สารบัญ
หน้าที่ 6 - ความอดทน
ทีนี้มันก็คลอดมาจากท้องมารดา ทีนี้ ตาหูจมูก ลิ้น กาย ใจ ของมันก็ทำหน้าที่แล้วมันก็ไปพบอร่อย อร่อยทางตา เด็กทารกมันก็เอาของสวย ๆมาแขวนให้ดู ก็ขับกล่อมทางหู ให้เด็กทารกได้ฟังเพลงเพาะ ๆ ให้มันได้กลิ่นหอม ให้มันได้กลิ่นนม กลิ่นอาหารอร่อย ๆ ให้มันนิ่มนวลด้วยการประคบประงม รู้สึกนิ่มนวล แล้วมันก็ขับกล่อมจิตใจ อันนี้ก็คือสิ่งที่โจนต้องเอามาล้อ ไอเด็กน้อยคนนี้มันก็ชอบเหยื่อที่โจนเอามาล้อ เอร็ดอร่อยทางตา หูจมูกลิ้น กายใจ มันก็ทิ้งสภาพเดิม วิ่งหนีตามโจนไป ไปหาสิ่งที่จะเกิดความเอร็ดอร่อยทาง ตาหูจมูกลิ้นกายใจ มันก็ได้ไปอยู่กับโจน แล้วอารมณ์เหล่านั้นนะที่ว่าเอร็ดอร่อย สวยงาม ตาหูจมูกลิ้นกายใจ มันก็เล่นงานเอา เด็กคนนี้ต้องร้องไห้อยู่ จะคิดยังไง ฆ่าโจน หรือจะหนีโจนนั้นก็แล้วแต่เถอะ
ที่พูดนี้ให้รู้ว่าไอ้คนเรานี้พอเกิดมามันก็ละทิ้งความปรกติไปชอบเอร็ดอร่อย นี้ก็ทำเกินไป แล้วก็ลงไปชอบกิเลสนะ ไปคลุกคลีกับกิเลส ไปอยู่กับกิเลส จนมีกิเลสเป็นนิสัย มันจึงยาก ยาก ยากที่จะบังคับกิเลส จะละกิเลสออกไปอยู่กับความถูกต้องที่เป็นกลาง นั้นจึงพูดว่าการบังคับตนนั้นมันยาก ถ้าคนมันเลวมากเสียแล้วตั้งแต่เกิดมานี้มันเลวมากซะแล้วจึงไปหลง ความเอร็ดอร่อยทาง ตาหูจมูกลิ้นกายใจมากเท่านั้น การที่จะบังคับตนให้ไปอยู่ในความถูกต้องนี้มันยาก ทีนี้มันไม่ได้ ยาก็ยากสิมันไม่ยอมนิ มันไม่ยอมให้เหลงไหล มันต้องบังคับให้ได้
มิฉะนั้นมันตายนิ ซึ่งมันก็ต้องบังคับให้ได้ แล้วเราก็ต้องบังคับจิตของเราให้ได้ ถึงจะยากที่สุดอย่างไรเราก็ต้องบังคับให้ได้ เราต้องเข้มแข็งพอ ถ้าบังคับไม่ได้มันก็สูบบุหรี่ทั้งครูและนักเรียน มันก็บังคับไม่ได้ ควันมันก็โขมงอยู่ในห้องเรียนอีก ครูมันก็สูบบุหรี่ให้นักเรียนดูเพราะมันบังคับจิตไม่ได้ อย่าว่าแต่เรื่องอะไรอื่นเลยแม้แต่เรื่องบุหรี่นี้ก็บังคับไม่ได้ นั้นก็ต้องตั้งหน้า ตั้งใจจริง บังคับกันให้ได้ ในข้อนี้มีพระบาลีกล่าวว่า จงบังคับจิต บุศเรน จงบังคับจิตให้เหมือนกับขวานช้าง บังคับช้างที่ตกมัน พระบาลีมีว่าอย่างนี้ จงบังคับจิตในอัตราเทียบส่วนกับที่ขวานช้างบังคับช้างที่ตกมัน เราอาจจะไม่เคยเห็นแต่เราคำนวณดูได้ ว่าช้างที่ตกมันบังคับยากอย่างไร ให้มีคำว่าฉลาด ขวานช้างที่ฉลาดสามารถบังคับช้างที่ตกมัน ช้างที่ตกมันบังคับยาก ขวานช้างตายไปหลายคนแล้ว
แต่ถ้าขวานช้างที่ฉลาด ไม่ว่าช้างจะตกมันอย่างไร ขวานช้างที่ฉลาดมันก็สามารถบังคับช้างที่ตกมันได้ ที่ตรัสไว้ในภาษาบาลี ไพเราะมากเลยคำนี้ ทีนี้เราจะบังคับจิตที่บังคับยากเหมือนช้างตกมันเราไม่ได้ฉลาด เก่งทุกประการก็จึงจะสามารถบังคับจิตหรือมีธรรมะไม่ได้ เราก็บังคับจิตได้ คือบังคับตนเองได้ เรียกว่า การมีธรรมะ ทีนี้คำถัดไปที่ 3 ก็คือ ขันติ หรือฐิติ คำว่าฐิติแปลว่า ดำรงมั่นอยู่ ฐิติแปลว่า อดกลั้น อดทน หมายความว่ามันต้องเจ็บปวดในการต่อสู้นี้มันต้องเจ็บปวด จะบังคับช้างหรือ บังคับจิต มันทั้งเหน็ดเหนื่อย มันทั้งเจ็บปวด มันทั้งลำบากเหลือประมาณ เพราะฉะนั้นจะต้องมีความอดทนที่เพียงพอ
ถ้าความอดทนไม่เพียงพอมันก็ทิ้งงานนี้ ก็เท่านี้แหละ มีความอดทนไม่เพียงพอ มันไม่ยอมสู้มันก็ต้องทิ้งงานนี้ไป นั้นจึงต้องอดทน ๆ ๆ ต่อความเจ็บปวดที่เกิดมาจากการบีบขั้นของกิเลส พอเราไปบีบขั้นกิเลส กิเลสมันก็ไปบีบขั้นจิต มันก็เจ็บปวดเพราะการบีบขั้นของกิเลส จึงต้องมีการอดทน อดทนเหลือประมาณ อดทนจนเลือดน้ำตาไหล จะไม่ยอมแพ้จะอดทนสู้ให้จนได้ คือว่ามีการบังคับ ถ้ามีสัจจะ แล้วก็มีการบังคับ และก็มีความอดทน รักษาสัจจะ ธรรมะไว้ให้ได้ คำว่าอดทนนี้ คนสมัยนี้ไม่ชอบ คนสมัยนี้เขาบ้าประชาธิปไตย คือว่าต้องอดทนแล้วต้องสูญเสียความเป็นประชาธิปไตยฟังแล้วมันยิ่งบ้าใหญ่เข้าไปอีก เมื่อไม่มีความอดทนแล้วจะมีประชาธิปไตยได้อย่างไร มันต้องยินดีอดทน ลูกเด็ก ๆ ต้องยินดีอดทน คนยากจนต้องอดทน คนใต้บังคับบัญชาต้องอดทน ยินดีที่จะอดทน อย่าไปถือว่าสูญเสียประชาธิปไตย กูไม่อยากจะอดทน กูอยากจะเสมอกัน กูอยากจะสบายเหมือนกัน อย่างนี้มันไม่อดทน
เราต้องยินดีที่จะอดทน มันจึงจะทำสำเร็จ ถ้ามันไม่อดทนแล้วมันก็กลับไปสูบบุหรี่อีกแหละ มันทิ้งบุหรี่ได้วันหนึ่ง แล้วมันเงี่ยน เงี่ยนมันเหลือทนมันก็ไม่อดทนมันก็กลับไปสูบบุหรี่อีก ไอคนที่อยากจะทิ้งบุหรี่ระวังให้ดีเถอะ ต้องมีความอดทนพอ มีความจริงใจ มีการบังคับจิตและมีการอดทนพอ แม้แต่เรื่องสูบบุหรี่แล้วจะเลิกบุหรี่นี้ก็ต้องมีความอดทนพอ ทีนี้อันสุดท้าย เรียกว่า จาคะ จาคะ บริจาค บริจาคออกไป นั้นสิ่งใดที่เป็นผ้าสึกของความสำเร็จทุกสิ่งที่เป็นอุปสรรค์เป็นผ้าสึกของความสำเร็จ เราต้องยอมลสะมัน ยอมสละมันอย่าเอาไว้เลย ความสนุกสนาน เอร็ดอร่อย เหลวไหล ความเหลงไหล ความฟุ้งซ่าน อะไรก็ตามที่มันเป็นผ้าสึกต่อความสำเร็จนี้ต้องบริจาคออกไป เป็นข้อสุดท้ายคือว่า สละสิ่งที่เป็นผ้าสึกของความสำเร็จ ออกไป ๆ เรียกว่า จาคะ สัจจะความจริง ตั้งใจจริง
แล้วก็ธรรมะ บังคับให้ทำอย่างนั้น พอทำอย่างนั้นเจ็บปวดก็ต้องอดทน เพื่อให้อดทนได้ พออดทนได้ไอความกดดันทั้งหลายที่จะระบายออกไปได้ทางอื่นนั้น ก็ระบายออกไปเสีย มิฉะนั้นมันจะกดดันมากจนเหลือทน ถ้าเราประพฤติความถูกต้องอย่างอื่น ๆ ช่วยเขาไว้ ช่วยเขาไว้ ให้ความเลวความผิดมันลด ๆ ลงบ้าง แล้วเราก็จะอดทนได้ ถ้าเราประพฤติความดีอย่างอื่น ทำบุญสุนฐาน หรือทำดีอย่างอื่น ๆ ให้รู้รั่วระบายความเลวร้ายออกไปเสียอยู่เป็นประจำทีนี้ความกดดันมันก็เหลือน้อยพอที่เราจะทนได้ นี้เป็นอุบาย เราต้องอดทน ถ้ามันมาก มากเกินอดทนไม่ได้มันก็ล้มละลาย นั้นอะไรที่ทำให้รั่วออกไปเสีย รั่วออกไปเสียนั้นมันทำให้กดดันน้อย อดทนได้เป็นความถูกต้อง นี้ข้อให้ดูไอ้ 4 ประการนี้มันเป็นเทคนิคนะ มันเป็นเทคนิคที่ตายตัวของธรรมชาติ ต้องใช้เทคนิคให้ถูกตามธรรมชาติ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม