 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32587" type="text/javascript"></script> |
|
|
การงานคืออะไร จะสนุกและเป็นสุขในการทำงานได้อย่างไร
ท่านที่เป็นนักศึกษาและมีความสนใจในธรรมทั้งหลาย อาตมาขอแสดงความยินดีเป็นอย่างแรก ในการมาของท่านทั้งหลายสู่สถานที่นี้ด้วยความประสงค์อย่างยิ่งและในลักษณะ เช่นนี้ท่านทั้งหลายมีความประสงค์จะศึกษาธรรมจริงๆ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับมนุษย์กว่าจะรู้สึกว่าเป็น
post ครั้งแรก: Wed 12 September 2007, 1:50 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 13 September 2007, 1:37 pm
|
หน้าที่ 7 - อย่ารอดเพียงฝ่ายเดียว
แต่ถ้ามันเหลือวิสัยต้องโกหกเพื่อเอาชีวิตรอดด้วยการโกหกเพื่อปกกันชีวิตอย่านี้เขาก็ยกเว้นนะ ในทางศีลธรรมมันก็ยกเว้น ในทางศาสนาเหมือนจะมีอุทาหรณ์ให้ยกเว้นถ้าไม่มีเจตนาจะทำ มันมีนิทานชาดก ไอ้นกต่อตัวหนึ่ง มันเป็นนกต่อไอ้นกป่ามันมาติดบ่วง แล้วถูกฆ่าตายโดยเจ้าของนก ไอ้นกตัวนี้มันไปถามพระฤษีว่าเราเป็นนกต่อเนี่ยบาปไหม ที่ทำให้เพื่อนของเราตายเยอะ พระฤษีบอกว่าแก่ไม่ได้เจตนาจะให้เพื่อนตานนี่ แก่เจตนาจะป้องกันชีวิต เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นไม่ขันไม่ร้องออกไปเจ้าของก็ตีนี่ มันก็กลัวตาย นั้นความรอดของฝ่ายโน้นความรอดของฝ่ายอธรรม เราต้องเอาความรอดของฝ่ายธรรมะถึงจะถูกต้อง แต่ความรอดต้องมีความหมายบริสุทธิ์ ไม่ใช่เอาตัวรอดได้เป็นยอดดีคนอื่นเสียหายหมด อย่างนั้นไม่ใช่ความรอด อันความรอดต้องของเราของผู้อื่นด้วย เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้
ทำไม่ไม่ถามเรื่องการงานและการทำงานให้สนุกหรือว่ามันหมดแล้วมันพูดหมดแล้วว่าต้องทำงานให้สนุกมีความรู้สึกถูกต้องและพอใจและเป็นสุขอยู่ทุกอิริยาบถเลย ถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนแล้วโลกนี้ไม่มีปัญหามีแต่สันติภาพเต็มไปทั้งโลก ทุกคนทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง ก็ออกระดมหาพักพวกหากำลังที่จะช่วยให้ทุกคนในโลกมันทำหน้าที่ของตน เราอย่าอยู่นิ่งทำหน้าที่ของตนแล้วก็พอใจถูกต้องพอใจกันอยู่ทุกคน ไม่มีใครเบียดเบียนใคร โลกนี้มันก็มีสันติภาพเท่านั้นเอง
ในทางธรรมะนั้นมันอยู่นอกขอบเขตนั้นมันอยู่ในขอบเขตเล็กๆในการจำกัดความของหัวหน้างานนั้น มันก็เป็นความถูกต้องทั่วไปไม่ได้ เขาหมายถึงว่าเราไม่มีไหวพริบ ในการที่จะใช้หลักการให้ถูกกับการงาน วิธีที่1 วิธีที่2 วิธีที่3
เราก็ควรที่จะของความเข้าใจจากเขาสิ จะให้ทำอย่างไรกันแน่ เรามีไหวพริบทำงานนั้นให้เป็นไปได้ตามหลักของมัน ไอ้ข้อนี้มันนักไอ้คำพูดที่เขาพูดมันอาจจะไม่ถูกต้องก็ได้ด้วย
วิธีที่1ก็ไม่ถูกต้อง
ด้วยวิธีที่2ก็ไม่ถูกต้อง
ด้วยวิธีที่3ก็ไม่ถูกต้องแล้วใครมันจะไปทำให้ถูกต้องได้
แต่ที่ถูกต้องอยู่แล้วมันก็ควรจะมีฝึกฝนเรื่องไหวพริบและปฏิภาณ อาจจะเกี่ยวกับว่าความรู้เรื่องนี้มันไม่พอก็ได้ ถ้าว่าความรู้เรื่องนี้มันพอ แต่แล้วเรารักษาไว้ไม่ได้ ก็เพราะว่าเราไม่จริงไม่เข้มแข็งหรือเราไม่จริงของเรา มันมีธรรมะอยู่หมวดหนึ่งที่วางไว้แก้ไขปัญหาเหล่านี้คือ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ
ในพระภาษาบาลีเขาก็มีเรียกว่าธรรมะสำหรับฆราวาส คือฆราวาสต้องประพฤติธรรมะนี้เพื่อพ้นจากฆราวาส เรียกว่าฆราวาสธรรม มีสัจจะที่จริงต่ออุดมคตินี้หน่อยสิ ธรรมะบังคับตัวไว้ แล้วก็ถ้ามันมีอะไรที่ต้องเจ็บปวดขึ้นมามันก็ต้องอดทนไว้ และระบาดสิ่งที่ไม่ดีออกจะตัวออกอยู่เรื่อยๆ ธรรมะนี้สำคัญมากนะ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ เรียกว่าฆราวาสธรรม ถ้าใครประพฤติตามฆราวาสธรรมแล้วจะพ้นจากฆราวาสจะอยู่เหนือปัญหาของฆราวาสด้วยประการทั้งปวงไปศึกษาจากหนังสือที่มีอยู่มากมายเรื่องฆราวาสธรรม เป็นเรื่องใหม่ใช่ไหมที่จะทำงานให้สนุก ไม่มีใครเชื่อใช่ไหมที่จะทำงานให้สนุกได้ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และเรื่องแปลก การรู้จักการงานให้ถึงที่สุดก็จะการงานสนุก ก็จะมีความสุขกับการทำงานไม่ต้องไปซื้อหาความสุข ทำให้เงินเหลือใช้ ก็ไม่มีความสุขที่ต้องซื้อหามีแต่ความสุขที่ได้ฟรีเมื่อกำลังทำงาน ก็พอใจถูกต้องแล้วอยู่ตลอดเวลา
คำว่าถูกต้องแล้วเป็นหัวใจของธรรมะ ที่ถูกต้องแล้ว ถูกต้องที่สุด ทุกเวลาทุกสถานที่ เราก็ต้องตั้งใจแก่อย่าปล่อย ถ้าเรื่องที่ไม่พอใจเกิดขึ้นก็พิจารณาว่าคืออะไร อย่างไรมาจากไหนและขจัดออกไปได้โดยวิธีใดทำความเข้าใจกันเสีย ต้องมีปัญญา มีสติ มีความสามารถ มีความพากเพียร มีความสามารถ ถ้าปล่อยปะระเลยไม่ก็ไม่มีอะไรเลย มันก็เสียหายไปตามนั้นมันก็นำมาสู่ความถูกต้อง ไม่เสียหาย ให้เราเป็นคนทำประโยชน์ที่ถูกต้อง คอยแก้ไขปัญหาเลวร้ายสถานการณ์ของบุคคลดังกล่าว เราจะยึดหลักความถูกต้องอยู่เสมอ
ถ้าถูกต้องและมันก็จะรอดได้ทุกฝ่าย อย่ารอดเพียงฝ่ายเดียว ศัตรูของเราก็ต้องรอดด้วยแต่มันก็อยากที่จะรอดคนเดียวแต่มันก็ยากหลายเท่าแต่ก็ทำได้เรียกว่าชนะมาร มีสติอยู่ตลอดเวลาสติต้องมีอยู่เวลา เวลาพักผ่อนก็ต้องมีสติเวลาทำงานก็ต้องมีสติ เวลาหลับก็หลับด้วยสติเวลาตื่นก็ตื่นด้วยสติ สติไม่ขาดตอนสติมีอยู่ตลอดเวลา จะได้ไม่ทำผิดมีสติอยู่ตลอดเวลา จะไม่ทำผิดจะไม่พกพร่อง ทั้งฆราวาสและบรรพชิตต้องฝึกสติ แต่ว่าจะฝึกได้เท่าไหร่เท่านั้นแหละ แต่เป็นฆราวาสก็อย่างท้อถอยเลย แต่ต้องฝึกอย่างยิ่งในแต่ละวันๆอย่ายอมแพ้เพียงว่าเราเป็นฆราวาส จะต้องมีสติที่จะรักษาเอาไว้ให้ได้ตลอดทุกเรื่องทุกเวลาทุกกรณี
อันเนื่องจากมีปัญญามีความรู้ด้วย สตินั้นเป็นสิ่งที่นำความรู้มา ถ้าไม่มีปัญญาสตินั้นก็มามือเปล่าไม่สามารถจัดการปัญหาได้ให้ศึกษาเรื่องต่างๆที่เป็นจริงว่าเป็นอย่างไรที่เกี่ยวข้องกับเราไม่เกี่ยวข้องกับเราไม่ต้องสนใจก็ได้ ถ้าเกี่ยวข้องกับชีวิตความทุกข์ของเราให้ศึกษาไว้เถิด ศึกษาแต่เรื่องการงาน การงานคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ที่รวบรัดมาไม่ให้พกพร่อง การหาอุบายมาทำให้งานสนุกเราก็มีความสุขในการทำงาน การงานคือชีวิตชีวิตคือการงาน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม