 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32611" type="text/javascript"></script> |
|
การสืบต่อความประสงค์ของบรรพบุรุษ
ท่านสาธุชนทั้งหลายของโอกาสบรรยายธรรมะในรูปธรรมดาปกติ คือ ปาฐะคาถาธรรมแทนการแสดงธรรมะเทศนาตามประเพณี ทั้งนี้เพื่อมันจะได้ง่าย จะได้สะดวก จะได้ฟังง่าย จะได้จำง่าย จะได้เข้าใจง่าย วันนี้เป็นวันที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นวันส่งตายาย รับอย่างไรส่งอย่างไรก็พอจะร
post ครั้งแรก: Fri 14 September 2007, 3:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 14 September 2007, 4:05 pm
|
หน้าที่ 1 - รักด้วยความรู้ด้วยสติปัญญาที่ถูกต้อง
แต่ว่าประเพณีมีอยู่สำหรับอย่างนั้น เราก็ปฏิบัติให้ดีที่สุด และก็มาสำเร็จประโยชน์เต็มที่แก่ทุกคนหรือแก่ทุกฝ่าย ตายายมาก็ต้อนรับก็ยินดีต้อนรับ ทำให้พอใจด้วยคามรักด้วยความกตัญญู ที่นี่วันส่งตายาย ก็ทำให้ตายายยินดีในการกลับไป เมื่อมาก็ให้ได้ยินดีเพราะการมา ในการมา เมื่อไปก็ให้ได้รับประโยชน์ยินดีเพราะการไป ถ้าทำได้ดังนี้ก็เป็นการปฏิบัติธรรมะใหญ่หลวงอยู่ในตัวการกระทำนั้นๆ ขอให้สนใจให้ตั้งใจให้ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรจะทำให้ทุกขั้นตอนถูกต้อง บริสุทธิ์ ผุดผ่องสำเร็จประโยชน์ ตามความหมายนั้นๆ ขั้นแรกก็จะต้อง ก็จะต้องพูดถึงเรื่องจริงในจริงเสียก่อนว่าในหัวใจนี้มันรู้สึกเป็นลูกหลานของตายายจริงหรือไม่
ถ้าว่าเป็นลูกหลานของตายายจริง มันก็จะได้ทำให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกหลานของตายายจริงๆ เดี๋ยวกลัวจะเล่นตลก เล่นตลก เป็นลูกหลานแต่เพียงรับมรดกเท่านั้น ตายายจะไปตายโหงไปตายที่ไหนก็ไม่รู้ไม่ชี้ นี่กูเอาแต่มรดกก็แล้วกันนี่กลัวมันจะเป็นลูกหลานซะอย่างนี้นะ ขอให้คิดดูให้ดีว่าเป็นลูกหลานที่แท้จริงหรือไม่ ดูให้ดีว่ามันเกิดมาจากโพรงไม้ มันเกิดได้เองหรือว่ามันต้องเกิดมาจากบิดามารดาหรือปู่ย่า ตายาย ถ้าว่ามันเกิดมาจากปูย่าตายายมันก็ควรจะรัยรองในความเป็นลูกหลาน เป็นลูกหลานกันให้ถูกต้อง ควรจะสอนเด็กๆ ลูกเล็กเด็กๆให้มันรู้ความหมายข้อนี้ ว่ามันไม่ได้เกิดเอว่ามันไม่ได้เกิดจากโพรงไม่หรอทางอื่นใด
แต่ว่าเกิดมาจากบิดามารดา ปู่ย่าตายายมาเป็นลำดับลำดับ ดังนั้นทุกคนจึงมีภาวะลักษณะเป็นลูกหลาน นั้นเป็นลูกหลานไม่เท่าไรไม่เท่าไรแก่เข้าแก่เข้ามันก็ตาย บิดามารดา ปู่ย่า ตายายต่อไปก็ไม่มี คนเดียวมันก็เป็นได้ เป็นลูกหลาน แล้วโตขึ้นก็เป็นบิดามารดา ก็เป็นปู่ย่า ตายาย ตายไปก็เป็นได้ทั้งสามขั้นตอน ในชั้นนี้ขอให้ยอมรับความเป็นลูกหลาน โดยแท้จริง โดยความบริสุทธิ์ใจ ให้เกิดความรักความกตัญญูต่อบิดามารดาปูย่าตายยายโดยแท้จริง อย่าให้กิเลสพาไปห่างที่ชอบใจจนลืมหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติต่อบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย อย่างเลวที่สุดอบายมุขมันก็พาไป ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการเล่นการพนัน อบายมุขเหล่านี้มันก็พาไปหมดไม่มานึกถึงตายายเลยไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
ถ้าว่าเป็นลูกหลานที่ถูกต้องโดยเฉพาะวันเช่นวันนี้ก็จะต้องมาบำเพ็ญหน้าที่อย่างที่ดีที่สุดชนิดที่เรียกว่าเป็น พรมจันทร์ ประพฤติที่ว่าอย่างดีที่สุด อย่างสูงสุด อย่างแท้จริงที่สุดเขาเรียกว่าประพฤติพรมจันทร์ได้อย่างนั้น มาทำหน้าที่ลูกหลานที่ดีแก่ตายายที่ล่วงลับไปแล้ว ที่จริงก็มีคนจำนวนมากหรือส่วนมากรักบิดามารดา หรือปู่ย่าตายาย บางคนถึงกับอยากเห็นนะ อยากติดต่อด้วยนะ อาจนั่งวิปัสสนา นั่งทางนัย เสียเงินเสียทองแยะเยอะก็มี อย่างนี้ก็มีอยู่จริงนะ นั่งวิปัสสนา นั่งทางนัย บิดามารดาตายไปอยู่ที่ไหน เป็นอะไรทำอะไรอยู่ ทำพิธีตามที่มันอยากทำ เกิดจากรักบิดามารดามากหรือยังไงก็ไม่รู้ จะรักด้วยกิเลส รักด้วยความโง่ รักด้วยสติปัญญาแต่ก็ยังมีปัญหาด้วยเหมือนกัน
งั้นขอให้เรารักด้วยความรู้ด้วยสติปัญญาที่ถูกต้องมันเป็นเรื่องจริง มันเป็นหน้าที่ที่ผูกพันอยู่ที่จะต้องประพฤติกระทำให้ดี ลูกหลานเกิดมาสำหรับทำให้บิดามารดาสบายใจ รู้สึกอย่างนี้หรือป่าวอบรมลูกเล็กเด็กแดงให้มันรู้สึกแบบนี้หรือเปล่าถ้าพ่อแม่มันไม่รู้ไม้รู้สึก มันก็ไม่มีทางที่จะไปอบรมเด็กให้มันรู้สึก มันต้องอบรมเด็กเล็กๆนั้นให้มันรู้สึกว่าลูกเด็กเกิดมาสำหรับทำให้พ่อแม่สบายใจนั้นถูกต้องที่สุด ตรงความประสงค์ของมนุษย์ตรงความประสงค์ของธรรมชาติที่กำหนดไว้หรือจะพูดว่าพระเจ้าก็ได้พระเจ้าต้องการอย่างนั้นแหละ ให้คุณเกิดมาเพื่อทำความสบายใจแก่บิดามารดา เราก็จะต้องรับรู้หลักสัจจะธรรม เมื่อบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ก็ทำให้บิดามารดาสบายใจที่สุด เมื่อบิดามารดาล่วงลับไปแล้วก็ทำให้รู้ชนิดว่าให้ท่านสบายใจยิ่งขึ้นไปอีกมีหลักเกณฑ์เหล่านี้ก็แล้วกัน
