คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32609" type="text/javascript"></script>
การทำชีวิตให้มีธรรมะ
แด่ท่านนักศึกษาที่สนใจในธรรมะทั้งหลายขอแสดงความยินดี ในการมาที่นี่ของท่านทั้งหลาย ในลักษณะอย่างนี่คือแสวงหาสิ่งที่เรื่องว่าธรรมะสำหรับ ไปใช้เป็นเครื่องดำเนินชีวิต ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่เป็นสิ่งที่ ขออนุโมทนา แม้ที่สุดต้องนั่งกลางดินซึ่งไม่เคยนั่งหร
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 20,848 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 14 September 2007, 12:11 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 28 December 2007, 11:27 am
สารบัญ

หน้าที่ 1 - ชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับกับธรรมชาตินี่ก็อย่างกับคนละโลกจริงๆ คนที่อาศัยอยู่ในสถานที่ที่ต่างกันเช่นนี้หรือก็มีความคิดและรู้สึกต่างกันในตามแบบนั้นๆ ก็จะมีความรู้สึกอะไรจากการเป็นอยู่อย่างของตน อย่างง่ายที่อย่างนั้น อย่างที่กำลังอยู่ที่นี่ก็ขอได้สนใจก็ขอให้เก็บเอาไปเป็นทุนศึกษาธรรมะต่อไปข้างหน้า จึงจะพูดถึงปัญหาขัดข้องในการศึกษาธรรมะแก่ท่านทั้งหลายพอสมควร ในตัวธรรมะแท้จริงไม่ใช่ตัวหนังสือและไม่ใช่เรียนได้จากหนังสือ ธรรมะที่แท้จริงต้องเรียนจากความรู้สึก ที่มีอยู่ในใจ


ถ้าเรียนจากอย่างนั้นเราก็จะรู้ธรรมะ เรียนจากหนังสือเราก็จะรู้หนังสือ เรียนด้วยบันทึกที่เขาบันทึกอะไรกันไว้เป็นเครื่องช่วยจำอย่างนี้เสียมากกว่า สิ่งที่ได้ขาดไปมันไม่ใช่มีค่ามีความหมาย สิ่งที่เราจะต้องทำความรู้สึกโดยตรงขึ้นมา เพื่อเป็นบทเรียนสรุปการศึกษา มันก็ใช่คำพูดคำหนึ่งที่อยากจะให้สนใจและจำเอาไว้ คือโดยใจความที่ว่าสิ่งที่ได้ผ่านโดยความรู้สึกแล้ว มันเป็นเรื่องฝ่ายจริงฝ่ายวิญาณอยู่ ไม่ใช่วัตถุแต่อันที่จริงแต่โดยเหตุจิตและวิญญาณเกี่ยวข้องกับวัตถุอยู่บ้างก็ธรรมดาเพราะมันต้องเกี่ยวข้องอยู่บ้างแต่ความมุ่งหมายอันแท้จริงคือมุ่งฝ่ายวิญญาณคือความรู้แจ้ง คือทุกอย่างที่ผ่านไปในชีวิตย่อมผ่านไปอย่างที่เป็นไปทั้งนั้นเลย ทุกเรื่องเลยและเราก็มี่สติปัญญาเจริญเติบโตมาก็ด้วยสิ่งนี้แหละ ด้วยสิ่งนี้มันขยายตัวออกไป สติปัญญามันก็ขยายตัวออกไป




53357



แต่ความรู้ทางด้านจิตและวิญญาณมันก็ขยายตัวออกไปนี่คือสิ่งซึ่งเป็นความจริง ที่ค่อนข้างจะเร้นลับบางคนก็ไม่ได้จะสนใจยิ่งกว่านั้นก็จะอ่านแต่หนังสือจะจดจำจากหนังสือจะใช้หนังสือเป็นที่พึ่งท่านเรานี้ก็จะใช้แต่หนังสือ ของเรานี้ก็รู้ธรรมะแบบในหนังสือ คือไม่รู้ธรรมะแบบที่จะต้องรับจากจิตใจซึ่งขอให้สังเกตจนรู้จักสิ่งเหล่านี้ สิ่งนี้เราก็มีมาต้องแต่อ้อนแต่ออดจากท้องแม่ แต่มันก็ตั้งต้นน้อยมากตั้งต้นไม่พอและเดินไปทางผิดเสียมากมาย ให้กว่ากลับตัวได้มาแนวทางถูเนี่ยเสียเวลาไปตั้งมากมายนั้นคือเหตุให้ไม่รู้ธรรมะ ทั้งที่ธรรมะเป็นตัวธรรมชาติ ธรรมดานี่แหละ ธรรมชาติของธรรมชาติโดยธรรมชาติเพื่อธรรมชาติ อยู่ในตัวมันเองขอให้สนใจแบบธรรมะบอกเป็นสี่ความหมายว่าธรรมะคือธรรมชาติ ธรรมะคือกฎของธรรมชาติ ธรรมะคือหน้าที่ ตามกฎของธรรมชาติธรรมะคือผลเกิดมาจากหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ถ้ารู้จักสิ่งทั้งสี่นั้นแล้วก็เท่ากับรู้จักตัวธรรมะมากมายที่เดียวและก็จะจัดพวกความรู้ต่างๆที่เรารู้อยู่แล้วนี้ว่า มันอยู่ในพวกไหนความรู้นี้เป็นความรู้เกี่ยวกับตัวธรรมชาติความรู้นี้เกี่ยวกับกฎของธรรมชาติ ซึ่งสิงสถิตอยู่ในสิ่งทุกสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต และกฎเกณฑ์นั้นสำคัญกับว่าถ้าใครไม่ประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้องนั้นก็คือตายถ้าเราประพฤติผิดกฎธรรมชาตินั้นก็คือตายจะต้องรู้สำหรับประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง เรียกว่าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎธรรมชาตินั้นปฏิบัติแล้วผลก็ต้องเกิดมาสมบูรณ์แก่การปฏิบัติตามกฎของธรรมชาติอีกเหมือนกัน



นี่คือธรรมะในความหมายใหญ่ๆ ความหมายกว้างๆที่ถ้ารู้แล้วก็จะเป็นการดีมาก และก็จะเข้าใจได้ว่าศึกษาไม่ได้จากหนังสือ ศึกษาไม่ได้จากการพูดจามันเป็นไปไม่ได้ เพราะมันต้องสัมพันธ์จากสิ่งนั้นโดยตรงเราก็รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ที่นี่ถ้าว่าจะใช้คำอีกแนวหนึ่งใช้คำพูดอีกแนวหนึ่ง ก็จะพูดว่ามันเป็นเรื่องของสิ่งที่มีชีวิตถ้ามันไม่มีชีวิตมันก็จะไม่มีปัญหาอะไรเพราะมันเป็นทุกข์ไม่ได้ มันเป็นทุกแต่สิ่งที่มีชีวิต มีจิตรู้สึกนึกคิดต่างหาก นั้นธรรมะนั้นเป็นเรื่องของสิ่งที่มีชีวิต ถ้ามันเป็นก้อนหินมันก็ไม่มีเรื่องอะไร ก็ไม่ต้องเรียนธรรมะหรือปะไรปฏิบัติธรรมะอะไร ที่เราทุกคนนี้มีนเป็นสิ่งที่มีชีวิตในระดับสูงกว่าระดับต้นไม้ที่มีชีวิตและสูงกว่าสัตว์เดรัจฉานก็ทั้งหลายซึ่งที่มีชีวิต เดียวนี้มันก็มีชีวิตที่เรียกว่าระดับคน


