คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32471" type="text/javascript"></script>
คุณค่าของชีวิต
ท่านสาธุชนผู้มีความสนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ในลักษณะอย่างนี้ คือแสวงหาความรู้ทางธรรมะ เพื่อประกอบกับหน้าที่และการงานในชีวิตของตน ให้มีความก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป ถึงแม้ว่ามีเหตุผลเพื่อเป็นประโยชน์ที่สุด จึงขอ
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ชมแล้ว: 12,578 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 4 September 2007, 3:41 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 15 October 2007, 11:06 am
สารบัญ

หน้าที่ 5 - โลกแห่งสหกรณ์
มันจึงเป็นชีวิตอยู่ได้ ขาดสหกรณ์นี้แล้วก็คือตาย มันน่ายินดีกว่าไอคนเห็นแก่ตัวมันไม่มีสหกรณ์มันมีแต่เรื่องของกู ตัวกู มันไม่ค่อยยอมสหกรณ์ มันเจริญไม่ได้ แต่ชีวิตแท้มันต้องการสหกรณ์ ธรรมชาติแท้ ๆ มันต้องการสหกรณ์ คือโลกทั้งโลกนี้ตรงครบทุกอย่างเพื่อการมาเป็นสหกรณ์ใหญ่ มีอะไร ๆในโลกครบ โลกจึงจะเป็นโลกอยู่ได้


ทีนี้ก็เป็นโลกแห่งสหกรณ์ แต่มนุษย์ผู้เห็นแก่ตัวมันไม่คิดอย่างนั้น มึงเป็นมึงกูเป็นกู มันก็กรอบโกยเอาแต่ประโยชน์ส่วนตนเนี่ยแหละ ความเห็นแก่ตัวกำลังทำลายโลกให้พินาศ คนมั่งมีก็เห็นแก่ตัว คนยากจนก็เห็นแก่ตัว คนปายกลางไม่อยากจนก็เห็นแก่ตัวแล้วอะไรมันจะเหลือเหล่า ยังจะเหลือทีตรงไหนที่ไม่เห็นแก่ตัว พวกนายทุนก็เห็นแก่ตัว ผู้ทำอาชีพก็เห็นแก่ตัว พวงที่ไม่เป็นอย่างนั้นก็เห็นแก่ตัว คนทั้งโลกมันก็เห็นแก่ตัว มันก็ชิงกันกรอบโกยมันก็พูดกันไม่รู้เรื่อง มันก็สร้างปัญหาวุ้นวาย ต่าง ๆ น่า ๆ เต็มไปหมด ปัญหาที่กำลังเผชิญกันอยู่อย่างหนักเรื่องมลภาวะก็ดี เรื่องยาเสพติดก็ดี เรื่องโรคบ้า ๆ บอ ๆ อะไรของเขาเวลานี้ก็ดี มากมายสาระพัดอย่างมันร่วนแต่มาจากการเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวไม่รู้จักพอ




52214



ถ้ามีสหกรณ์ในโลกรักใคร่กันดีแล้วมลภาวะไม่เกิดขึ้นในโลกก็เนี่ยขอให้รู้ว่า ความรอดอันแท้จริงอยู่ที่การมีสหกรณ์ที่ถูกต้อง ชีวิตนี้มันเดี่ยวไม่ได้มันต้องอยู่ร่วมกันมันจึงจะเป็นโลกอยู่ได้ แม้แต่ธรรมะมีอยู่ธรรมเดียวบนโลกมันอยู่ไม่ได้ มันอยู่กันเต็มไปทั้งโลก โลกจะอยู่ได้เป็นสหกรณ์ การเห็นแก่ผู้อื่นนี้แหละเป็นคุณธรรม ที่นิยมว่าเป็นหลักความรักผู้อื่นนั้นแหละจะช่วยให้รอด ถ้าว่าเห็นแก่ตัวนะก็เหมาว่าพ่อค้าหมด พวกครูบาอาจารย์ก็พ่อค้าหมด ผู้คุมผู้พิพากษา ตุลาการเรียกว่าพ่อค้าหมด แล้วโลกมันจะมีอะไรเหลือคุณลองคิดดู ถ้าหมอทำงานอย่างพ่อค้ากรอบโกย ครูบาอาจารย์ทำงานอย่างพ่อค้ากรอบโกย ผู้พิพากษา ตุลาการทำงานอย่างพ่อค้า กรอบโกย อะไรมันจะเหลืออยู่เหล่า มันก็คือความวินาศเท่านั้นแหละที่จะเหลืออยู่



