คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32587" type="text/javascript"></script>
การงานคืออะไร จะสนุกและเป็นสุขในการทำงานได้อย่างไร
ท่านที่เป็นนักศึกษาและมีความสนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นอย่างแรก ในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ด้วยความประสงค์อย่างยิ่งและในลักษณะ เช่นนี้ท่านทั้งหลายมีความประสงค์จะศึกษาธรรมจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับมนุษย์กว่าจะรู้สึกว่าเป็น
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 15,788 ครั้ง
post ครั้งแรก: Wed 12 September 2007, 1:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 13 September 2007, 1:37 pm
สารบัญ

หน้าที่ 4 - สมาถกัมฐาน
แต่ถ้าเราไม่เช็ดแว่นตาแว่นตามีฝ้าจับมันก็จะมองเห็นไม่ชัดเราจึงต้องเช็ดแว่นตาก่อนแว่นตาเช็ดแล้วสามารถมองเห็นทางแว่นตานั้นได้อย่างนี้ก็ได้หมายความว่าเป็นการกระทำของวิปัสสนาก่อนที่เราจะเห็นแจ้งเราต้องมีการกระทำอย่างหนึ่งเพื่อให้เห็นแจ้งวิธีการวิปัสสนานั้นก็รวมมากมายหลายสิบแบบแต่ละแบบนั้นตามความเหมาะสมของคนนั้นๆสิ่งนั้นๆสมัยนั้นๆหรือจะเปรียบในอีกวิธีหนึ่งก็เหมือนกับว่าน้ำหนักกับความคมเมื่อเรามืดหรือขวานฟันลงไปจะตัดไม้ขวานและมืดนั้นต้องมีทั้งน้ำหนักและความคมมันมีน้ำหนักพอมันจึงจะตัดลงไปได้ถ้ามันไม่มีน้ำหนักแม้มันจะคมเท่าไรมันก็ตัดไมได้มันจะมีความคมสักเท่าไรมันไม่มีน้ำหนักมันก็ตัดไม่ได้มันไม่มีน้ำหนักโดยไม่มีความคมมันก็ตัดไม่ได้


ฉะนั้นเราต้องมีทั้งน้ำหนักที่จะฟันลงไปและความคมที่จะเชือนให้ขาดออกมาสมาถเหมือนกับน้ำหนักวิปัสสนาเหมือนกับความคมมันแยกกันไม่ได้สำหรับน้ำหนักกับความคมนี่แหละสมาถกัมฐานวิปัสสนากัมฐานรวมความว่าเราจะต้องมีมันด้วยกันทั้งคู่ทีนี้มันยังมีตีนของมันใช้คำหยาบคายหน่อยตีนของมันมันต้องมีตีนคือศีลการที่จะสมาถกัมฐานวิปัสสนากัมฐานได้ต้องมีศีลเป็นพื้นฐานอีกทีหนึ่งต้องมีตีนคืออยู่อย่างถูกต้องมีชีวิตทางการทางวาจาอยู่อย่างถูกต้องสิไม่ว่าจะเป็นตีนของจิตที่มีสมาถกัมฐานวิปัสสนากัมฐานเลยมาเป็นสามอย่างคือศีลอย่างหนึ่งสมาถอย่างหนึ่งวิปัสสนาอย่างหนึ่งหรือรวมเรียกว่าศีลสมาธิปัญญาศีลก็คือศีล


53096




สมาธิก็คือสมาถกัมฐาน ปัญญาก็คือวิปัสสนากัมฐาน เราจะต้องทั้งศีลทั้งสมาธิและทั้งปัญญาคือมีพื้นฐานที่มีกำลังสูงถูกต้องและก็มีจิตมีปัญญาสูงกล้าทำหน้าที่ที่จะต้องต้านด้วยศีลสมาธิและปัญญาไว้ดีๆเพราะสามสิ่งนี้ใช้ในทุกกรณีที่จะทำหน้าที่จะทำหน้าที่ใดๆประพฤติใดๆการใดๆ


การงานใดนั้นคุณจะต้องมีทั้งศีลสมาธิปัญญาสมมุติว่าจะไถ่นาก็ต้องมีชั้นศีลของบุคคลนั้นที่จะทำนาด้วยกำลังจิตที่เหมาะสมที่จะทำนาด้วยว่าเขาทำมาด้วยสติปัญญาว่าเขาทำอย่างไรเขามีแรงกายที่จะทำนาแรงใจหรือปัญญาที่จะทำนาชาวนาคนนั้นจึงมีทั้งศีลสมาธิในการทำนานั้นเองทำสวนก็เหมือนกันถ้าจะค้าขายก็ต้องมีพื้นฐานของความเป็นคนที่ถูกต้องกำลังหรือสติปัญญาดีคนค้าขายก็มีหลักรากฐานศีลสมาธิปัญญาไม่ว่าจะทำราชการหรือระดับสูงขึ้นไปมันก็ต้องมีศีลมีสมาธิมีปัญญาเขาเป็นกรรมกรเขาก็ต้องมีพื้นฐานแห่งความเป็นคนอยู่ในสังคมได้เขาก็ต้องมีกำลังกายกำลังใจที่จะทำงานและก็มีสติปัญญาทำงานให้ดีนี้เป็นปัญญาของเขากรรมกรก็มีทั้งศีลทั้งสมาธิทั้งปัญญาดูดีว่าจะขาดไม่มันขาดไม่ได้คนโง่ก็จะขาดศีลสมาธิและปัญญา


อยากจะพูดว่าแม้แต่คนนั่งขอทานอยู่มันก็ต้องมีทั้งศีลทั้งสมาธิทั้งปัญญาคือมันเป็นคนดีเป็นคนปกติที่ไม่คนรังเกียจมันจึงนั่งขอทานอยู่ได้มันมีกำลังมีความตั้งใจที่จะของทานมีสติปัญญาที่จะขอทานให้ได้พูดจาให้ดีเพื่อให้ขอได้คนขอทานมันก็ต้องมีทั้งศีลสมาธิและปัญญาในการทำงานของทานของมันบางทีสัตว์เดรัจฉานก็จะเป็นอย่างนั้นมันก็มีความเป็นไก่ที่ถูกต้องโดย ทั่วๆไปนี้มันก็มีกำลังกายที่ถูกต้องมันก็มีจิตที่จะคุ้ยเขี่ยหาแมลงกินมันเรื่อยไปก็มีสติปัญญาเลือกคุ้ยเขี่ยที่ไหนไปตรงไหนไปเวลาไหนมันประสบความสำเร็จทุกที่ไอ้พวกไก่เหล่านี้มันก็มีศีลสมาธิปัญญาดีกว่าคนโง่พวกหนึ่งมากมายจำนวนมากที่มันไม่มีศีลมีปัญญาที่จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานมันสู้กับไก่ก็ไม่ได้เพราะไก่มันประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานของมันมันจึงถือว่าสิ่งมีชีวิตมันต้องมีเครื่องมือคือศีลสมาธิปัญญา


ในการทำหน้าที่การงานของตนการงานนั้นคือธรรมะเมื่อทำงานของตนก็คือการประพฤติธรรมะขอให้สนใจอย่างนี้ที่ว่ามีเครื่องมือศีลสมาธิปัญญาที่ใช้ทำงานรู้ไหมว่าทั้งที่เป็นฆราวาสและที่เป็นบรรพชิตฆราวาสอยู่บ้านเรือนบรรพชิตไม่มีบ้านเรือนทำไมจึงไม่มีบ้านเรือนเพื่อสะดวกต่อการทำหน้าที่ชั้นสูงทางจิตใจและบรรลุมัคผลนิพพานการเป็นฆราวาสกับบรรพชิตพยายามตีความให้แตกต่างกันตรงกันข้ามมันไม่ตรงกันข้ามหลอกมันยังไปในแนวเดี๋ยวกันทำหน้าที่เพื่อบรรลุมักผลนิพพานเพียงแต่ว่าเป็นฆราวาสนั้นมันอึดอาจมันช้าลำบากไปบวชเป็นบรรพชิตนั้นสะดวกทำงานอย่างเดียวกันแหละเพื่อความรอดอย่างเดียวกันแหละไม่ว่าจะเป็นฆราวาสอยู่ที่บ้านหรือบรรพชิตอยู่ที่วัดวาอารมก็ตามก็มีการงานเหมือนกันหมดทำหน้าที่เพื่อการรอดและเครื่องมือก็คือศีลสมาธิปัญญาก็เหมือนกันหมดรายละเอียดไปศึกษาจากในอริยมรรค



มีองค์8ทั้งแปดองค์นั้นสงเคราะห์เหลือมีศีลมีสมาธิมีปัญญาเรามีในอริยมรรคมีองค์แปดในรูปของศีลสมาธิปัญญาในรูปของในมรรคมีองค์แปดการมีชีวิตอยู่ทำการงานให้ถูกต้องอยู่ตลอดเวลาก็จะรอดได้เรียกว่าหนทางแห่งความรอดคือการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องทั้งศีลสมาธิปัญญาเพื่อความรอดรอดจากความทุกข์ทุกๆระดับทุกๆชนิดความคิด


อ้าวที่นี้มาดูความสำคัญของหน้าที่เรามีหน้าที่ที่ต้องทำคือศีลสมาธิปัญญาให้เราทุกคนในโลกมีศีลสมาธิปัญญาเป็นใจความอยู่ในหน้าที่การงานทุกชนิดแล้วก็จะประสบความสำเร็จเสมอกันทั้งโลกแหละหน้าที่การงานของคนทั้งโลกให้เจืออยู่ด้วยความหมายของศีลสมาธิปัญญาให้ทุกคนทำหน้าที่สำเร็จทุกคนแล้วโลกนี้จะมีสันติภาพทีนี้มาดูว่าสันติภาพสันติภาพของโลกนี้มันขึ้นอยู่กับการที่ทุกคนทำหน้าที่ของตนอย่างแท้จริงและถูกต้องพุทธศาสนาสอนว่าถ้าทุกคนในโลกไม่มีใครเป็นโมค


ะทุกคนทำหน้าที่ของตนของตนอย่างถูกต้องแล้วเท่านั้นแหละพอก็มีสันติภาพไม่เที่ยวแห่กันชักชวนระดมอะไรให้มันยุ่งอยากลำบากชักชวนทุกคนทำหน้าที่ของตนทำหน้าที่ของตนทุกคนจงทำหน้าที่ของตนเป็นชาวนาเป็นชาวสวนเป็นคนค้าขายเป็นข้าราชการเป็นกรรมกรเป็นขอทานก็ทำหน้าที่หรือว่าหน้าที่ที่เป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกเป็นหลานเป็นครูบาอาจารย์เป็นนายจ้างลูกจ้างอะไรก็ตามทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องทุกคนมุ่งหน้าทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้องอย่างเดียวโลกนี้ก็มีสันติภาพจึงพูดได้ว่าสันติภาพของโลกทั้งหมดขึ้นอยู่กับทุกคนทำหน้าที่ของตนคือทุกคนปฏิบัติธรรมะปฏิบัติหน้าที่คือปฏิบัติธรรมะปฏิบัติธรรมะคือปฏิบัติหน้าที่สันติภาพขึ้นอยู่กับการปฏิบัติธรรมของตนการปฏิบัติหน้าที่ของตนแต่จำไว้ว่าอย่างแท้จริงอย่างถูกต้องหน้าที่อย่างแท้จริงคือหน้าที่ที่ช่วยให้รอดได้พวกโจรพวกขโมยทำหน้าที่ขโมยหน้าที่นี้มันไม่แท้จริงมันไม่ช่วยให้รอดได้หน้าที่ของเขาไม่ถูกต้องเพราะเขาทำแต่ประโยชน์ตัวเพียงคนเดียวไม่ถูกาต้องหน้าที่ต้องเพื่อตนเองและผู้อื่นด้วยจึงจะถูกต้อง



ดังนั้นหน้าที่ของอัตพาลทั้งหลายจึงไม่ใช่หน้าที่ที่แท้จริงและถูกต้องเราจึงไม่จัดไว้ในธรรมะไม่จัดไว้ในการปฏิบัติธรรมะพูดตรงๆก็ปฏิบัติตามหลักศาสนานั้นเป็นหน้าที่ที่ถูกต้องหรือเป็นธรรมะหน้าที่ทุจริตของคนทุจริตไม่ใช่หน้าที่ที่แท้จริงและถูกต้องไม่ใช่ธรรมะหน้าที่ของอัตพาลไม่เคยช่วยให้อัตพาลรอดมีแต่ส่ง อัตพาลไปอยู่ในคุกในตะรางในที่สุดฉะนั้นหน้าที่ของอัตพาลไม้ใช่หน้าที่ของธรรมะธรรมะคือหน้าที่สรุปความสักทีว่าการงานถ้าถามว่าการงานคืออะไรการงานก็คือหน้าที่ของสิ่งที่มีชีวิตทุกชนิดทุกระดับหน้าที่นั้นเป็นหนทางแห่งความรอดเป็นหนทางแห่งความรอดการรอดในทางธรรมะคือทรงยึดจับไว้ไม่ให้ตกลงไปในความทุกข์


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,799 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การงานคืออะไร จะสนุกและเป็นสุขในการทำงานได้อย่างไร [15,789]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,948]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,072]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,553]
Global Warming { English } [142,336]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.