คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32483" type="text/javascript"></script>
ฆรามสิธรรม-ฆราวาสธรรม
ท่านครูบาอาจารย์หรือที่เป็นเจ้าหน้าที่ อาตมานำหลักสูตรจริยธรรม เพื่อที่จะทำพลศึกษาทั้งหลาย ในการบรรยายครั้งที่ 4 นี้ อาตมาก็จะได้บรรยายตามหัวข้อที่ท่านได้กำหนดให้ ว่าด้วยเรื่องฆราวาสธรรม ฆราวาสธรรม คำว่าฆราวาสธรรม อยู่ในจำพวกธรรมะของฆราวาส
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ชมแล้ว: 11,562 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 5 September 2007, 2:32 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 25 October 2007, 10:31 am

หน้าที่ 3 - จาคะ
คำว่าจาคะเนี้ยมันกว้างกว่าคำว่าฐานะ ฐานะให้ทางให้ของ ในจาคะเนี่ยมัน มันบริจาคทุกสิ่งที่ไม่ควรจะเอาไว้ อะไรที่ไม่ควรจะเอาไว้กับตน ถ้าเป็นสิ่งอันตรายสละไปเสียนั้น คือ จาคะ ในคาถาที่ 1 เรียกว่า สัจจะ ทะนะ ฐิติ จาคะ ทีนี้คาถาที่ 2 ใช้คำว่า ขันติ โดยตรง คำนี้ใช้กับฐิติ นะ ในคาถาที่ 2 บางคนอาจจะไม่เคยได้ยิน และก็ไม่เคยมีใครเอามาพูด ส่วนคาถาที่ 2 ที่ว่า อินคะ อันเย ปิกุ ชัตสุ อุถู สะมะ มะทามมันเล เรทิศรัทธา สมาจาคา อะคันตะยาปีโย คะนิสติ คำเหล่านี้เป็นคำท้าทาย พระพุทธเจ้าหรือพระโพธิสัตย์ท่านท้าทายว่า ถ้าแกไม่เชื่อก็ไปถามสมณะพราหมณ์เหล่าอื่นดูเถิด มันอันว่าประเสริฐ อินถะ อันเยติ อินถะ เอาเถิด เชิญเถิด อันเยปิ อุติชัสุ จงไปถามสมณะพราหมณ์เหล่าอื่น อุถูสมาณะมะเน ซึ่งเป็นสมณะพราหมณ์เป็นมาก ยาทิสัจจา สมาจาคา ตยาตโย อนิสัจติ



52358



ถ้าจะมีอะไร ตโย ยิ่งไปกว่า สัจจา ธรรมมา จาคา ทันตะยา คือมะดียิ่งไปกว่า สัจจะ ธรรมะ จาคะ และขันติ ท่านท้าว่าไปถามสมณะพราหมณ์ ลัทธิต่าง ๆ เป็นอันมากดูเถิดว่ามันยังมีธรรมะไหน ยิ่งไปกว่าธรรมะ 4 อย่างนี้ ผู้แสวงหาซึ่งเรือน คือผู้แสวงหาซึ่งเรือน ในภาษานี้ ใช่คำว่า ขันติ หรือ ขันตยา ปิโยยิ่งกว่า ยิ่งกว่าสัจจะ ยิ่งกว่าธรรมะ ยิ่งกว่าจาคะ ยิ่งกว่าขันติ มีไหม นั้นก็เป็นอันว่า มีธรรมที่เขาถือกันอย่างหนึ่งเราก็อยากจะถืออย่างนั้น เป็นคำว่า ครเมษิโณ ผู้แสวงอยู่เรือน ไม่ใช้ผู้อยู่ครองเรือน เรือนนี้ คือ ที่พึ่งที่คุ้มครอง สำหรับสัตว์ที่ดี สำหรับคนที่ดีกว่าสัตว์ สุดท้ายไปถามดูมันมีธรรมะ ที่ไหนที่เหมาะกว่าธรรมะ 4 อย่างนี้


สำหรับผู้ที่แสวงหาซึ่งเรือน เอาและ เป็นว่าใจความสำคัญนั้นอยู่ที่ธรรมะ 4 ประการ ใช้สำหรับผู้ที่แสวงหาที่พึ่ง นี้ก็เหมือนเรือนเป็นที่พึ่งแต่กาย ถ้ามีเรือนเป็นที่พึ่งแก่ใจ ก็ให้อีกความหมายหนึ่ง มันจะเป็นเรือนชนิดไหน ก็แสวงหาด้วยธรรมะ 4 ประการนี้ นี้สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกันก็คือว่า จะทำธรรมมะ 4 ประการนั้นนะ สัจจะ ทะนะ ฐิติหรือขันติ ตรงนี้ต้องใช้สองชื่อ แล้วก็จาคะ ธรรมะ ฐิติหรือขันติ และก็จาคะ สัจจะแปลว่า ความจริง เป็นความจริง แล้วทีนี้ความหมายธรรมดา ๆ คือความตั้งใจจริง ความตั้งใจจริง แล้วก็มีความตั้งใจจริง แล้วก็ประพฤติให้มันจริงลงไป จริงต่ออะไรบ้าง ต้องใช้สติปัญญาครูบาอาจารย์เองก็ได้ แล้วก็กล่าวไว้เป็นกลาง ๆ เพียงแต่ขอให้มันจริง จริงต่ออะไร มันก็มีหลายอย่างนะ


เดียวนี้เราก็พูดกันแต่ว่าจริงต่อเวลาที่นัดหมายกันไว้ จริงต่อหน้าที่การงาน อย่ากบฏในหน้าที่การงาน จริงต่อผู้อื่นมิตรสหาย ชาวเกลอ บุตร ภรรยา สามี เราก็ต้องซื่อตรงหรือจริง อย่างนี้มันจริงปีกย่อย ถ้าจริงให้จริง ๆ ให้รวมของความจริงคือ จริงต่อตนเอง จริงต่อตัวเอง ซื่อตรงต่อตัวเอง คือซื่อตรงต่อตัวเองก็ถามดูสิว่าเราเป็นอะไรนะ เราเป็นมนุษย์ เรามีความเป็นมนุษย์ แล้วเราจะยิ่งตรงต่อความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าเป็นแต่เพียงคน เกิดมาก็เป็นคนและก็ไม่ขวนขวายให้เป็นมนุษย์คือให้ดีไปกว่าธรรมดา ถ้าเป็นมนุษย์ก็ดีกว่าธรรมดา จะดีกว่าที่เป็นสัตว์ว่าคน เกิดมาก็เป็นคนและก็ไม่มีอะไรดีไปกว่านั้น นี้เรามีความเป็นมนุษย์เราก็ต้องมีความจริงต่อความเป็นมนุษย์ของเรา


คำว่ามนุษย์มีความหมายอย่างไร เราก็ต้องเป็นอย่างนั้นให้ได้ อย่างนี้เรียกว่า จริงต่อความเป็นมนุษย์ของเรา อย่าให้มีใครมาตราหน้าได้ว่าคนนี้มันเหมาะที่จะเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์เป็นอย่างไรซื่อตรงต่อความเป็นมนุษย์นั้นแล้ว ประพฤติปฏิบัติให้เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ เนี่ยจริงต่อความเป็นมนุษย์ เมื่อมันจริงต่อความเป็นมนุษย์ของมันเอง มันก็จริง บุตร ภรรยา สามี เพื่อนฝูง มิตรสหายมันก็จริงได้ แล้วมันก็จริงต่อเวลา จริงต่อหน้าที่การงาน จริงต่อทุกอย่างที่เกี่ยวกับคน ๆ นั้นเราจะแจกเป็นจริง จริงต่อสักกี่อย่างอะไรก็ได้



แต่ขอให้มันสรุปรวมอยู่ที่คำว่าจริง ต่อความเป็นมนุษย์ของเขา คือจะใช้ความเป็นคนก็ได้ จริงต่อความเป็นคนของเขา แต่ท่านให้คำว่าคนนะมีความหมายที่สมบูรณ์สักหน่อย กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน คำว่าคนคำนี้ไม่ใช้คนธรรมดาแล้ว ถ้าเป็นคนอย่างธรรมดาละก็ก็ไม่ต้องพูดให้เสียเวลา เพราะว่าเป็นคนอยู่แล้ว จะพูดให้บ้าทำไม นั้นก็พูดว่า แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน คำนี้มันต้องเป็นคนที่ยิ่งกว่าอยู่แล้วตามธรรมดา นั้นก็คือ เป็นมนุษย์นั้นเอง มีธรรมะ 2 บทเราก็เรียกว่า เขาก็เป็นคน ที่ถูกต้องสมบูรณ์ คือเป็นมนุษย์


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ฆรามสิธรรม-ฆราวาสธรรม [11,563]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,276]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,483]
Global Warming { English } [159,891]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.