 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32483" type="text/javascript"></script> |
|
|
ฆรามสิธรรม-ฆราวาสธรรม
ท่านครูบาอาจารย์หรือที่เป็นเจ้าหน้าที่ อาตมานำหลักสูตรจริยธรรม เพื่อที่จะทำพลศึกษาทั้งหลาย ในการบรรยายครั้งที่ 4 นี้ อาตมาก็จะได้บรรยายตามหัวข้อที่ท่านได้กำหนดให้ ว่าด้วยเรื่องฆราวาสธรรม ฆราวาสธรรม คำว่าฆราวาสธรรม อยู่ในจำพวกธรรมะของฆราวาส
post ครั้งแรก: Wed 5 September 2007, 2:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 25 October 2007, 10:31 am
|
หน้าที่ 2 - พลหรือเรือน
คำว่าพลหรือเรือนนี้ หมายถึง ที่คุ้มครอง ที่อยู่อย่างสบายก็แล้วกัน นั้นคำนี้จึงหมายความได้ ถึงบรรพชิต หรือคนทุก ๆ คน สัตว์ทุกชนิดก็ได้ ที่ต้องการที่คุ้มครองที่อยู่อาศัยที่สบาย เป็นว่าธรรม 4 ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ขันติ จาคะ4 ประการนี้ หากัน มีกัน สำหรับที่จะ เป็นที่อยู่อาศัยให้สบาย
โดยเฉพาะบรรพชิตนะ ทีนี้บาลีอีกคำหนึ่ง คำบาทที่ 4 สเวเปจ ยโสจัติ ท่านไม่เคยสนใจกับบาลี คงจะลำบากใจหน่อย จะว่าให้ฟังอีกเที่ยวหนึ่ง ว่าพระบาลีนั้นว่า ยเสเต จตุโรธรรมมา สัพพัส ครเมษิโณ สัจังธรรโม ฐิติ จาโค สเวเปจ ยโสจัติ สเวเปจ ยโสจัติ ที่เขาแปลกันมาแต่ก่อน ๆ เขาแปลว่า ท่านละโลกนี้จะไม่เศร้าโศก โศเว บุคคลนั้น เปจะละโลกนี้ไปแล้ว ยโสจัติ จะไม่เศร้าโศก จะตายแล้วนะจึงจะรู้จักสงบจิตดูจะเป็นบ้าเต็มที เราจะทำกันที่นี้แล้วเราจะเป็นสุขที่นี้ถ้ามันทำได้ มันตายแล้ว นั้นก็ไม่เป็น สันทิธิโก อะตาลิโก นะสิมันต้องได้ผลการจบแต่ละที่ ที่นี้กำกับเวลาว่าเราตายแล้ว ต้องเดียวนี้ นั้นจึงจะเป็นธรรมะนะ เป็นสันทิฐิโก อกาลิโก เอหิปัจสิโก ซะนั้น เปจะที่แปลว่า ละไปแล้วนั้น ละโลกนี้จะไม่เศร้าโศกนั้น ไม่ถูกแน่
คำว่าเปจะ แปลอย่างนั้นก็ได้ ละไปแล้หรือตายไปแล้วนั้นก็ได้ ไม่ใช้ว่าจะผิด นั้นไม่ผิดแต่ว่ามันไม่ตรงเรื่อง คือว่า เปจะนี้ควรจะแปลว่า เสร็จเรื่องแล้ว นั้นเสร็จเรื่องแล้วเขาจะไม่เศร้าโศก สเวเปจ ยโสจัติ ท่านที่แปลว่า เขานั้นจะละโลกนี้ไปแล้วจะมาเศร้าโศก แปลเสียใหม่เถอะว่า เขานั้นเมื่อเสร็จเรื่องแล้วจะไม่เศร้าโศก คือ เมื่อเขาหาลือกันครบเรียนแล้ว ด้วยธรรมะ 4 ประการนี้ เสร็จเนื้อหาแล้วเขาจะไม่เศร้าโศก ที่นี้ เดียวนี้ ในโลกนี้ นี้บาลีของที่มา ของฆราวาสธรรมมันกลำกลัมย่างนี้ เดียวนี้เขาก็ถือกันว่า ละโลกนี้ไปแล้วก็ไม่เศร้าโศก ก็สวดอยู่อย่างนั้น แปลอยู่อย่างนั้น