แต่แล้วก็คิดดูเองก็แล้วกันว่า ตนเองที่เราว่าคนนั้นรู้จักระดับชีวิตกันกี่มากน้อยและท่านทั้งหลาที่นั่งอยู่ที่นี่ก็รองถามตัวเองดู ว่ารู้จักสิ่งที่เรียกว่าชีวิตนั้นกันอย่างไรบ้างหรือกี่มากน้อย บ้างทีจะไม่ได้มาศึกษาธรรมะเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตด้วยซ้ำไป มันเป็นแต่เพียงล่ำลือว่าศึกษาก็เห่อๆตามกันไปแต่ศึกษาธรรมะก็ไม่ได้มุ่งไปใช้ในการดำเนินของชีวิต ก็เพราะเหตุว่าไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าชีวิตอย่างเพียงพอที่จะศึกษาธรรมะ บ้างคนถึงกับเป็นกันมากๆคือไม่เคยนึกไม่เคยคิดว่าไอ้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตมันมีอยู่ด้วยซ้ำไป รองสังเกตดูบางคนไม่รู้ว่าถึงกับว่ามีชีวิต หรือตัวมีชีวิตอย่างนี้สิมันก็ยังมี


แต่ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาก็จะได้ยินคำว่าชีวิตจนชินหูด้วยเคยใช้คำพูดคำนี้พูดจาด้วยแต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะระวังให้ดีมันอาจจะรู้จักชีวิตแต่ในด้านนอกหรือในด้านวัตถุ หรือในด้านแห่งความโง่เขล่าอยู่ ความหมายสำหรับชีวิตที่มันโง่เขล่าในมีอีกอย่างหนึ่ง สำหรับความรู้แจ้งเห็นจริงนั้นมันมีอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเรายังไม่มีความรู้แจ้งเห็นจริงอย่างเพียงพอเราก็ไม่อาจรู้แจ้งสิ่งที่เรียกว่าชีวิตโดยรู้แจ้งโดยเห็นจริงโดยสมบูรณ์ในชีวิตได้ นี่แหละคือปัญหาแหละที่ว่าทำไม แท้จริงไม้ประสบความสำเร็จในการศึกษาธรรมะ มันเหมือนกับคนที่ว่าไม่รู้ว่าเป็นโลกอะไร ก็เที่ยวหายาไปตามเขาว่าอย่างนี้มันจะได้ผลอย่างไร ผู้ที่มาสู่ธรรมะอยากมีธรรมะเป็นตัวปฏิบัติแต่ไม่รู้ว่าชีวิต มันมีปัญหาอย่างไรมันถึงกันไม่เคยสำนักเรื่องว่ามีชีวิตด้วยซ้ำไป



แต่ก็มาสนใจศึกษาแสวงหาธรรมะ ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรก็เหมือนกับคนที่ไม่ได้เจ็บไม่ได้ไข้ ก็ไปเที่ยวแสวงหายากินใครว่ายาอะไรดีก็กินๆเขาไปนั้น มันไม่เกิดประโยชน์อะไรอย่างน้อยก็ควรรู้จักสิ่งพื้นฐานแหละ ที่เรียกว่าชีวิตนี้แก่กันเสียบ้างตามสมควร ต้องใช้คำว่าตามสมควรเพราะว่า มันควรรู้จักชีวิตได้จริงมันควรรู้จักประโยชน์แล้ว จะมีอายุ๙๐ปี ๑๐๐ปี ก็จะยิ่งดี อ้าวเรามาท้ากันว่าคนที่มีอายุ๒๐ปี๓๐ปีจะมีความรู้เรื่องชีวิตเท่า๙๐ปี๑๐๐ปีหรือไม่


ในเมื่อเป็นคนในระศึกษาอย่างเดียวกันมาตรฐานเดียวกันกายอย่างเดียวกันพยายามอย่างเดียวกันนี่แต่ในโลกนี้แม้แต่ไม่ได้พยายามศึกษา โดยตรงโดยเจตนาความรู้มันก็เกิดเองโดยธรรมะชาติ สะสมไว้มากขึ้นมากขึ้นนับมาตั้งแต่คลอดมาจากท้องแม่ ก็มาสัมผัสโลกนี้ ด้วยตาหูจมูกลิ้นกายใจก็รู้ว่ามีอะไร ทางตาเห็นมีอะไรอย่างไร ทางหูได้ยินอะไรมีอย่างไร ทางจมูกทางลิ้นทางผิวกายผิวหนังนี่ และทางจิตใจเอง นั้นเด็กๆเขาก็ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นมาโดยธรรมะชาตินี้มันเกี่ยวกับว่า วัฒนธรรมในบ้านเรือน


