 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32587" type="text/javascript"></script> |
|
|
การงานคืออะไร จะสนุกและเป็นสุขในการทำงานได้อย่างไร
ท่านที่เป็นนักศึกษาและมีความสนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นอย่างแรก ในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ด้วยความประสงค์อย่างยิ่งและในลักษณะ เช่นนี้ท่านทั้งหลายมีความประสงค์จะศึกษาธรรมจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับมนุษย์กว่าจะรู้สึกว่าเป็น
post ครั้งแรก: Wed 12 September 2007, 1:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 13 September 2007, 1:37 pm
|
หน้าที่ 6 - ประสบความสำเร็จ
นรกคือนึกถึงแล้วเกียจตัวเองและละอายใจต่อตัวเองนั้นคือนรกนั้นจึงต้องทำให้ถูกต้องและพอใจยกมือไหว้ตัวเองได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องทำกิริยาอะไรในใจหมั่นเคารพนับถือตัวเองได้นี่คือประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานเรียกว่าต้องทำด้วยสติปัญญามีความพอใจเย็นอกเย็นใจอยู่ในการทำงานเลยเรียกให้ประหลาดหน่อยว่ามีนิพพานอยู่ในการทำงานรู้กันว่ามีนิพพานคือเย็นเย็นใจก็คือนิพพานในระดับน้อยไม่ใช่สมบูรณ์ที่สุดแต่เมื่อใดมีความเย็นอกเย็นใจเมื่อนั้นมีนิพพานในระดับหนึ่งในสัดส่วนอันหนึ่งเรามีความเย็นอกเย็นใจเรียกว่ามีนิพพานอยู่ในการทำงานได้มาเองโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเพราะว่าเราทำหน้าที่ถูกต้องและพอใจถูกต้องและพอใจเย็นอกเย็นใจมีนิพพานอยู่ในการงาน
ในขณะที่ทำงานนี้เรียกว่านิพพานได้เปล่าฟรีคือฟรีไม่ต้องเสียเงินหลักธรรมชาติก็มีอย่างนี้นิพพานตามแท้จริงนั้นธรรมชาติเขาให้ฟรีคือทำงานให้สนุกเป็นสุขในการนั้นแหละคือนิพพานในการงานได้เปล่าได้ฟรีนี่ทุกคนจำไว้ว่าเขาสวดมนต์เย็นสวดพุทธมนต์เย็นที่บ้านที่เรือนที่เห็นอยู่บ่อยๆเราไม่ฟังหรือเราฟังไม่รู้เรื่องแต่อยากบอกว่าบททั้งหลายที่พระสวดนี้มันมีอยู่บทหนึ่งประโยคหนึ่งคือนิพพานให้เปล่าไม่ต้องเสียสตางค์ราวๆบทที่สามบทที่ใกล้ๆเขาจะเอาเทียนจุ่มน้ำในบาตรให้ดับนั้นแหละบทนั้นแหละก็จะมีคำว่า ญัทฐาบูชานิปุติงบุญญามายันนามาทายันนกิโธ เขาปฏิบัติอย่างนี้แล้วได้นิพพานมามาบริโภคอยู่เปล่าๆได้ฟรีได้ไม่ต้องเสียตังพระก็บอกอยู่เสมอว่านิพพานได้เปล่านิพพานได้เปล่านิพพานแต่คนฟังมันไม่รู้เรื่องหรือพระพูดสวดเองไม่รู้เรื่องก็ไม่รู้นะความจริงมันมีอยู่อย่างนี้คือนิพพานได้เปล่าเราถือเป็นหลักว่าถ้าเป็นนิพพานนั้นต้องได้เปล่าไม่เสียเงินเพราะถ้าเสียเงินนั้นเป็นความสุขหลอกลวงเสมอความสุขเลวเท่าไรยิ่งเสียเงินมากจนเงินไม่พอใช้ก็ต้องคอรัปชั่นเพราะไอ้ความสุขชนิดนั้นแหละนี่เราเห็นว่านิพพานหรือความสุขเป็นสิ่งเย็นใจของเราเมื่อเราทำงานสนุกและเป็นสุขในการทำงานนิพานนี้ไม่ต้องใช้เงินการงานที่แท้จริงไม่ต้องเสียเงินเพราะการงานเป็นสุขเป็นสุขเสียแล้วไม่ต้องการความสุขชนิดบ้าๆบอๆที่ไหนอีกมันก็ไม่เสียเงินไอ้เงินที่เป็นผลงานมันก็เหลืออยู่ถ้ามีนิพพานอยู่ในการงานแล้วเงินจะเหลือๆอีกไม่ได้ใช้ไม่ต้องใช้เงินมันก็เหลืออยู่การงานที่เป็นสุขคือการงานที่เป็นนิพพานอยู่ในการงานนั้นทำให้เงินเหลือใช้อยู่เต็มไปหมดไม่ต้องใช้คนที่ไปหาความสุขทางกามรมย์เงินก็ไม่พอใช้ต้องเป็นหนี้เป็นสินต้องไปคดโกงเขานี่ทำงานให้สนุก
ในการทำงานเมื่อกำลังทำงานมีนิพพานอยู่ในการงานนั้นงานนั้นก็ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหาความสุขเพราะความสุขอยู่ในการทำงานนั้นมันก็เหลืออยู่เกลื่อนไปหมดใช้อะไรก็ไปคิดดูทีหลังแต่ที่จะใช้ซื้อหาความสุขนั้นไม่ต้องแล้วเพราะมันมีความสุขสูงสุดเสียเมื่อเวลาทำงานแล้วสรุปความในข้อนี้ในตอนนี้ว่ามีความสนุกในการการทำงานมีความสุขในขณะทำงานมีสติรู้แจ้งอยู่ในขณะนั้นว่างานคือธรรมะงาน คือ สิ่งสูงสุดงานคือสิ่งที่มีเกีรยติยศที่สุดงานคือสิ่งที่เป็นที่พึ่งได้จริงรู้สึกกับการงานอย่างนี้งานก็จะสนุกมีความสุขในการงาน
ถ้าเราสรุปความอีกทีว่าธรรมะคือหน้าที่หน้าที่คือธรรมะหน้าที่คือสิ่งที่จะช่วยให้รอดด้วยแท้จริงทั้งทางกายและทางใจทั้งของตนเองและของผู้อื่นดังนั้นการงานคือสิ่งที่คู่ชีวิตสิ่งที่คู่ชีวิตคือการงานคู่ชีวิตอย่างอื่นไม่แน่นอนแต่คู่ชีวีตที่เป็นการงานนั้นแน่นอนที่สุดเราจึงมีการงานเป็นคู่ชีวิตนี่คำว่าทำงานให้เป็นสุขต้องสนุกกับการงานทีนี้
ข้อสุดท้ายทีจะพูดนี้มันมีปัญหาแต่ที่ผู้ที่ไม่ฟังหรือฟังไม่เข้าในที่พูดนี้จะเป็นไปได้แม้เขาจะพูดว่าเป็นสุขในการงานมีนิพพานในการงานที่พูดมานั้นเป็นปรัชญาที่เพ้อเจ้อทั้งนั้นอย่างดีที่สุดเขาก็จะพูดว่าไอเดียริทึมจำเป็นไม่อยู่ในขอบเขตที่เราจะใช้มันถ้าคนคิดได้อย่างนี้ก็ไม่ต้องพูดกันเลิกกันมันไม่ใช่เรื่องดีเกินจำเป็นหรือว่าดีเกินที่ควรจะเป็นแต่มันเป็นความถูกต้องและพอดีที่ควรจะเป็นทางเดียวที่เราควรทำคือรู้จักการงานรู้จักธรรมะที่ถูกต้องดีเพียงพอและเราจะรักการงานจะบูชาการงานจะชอบการงานทำการงานด้วยชีวิตจิตใจมันก็เกิดความรอดทั้งทางกายทางจิตของเราและผู้อื่นซึ่งเป็นสิ่งมุ่งหมายในโลกเป็นสันติภาพในโลกแล้วก็เป็นหัวใจของทุกศาสนาที่ต้องการให้คนรอดด้วยวิธีนี้โดยมีธรรมะ
โดยมีหน้าที่การงานอย่างนี้ขอให้พวกเราที่ตั้งใจจะประสานศาสนากับสังคมจงรู้จักความหมายของศาสนานี้แล้วนำไปประสานกับสังคมคือทำให้เกิดขึ้นกับสังคมจนได้จะมีสังคมที่ทำงานสนุกเป็นสุขกับการทำงานก็จะมีความสุขที่สุดเท่าที่มนุษย์ควรจะมีได้แค่นี้ก็หมดเรื่องก็จบเวลามันหมดเรื่องก็จบปัญหาของมนุษย์หมดเรื่องก็จบทำงานเป็นสุขและสนุกกับการงานการบรรยายนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้วก็ขอยุติส่วนที่เป็นการบรรยายถ้าใครจะถามปัญหาอะไรก็ได้เมื่อวานนี้เรื่องศีลสมาธิปัญญามีความจำเป็นเพียงใดสำหรับชีวิตฆราวาสทางโลกคนที่ศึกษาศาสนาในแง่ปรัชญา
แต่นำไปปฏิบัติไม่ได้เลยปัญหานี้เลยไม่ต้องตอบมาข้อที่สองการเจริญสติจะช่วยแก้ไขปัญหาชีวิตและจิตใจได้อย่างไรต้องมีสติปัญญาและพอใจในทุกๆอิริยาบถปัญหามีอยู่ว่าทำไม่สติที่อยู่ในธรรมชาติโดยปกติของคนทั่วไปจึงไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหานี่ถ้าว่าทำไมสติจึงไม่เพียงพอเพราะเขาไม่ได้ฝึกหัดสติฝึกกัมฐานโดยเฉพาะสมาถกัมฐานมันเป็นการฝึกสติให้มากและให้เร็วสำหรับฆราวาสแล้วทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดมีสติเร็วและเพียงพอในการบังคับจิตได้ตอบอย่างเดียวกันปัญหาข้อเดียวกันเพราะการฝึกกัมฐานนั้นใช้สติเป็นตัวกำหนดสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่และจะไม่พูดไม่ทำไม่คิดสิ่งใดโดยไม่รู้สึกตัวจะต้อวรู้สึกตัวเสียก่อนจะพูดจะทำจะคิดก็เลยสติมันเลยสมบูรณ์
ถ้าอุปสรรคขัดขว้างในการมีสติมันก็มีเรื่องสะเพ้าเรื่องประมาณเรื่องสะเพ้าคำว่าประมาณนั้นมันตรงกันข้ามกับคำว่ามีสติถ้าเรามีความประมาณหรือสะเพ้าหรืออวดดีหรืออะไรก็ตามมันก็มีสติไม่ได้ ฉะนั้นอย่างเป็นผู้ประมาณจงมีสติสติทางธรรมชาติมันไม่เพียง พอต้องฝึกให้มันมากกว่านั้นให้มันดีกว่านั้นสติตามธรรมชาติสมาธิทางธรรมชาติยังไม่เพียงพอเราต้องพัฒนามันให้มากถึงที่สุดเท่าที่มนุษย์จะพัฒนาได้มีสติเพียงพอมีสมาธิเพียงพอมีปัญญาเพียงพอจะไม่มีอะไรเห็นอยู่ในการงานปัญหานี้หมดแล้ว ตัวเขาไม่อาจทำให้เราพอหรือว่าเขาไม่อาจจะพอใจกับเรา