จงสอนลูกเด็กๆเล็กๆที่พึงคลอดออกมาให้มันรู้ความหมาย ให้มันค่อยๆรู้ ค่อยๆรู้ว่าเนี่ยลูกเกิดมาเพื่อทำให้พ่อแม่สบายใจ ดูสิเมื่อลูกคลอดออกมาบิดามารดาก็สบายใจดีเป็นสุขใจที่ได้มีที่ลูก มีผู้ที่จะสืบมรดก มีผู้ที่จะอุทิศส่วนกุศลไปให้ ทารกพูดออกมาเป็นคำแรกว่าแม่หรือว่าพ่อ แม่หรือพ่อก็ตื่นเต้นขนลุกยินดี เพราะความรักลูกที่ปรากฏชัดในตัวนั้นแล้วว่า ลูกได้ทำให้พ่อแม่สบายใจ บิดามารดาต้องการมีบุตรก็เพื่อความสบายใจแน่ใจนอนใจได้ในเรื่องนี้ที่ปรารถนาบุตร เมื่อได้บุตรมาแล้วก็พอใจก็ยินดีไปตามลำดับไปตามลำดับ นั้นจึงมีหลักเกณฑ์ตายตัวที่ว่าลูกเกิดมาต้องกระทำให้พ่อแม่สบายใจ ถ้าไม่อย่างนั้นมันไม่ใช่ลูกบอกไว้อย่างนั้นเลยไม่งั้นมันเป็นเพียงก้อนสกปรกอะไรก็ไม่รู้เลยเพียงอุ้มก้อนสกปรกออกมาเท่านั้นแหละมันไม่ใช่ลูกถ้ามันไม่ได้ทำให้พ่อแม่สบายใจ อย่างน้อยมันเป็นหลักตลอดชีพตลอดนิรันดรเลย ลูกคนไหนก็ตามที่เดมาทำให้พอแม่สบายใจ สบายใจสบายใจต่อไปต่อไปเรื่อยเป็นหน้าที่ของลูก เพราะว่ามันเป็นคนดีได้ทุกฝ่ายและเพราะว่ามันเป็นการตอบแท้พระคุณอยู่ในตัวเพราะว่าลูกทำอะไรไม่ได้ก็สบายใจซะแล้ว มันเป็นการตอบแทนบุญคุณของพ่อของแม่อยู่บ้างและได้ทำให้พ่อแม่สบายใจก็มันเติบโตขึ้นมามันก็รู้นั่นรู้นี่มันก็มีเจตนาที่จะทำให้พ่อแม่สบายใจ
นั่นแหละคือบุญคือกุศลอันใหญ่หลวงของลูกที่ได้กระทำนั้นเป็นสิ่งที่จะต้องยึดถือเป็นหลักไว้ที่จะต้องทำให้พ่อแม่สบายใจ ความจริงมีคำพูดขึ้นมาว่าการสนองบุญบิดามารดา การสนองคุณบิดามารดานั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าทำให้พ่อแม่สบายใจ ที่นี้พ่อแม่ก่อนโน้นก็กลายเป็นตายายไปแล้ว เดี๋ยวนี้เราก็ยังนึกถึงอยู่ไม่ว่าตายไปแล้วเราก็ยังมาทำประกอบพิธี ทำสุดสติปัญญาสามารถ ทำได้สองตามวาระโอกาส คือรับตายายและส่งตายาย โดยความหมายจะทำให้ตายายสบายใจสบายใจ แม้จะมองไม่เห็นจะได้รับหรือไม่ได้รับก็พิสูจน์ไม่ได้แต่ก็ได้ทำ ได้ทำสุดความสามารถและก็สบายใจ นี้เป็นสิ่งที่จะต้องถือเป็นหลักหรือเป็นหัวใจ ทำเรื่องที่กระทำกันในวันนี้หรือเรื่องที่กำลังพูดนี้ก็มีความหมายจริงๆ ที่นี้มาถึงคำว่าทำให้สบายใจ ทำอย่างไรทำให้สบายใจมันก็ตอบได้ว่าทำให้ตรงตามที่ต้องการอย่างนี้ไม่มีทางผิด
ถ้ามันตรงตามที่ตายายต้องการมันคือทำให้ตายายสบายใจ อ้าวที่นี้ดูต่อไปอีกหน่อยว่าตายายต้องการอะไร ตายายต้องการอะไร ถ้าไม่รู้ว่าต้องการอะไร ถ้าผู้ใดไม่รู้ว่าต้องการอะไร จะเรียกว่าเป็นคนโง่ขนาดไหนจะเรียกบรมโง่ได้หรือไม่ถ้าไม่รู้ว่าตายายต้องการให้ทำอะไรลองคิดดูตายายให้ทำอะไรรู้หรือไม่ ถ้าไม่รู้มันก็จะเป็นลูกหลานที่บรมโง่มันก็จะไม่มีความหมายอะไร จะไม่เป็นลูกหลานจะไม่เป็นตายายด้วยกันทั้งสองฝ่าย นั้นจึงต้องรู้กันทุกคนแหละว่าตายายต้องการอะไร แม้จะไม่รู้ทั้งหมดแต่ก็ควรรู้พอสมควรรู้พอที่จะทำได้
อาตมาจะบอกว่าควรรู้พอสมควรย่อๆสั้นๆที่สุดมันก็จะพูดได้ว่าตายายต้องการให้ลูกหลานสืบต่อสิ่งเหล่านั้นที่ ตายายทำไว้ไม่สำเร็จแต่ตายไปเสียก่อน ลูกหลานก็พยายามสืบต่อทำสิ่งเหล่านั้นต่อไปให้สำเร็จ ตายายต้องการให้ทำให้สืบต่อในหลายเรื่องในหลายชั้นในหลายระดับ นับตั้งแต่ว่าให้สืบต่อให้รักษามรดกไว้ให้ดีๆ เห็นไหมตายายตายไปไม่กี่ปีเอาไร่เอานาไปขายซื้อเหล้ากินหมดนี่จะเป็นลูกหลานก็ไม่เป็นลูกหลานแล้ว
ข้อแรกมันต้องสืบรักษามรดกที่ดินวัวควายไร่นาเอาไว้ให้ดีๆ ให้สืบรักษาชื่อเสียงเอาไว้ดีๆ ให้สืบรักษาคุณงามความดีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมทุกอย่างที่ตายายได้ทำมาแล้วอย่างไร ขอให้ทำสืบต่อๆกันไปอย่าได้ละสูญหายไป แม้แต่ประเพณีทำบุญตายายก็อย่าให้สูญหายไป อ้าวที่นี้จะบอกว่าไอ้สิ่งที่สูงสุดที่ตายายรักที่สุดพอใจที่สุดที่จะให้ลูกหลานสืบต่อกันไว้นั้นคืออะไร ท่านทั้งหลายคิดว่าอะไรที่ตายายหวังที่สุดที่ต้องการให้ลูกหลานสืบต่อ ถ้าไม่รู้ก็คือโง่ โง่เหลือที่จะกล่าวแล้ว แต่คงจะรู้อาตมาคิดว่าคงจะรู้นั้นก็คือการสืบพระศาสนาไว้อย่างให้สูญหายไปได้คาดว่าตายายเนี่ยฝากพระศาสนาไว้ในมือของลูกหลานให้ช่วยสืบต่อๆกันไว้อย่าให้สูญหายได้ สิ่งที่รักสิ่งที่หวงแหนที่สุดของตายายก็คือศาสนาที่ตายายได้ศึกษากันมาแล้วก็ตายไปก็หวังว่าลูกหลานนั้นจะสืบต่อ จึงฝากศาสนาไว้ในมือของลูกหลานเช่นเดียวกับมรดกที่ฝากไว้แต่มันก็ไม่สูงสุดอย่างกับที่ตายยายได้ฝากศาสนาไว้สืบต่อไปเป็นอย่างดีอย่าให้สูญหายไปได้เนี่ยเราจะยอมรับหรือไม่บางคนแก้ตัวว่าเราสืบไม่ได้ไม่สามารถจะสืบศาสนาได้เราเป็นฆราวาสระวังให้ถ้าคิดอย่างนี้ก็จะเป็นคนโง่อีกแหละ จะโง่อีกมากน้อยจะเป็นบรมโง่ไหมถ้าถือว่าเป็นฆราวาสสืบศาสนาไม่ได้ก็ต้องไปบวชเป็นพระสิก็ขอให้สนใจกันตรงนี้ด้วย สืบศาสนาไว้ตามความประสงค์ของมารดาได้อย่างไร
สืบศาสนานั้นมักจะเข้าใจกันว่าไปบวชไปบวชเพราะสืบศาสนาพระบางองค์บวชมาสืบศาสนาหรือมาทำลายศาสนาก็มันไม่แน่ว่ามาบวชแล้วเป็นการสืบศาสนา สืบศาสนานั้นมันมีใจความนิดเดียวแหละที่ว่าให้ศาสนายังอยู่ถ้าเรายังมีการปฏิบัติศาสนาอยู่ถ้าเรามีการปฏิบัติสาสนาของเราอยู่ เป็นฆราวาสก็ปฏิบัติสูงสุดตามฐานะของฆราวาส เป็นบรรพชิตก็ปฏิบัติสูงสุดตามฐานะของบรรพชิตเมื่อมีการปฏิบัติสาสนาอยู่ศาสนามันก็มีทำไมต้องพูดว่าบวชเท่านั้นจึงสืบศาสนาได้ฆราวาสก็สืบได้ ฆราวาสก็เรียนได้ ฆราวาสก็สอนได้ ทำได้เท่าไรทำเท่านั้นทำสุดความสามารถของตน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม