 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32611" type="text/javascript"></script> |
|
|
การสืบต่อความประสงค์ของบรรพบุรุษ
ท่านสาธุชนทั้งหลายของโอกาสบรรยายธรรมะในรูปธรรมดาปกติ คือ ปาฐะคาถาธรรมแทนการแสดงธรรมะเทศนาตามประเพณี ทั้งนี้เพื่อมันจะได้ง่าย จะได้สะดวก จะได้ฟังง่าย จะได้จำง่าย จะได้เข้าใจง่าย วันนี้เป็นวันที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นวันส่งตายาย รับอย่างไรส่งอย่างไรก็พอจะร
post ครั้งแรก: Fri 14 September 2007, 3:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 14 September 2007, 4:05 pm
|
หน้าที่ 4 - ปัญหาทุกอย่างมันเกิดมาจากความเห็นแก่ตัว
สติสัมปดีมันมีอยู่ดีๆเราก็ไปประทุษร้ายสติสัมปดีให้มันกลายเป็นคนบ้า เป็นคนเมา เป็นคนล้มเป็นคนทำอะไรผิดหมดนี่เพราะความเห็นแก่ตัวทั้งนั้นแหละ ไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละทั้งห้านี้มันไม่มีไม่เกิดแหละ ถ้าคุณถือศีลตัวเดียวก็ถือศีลไม่เห็นแก่ตัวเลยศีลทั้งหมดกี่สิบกี่ร้อยมาหาหมดแหละ คิดแบบวิทยาศาสตร์แบบนี้ถือศีลข้อเดียวก็พอไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ แล้วมันจะมีครบห้า ครบแปด ครบสิบ ครบสองร้อยยี่สิบเจ็ด สามร้อยสิบเอ็ดหมดเลยไม่เห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ
แล้วอยากจะเพิ่มอีกสักข้อก็ได้นะตั้งใจว่าเราจะทำให้ผู้อื่นสบายใจเพิ่มข้อนี้ เราจะทำให้ผู้อื่นสบายใจ จะทำให้ผู้อื่นสบายใจเขาสบายใจอย่างไรก็ตามเขาเป็นสุขอย่างไรก็ตาม ไม่รู้จะทำอย่างไรดีก็เอาข้าวให้มดกินซะมันก็ยังได้สบายใจ มีหลักว่าเราจะต้องทำให้ผื่นหรือสัตว์อื่นสบายใจ ให้หมาให้แมวกินก็ได้เราจะช่วยคนด้วยกันได้ก็ยิ่งดี ศาสนาช่วยโลกด้วยได้ก็ยิ่งดี เนี่ยลูกหลานชั้นปรามาณูนี้ถือศีลสองข้อก็พอไม่เห็นแก่ตัวอย่างหนึ่งและก็ทำให้ผู้อื่นสบายใจ โลกนี้ก็เป็นโลกพระศิอานยิ่งกว่าโลกพระศิอานซะอีก ลูกหลานจะเอาไหมลูกหลานตายายเนี่ย มาถึงยุคนี้มาถึงขั้นนี้แล้วจะเอากันไหม ยึดความถูกต้องเป็นหลักถ้าถูกต้องแล้วก็จะไม่เห็นแก่ตัว
ถ้าไม่เห็นแก่ตัวก็ไม่เกิดปัญหาใดๆทั้งสิ้น ปัญหาทุกอย่างมันเกิดมาจากความเห็นแก่ตัว จนมันขี้เกียจ ขี้เกียจทำงานจนมันเห็นแก่ตัว มันนอนเสียไม่ไปไถ่นามันเลยเห็นแก่ตัว ถ้ามันไม่เห็นแกมันก็ขยันทำงานเท่านั้นแหละ ที่มันไปหาความเพลิดเพลินอบายมุขทั้งหลายเพลิดเพลินอย่างโง่เขลาเบาปัญญาหลอกลวงก็เพราะเห็นแก่ตัวถ้าไม่เห็นแก่ตัวไม่ไปทางอบายมุขหลอกที่มันเบียดเบียดเบียนจนอันพาลเต็มท้องถนนเต็มไปทั่วทุกหัวระแหงเต็มไปหมดก็เพราะมันเห็นแก่ตัว มันชอบโกงกันไม่ว่าระดับไหนก็ตามไม่ว่าระดับประชาชน ระดับรัฐบาล ถ้ามีการช่อโกงก็เห็นแก่ตัวทั้งนั้นแหละ ในโลกนี้มีความเห็นแก่ตัวมากเหมือนกับมันคิดจะครองโลก จะครองโลกสร้างอาวุธขึ้นมาบ้างอะไรบ้างมันจะครองโลกก็เพราะเห็นแก่ตัวไม่สนผู้อื่นเลย ไม่เห็นแก่ตัวมันก็รักความถูกต้องรักธรรมะรักทุกอย่าง ถูกต้องทางการถูกต้องวาจาถูกต้องทางจิตถูกต้องทางใจ
มันก็ไม่มีปัญหาความไม่เห็นแก่ตัวคือความถูกต้อง พูดโดยใจจริงพูดโดยบริสุทธิ์ใจใครกล้าตัดสินว่าตายายที่ตายไปแล้วกับลูกหลานที่ยังอยู่ตอนนี้ใครเห็นแก่ตัวมากกว่ากัน ลูกหลานี่อยู่เดี๋ยวนี้เมื่อเปรียบกับตายายที่ตายไปแล้วใครเห็นแก่ตัวมากกว่าใคร
ใครกล้าตัดสินอาตมาเชื่อตามเหตุผลว่าไอ้ลูกหลานเดี๋ยวนี้มันเห็นแก่ตัวมากกว่าเพราะเหตุอะไร เพราะเหตุว่าเดี๋ยวนี้มันมีสิ่งยั่วให้เห็นแก่ตัวมากกว่า ในยุคปู่ย่าตายายนั้นมันไม่มีอะไรที่มันจะยั่วให้เห็นแก่ตัวเห็นแก่กิเลส สมัยตายายมันมีโทรทัศน์ไหมล่ะตายายก็ไม่ต้องการได้เงินมาซื้อโทรทัศน์ดูก็ไม่ต้องเห็นแก่ตัวอย่างนี้ สมัยลูกหลานมีโทรทัศน์มีดนตรีมีสารพัดอย่างมันยั่วความเห็นแก่ตัว ก็พูดได้กำปั้นทุบดินไม่ผิดหลอก สมัยนั้นลูกหลานก็มีความเห็นแก่ตัวมาก ปู่ย่าตายายนั้นเห็นแก่ตัวน้อยเพราะมันไม่มีอะไรมายั่วให้เห็นแก่ตัว อยู่แบบง่ายๆเรียบมันก็ไม่ต้องเห็นแก่ตัวมากถูกหรือไม่ถูก สมัยปู่ย่าตายายมีความเห็นแก่ตัวน้อย สมัยลูกหลานมีความเห็นแก่ตัวมากถ้าเห็นแก่ตัวน้อยมันจะเบียดเบียนกันมากหรือน้อย ถ้ามันเห็นแก่ตัวน้อยมันจะเบียดเบียนกันน้อย ถ้ามันเห็นแก่ตัวมากมันก็จะเบียดเบียนกันมาก
ดังนั้นการเบียดเบียนสมัยลูกหลานมันจึงมีมาก เป็นไงเป็นลูกหลานที่ดีของตายายหรือเป็นลูกหลานที่เลวของตายาย เพราะไม่สามารถรักษาสถานะที่ถูกต้องอย่าที่ตายายเคยมีไว้ได้ ตายายเป็นอยู่อย่างถูกต้องเป็นอยู่อย่างถูกต้องเป็นอยู่อย่างพอดีไม่เกินดี ตายายได้กินดีอยู่ดีตายายกินแต่พอดีถูกต้อง นี่ลูกหลานรักษาได้หรือไม่ รักษาไว้ได้หรือไม่ ถ้ารักษาไว้ไม่ได้ก็หมายความว่ามันเลวกว่าตายายอีก ระดับความเป็นอยู่ความประพฤติระดับภูมิธรรมจิตมันก็เลวหรือต่ำกว่าตายายมานึกกันดู เราจะต้องมาต่อสู้กับเรื่องนี้มากกว่าตายายเพราะสมัยตายายไม่มีเครื่องยั่วยุกิเลสมากเหมือนลูกหลาน ลูกหลานมันเกิดมาในยุคที่มีกรรมมีบาป โลกมันเจริญด้วยวัตถุต่างๆที่ยั่วยุกิเลสไปทั่วทุกหัวระแหง จนเด็กๆที่เกิดขึ้นมามันก็เมา เมาความเจริญทางวัตถุ ไม่รู้ว่าดีชั่วอย่างไร มันก็ยากเหมือนกันที่จะดำรงความถูกต้องก็เป็นภาระหนักของเด็กๆเหล่านั้น เป็นภาระหนักแก่บิดามารดาที่จะควบคุม ดูแลรักษาป้องกันที่จะไม่ให้ลูกเด็กของเราเนี่ยไปตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่ยั่วยวนเหล่านั้น
นี่คือสิ่งที่เราจะต้องนึกกันให้ดีๆว่าตายายฝากศาสนาไว้กับเรา เราจะสมารถรักษาไว้ได้หรือไม่ ถ้าเราไม่ยึดถือความถูกต้องเป็นหลักไม่มีทางหละ ก็จะโน้มเอียงไปในทางที่ผิดโดยไม่รู้ตัวก็กลายเป็นเรื่องหน้ามือเป็นหลังมือ ตกหลุดไอ้อบาย ความทุกข์ความลำบากความยุ่งยากยิ่งกว่าสมัยตายายอีก
เดี๋ยวนี้มันมีอะไรที่ต้องใช้เงินซื้อโดยมากและส่วนมากมันก็เป็นเรื่องเกินทั้งนั้นแหละ เรื่องสวยงาม เรื่องสนุกสนาน เรื่องเอร็ดอร่อยเกินทั้งนั้นที่ต้องซื้อแพง อันที่ถูกต้องหรือสงบสุขนั้นมันไม่ต้องซื้อหรอกเพราะมันทำมาได้โดยไม่ต้องซื้อ นิพพานให้เปล่าไม่มีใครเชื่อ ถ้าต้องการนิพพานไม่ต้องลงทุนแม้แต่สตางค์หนึ่ง ขอให้ปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตัดกิเลสให้ได้ก็เป็นนิพพาน ถ้ามันต้องการความเอร็ดอร่อย ความสนุกสนานทางเนื้อทางหนังมันต้องซื้อ โทรทัศน์เครื่องหนึ่งตั้งพัน ตั้งหมื่นมันก็ซื้อ ส่วนตายายไม่มีปัญหาอย่างนี้ ไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้า ไม่ต้องเสียค่าแต่เนื้อแต่งตัวเสียค่าอะไรต่างๆสารพัดอย่างที่มันเกินจำเป็น
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม