คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32609" type="text/javascript"></script>
การทำชีวิตให้มีธรรมะ
แด่ท่านนักศึกษาที่สนใจในธรรมะทั้งหลายขอแสดงความยินดี ในการมาที่นี่ของท่านทั้งหลาย ในลักษณะอย่างนี่คือแสวงหาสิ่งที่เรื่องว่าธรรมะสำหรับ ไปใช้เป็นเครื่องดำเนินชีวิต ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่เป็นสิ่งที่ ขออนุโมทนา แม้ที่สุดต้องนั่งกลางดินซึ่งไม่เคยนั่งหร
ผู้เขียน: ท่าน พุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 21,098 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 14 September 2007, 12:11 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 28 December 2007, 11:27 am

หน้าที่ 3 - ความเอร็ดอร่อยจากกามรมย์
แต่ขอให้รู้ไว้เถิดว่าตลอดเวลาที่หลงนั้นไม่มีความสุขหลอก แม้ว่าจะอร่อยอร่อยสุดขีดทางระบบประสาทแต่มันไม่ใช่ความสุข มันเป็นความเพลิดเพลินที่หลอกลวง ขอให้รู้ให้ถูกต้องตามหลักความจริงขอให้รู้ว่าไอ้สิ่งสองสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คือความสุขอันแท้จริงกับความเพลิดเพลินอันหลอกลวง สวยงามเอร็ดอร่อยสนุกสนานนั้นเป็นความเพลิดเพลินที่หลอกลวงไม่ใช่ความสุขที่แท้จริงและมีความร้อนซ้อนอยู่ในนั้นจะทำให้มีกิเลสขึ้นมากขึ้นจนกระทั่งเป็นโรคประสาทหรือเป็นบ้าไปในที่สุด จะหัวเราะมากเกินไปจะร้องไห้มากเกินไป จะนอนไม่หลับมากเกินไปเพราะไปหลงใหลในสิ่งเหล่านั้นในทางตรงกันข้ามมันก็ไม่เป็นอย่างนั้นมันก็เฉยได้อย่างนั้นเองเช่นนั้นเองตามธรรมชาติ


อย่างที่สมมุติว่าสวยสวยเนี่ยมันก็เช่นนั้นเองตามธรรมชาติไม่สวยก็เช่นนั้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ยินดียินร้ายกับทั้งสองฝ่าย ที่ไพเราะไม่ไพเราะที่หอมที่เหม็นที่อร่อยไม่อร่อยก็เหมือนกันกับอีกทุกคู่ จนกระทั่งมาถึงจุดสำคัญที่ปลายทางที่ระบบประสาทที่มีอยู่ในเนื้อในตัวสำหรับความมีรู้สึกอร่อย ทางตา ทางหู ทางจมูก ทางกาย ทางใจก็รู้เถอะว่านนั่นมันเป็นความรู้สึกเช่นนั้นตามกฎของธรรมะชาติ เราถูกสอนให้โง่มาตั้งแต่เล็กเราก็รู้สึกยินดีพอใจ กับความเอร็ดอร่อยแก่ระบบประสาทนั้น



53359



ยิ่งถ้าได้รับความเอร็ดอร่อยจากกามรมย์หรือด้วยเพศตรงกันข้ามแล้ว มันก็จะยิ่งหลงรักอะไรยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าที่จะรู้สึกว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง มันไม่มีความรู้สึกว่ามันเป็นเช่นนี้เอง คือระบบประสาทของคนเราเมื่ออะไรไปกระตุ้นเนี่ย อย่างนั้นมันจะรู้สึกอย่างนั้น กระตุ้นอย่างโน้นมันจะรู้สึกอย่างโน้นกระตุ้นอย่างไหนจะรู้สึกอย่างนั้น อาศัยความยึดมั่นถือมั่นและที่มาแต่แรก มันเป็นเดิมพันอยู่ด้วยยึดมั่นในเรื่องสวยงามเอร็ดอร่อยสนุกสนาน รบเล้าระบบประสาทเหล่านี้เนี่ยเรียกว่าความไม่หลุดพ้น ความติดตะรางของกิเลสของอวิชา ติดคุกติดตะรางของความโง่ของความหลงแห่งชีวิต ทำให้ชีวิตนั้นกลายเป็นชีวิตที่อยู่ในคุกในตะรางไปด้วย ถ้ารู้ธรรมะเพียงพอที่จะไม่ ไม่เป็นทาสไม่อยู่ใต้อำนาจของสิ่งเหล่านี้ นี่คือชีวิตที่เป็นอิสระชีวิตที่หลุดพ้น


ภาษาทางศาสนาเขาเรียกว่าจมติดอยู่ในวตะหรือว่าหลุดพ้นออกมาเสียได้จากวงวัฎสงสารนี่เป็นวงกลมที่หมุนอยู่ในความยินดียินร้ายดีชั่วบุญบาปวนเป็นวงกลมออกมาเสียไม่ได้ ถ้าออกมาเสียได้เขาก็เรียกว่าหลุดพ้น คนธรรมดาก็หมุนติดอยู่ในวงกลม ถ้าออกมาได้เรียกว่าหลุดพ้นจริงๆและก็เป็นพระอรหันต์ ยังไม่เป็นพระอรหันต์ก็เป็นพระเอกาเจ้ารองๆลงมาได้ เพราะก็มีการติดอยู่ในวงกลมน้อยลงน้อยลง เพราะมีสติปัญญาเพิ่มเพิ่มขึ้นถึงจะรู้จักว่ามนุษย์นั้นมันคืออะไร มนุษย์มันเดินไปอย่างไร และมนุษย์นั้นมันไปจบหรือสิ้นสุดการเดินที่ไหน ไม่ต้องพูดอย่างศาสนาไม่ต้องพูดตามหลักศาสนา ก็เอาตามหลักวิทยาศาสตร์ธรรมดานี่แหละมันมีอยู่อย่างที่ว่ามานี้กันได้เหมือนกัน ทารกเกิดมาโง่โง่โง่ไม่รู้จักเจ็บปวดเข็ด จริงๆหลาบแล้วก็ฉลาดฉลาดฉลาดแล้วก็นั้นก็จบลงในข้อที่ว่ามันเช่นนั้นเอง จริงๆเคยหลงมาตั้งแต่เล็กๆ


ขออภัยนะที่จะพูดกับนักศึกษาที่อายุยังน้อยว่า คุณไม่อาจจะมีความรู้สึกรู้จักสิ่งเหล่านี้เหมือนคนแก่๘๐,๙๐,๑๐๐ปี ถึงแม้ว่าจะเป็นนักเรียนมาจากมหาวิทยาลัยในเมืองนอกหรือจากอะไรก็ตาม ไม่เคยเรียนสิ่งนี้จึงไม่มีทางที่จะรู้เรื่องนี้ เกินกว่าคนแก่ๆอายุร้อยปีที่ไม่เรียน ไม่เคยเรียนหนังสือเลยไม่รู้จักหนังสือเลยด้วยซ้ำไป อ่านหนังสือก็ไม่ออกด้วยซ้ำไป คนที่อ่านหนังสือไม่ออกเป็นพระอรหันต์ก็มีถมไป เพราะมันรู้จักตัวธรรมชาติภายในภายจิตใจโดยถูกต้องและมันไม่ผิดไม่หลง มีจิตใจหลุดพ้นออกไปมีลมหายใจเป็นอิสระไม่ยึดมั่นด้วยสิ่งชวนให้หลง หัวเราะน้อยเข้าร้องไห้น้อยเข้ากระทั่งไม่หัวเราะไม่ร้องไห้เลย มันมีอยู่อย่างนี้ระทั่งเรียนของศาสนามันก็มีอยู่อย่างนี้ จะว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติไม่เกี่ยวกับศาสนาเลยมันมีอยู่อย่างนี้ของให้ไปพิสูจน์ นี่เรียกว่าพูดกันตามตรงไม่พูดอ้อมค้อมหลอกเพราะชอบพูดอ้อมค้อมเพื่อเป็นการประหยัดเวลา


ท่านทั้งหลายมีเวลาน้อยที่จะพักอยู่ที่นี่ ถ้าพูดอ้อมค้อมเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่มันก็จะไม่รู้อะไร จะไม่จักต้นปลายของสิ่งที่เรียกว่าชีวิตนี้จึงมาพูดกันให้มันชัดเจนลงไป ให้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าชีวิตให้รู้จักว่าชีวิตนั้นคืออะไร คนเนี่ยเกิดมาทำไม ควรจะได้อะไรในฐานะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดของการเกิดมา เราก็เอาปัญหาเหล่านี้ไป ไปพิจารณาจนกระทั่งกลายเป็นปัญหาของเราเองหวังได้ว่าจะก้าวหน้ารู้เรื่องธรรมะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ยังหลับตาอยู่ในโลกต่อไป ชีวิตนี้คืออะไรเท่านั้นแหละ ชีวิตนี้คืออะไรปัญหาข้อแรกเท่านั้นแหละ คุณที่เรียนมาในระดับมหาวิทยาลัยจบแล้วนะ สู้ตาแก่ที่ไม่รู้หนังสืออายุ๙๐ปี๑๐๐ปีก็ไม่ได้ว่าชีวิตนี้คออะไร เพราะว่าในมหาวิทยาลัยไหนมันก็ไม่ได้สอนเรื่องชีวิตในแง่ของนานธรรม สอนชีวิตในแง่ของไบออรอยีมันไม่เกี่ยวกันเลย แต่มันก็เรียกว่าชีวิตด้วยเหมือนกัน ชีวิตในแง่ของไบออรอยีมันก็ยังสดอยู่มันยังไม่ตายเท่านั้นแหละมันก็ยังสดอยู่



ฉะนั้นสัตว์ก็มีชีวิตคนก็มีชีวิตต้นไม้ก็มีชีวิตนั้นมีชีวิตมีอะไรมีสันชาติยานมันก็ทำไปแค่นั้น มันก็ทำไปในชีวิตแค่นั้นจุดเดียวที่ไม่ต่างกันระหว่างสัตว์กับคนเนี่ย คือรู้จักกินอาหารรู้จักแสวงหาความสุขในการนอน รู้จักขี้ขาลหนีภัยอันตรายแล้วก็รู้สืบพันธุ์มันก็มีทั้งนั้น คนก็ทำเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ทำเป็น และคนมัวเมาหลงใหลในสิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานและจะไปเอาอะไรกับมัน มันควรจะรู้ที่จะสำหรับไม่ให้เกิดปัญหาไม่ให้เกิดความทุกข์ขึ้นมามันก็ไม่ร่าจะโทษใครเหมือนกันนะที่ไม่ได้สอนกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด ให้ได้รู้จักสิ่งเหล่านี้ไปในทางที่ถูกต้อง อย่าได้หลงอย่าได้เผลอเป็นทาสของความเอร็ดอร่อยสวยงามสนุกสนานคนเลี้ยงลูกนั้นแหละผิดที่ทำให้ผิดกับสวยงามสนุกสนานเอร็ดอร่อยแพงก็แพงและซื้อง่ายด้วยอย่างนี้แล้วก็ทำให้เกิดโง่ในทางศัยศาสตร์ที่กลัวผีกลัวเทวากลัวโชครางกลัวอะไรต่างๆ กลัว


53364




แม้แต่กระทั่งกิ้งกือไส้เดือนตุ๊กแกมันก็กลัวนี้มันโง่สักเท่าไรลองคิดดู นั้นถ้าไม่อยากให้โง่กันนักก็ควรมีวัฒนธรรมที่อบรมสอนลูกเด็กๆให้มันถูกต้องถูกต้องมันจะไม่เสียเวลามากมันจะได้หมุนเข้ามาหาทางธรรมะได้โดยเร็ว มันจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่าชีวิตอย่างถูกต้องเร็วขึ้นเร็วขึ้นเดี๋ยวนี้รู้จักชีวิตแต่ในแง่ของวัตถุว่ามีอาหารกินแล้วก็อยู่ได้แล้วก็ไม่ตาย แต่ทำไมยังมีคนพูดว่าเหมือนกับไม่มีชีวิตไอ้คนที่ยังไม่มีความถูกต้องเนี่ยอยู่ให้ชีวิตมันก็เหมือนกับคนไม่มีชีวิตแหละ


งั้นชีวิตในความหมายหนึ่งมันก็คือระบบความรู้ ระบบการกระทำการเป็นอยู่ในโลกนี้มากกว่าที่จะเป็นเพียงว่ายังไม่ตาย ยังไม่ตายแต่ไม่รู้อะไรเลยสำหรับเป็นทุกข์อย่างนี้หละก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย จะน่าระอายสัตว์เดรัจฉานเสียอีกว่ามันมีความทุกข์น้อยกว่าคน สัตว์เดรัจฉานนั้นไม่ปวดหัวมากไม่เป็นโรคประสาทมากเหมือนคนไม่เป็นโรคจิตมากเหมือนคน ตามที่สถิตแสดงอยู่ทุกวันทุกวันก็คนในโลกแห่งความเจริญในแห่งนี้ในปัจจุบันนี้มันยิ่งนอนไม่หลับมากขึ้นโรคประสาทมากขึ้นโรคจิตมากขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็เบียดเบียนเบียดเบียนกันมากขึ้น เอาเปรียบกันขูดรีดกันกระทั่งฆ่ากันมากขึ้น ชนิดที่ว่านิดนึงมันก็ฆ่า สมัยก่อนเรื่องอย่างนี้เขาไม่ฆ่ากันหลอกนะ ถ้าภรรยาเป็นชู้สามีเป็นชู้ยกให้เลย ไม่ต้องมาฆ่ากันให้หนักขึ้นไปอีกเนี่ยเรียกว่าดำเนินชีวิต ไม่ถูกต้องหรือถูกต้อง


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,268 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การทำชีวิตให้มีธรรมะ [21,099]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,326]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,276]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [417,479]
Global Warming { English } [159,887]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.