นี้มันเป็นคนละคนกับคนรับปัญหาเราให้ถูกต้องไว้ก็เถอะให้พอใจตัวเราเองด้วยธรรมะไว้เถอะ จะเอาชนะคนที่ไม่มีธรรมะนั้นได้ อย่าหันไปเขาพวกกับคนที่ไม่ถูกต้อง พวกไม่ถูกต้องก็ปล่อยไปตามไม่ถูกต้องหาทางหาโอกาสหาอะไรที่ลึกซึ้งเฉียบแหลมให้เขานึกได้ให้เขาค่อยๆนึกได้และเขาก็ค่อยๆหมุนมาหาความถูกต้องได้และก็จะเป็นที่พอใจสำหรับทุกฝ่ายได้ อ้าวสมมุติว่าได้เจ้านายหรือผู้บังคับบัญชาที่เป็นคนไม่ถูกต้องและพอใจด้วยไม่ได้แต่เราก็บอกว่าถูกต้องแล้วถูกต้องแล้วดีแล้วที่เราได้นายชนิดนี้สำหรับเรา ถูกต้องและพอใจที่ได้ผู้บังคับบัญชาที่เลว ถูกต้องแล้วที่เราได้ฝึกตัวเราให้ดีให้เก่งให้ยิ่งขึ้นไปโชคดีแล้วที่ได้ผู้บังคับบัญชาที่เลวที่เป็นอัตพาลเราจะได้ฝึกตัวเราให้ถูกต้องเป็นที่ถูกต้องจนกว่าจะพอใจอย่าไปเสียใจอย่าไปน้อยใจอย่าไปโกรธพอไปโกรธที่นี้กันใหญ่เลยมันจะผิดหมดไม่มีถูกต้องเลยไปโกรธไปทะเลาะกันที่นี้ไม่มีทางถูกต้องเลย มีการบังคับให้โกหกมันคือปัญหา
ถ้าเราสมัครใจจะทำผิดก็เอาสิแต่เราต้องหาทางออกอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ทุกคนหันมาหาความถูกต้อง สติปัญญาก็จะช่วยได้ให้หาทางออก ที่จะพูดจาไปในทางที่ถูกต้องไม่ต้องหลอกลวงใคร คือเราไม่เข้าไปประสมโรงกับพวกที่แสวงหาผลประโยชน์ด้วยการโกหกเราอย่าเข้าไปประสมโรงในหมู่นั้นเราก็ไม่ต้องโกหกร่วมกันหาประโยชน์ มันมีอย่างนี้ถูกแล้วในโลกนี้มันต้องมีอย่างนี้ถูกแล้วในโลกนี้จะต้องมีอัตพาลที่คอยลบกวนควรถูกต้อง เราก็สำรวมกายสำรวมใจสำรวมทุกอย่างเพื่อจะหาทางแก้ไขหรือว่าเอาตัวรอดออกมาเสียได้ ถ้าต้องฝืนทำอย่าคิดว่าต้องเป็นข้อสมยอมทุจริตเขามีอยู่คำนึกที่เราว่าเพื่อป้องกันตัว
โกหกเพื่อป้องกันตัวนี้ไม่เป็นไรแต่ดีกว่าเจตนาโกหกโดยแท้จริง อย่ามีเจตนาจะฆ่าโดยจริง อย่ามีเจตนาโกหกโดยแท้จริง มีเพื่อจำเป็นและป้องกันตัวเท่านั้นมันก็มีความถูกต้องอยู่ในส่วนภายในก็พอแล้ว มันต้องให้เป็นความหมายชัดเจนว่าเพื่อป้องกันตัว เขาเรียกว่าปกกันตัวปกกันประโยชน์ของตัว โดยใจจริงโดยสุจริต ไม่ใช่จะคิดหลอกลวงใคร ทางออกมีแท้โดยที่ไม่ต้องโกหก
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม