สารบัญ
หน้าที่ 2 - ชีวิต
ทีนี้ไอ้คำว่าชีวิตมันก็เหมือนกับสิ่งอื่น ๆ นั้นแหละ มันก็เหมือนคำอื่น ๆ แหละมันมีความหมายเป็นชั้น ๆ ด้วยเหมือนกัน ชีวิตในแง่ของวุตถุหรือร่างกายนั้น ทางร่างกาย ทางวัตถุ คือสิ่งที่เชื่อมกันอยู่กับร่างกายกระดูกต่าง ๆ ประกอบกันขึ้นเป็นร่างกาย ชีวิตในแง่ของร่างกาย ทีนี้มันก็มีในแง่ของจิตใจ ที่จิตตัวจิตนี้ก็มีในแง่ที่ลึกลงไปออกไปทางสติปัญญา ที่นี้เรามักจะเรียกมันว่าทางวิญญาณ ที่อื่นเขาอาจจะไม่ใช้ก็ได้ เพราะเขาใช้ความหมายจำกัดอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราจะใช้มัน 3 ความหมายว่า ทางร่ายกายเนี่ยอย่างหนึ่ง ทางจิตโดยเฉพาะเนี่ยอย่างหนึ่ง แล้วก็ทางวิญญาณทางรู้แจ้งทางสติปัญญา ซึ่งเป็นสมบัติของจิตนั้นอีกที่หนึ่ง นั้นใช้ตัวเดียวกับสิ่งเรียกว่า จิตได้ ดูกันในทางวัตถุ ทางกาย มันก็เป็นได้หลายอย่าง ทั้งธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ธาตุอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มีลักษณะเป็นวัตถุประกอบกันเป็นเซลล์
เซลล์นั้นก็เป็นเซลล์เล็ก ๆ มันไม่ค่อยมีความหมายอะไรเป็นคล้าย ๆ กับวัตถุและเมื่อมีชีวิตขึ้นมาแล้วก็มาเป็นร่ายกาย เซลล์ประกอบกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายทุกส่วน ๆ ของร่างกายประกอบเสร็จแล้วจะเป็นทุกส่วนแห่งร่างกาย พวกหมอก็คงจะเข้าใจได้ดีในเรื่องอย่างนี้ ก็ไปดูกันเอาเองว่ามันเป็นชีวิตในแง่หนึ่งคือในแง่ของร่างกาย ในทางวิทยาศาสตร์เนี่ยก็คือว่า เยื้อดึงกลางของเซลล์แต่ละเซลล์ยังมีตัวสกาชซึ่งยังสดดีอยู่ เรียกว่ามีชีวิต ไอเซลล์นี้มันมีนิวเคลียส ที่ยังมีชีวิตถ้าไอสกาชมันศูนย์เสียไปมันก็ไม่มีชีวิตแต่ละเซลล์ไม่มีชิวีต มันก็ตายในแง่ของร่ายกายในแง่ของชีวิตเราก็รู้จักมันไว้ รักษาสร้างสรรค์อย่างไรก็ตามให้มันมีชีวิต และก็ถูกต้องและก็เพียงพอ นี้ชีวิตในทางร่างกายก็แสวงหาความรู้ในส่วนนั้น ในแง่นั้นทำให้มันถูกต้อง ให้มันมีคุณค่าหรือคุณสมบัติ ตรงตามที่เราประสงค์ ก็เรียกได้ว่าเรามีคุณสมบัติทางกายเหมาะสม จะเป็นเรื่องบำรุงรักษา และก็ทำให้ร่ายกายมันสบายเช่น แข็ง สามารถมีชีวิตทางกายก็หมดปัญหาไป
มีชีวิตทางจิต ทางจิตโดยเฉพาะจิตนี้ คือสิ่งที่คิด ที่คิดได้ รู้สึกได้ ตามธรรมชาติจิตมันคิดมันรู้สึก จิตมันมีความคิดที่ดิ้นรน ที่จะให้ก้าวหน้าที่จะให้สูงขึ้นไป นี้เป็นเรื่องของจิตล้วน ๆ มันมีระบบของมันอย่างตายตัว ที่เราจะต้องเป็นปรกติ ๆ ถ้าผิดปรกตินั้นก็เรียกว่า บ้ามันก็ใช้ไม่ได้ ยังถูกต้องอยู่ ถูกต้องอย่างดี ถูกต้องอย่างที่จะมีประโยชน์ แล้วก็มีคุณสมบัติในทางจิตถูกต้อง ไม่ต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลจิต และจะมีจิตที่สามารถคิดนึกอะไรได้ดี คิดนึกอะไรได้ดีเท่านี้ก็พอนี้ทางวิญญาณ
ทางวิญญาณ หมายความว่า คุณสมบัติของจิต สติปัญญา ความรู้ ความเจนจัด สารพัดขึ้นไปถึงความเชื่อ ถือเป็นหลังเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ก็เรียกว่า ทางวิญญาณ คือการมีสติปัญญาที่ถูกต้องมาจากความรู้ที่ถูกต้องยึดถือไว้เป็นหลักเกณฑ์ สำหรับปฏิบัติให้ก้าวหน้าขึ้นไปนี้ก็เรียกว่า ทางฝ่ายวิญญาณ บางคนมีจิตปรกติแต่โง่ก็ได้ถ้ามันขาดสมบัติทางวิญญาณ บางคนจิตไม่ค่อยจะดีนักแต่ทางสติปัญญาเหลืออยู่ก็มี มันเป็ฯคนละอย่างคนละอย่างรวมกันแล้วจึงจะสมบูรณ์ ทางกายถูกต้อง ทางจิตถูกต้อง ทางวิญญาณก็ถูกต้อง แล้วก็มีชีวิตที่สมบูรณ์ นั้นแหละจะมีมันได้อย่างไรก็ควรจะได้ศึกษากันให้ถึงที่สุด ให้ถึงที่สุด ที่นี้มันดูไม่ดีว่า มันยังมีส่วนที่ เรียกกันง่าย ๆ ว่า ดิบหรือสุก คือข้าวสารดิบหรือสุกก็กลายเป็นข้าวสุก ที่ยังมีดิบและมีสุก ร่างกายจิตใจสติปัญญา ที่ยังไม่ได้พัฒนามันก็ยังดิบ จนไม่รู้จักมักจะอวดดีกันได้ ทั้งมีอะไรดิบ ๆ ยังใช้ประโยชน์ไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาให้มันสุกให้มันพร้อมที่จะใช้ประโยชน์ เนี่ยก็คือความจำเป็นที่เราจะต้องศึกษาหาความรู้ในทางการพัฒนาชีวิต ที่มันถึงจะขนาดสำเร็จประโยชน์ได้จริง
ทีนี้ก็มาดูว่าไอ้ธรรมชาตของชีวิตนี้ มันมีกันอย่างไรแน่ มันเป็นของดิบแต่ว่าพัฒนาได้ เช่นด้วยวัตถุดิบผ่านโรงงานอุตสาหกรรมแล้วก็ออกมาเป็นวัตถุ มันก็ลวงหระเป๋าของคุณ ควักไม่ค่อยทันเห็นไหม ถ้ายังเป็นวัตถุดิบอยู่มันก็หนังไม่มีความหมายอะไร แต่เมื่อสเร็จออกมาล้อใจล้อความอยากของคนทั้งหลายแล้วมันก็ซื้อขายกันได้นี้ เนี่ยอุตสาหกรรมมันก็ทำโลกให้วุ่นวายอีก
เสียหายในที่สุดถ้าไม่รู้จักความถูกต้องและเพียวพอถ้าไม่รู้จักความถูกต้องและเพียวพอ ชีวิตนี้ก็เหมือนกันถ้ายังดิบมันก็ทำอะไรได้น้อยมาก แต่ถ้ามันสุกมันก็ดี มันก็เป็นหน้าที่ของเราที่เราจะต้องทำให้พัฒนา ๆ การที่จะพัฒนาได้อย่างไร ความจริงมันก็เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกันอยู่ น่าจะมีความรู้ทางการพัฒนา ทางกายก็พวงหมอ
ทางจิตก็ผู้รอบรู้ทางจิต ทางสติปัญญาเราต้องอาศัยบุคคลที่เกฑณ์สูงสุด นี่เช่นพระพุทธเจ้า มีครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าถูกเรียกเป็นหมอ ทางวิญญาณ ทางสติปัญญา คำนี้ก็ยังมีพูดกันอยู่ในหมู่สาวก หมู่สงฆ์สาวก มหากา รุนิโก กัสทา กัสทโรกติ กิจโต พระศาสดาของพระพุทธเจ้ามีมหากรุณาเป็นนายแพทธ์ผู้เยียวยาโรคของสัตว์โลกทั้งปวง โรคนี้หมายถึงโรคทางจิต ชั้นสูงนะคือทางวิญญาณ ไม่ใช่โรคทางจิตทีไปโรงพยาบาลประสาทไม่ใช่ มันเป็นโรคทางสติปัญญาที่ทำให้เห็นผิดเข้าใจผิด
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-