วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32499" type="text/javascript"></script>
ปฏิบัติธรรม ... จะเริ่มต้นอย่างไรดี
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ปฏิบัติธรรม สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมมือใหม่ และผู้ที่สนใจทุกท่าน
ผู้เขียน: MathGuy ชมแล้ว: 24,889 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 6 September 2007, 1:21 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 15 September 2007, 2:51 pm

หน้าที่ 6 - เจริญสติไปทำไม?

จุดมุ่งหมายเบื้องต้นของการเจริญสตินั้น

(1) เพื่อให้เราได้รู้จักกับคุณภาพของจิตของเราในขณะนี้

ถ้าหากเรายังไม่รู้ว่าในขณะนี้จิตใจของเราเป็นอย่างไร มีระดับของกุศลจิตและอกุศลจิตอยู่มากน้อยเพียงใด มีระดับของความคิดเห็นที่ถูกที่ควรหรือมีปัญญาอยู่เพียงใด ... เราก็จะตกอยู่ในสภาพของคนหรือสภาพของชีวิตที่ยังไม่รู้จักตัวเอง ยังไม่รู้จักแม้แต่ในขั้นเบื้องต้นที่จำเป็นและเพียงพอ ... เมื่อยังไม่รู้จักตัวเราดี ไม่รู้สภาวะจิตใจของเรา ก็ป่วยการที่เราจะไปสนใจไปทำอะไรอื่นๆให้เกิดผลดีได้ ... เมื่อไม่รู้ ชีวิตและจิตใจก็จะถูกปล่อยให้ดำเนินไปตามความไม่รู้ เป็นไปตามกิเลสหรืออกุศลจิตเดิมๆที่เราเก็บสั่งสมไว้


(2) เพื่อให้ได้เครื่องมือชิ้นที่ 1 ที่สำคัญที่สุดในขั้นแรกของการปฏิบัติธรรม

ทำไมจึงกล่าวว่า "สติ" เป็นเครื่องมือชิ้นที่ 1 ที่สำคัญที่สุดในขั้นแรกของการปฏิบัติธรรม ก็เพราะว่า "สติ" คือ หัวใจของ "ศีล" นั่นเอง บุคคลที่ขาดสติอยู่บ่อยๆ จะมีศีล จะรักษาศีลไว้ไม่ได้เลย
การมีสติ รู้ทันการกระทบของจิต รู้ทันอารมณ์ รู้ว่ากุศลจิต หรืออกุศลจิตกำลังจะเกิดขึ้น นั่นคือขณะแห่งการรักษาศีลที่สมบูรณ์


การบ้านชิ้นที่ 2 ต่อเนื่องจากการได้ฝึกเจริญสติ จนเราเริ่มคุ้นเคยกับการมีสติบ่อยๆ หรือจนเราเริ่มรู้ได้ว่า จิตเราเริ่มที่จะเจริญขึ้น มีคุณภาพมากขึ้นในเรื่องของ "การมีสติ" ... ที่สำคัญคือ เราจะเริ่มสังเกตได้ว่า จิตของเราเริ่มจะมีธรรมชาติของการมีสติมากขึ้น จิตเลือกที่จะมีสติเองอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราจะเริ่มสังเกตเห็นได้ ... เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็จะรู้ว่าเราได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิบัติธรรมในขั้นเบื้องต้นแล้ว


อย่าลืมว่า จิตนั้นเราจะไปบังคับเขาไม่ได้ เราจะสั่งให้เขามีสติไม่ได้ แต่การคอยเฝ้าดูอาการของจิต การเกิดขึ้นของอารมณ์ ความรู้สึก และการนึกคิดต่างๆ ... เฝ้าสังเกต ให้รู้ทันอยู่ใกล้ๆ เรื่อยๆ บ่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ และทำต่อเนื่องกันเช่นนี้ ทำเหตุเช่นนี้ ด้วยฉันทะ ด้วยความตั้งใจและความขยัน (อย่างสบายๆ) ... ผลที่ได้คือ จิตจะเริ่มคุ้นเคยกับการมีสติ และเลือกที่จะมีสติเอง ... กล่าวคือ จิตมีคุณภาพในเรื่องสติดีขึ้นนั่นเอง


การฝึกในขั้นต่อไป ก็ให้ทำเหมือนเดิม ผลที่ถูกต้องที่เกิดขึ้น จากการทำเหตุที่ถูกต้อง จะเกิดขึ้นเอง และเราจะรู้ได้เอง ซึ่งจะเป็นตัวตรวจสอบ เป็นพยานหรือเป็นเครื่องยืนยันหลักวิธีการปฏิบัติในการเจริญสติของเรา ในขั้นนี้เราจะเริ่มได้รู้จักกับสภาวะที่ไม่เคยรู้ เราจะได้รู้จักกับสภาวะของการมีสติอยู่บ่อยๆ สภาวะของการมีสติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดขึ้นจากจิตของเราอย่างเป็นธรรมชาติ ... ให้เราพียงแต่รู้ ตามรู้อย่างที่เคยปฏิบัติ ถ้าเกิดอาการผ่อนคลาย อาการถอดถอน อาการสงบระงับ หรือเกิดสมาธิขึ้น ก็เพียงแต่ตามรู้ ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง อาจจะเกิดความปิติ ความยินดี ก็ให้รู้ว่าปิติยินดี สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสภาวะธรรมทั้งนั้น อาจจะปรากฏอยู่สักครู่สั้นๆ แล้วก็จะดับหายไป เมื่อเกิดก็ให้รู้ คงอยู่ชั่วขณะก็ให้รู้ และดับไปก็ให้รู้ ... อย่าเผลอตัวเผลอสติไปอาลัยอาวรณ์ อย่าไปเผลอคิดอยากให้สภาวะเหล่านี้คงอยู่นานๆ ... ถึงแม้จะเป็นสภาวะธรรมฝ่ายกุศล เขาก็ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจบังคับของเรา เขาเกิดขึ้นจากเหตุ อยู่ได้ด้วยเหตุ และดับไปตามเหตุ ... ให้เราเพียงแต่ตามรู้ มีสติรู้สภาวะความเป็นไปเหล่านี้เท่านั้น ... ไม่ต้องไปติดใจ ไปอยากให้เขาเกิดขึ้น ... เพราะเขาจะไม่เกิดขึ้นเพราะความอยาก ... เมื่อมีสติ รู้ และเห็นตามเช่นนี้ได้ ... ก็จะเกิดการพัฒนาของจิตที่เรียกว่า "เจริญปัญญา"


เมื่อ "เจริญสติ" ได้ถูกต้อง จนถึงขั้นหนึ่งแล้ว ก็จะถูกส่งต่อไปยังขั้นของการ "เจริญปัญญา" เองโดยอัตโนมัติ



52571



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 5) หน้าถัดไป (หน้า 7) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 12 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ก.ย. 2550 (19:43)
ขอบคุณทาง V-team มากครับ ที่ช่วยเลือกรูปโลโก้ประกอบที่หัวเรื่องให้อย่างสวยงาม
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 7 ก.ย. 2550 (18:38)
ชอบบทความของคุณมากค่ะ
Artipa เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ก.ย. 2550 (19:22)
สวัสดีค่ะ
เป็นกุศลอย่างยิ่ง
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 ก.ย. 2550 (08:30)
สวัสดีครับ คุณ Artipa และ ครูคิม
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 12 ก.ย. 2550 (21:47)
สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ จะขอติดตามอ่านไปเรื่อย ๆ แต่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ขอเป็นกำลังใจค่ะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 483 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 13 ก.ย. 2550 (09:33)
(ความคิดเห็นต่อ ... ความคิดเห็นของคุณ wawjula)


ท่านหลวงพ่อ ติช นัท ฮันห์ (ผู้เขียนหนังสือ ปาฏิหารย์ของการตื่นอยู่เสมอ) พระฝ่ายมหายานชาวเวียดนาม ท่านเจริญสติอยู่ท่ามกลางช่วงสงครามเวียดนาม ท่านสูญเสียญาติพี่น้อง คนอันเป็นที่รักจำนวนมาก

ต้นปีนี้ ท่านเดินทางมาเมืองไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับพุทธศาสนาของโลก

ผมเห็นใบหน้าท่านทางทีวีสั้นๆ (และภาพใบหน้าในรูป) แต่รับรู้ถึงความมีเมตตาธรรมของท่านอย่างเปี่ยมล้น

ท่านขึ้นพูดในที่ประชุม กล่าวว่า ... อำนาจที่ยิ่งใหญ่ในโลกนี้มี 3 อย่างคือ

1) อำนาจที่จะเอาชนะกิเลส

2) อำนาจที่จะแสวงหาปัญญา และทำให้เรามีปัญญา

3) อำนาจแห่งการให้ อำนาจที่จะแบ่งปัน มีเมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์


การเจริญสติ เจริญสมาธิและปัญญา ท่ามกลางความวุ่นวาย ความทุกข์มหาศาลที่อยู่ใกล้ๆตัวเรา ... คงจะเป็นเรื่องที่ทำได้ลำบากมาก ... แต่หากเราพยายาม ถอนใจออกมาจากความทุกข์บ้าง เราก็อาจจะรู้ และเห็นทุกข์นั้น ... ซึ่งย่อมดีกว่า การเอาจิตใจ เวทนา และความคิด ตามเข้าไป ทับถมความทุกข์เข้าไป และก็ยิ่งดูเหมือนว่า มืดมน หมดหนทาง

ลองพิจารณาให้มีสติ ถอนจิตใจที่ถูกทับถมด้วยทุกข์ ความไม่เข้าใจต่างๆ ... อาจจะเห็นอะไร ที่เป็นสภาวะธรรมของจิตใจที่ดี ที่จะช่วยให้เข้าใจปัญหา และมองเห็นว่า หนทางที่ดีที่ถูกต้อง ที่เราพอทำได้ นั้นมีอะไรบ้าง
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 14 ก.ย. 2550 (08:02)
ขอบคุณครับสำหรับรูปดอกบัวของคุณ wawjula

การเจริญสติ การปฏิบัติธรรม ก็เพื่อให้เรามีความรู้สึกตัว รู้ ตื่น และเบิกบาน เหมือนกับดอกบัวที่บานนี้ครับ



53309

MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 7 ต.ค. 2550 (18:11)
56120
สาธุ สาธุ สาธุ.......ค่ะ
jane123 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 8 ต.ค. 2550 (10:58)
สวัสดีครับคุณ jane123
MathGuy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2009 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 323 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 12 ธ.ค. 2550 (19:41)
หรอคัฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ........
อืม.........
ไม่ได้อ่านหรอก....
55555555555+




โชคดีคัฟฟฟฟฟฟฟฟฟ...
66832

จิงไจ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 915 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 22 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 20 ก.ค. 2551 (17:36)

ขอบคุณครับที่วันนี้เจอ/ได้อ่านเรื่องดีดี จะเก็บเป็นกำลังใจต่อไป ขอเจริญในธรรม


sukhum-lord เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 8 พ.ย. 2551 (13:09)

 อืม การปฏิบัติธรรมเริ่มต้นอย่างไรเหรอ ผมมองว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่าบางคนไม่ต้องมีใครชวนก็ขวนขวายปฏิบัติเอง แต่บางคนทั้งพูด ทั้งชวน ก็ไม่สนใจ คนที่ไม่สนใจอาจจะเพราะ ไม่รู้จะทำไปทำไม กิน เที่ยว เล่น อย่างนี้ก็มีความสุขดีอยู่แล้ว  ข้อธรรมในศาสนามีมากมาย จัดเป็นหมวดหมูjให้เลือกใช้ เช่นฆราวาสธรรม4 พรหมวิหาร4  เบญจศีลเบญจธรรม อริยมรรคมีองค์แปด ซึ่งการประพฤติตามธรรมเหล่านี้ก็จะพัฒนาชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้น เป็นการฝึกขัดเกลาตัวเราเอง  อย่างจะตั้งตัว ก็ใช้ อุ อา กะ สะ  เรื่องสมาธินี้เป็นของดี แต่บางคนชีวิตนี้ไม่เคยนั่งเลย บ่นว่าเมื่อยบ้างล่ะ ขี้เกียจบ้างล่ะ ใครที่ได้ลิ้มลองความสุขจากการทำสมาธิก็จะรู้สึกมีความรักที่จะทำ ไม่ต้องมีใครสั่งก็นั่งเอง เพราะเมื่อเรานั่งสมาธิรางกายจะหลั่งสารเอ็นโดรฟินด์ซึ่งเป็นสารสุขออกมา  พูดโดยภาพรวมแล้ว การปฏิบัติธรรมก็เพื่อชำระล้างกิเลส ซึ่ง กิเลสก็มีตระกูลหลัก ๆ อยู่ 3ประเภท  คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งก็ต้องใช้ข้อธรรมให้ถกกัน เหมือนกับใช้ยาให้ถูกกับโรค  ความโลภนี่ก็แก้ด้วยการทำทาน ความโกรธก็แก้ด้วยการรักษาศีล ส่วนความหลงก็แก้ด้วยการเจริญภาวนา


kokorado เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


MathGuy
(จีระยุทธ เวทย์วีระพงศ์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 7,111 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 2,009 ครั้ง
ได้รับดาว 323 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.