เราใช้คำว่า ฆราวาสี คือ ผู้อยู่ครองเรือน ทั้งที่ตัวบาลีมันก็พูดไปว่าแสวงซึ่งเรือน เราก็แปลเสียใหม่ตามที่เราเห็นว่าควรจะเป็นอย่างไรธรรม 4 ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ขันติ จาคะ คนทั้งหลายบุคคลใดที่มันศรัทธา แสวงซึ่งเรือน ถ้าเขาสำเร็จการแสวงแล้ว แล้วเขาจะไม่เศร้าโศก มีแต่สุข แสวงเรือนคือ แสวงที่คุ้มครองให้อยู่เป็นสุข ให้เราได้มีเรือนอยู่แล้วก็เป็นสุข ถ้าพระเณรก็อยู่ที่กุฏิ วิหาร ศาลา เหมือนกับเรือนเหมือนกันละ
คำว่าเรือนในที่นี้หมายถึงที่คุ้มครอง ถ้าจะพูด ถ้าย้อนไปพูดหยาบคายก็จะพูดว่า ที่คุ้มกะลาหัวนั้นแหละ ที่พละนะ มันจะคุ้มทุกอย่าง คุ้มแดด คุ้มฝน คุ้มฝนคุ้มอันตราย เสือสางได้ต่าง มันคุ้มชีวิตได้นั้นแหละ คือเรือนนั้นแหละ มันเป็นคำที่เกิดต่อมาจากพวกคนป่าเมื่อเขาอยู่ตามธรรมชาติ เขาไม่มีเรือนอยู่ นั้นก็รู้จักธรรมอะไร ทำเหมือนกับรังก็ได้ให้มันเป็นที่คุ้มครองมากไปกว่าตามธรรมชาติ นั้นก็เลยเรียกว่า เรือน พละ พละ พละ จำไว้เลยว่าแปลว่าเรือน นั้นเอง นั้นก็ครเมษี กำลังแสวงหาซึ่งเรือนนั้น
ถ้าพูดกันตรง ๆ ผู้ที่ต้องการแสวงหาเครื่องคุ้มครองกะลาหัว มีศรัทธาแน่ใจแล้ว จงประพฤติธรรมะ4 ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ขันติ จาคะ เถิด นั้นเสร็จแล้วจะไม่เศร้าโศกเลย เสร็จจากธรรมะ เสร็จแล้ว ท่านเสร็จการแสวงแล้วจะไม่เศร้าโศกเลย อีกอย่างแปลว่าละโลกนี้ไปแล้วนั้นไม่เศร้าโศกเลย นั้นมันจะมีประโยชน์อะไรเมื่อตายแล้ว แล้วแต่ว่าฆราวาสธรรมนี้จะถือธรรมะ สำหรับผู้ที่ต้องการที่พึ่งแก่ชีวิตอยู่ในโลกนี้ ใครก็ได้ที่ต้องการมีที่อยู่อย่างสะดวกสบาย ให้ความสุขความสะดวกสบาย ทางกายก็ได้ ทางจิตก็ได้ นั้น
คำว่าเรือนใช้ทางกายก็ได้ ใช้ทางจิตใจก็ได้ จิตใจก็ต้องการเรือนเหมือนกัน เรือนข้างนอกสำหรับร่างกาย เรือนข้างในสำหรับจิตใจ เมื่อแสวงหาเรือนกันแล้ว ขอให้ใช้ธรรมะ 4 ประการนี้คือ สัจจะ ความจริง ธรรมะ การบังคับตน ฐิติ บาลีใช้คำว่าฐิติ ซึ่งแปลว่า อดทนเหมือนกัน แทนคำว่า ขันติ จาคะ จาคะ สละสิ่งไม่ควรจะมีอยู่ในตน ไม่จำกัดอยู่เพียงว่าให้ทาน ให้สิ่งของ ให้ทานนะ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม