คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32490" type="text/javascript"></script>
สนทนาปัญหาบ้านเมือง
ถาม : กระผมเองมานั่งอยู่ตรงนี้ หรือแม้ญาติโยม ที่ได้เห็นภาพของท่านเจ้าคุณอาจารย์ทางโทรทัศน์ ก็คงจะรู้สึกตรงกันดีอย่างหนึ่งว่า เราดูด้วยสายตาแล้วสังขารของท่านยังแข็งแรงดี แต่ไม่ทราบว่าสุขภาพอนามัยแล้ว ท่านอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างครับผม ท่านเจ้าคุณอาจารย์:
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 12,681 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 5 September 2007, 5:13 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 10 September 2007, 10:44 am

หน้าที่ 2 - คนเห็นแก่ตัว ทำลายธรรมชาติที่สุด
ท่านเจ้าคุณอาจารย์: เป็นเรื่องของประเทศชาติของโลกแล้วแหละ ปัญหาที่ทุกคนรู้สึกอยู่นั้นแหละ ไม่มีสันติภาพ จะเป็นกันทั้งโลก คิดว่าจะเป็นกันทั้งประเทศ ทุกๆประเทศ อย่างเดียวกัน แต่ไม่เท่ากัน หรือมากน้อยก็แล้วแต่ คนเห็นแก่ตัวก็มากขึ้น อาชญากรก็เพิ่มมากขึ้น คนบ้าก็มากขึ้น คุกตารางไม่พอจะใส่แล้ว โรงพยาบาลบ้าก็ไม่พอจะใส่แล้ว นี่ก็เป็นปัญหาเหมือนๆกันทุกคน เราถือว่ามาจากต้นต่อเดียวกัน ความเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวนั้นลองไปใคร่ครวญดูเถิด อย่ามองเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เห็นแก่ตัวนะเป็นเรื่องทั้งหมด คนเห็นแก่ตัวแล้วมันก็ขี้เกียจ มันก็นอน อยากจะนอนเอาระโยชน์นั้น เรียกว่าเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวนั้นไม่สามัคคี จะเรียกร้องให้มาช่วย คนไม่สามัคคีนะคนเห็นแก่ตัว มันก็จะคอยจ้องเอาประโยชน์


เอาเปรียบ นี่เรียกว่าคนเห็นแก่ตัว ทำลายธรรมชาติที่สุด ทำลายป่า มันมาจากความเห็นแก่ตัว คนเห็นแก่ตัวเห็นประโยชน์ส่วนตัว สร้างมลภาวะไปทุกหนทุกแห่ง มันเห็นแก่ตัว มันเห็นแก่ตัวแรงขึ้นๆแล้วมันก็หลงทาง ความเห็นแก่ตัว ทำไมเรียกว่าหลงทาง เพราะมันทำลายตัวเอง มันเป็นบ้าเพราะมันเห็นแก่ตัว จนหลงทาง ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ก็ได้ ฆ่าลูก ฆ่าเมียก็ได้ จนฆ่าตัวเองตายในที่สุด คนเห็นแก่ตัวมันหลงทางอย่างนี้ ปัญหาทั้งหมดมันมาจากความเห็นแก่ตัว


ถ้าสิ่งนี้ออกไปจากโลกได้ โลกนี้ก็จะมีแต่ความสงบเย็น มีสันติภาพ สันติสุข เดี๋ยวนี้มันตรงกันข้าม ความเห็นแก่ตัวมันมากขึ้นๆ ก็ความเจริญทางวัตถุมันมากขึ้น แล้วมันก็ส่งเสริมความเห็นแก่ตัว โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหลายผลิตของเอร็ดอร่อย สนุกสนานส่งเสริมความเห็นแก่ตัว เดี๋ยวมนส่งเสริมความเห็นแก่ตัวให้มากขึ้น ส่วนที่จะทำให้ความเห็นแก่ตัว เป็นเพราะวัดวาอารามไม่ค่อยมีใครมา การศึกษาก็จัดที่ว่า เพิ่มความเห็นแก่ตัว ให้เด็กๆฉลาดๆแล้วยิ่งเห็นแก่ตัว ความฉลาดมากมันก็เห็นแก่ตัวเยอะ


52412




ศาสนาไม่มาควบคุมการศึกษา การศึกษาเลยส่งเสริมความเห็นแก่ตัว เรียกว่าฉลาดเพื่อทำลายโลก ยิ่งเห็นแก่ตัวเท่าไหร่ก็ยิ่งทำลายโลกเท่านั้น ทุกอย่างเป็นหมันหมดถ้าเห็นแก่ตัว ทุกอย่างเป็นหมันหมดถ้าคุณมีสุขภาพอนามัยดี สาธารณะสุขดี สบายดีทุกคน แต่ถ้าเห็นแก่ตัวหมดทุกคน ก็อันธพาลหมดทุกคน อะไรๆที่เขาสร้างสรรค์กันมาอย่างงดงาม คนเห็นแก่ตัวก็ทำลายหมด เสียเวลา การศึกษาก็เพื่อเห็นแก่ตัว รับใช้ความเห็นแก่ตัว การเมือง การเศรษฐกิจก็ยิ่งเห็นแก่ตัว ปัญหาก็มากขึ้น มันทำลายความสบสุข เพราะมีความเห็นแก่ตัว เข้าไปแทรกแซง ถ้าสมมุติว่าคมนาคมดี คิดว่าจะเจริญ มันก็เจริญบ้างนั่นแหละ แต่ว่าความเห็นแก่ตัวก็เพิ่มขึ้นเหมือนกัน คนที่มีความสนุกสนาน ก็เที่ยวกันใหญ่ พวกอันธพาลก็สนุกกันใหญ่ มันก็ปล้นจี้ได้โดยสะดวก ได้โดยง่าย ก็คมนาคมมันดี ที่ตรงนี้หน้าวัดเอาไม้ขอนขวางรถคันหนึ่งคว่ำกระจาย มันก็กันค้นกันหมด ก็เข้าใจว่าคมนาคมเจริญ บ้านเมืองมันจะเจริญ เจริญไม่ได้ถ้ามันเห็นแก่ตัว



แต่ความเจริญนั้นมันยิ่งส่งเสริมความเห็นแก่ตัว อะไรก็ตามที่อุตส่าห์ทำมาดี แล้วความเห็นแก่ตัวเข้ามาแทรกแซง มันกลายเป็นไม่มีประโยชน์ ต้องให้ความสนใจแก่ผู้อื่น สนใจแก่ธรรมะ ความถูกต้องเข้ามาเท่านั้น การพัฒนาทุกชนิดจึงมีประโยชน์ มิฉะนั้นยิ่งพัฒนาก็จะยิ่งมีปัญหา เพราะผู้เห็นแก่ตัวได้โอกาส ได้การพัฒนาเพื่อความเป็นประโยชน์ของการเห็นแก่ตัวของเขา ก็ป่วยการที่จะพัฒนานั้น พัฒนานี่ พัฒนาอะไรๆก็ตาม ความเห็นแก่ตัวมาทำลายหมด ขอให้สนใจข้อนี้ว่า ความเห็นแก่ตัวมันทำลายสิ่งที่เราพัฒนาขึ้นอย่างเป็นวรรค เป็นเวร
ถาม: เมื่อสักครู่ท่านเจ้าคุณได้กล่าวถึง ความเห็นแก่ตัวว่า เป็นต้นต่อแห่งปัญหาทุกอย่าง กระผมติดใจอยู่ 2 ประโยค ก็จะขอความกระจ่างแจ้งใน 2 ประโยคนั้นต่อไป ประโยคแรกท่านเจ้าคุณอาจารย์กล่าวว่า ต้องเอาความเห็นแก่ตัวไปจากตัวเราและจากโลก จะเอาออกไปได้โดยวิธีใดครับผม



ท่านเจ้าคุณอาจารย์: มันหลายอย่างเหมือนกัน ถ้าทำได้ แต่เดี๋ยวนี้มันไม่มีทางที่จะทำได้ แต่ว่าถ้าจะทำได้ ข้อแรกก็จะทำให้การศึกษาที่ถูกต้อง ให้มนุษย์ทุกคนรู้ว่าควรทำอย่างไร จึงจะมีสันติภาพ ให้ต้องมีความรู้ถูกต้อง ว่าเราจะต้องอยู่ด้วยกันด้วยความไม่เห็นแก่ตัว ทุกคนก็จะร่วมมือกันเพื่อไม่เห็นแก่ตัว โดยชี้ให้เขาเห็น ให้เขาคิดเอง สมมุติว่าคนเราทุกคนในประเทศไทยเห็นแก่ตัว เลือกผู้แทนมาก็ได้ ผู้แทนเห็นแก่ตัว ตั้งรัฐบาลมันก็เป็นรัฐบาลเห็นแก่ตัว ไปทำตุลาการ ตุลาการก็เห็นแก่ตัว ไม่เว้นสักคน บ้านเมืองจะเป็นยังไง คุณคิดดูสิ ถ้าเราคิดแล้วเขาคงจะ โอ้..ถูกแล้วที่เราไม่เดินหาความเห็นแก่ตัว ราษฎรไม่เห็นแก่ตัว ผู้แทนราษฎรไม่เห็นแก่ตัว รัฐบาลไม่เห็นแก่ตัว ตุลาการไม่เห็นแก่ตัว พวกหมอ พวกครูไม่เห็นแก่ตัว


เดี๋ยวนี้พวกหมอพวกครูก็เห็นแก่ตัว ตุลาการก็มีความแก่ตัว เป็นการท้าไปหมดแล้วบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ให้เขาคิดอย่างนี้ เขาจะพอใจในความไม่เห็นแก่ตัว ในการศึกษาที่ถูกต้องจะเป็นอย่างนั้น ทีนี้วิธีการบางอย่างต้องบังคับให้ทำ บางทีบางอย่างบังคับไม่ได้ก็ต้องเกลี้ยกล่อม ชักจูง อุบายต่างๆไม่ต้องบังคับ แต่ส่วนที่ต้องบังคับ ใครจะมีอำนาจบังคับก็ดูเอาเอง ใครมีอำนาจบังคับก็บังคับให้เป็นไปในความไม่เห็นแก่ตัว พระเจ้าก็ทรงมิได้จะชักจูง เกลี้ยกล่อม อย่าให้เห็นแก่ตัว ช่วยกันทุกแรง ให้ได้ผลออกมาโดยความไม่เห็นแก่ตัว พอไม่เห็นแก่ตัวคุณก็จะเห็นได้ทันทีว่า มันเห็นแก่คนอื่น มันรักผู้อื่น มันเป็นโลกพระศรีอารยเมตไตร เมื่อโลกมันไม่เห็นแก่ตัวมันก็กลายเป็นโลกพระศรีอารยะเมตรัย ก็มิตรภาพอันสูงสุด รักกันๆ จนไม่มีศัตรูเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว



ท่านพรรณนาข้อความนี้ไว้นะว่า คนพอลงจากเรือนของตน ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร มันเหมือนกันไปหมด มันดีกันไปหมด ก็เมื่อกลับถึงบ้านของตน ว่านี่คือบุตร ภรรยาของเรา สามีของเราจึงค่อยรู้จัก ถ้าเราไปทางถนนมันเหมือนกันไปหมด มันดีกันไปหมด มันชุมือขึ้นว่าจะเอาอะไร ต้องการอะไร จะให้ช่วยอะไร ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ทุกคนเหมือนกันหมด เป็นมิตรเหมือนกันหมด ผลของการไม่เห็นแก่ตัว อานิสงฆ์ของความไม่เห็นแก่ตัว ทำให้เกิดศาสนาโลกพระศรีอารยะเมตรัย เดี๋ยวนี้มันมีแต่ชื่อ คำเหล่านี้เขาเอาไปอ้าง โลกพระศรีอารยะเมตรัย ชาวพุทธแก่ๆ คุณตา คุณย่า คุณยาย ก็อ้างโลกพระศรีอารยะเมตรัย แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน มันอยู่ที่หมวดความเห็นแก่ตัวเมื่อไหร่ เป็นโลกพระศรีอารยะเมตรัยเมื่อนั้น ช่วยกันอย่างนี้เถิด ให้เห็นอย่างนี้เถิด เขาก็ช่วย พอใจ ความไม่นิยมเห็นแก่ตัวแล้วก็รักผู้อื่น แล้วปัญหามันก็หมด นี่เรียกว่าชี้แจง เกลี้ยกล่อม ถ้าจะต้องบังคับก็บังคับ ให้มันมองเห็นในความไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะสร้างสันติภาพ



ถาม: อีกประโยคหนึ่งเมื่อสักครู่ หลวงพ่อได้พูดว่า ยิ่งพัฒนามาก คนก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมาก ถ้าอย่างนั้นที่พูดๆกันว่าอยากเป็น นิ๊ก นั้นท่านเจ้าคุณอาจารย์มีความคิดเห็นอย่างไรครับผม จะไม่ยิ่งไปกันใหญ่ หรือยิ่งเตลิดไปในความเห็นแก่ตัวหรือกระไรครับผม


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,256 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

สนทนาปัญหาบ้านเมือง [12,682]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,389]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,652]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,874]
Global Warming { English } [117,027]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.