ขอนึกถึงความเป็นสหกรณ์ความมีสหกรณ์ที่มันถูกต้อง ทำมาขาดความไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ตัว นี้เราจัดให้ภายในร่างกายของเราเป็นสหกรณ์ที่ถูกต้องในส่วนร่างกาย และให้สหกรณ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องในส่วนที่เป็นจิตและให้สหกรณ์เป็นสิ่งที่ถูกต้องในส่วนที่เป็นสติปัญญา หรือวิญญาณ ในทาง กาย จิต วิญญาณ 3 อย่างนี้ สหกรณ์กันให้ดี และชีวิตนี้ก็จะมีคุณค่าสูงสุด มีคุณค่าแห่งชีวิต มีคุณสมบัติแห่งชีวิต สูงสุด เพราะว่าในระบบชีวิตนี้มันสหกรณ์กันดี ๆ ทั้งทางร่ายกาย ทั้งทางจิต ทั้งทางวิญญาณ


ทีนี้เวลาเหลืออยู่หน่อยก็จะพูดถึง อุปสรรค์ อุปสรรค์ที่ทำให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ นั้นก็คือความเห็นแก่ตัว คำเนี่ยดูเป็นคำเล็ก ๆ ง่าย ๆ เข้าใจได้ง่าย ๆ มันเข้าใจยากที่สุดแหละ ความเห็นแก่ตัวนั้นนะเรามีโดยที่เราไม่รู้สึกตัวนะ ยากหรือง่ายลองคิดดู คนเรากำลังมีความเห็นแก่ตัวโดยไม่ได้คิดว่าเรามี นั้นนะมันยากขนาดนั้น ความเห็นแก่ตัวของเราเองเราบูชานะ เรายกย่องเราบูชานะ


ไอ้สิ่งจะทำความวินาศให้แก่เราให้แก่โลกเรากับบูชา เราเห็นแก่ตัว แล้วมันก็เล่นตลก ไอ้ความเห็นแก่ตัวเนี่ยแทนที่มันจะมาช่วยทำความเจริญมันกับทำความวินาศ คำพูดนี้มันมีความหมายเฉพาะความเห็นแก่ตัวมันได้มาของกิเลส ถ้าความเคารพตัว นับถือตัว พัฒนาตัว อย่างนั้นมันเป็นเรื่องของสติปัญญาไมใช่ กิเลส ไอ้ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัวเป็นเรื่องของกิเลส เป็นความโง่ ถ้าการพัฒนาตัว สร้างตัว ยกตัวนั้นเป็นเรื่องของสติปัญญา เป็นเรื่องของความฉลาด ระวังความเห็นแก่ตัว เป็นคำพูดเฉพาะที่ เป็นคำพูดที่เป็นค่าศึกศัตรูมหาศาล ถ้าเห็นแก่ตัวมันก็ขี้เกียจทำงาน

งานจะได้ผลแก่ตัวมันขี้เกลียดทำงาน มันทิ้งงานไปนอน เรียกว่ามันเห็นแก่ตัว เอากับมันสิ เห็นแก่ตัวจนขี้เกียจทำงาน บางคนเห็นแก่ตัวจะรีบไปนอนแล้วก็ค่อยเอาประโยชน์คอยแย่งชิงประโยชน์คนเห็นแก่ตัวไม่ทำหน้าที่แล้วก็เรียกร้องสิทธิ กิเลสของคนต้องการจะเรียกร้องสิทธิ โดยไม่ต้องทำหน้าที่ สักวันหนึ่งมันจะคำนับกันทำโลกมันไม่ทำหน้าที่ทำงานแต่มันจะเอาประโยชน์ เนี่ยความเห็นแก่ตัวมันทำให้ไม่ทำงาน ทำให้ขี้เกลียด ความเห็นแก่ตัวมันทำให้ไม่สามัคคี เราเรียกร้องความสามัคคี เรียกร้องกันอยู่ทุกวันนี้ ในหลวงเรียกร้องมากที่สุด เรียกร้องความสามัคคี


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 10 ธ.ค. 2550 (16:46)
66462
คัฟๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...
จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,245 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

คุณค่าของชีวิต [12,579]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,258]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,909]
Global Warming { English } [159,143]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.