ถ้าในบ้านเรือนไหนมีวัฒนธรรมดีถูกต้องมีวัฒนธรรมเป็นหลังธรรมะสอดคล้องพึ่งมาจากศาสนาอบรมสั่งสอนในบ้านเรือนมันก็เป็นโชคดีสำหรับเด็กทารกเหล่านั้นที่เติบโตมาด้วยวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนาและความถูกต้องมันก็จะรู้ขึ้นมาอย่างถูกต้อง ถ้ามันมาในครอบครัวที่มันมีวัฒนธรรมเลวหรือไม่มีวัฒนธรรมเลยมันก็ไม่มีทางจะรู้ว่าอะไรดีอะไรถูกต้องและก็จะเห็นกลับกับด้วยก็ได้และยิ่งกว่านั้น โดยทั่วๆ ไปการเป็นอยู่ตามธรรมดาสามัญนี้มันทำให้โง่ เด็กทารกที่มันกินของอร่อยมันก็ว่าอร่อยอร่อยอร่อย นี้มันก็เกิดความรู้สึกคิดเราเกิดมาก็ต้องกินให้อร่อย เพราะถ้าไม้อร่อยก็บอกว่าไม่อร่อยเกิดเรื่องร้องไห้เกิดเรื่องโกรธแค้นอะไรกันขึ้นมา นี้สัมผัสทางตาหูจมูกทางกายใจนั้นทำให้โง่ มากขึ้นทุกทีทุกทีหลงรักในสิ่งที่น่ารัก โกรธเกลียดในสิ่งที่น่าเกลียดเป็นอย่างนี้มาจนโต หรือว่าใครว่าไม่เป็นอย่างนี้ก็รองคิดดู ถ้าเราเป็นอย่างนี้เราก็เสียเวลาโง่หนักเข้าโง่หนักเข้า จนกว่าจะมาเป็นผู้ใหญ่คนแก่คนเฒ่า ได้ยินเรื่องธรรมะธรรมโมว่าไม่จำเป็นต้องไปโง่รักสิ่งที่น่ารัก เกียจสิ่งที่น่าเกียจ โกรธสิ่งที่น่าโกรธ กลัวสิ่งที่น่ากลัว เนี่ยมันไม่ต้องไปเสียเวลากัน นี้เด็กทารกนั้นถูกสอนให้กลัว กลัวความมืดบางกลัวอะไรก็ไม่รู้ให้กลัวผีกลัวสางกลัวเทวดากลัวโชคชะตาราศีนั้นคือการทำให้โง่มากขึ้นมากขึ้น เขาจึงดำเนินชีวิตไปโดยที่ไม่รู้จักตัวชีวิตนั้นเลยมันก็มีหลักแค่ว่าเพียงว่ายินดีในสิ่งที่น่ายินดี ยินร้ายในสิ่งที่น่ายินร้ายมันก็มีแค่นั้นเอง หลงใหลในความเอร็ดอร่อย สนุกสนาน ที่ทำให้เราพลอยให้เราเป็นสุข


เราอุตส่าห์เรียนหนังสืออุตส่าห์เรียนหนังสือยุให้อุตส่าห์เรียนหนังสือจะได้ทำงานดีมีเงินมากมาซื้อหาสิ่งที่สวยงาม เอร็ดอร่อย สนุกสนานเด็กๆจึงเรียนหนังสือ นี้โตแล้วนี่หล่ะระดับมหาวิทยาลัยก็คิดจะเอาเงินจำนวนมากมาซื้อหาสิ่งที่สวยงาม เอร็ดอร่อย สนุกสนานด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่าความโง่นั้นยังครอบง่ำอยู่ ไม่มีความคิดไม่เคยมีความคิดที่ว่าเราจะออกมาจากอำนาจอันนี้ที่เป็นสิ่งเลวร้ายที่เป็นโมหะ เป็นอวิชาและก็เป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ นี่เรียกว่าชีวิตที่ได้ผ่านมาจากเป็นหนุ่มเป็นสาวเวลานี่มันมีอะไรก็เรื่องที่ทำให้โง่ลงไป มีอะไรก็เรื่องที่ทำให้ฉลาดขึ้นมาถ้าฉลาดก็ฉลาดสำหรับจะโง่คือ ฉลาดสำหรับจะรักให้มากจะเกียจให้มากจะกลัวให้มาก จะทำอะไรให้มันมากกว่าคนที่มันไม่ฉลาดได้ เนี่ยมันคือฉลาดจะให้โง่ นั้นในโลกนี้จึงมีคนโกง มีการเล่าเรียนศึกษาดีในระดับสูงสุดในของแต่ละคนโกง คือเอาเปรียบคอยเอาเปรียบคอยขูดรีด คนอื่นเพ้อไม่ได้เขาก็คดโกงเอาเปรียบคอยขูดรีดด้วยความเห็นแก่ตัว ระวังข้อที่ว่ายิ่งฉลาดก็ยิ่งเห็นแก่ตัว


ถ้ายิ่งฉลาดเท่าไหร่ยิ่งเป็นอันตรายเท่านั้นเพราะว่าไม่มีธรรมะเข้ามาควบคุมความฉลาด ถ้าไม่มีธรรมะเข้ามาควบคุความฉลาด ให้มันเดินถูกต้องนั้นอย่าอวดดีอย่านิยมชมชอบ คนนี้มันฉลาด คนนี้มันฉลาด มันไอคิวสูงอะไรสูง ไอคิวสูง หละมันจะโกงเก่งถ้าธรรมะมันไม่เข้ามาควบคุม นั้นของให้เรารู้ว่าปัญหานั้นมันมีอยู่จริง พอคลอดออกมาก็เริ่มเดินทางผิดในด้านจิตใจพอใจ ที่จะได้ตามที่ความรู้สึกนั้นๆ ต้องการโดยที่ไม่รู้นั้นว่ามันเป็นความรู้สึกของกิเลส ธรรมะยังไม่ทันจะเกิดกิเลสก็เกิดเสียเต็มที่ไปหมด


พอเด็กทารกมันรู้จักรักมันก็เกิดกิเลสกิเลสประเภทรัก พอมันรู้จักโกรธมันก็มีกิเลสประเภทโกรธ ประเภทเกลียดประเภทที่กลัวประเภทวิตกกังวลอาลัยอาวอน หลงใหลมัวเมา กิเลสยึดครองแผ่นดินที่ร่างกายที่เรียกว่าร่างกายหรือชีวิตแผ่นดินชีวิตเนี่ยกิเลสยึดครองมาก่อน เจ้าของมันมัวแสวงหาสิ่งสวยงาม เอร็ดอร่อย สนุกสนาน จะเรียกอีกที่ก็ดีเหมือนกันมันเป็นสิ่งที่ช่วยให้รีบศึกษาช่วยให้รีบเล่าเรียนช่วยให้รีบทำการงาน แต่มันน่าสงสารเมื่อได้เงินจากการทำงานก็ไปซื้อหาเยื่อให้กับกิเลสคือสิ่งที่บำรุงบำเรอกิเลส ก็ได้แก่ความสวยงามความเอร็ดอร่อยความสนุกสนานทางวัตถุทางเนื้อทางหนังนั้นเอง เนี่ยคือตัวปัญหาถ้าไม่เข้าใจหรือว่ามองเห็นว่ามีปัญหาก็อยากที่จะศึกษาธรรมะ จะไม่รู้ธรรมะที่เป็นธรรมะ จะเป็นธรรมะสำหรับจำ ธรรมะสำหรับพูด ธรรมะที่มันดับความทุกข์มิได้


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,799 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การทำชีวิตให้มีธรรมะ [20,849]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [533,954]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,075]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [377,574]
Global Warming { English } [142,352]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.