติคือความอดกลั้นอดทนแม้แต่จะลำบากเท่าไรก็ทนได้ ไม่ต้องรอคอยนานเท่าไรก็ทนได้ งั้นจึงครบบริบูรณ์สำหรับทำความเป็นโพธิสัตว์มีเมตตาเป็นเบื้องหน้านอกนั้นก็เป็นเรื่องประกอบ งั้นพระโพธิสัตว์จึงสมบรูณ์ด้วยความรักผู้อื่น นี่บทฝึกสำหรับความรักผู้อื่นมันมีอยู่อย่างนี้
ไอ้เรื่องยากนี้ต้องยอมรับว่ามันยากมันยากจริง ๆ แหละ เหมือนพระเยซูพูดว่าให้จูงคนเป็นแก่ตัวมาหาพระเจ้า มันก็เหมือนจูงอูฐรอดรูเข็มหมายถึงคนร่ำรวยหลงใหลเห็นแก่ตัว เราจะจูงเขามาหาพระเจ้ามันก็เหมือนจูงอูฐรอดรูเข็มมันยากขนาดนั้น หรืออาตมาชอบเปรียบอย่างวันก่อนว่าจะบังคับเสือให้กินหญ้ามันยากจะบังคับเสือให้กินหญ้าหรือจะบังคับนกที่กินปลาให้กินกล้วยมันทำไม่ได้ใครไม่เชื่อก็ไปลองดู เสือกินหญ้าให้นกกินปลากินกล้วยนะมันยอมตาย มันยอมตายยอมไม่กินและมันยอมตายนี้มันยาก อย่างนี้ถ้าเราจะกำจัดกิเลสกำจัดความเป็นแก่ตัวให้มารักผู้อื่นนี้มันพอ ๆ กันกับความยาก แต่ก็ไม่ต้องท้อถอยเพราะว่าสิ่งที่มีประโยชน์สูงสุดมันก็ต้องยากลำบากเป็นธรรมดา เหมือนจะเป็นพระพุทธเจ้าสักทีก็บำเพ็ญบารมีแสนหลายแสนกัลป์ล้วนแล้วแต่ความยาก แต่ด้วยเหตุที่ความรักผู้อื่นมันช่วยโลกได้เหมือนที่ได้พูดมาแล้ว จะแก้ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างทุกประการในโลกได้โดยเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าปัจจุบันนี้
ถ้าความรักผู้อื่นเกิดขึ้นคอมมิวนิสต์ก็ตายหมดอย่างนี้เป็นตน ถ้าเราสามารถทำให้มีความรักผู้อื่นได้ธรรมมะก็มีขึ้นมา ลัทธิที่มูลมาจากความไม่รักกันหรือกำลังต่อสู้อยู่ด้วยความไม่รักกันมันก็ตายหมด เป็นอันว่าขอให้มองเห็นว่าไอ้สิ่งที่เรากำลังมองข้ามกันอยู่อย่างโง่เขลาที่สุดนั้นขออย่างให้มองข้ามกันอีกเลย แล้วสิ่งนั้นก็มีความรักผู้อื่นรวมอยู่ด้วยสิ่งหนึ่งขอให้สนใจให้ความรักผู้อื่นกลับมา
แล้วในโลกนี้ก็ไม่มีความเดือดร้อนเป็นทุกข์อะไร จะมีศีลบริบูรณ์ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่บริบูรณ์ ไม่มีใครฆ่ากัน ไม่มีใครขโมยกัน ไม่มีล่วงละเมิดของรักกัน ไม่มีใครโกหกกัน ไม่มีใครทำให้ผู้อื่นลำบาก โดยไม่เจตนาและคนก็จะช่วยเหลือกันระมัดระวังเต็มที่ไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อนลำคราญ
ความรักผู้อื่นเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาทุก ๆ ศาสนา ศาสนาจึงไม่ใช่ยาเสพติดศาสนาจึงเป็นยาพิษสำหรับจะทำลายคอมมิวนิสต์ให้หมดไป เอาล่ะพอกันที่สำหรับเรื่องความรักผู้อื่นซึ่งเราเคยมองข้ามกันมาเสียนั้น ต่อไปนี้จะไม่มองข้ามกันอีกแล้วจะทำให้เป็นเครื่องคุ้มครองโลกทั้งโลก
จนโลกนี้หมดปัญหาทางอื่นไม่มีที่จะช่วยให้โลกมีสันติภาพ นอกจากธรรมมะที่เป็นหัวใจของทุก ๆ ศาสนาคือการรักผู้อื่น เดี๋ยวนี้การเศรษฐกิจล้มเหลว การเมืองสกปรกต่างรบราฆ่าฟันกันเต็มไปในโลก ก็เพราะว่าไม่มีใครรักผู้อื่น
อาตมาเป็นว่าการบรรยายนี้สมควรแก่เวลาแล้วขอยุติการบรรยายไว้แล้วแต่เพียงเท่านี้เป็นโอกาสให้พระคุณเจ้าทั้งหลายสวดบทพระธรรมเป็นคณะสาธยาย แสดงธรรมมะสำหรับเป็นเครื่องมือเป็นกำลังแก่การประพฤติธรรมเพื่อความรักผู้อื่นสืบต่อไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม