คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32490" type="text/javascript"></script>
สนทนาปัญหาบ้านเมือง
ถาม : กระผมเองมานั่งอยู่ตรงนี้ หรือแม้ญาติโยม ที่ได้เห็นภาพของท่านเจ้าคุณอาจารย์ทางโทรทัศน์ ก็คงจะรู้สึกตรงกันดีอย่างหนึ่งว่า เราดูด้วยสายตาแล้วสังขารของท่านยังแข็งแรงดี แต่ไม่ทราบว่าสุขภาพอนามัยแล้ว ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างครับผม ท่านเจ้าคุณอาจารย์:
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 12,676 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 5 September 2007, 5:13 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 10 September 2007, 10:44 am

หน้าที่ 1 - วัดล้ออายุวันเกิด 84
ถาม: แต่แพทย์ก็ยังถวายการรักษาอย่างปกติเป็นประจำครับผม
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: หมอช่วยดูแลอยู่เป็นประจำ
ถาม: มีญาติโยมปรารภมาว่า เมื่อตอนที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์ทำงานวัดล้ออายุวันเกิด 84 ท่านปรารภว่า จะหยุดการทำบุญวันเกิดเอาไว้แต่เพียงแค่นั้น ก็มีเสียงออกมาว่า เดี๋ยวนี้จะเป็นการปลงอายุสังขารหรืออย่างไร พระเดชพระคุณมีความหมายอย่างไรครับ กับคำที่ว่าจะหยุดการทำอายุไว้แต่เพียงเท่านั้น



ท่านเจ้าคุณอาจารย์: คำพูดนั้นไม่ตรงทีเดียว ก็คือ เราเรียกว่าการทำบุญล้ออายุ พอมาปีสุดท้าย 84 ปี นี้เราเรียกว่าทำบุญเลิกอายุ คือไม่ยุ่งกับอายุอีกต่อไป ให้มันเป็นพิธีรีตองให้ยุ่งยากลำบาก เลิกมีปัญหาเกี่ยวกับอายุ ถ้าพอมีเวลาว่างอยู่ก็ไปทำในความสงบ หรือทำสิ่งที่มันไมเกี่ยวกับอายุ ไม่ใช่ว่าเป็นการปลงสังขารนะ ไม่ได้ปลงสังขาร ทำงานสนองพระพุทธประสงค์ต่อไปๆ เลิกเรื่องยุ่งๆเกี่ยวกับอายุเสีย แล้วก็มีเวลามาทำงานสนองพระพุทธประสงค์ให้มากขึ้น เลิกอายุ ถ้าจะทำต่อไปอีกเรียกว่า อยู่กับความว่างไม่ล้อไม่เลิกอะไรอยู่กับความว่าง ศึกษาเผยแพร่เกี่ยวกับความว่าง พิธีรีตองเกี่ยวกับอายุอย่าเข้ามายุ่งให้เสียเวลา


52410





ถาม: ครับผม กระผมเคยมาที่สวนโมกข์ เคยมานั่งฟังพระคุณอาจารย์เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาครั้งนี้รู้สึกว่าสวนโมกข์ไม่เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คือมีผู้คนมากันมากขึ้น ทั้งที่เป็นชาวไทยและที่เป็นชาวต่างประเทศ แต่ที่นับว่าสำคัญก็คือ ขณะนี้สวนโมกข์กลายเป็นที่ท่องเที่ยวไปด้วย พวกบริษัทนำทัวร์ บริษัทนำเที่ยว เมื่อนำชาวไทยก็ดี ชาวต่างประเทศก็ดี เมื่อผ่านมาทางนี้ แวะดูพระธาตุชัยยาก็ต้องแวะที่สวนโมกข์ด้วยเสมอ ท่านเจ้าคุณอาจารย์มีความรู้สึกขัดข้อง รำคาญ หรือว่าทำให้วิเวกสวนโมกข์นั้น เปลี่ยนไปประการใดหรือไม่ครับผม
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: ไม่มีปัญหาอะไรเลย ไม่สูญเสียความวิเวกอะไร เราต้องการที่จะอยู่ร่วมกัน ทำประโยชน์ร่วมกันกับผู้อื่น เมื่อเขามาหาก็ดีแล้ว จะได้ทำประโยชน์แค่เขา ได้พูดกับเขาสักคำ 2 คำ ในพวกที่แวะ หรือเขาผ่านมาก็มีหลายพวกเหมือนกันแหละ เข้ามาถามถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ และเราก็ได้พูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ ไม่ต้องไปไหนให้ลำบาก นั่งพูดอยู่ที่นี่ สรุปแล้วไม่มีเรื่องเสียหายที่จะมีคน แวะมาเพิ่มมากขึ้น เราไม่ยุ่งกับเขาก็ได้ แต่ถ้าเขามาขอความรู้ ความเห็นอะไรก็ทำ ส่วนมากก็จะมาขอรดน้ำมนต์ เราก็ใช้วิธีรดน้ำมนต์ของพระพุทธเจ้า ก็คือธรรมะให้เขา ได้อาบรดธรรมะมันก็ดี ไม่ต้องไปที่ไหนก็น้ำรดน้ำมนต์อยู่ที่นี่ รดน้ำมนต์ธรรมะ แต่ถ้าเป่าหัวนั้นไม่ชอบไม่ทำ ถ้าจะทำมันก็รดน้ำมนต์ธรรมะอีกนั่นแหละ



ถาม: กระผมสังเกตเห็นว่าในสวนโมกข์นี้มีพระอยู่มาก ร่วมร้อยรูปกระมัง ที่สำคัญมีชาวต่างประเทศ ที่ยังเป็นอุบาสก อุบาสิกาอยู่ ก็มีเป็นมาก ได้ทราบว่าพระคุณอาจารย์มีโครงการจะทำศูนย์อะไรอย่างหนึ่ง ที่ให้เป็นศูนย์เผยแพร่พระพุทธศาสนา แก่ชาวต่างประเทศ ได้ยินคำปรารภนี้มา 3-4 ปีแล้ว ไม่ทราบว่าถึงบัดนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับผม
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: มันก็เพิ่มการสอนธรรมะให้มากขึ้น อาตมาตั้งใจจะทำอย่างนั้น เรียกว่าพุทธธาตุ คือ ทำงานสนองพระพุทธประสงค์ พระพุทธประสงค์จะเกิดขึ้นตามที่ท่านตรัสเองว่า สถาคตเกิดขึ้นมาในโลก เพื่อประโยชน์แก่สัตว์โลก ทั้งเทวดา ทั้งมนุษย์ ทั้งสมณะ ทั้งพราหมณ์ ถ้าคนเหล่านี้ยังไม่รู้ธรรมะ สถาคตก็ยังไม่ปรินิพพาน ถ้าคนเหล่านี้ยังไม่รู้ธรรมะ เอาตัวรอดได้ทั้งที่ไม่ปรินิพพาน มีพระพุทธประสงค์ อาตมาก็สนองพระพุทธประสงค์ จึงได้เรียกตัวเองว่า พุทธธาตุ ที่ทำให้ธรรมะปรากฏแก่ สัตว์ทั้งหลาย ทั้งเทวดา และมนุษย์ ก็ดีแล้วที่เขาจะมาให้สั่งสอน ให้ธรรมะมันแพร่หลายออกไป ก็เลยไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้


ถาม: ครับผม ชาวไทยกับชาวต่างประเทศที่มาที่นี่ จุดหมายปลายทางคือต้องการมาพบพระคุณอาจารย์ และมารับฟังธรรมะ แต่ลงไปลึกๆจริงแล้ว ปัญหาของชาวไทยก็ดี ชาวต่างประเทศก็ดี เป็นปัญหาเดียวกันหรือไม่ประการใดครับผม ถึงได้บ่ายโฉมหน้ามาพบท่านเจ้าคุณ
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: อ๋อ...เรื่องนี้มันเป็นเรื่องธรรมชาติ อาตมาก็บอกเขาเหมือนกันว่า ธรรมะมันไม่ได้สำหรับคนไทยหรือสำหรับฝรั่ง แขก จีน อะไรที่ไหน ธรรมะนี้สำหรับมนุษย์ทุกคน ถ้ามันมีเลือดแดงๆมันยังหัวเราะ ร้องไห้ อยู่ ทุกคนต้องการธรรมะ ธรรมะเหมาะสมสำหรับทุกคน ไม่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นชาตินั้น ภาษานี้ ศาสนานี้ ให้มันเป็นมนุษย์มันก็ต้องการธรรมะ เราจึงพูดในฐานะ พูดกับเพื่อนมนุษย์ดับทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ ไม่มีปัญหาอะไร เราทำความเข้าใจกับคนเหล่านั้น



ถาม: กระผมสนใจเรื่องผู้คนที่มาที่นี่ สวนโมกข์มันอยู่ไกล ไกลในที่นี้คือ ไกลจากความเจริญ เช่น กรุงเทพ การคมนาคมก็สะดวกขึ้นมาก ทุกคนก็เลยมากันมาก ก็เลยสนใจประเด็นเรื่องผู้คนที่มานี้ เมื่อเวลาที่คนต่างศาสนามาที่นี่ และกระผมก็ทราบว่ามากันมากปีหนึ่งๆ กับใครก็ตามที่สนใจใฝ่ธรรมะ ก็ต้องใคร่ที่จะมา ถือวิสาสะ ธรรมมะคฉา กับพระเดชพระคุณ เมื่อคนศาสนาเหล่านั้นมาถึง ท่านเจ้าคุณเริ่มต้นตรงจุดไหนครับ ในการที่จะคุยกัน จนเข้าอกเข้าใจกันรู้เรื่อง
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: ก็ดูบุคคลนั้นเขามีปัญหาอย่างไร เขาต้องการอย่างไร แล้วก็จะแสดงออกมาพอให้เราสังเกตเห็น ได้ว่าเขาต้องการอะไร ก็พยายามพูดให้เขาได้รับประโยชน์มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ จะตอบตายตัวไม่ได้ มันต้องเฉเพาะราย ๆไป แต่ว่ารวมกันก็ได้เหมือนกันทุกคนก็คือว่า มีวิธีที่จะทำให้ชีวิตนี้ไม่เป็นทุกข์ คือให้ชีวิตนี้มีธรรมะไม่เป็นทุกข์ ที่เขาชอบที่สุด ประโยคที่เขาชอบที่สุด ว่า ชีวิตนี้จะไม่กัดเจ้าของ ชีวิตนี้มีธรรมะแล้ว ชีวิตนั้นจะไม่กัดตัวเอง ชีวิตที่ไปกัดเจ้าของจะเป็นชีวิตที่เยือกเย็นๆ ก็คือทุกคนต้องการอย่างนี้



ถาม: ทีนี้มาถึงปัญหาของชาวบ้าน คนไทยทั่วๆไปที่มาถึงที่นี่ ไม่ทราบว่าปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ ชาวบ้านส่วนใหญ่ ในบ้านเมืองเรานี่เองครับ เมื่อมาพบพระเดชพระคุณเจ้าคุณอาจารย์ จะมาปรารภอะไรกันเป็นหลัก ถึงความทุกข์ในข้อใดครับผม
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: นี่เอาแน่ไม่ได้เพราะมันมีหลายชั้น จะพูดได้เลยว่าส่วนใหญ่มาเพื่อทำบุญ ไม่ได้มาหาความรู้ ไม่ใช่มาเพื่อศึกษา มาเพื่อทำบุญ มาเพื่อเลี้ยงพระ เป็นต้น แล้วก็พอใจแล้วก็กลับ อย่างนี้มากกว่าอย่างอื่น แต่ถ้าจะมาศึกษาก็ได้ ช่วยเหลือตามที่จะทำได้ ให้เขารู้ในสิ่งที่เขาควรจะรู้ ตามที่เราสังเกตเห็นเขาพูดธรรมะกันเหมือนกัน แต่มันเป็นส่วนน้อย สู้ชาวต่างประเทศไม่ได้ ชาวต่างประเทศมาไกลๆ ลงทุนมากเพื่อการธรรมะโดยตรง แต่ประชาชนคนไทยที่อยู่ใกล้ๆก็ต้องการบุญกุศลมากกว่าที่จะรู้ธรรมะ ต่างกันอยู่อย่างนี้
ถาม: มาถึงในบัดนี้ พ.ศ.นี้ ท่านเจ้าคุณอาจารย์คิดว่า ปัญหาอันยิ่งใหญ่ของบ้านเมือง หรือของคนไทยนั้นอยู่ที่ตรงไหนครับผม


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,248 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

สนทนาปัญหาบ้านเมือง [12,677]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,597]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,355]
Global Warming { English } [116,700]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.