 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32611" type="text/javascript"></script> |
|
|
การสืบต่อความประสงค์ของบรรพบุรุษ
ท่านสาธุชนทั้งหลายของโอกาสบรรยายธรรมะในรูปธรรมดาปกติ คือ ปาฐะคาถาธรรมแทนการแสดงธรรมะเทศนาตามประเพณี ทั้งนี้เพื่อมันจะได้ง่าย จะได้สะดวก จะได้ฟังง่าย จะได้จำง่าย จะได้เข้าใจง่าย วันนี้เป็นวันที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นวันส่งตายาย รับอย่างไรส่งอย่างไรก็พอจะร
post ครั้งแรก: Fri 14 September 2007, 3:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 14 September 2007, 4:05 pm
|
หน้าที่ 5 - โมโห โทโส
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่าเกินจำเป็นนั้นเป็นอย่างไรเพราะว่าวาดไว้สูงก็เลยเห็นว่าไม่เกินจำเป็นหมดพอดีไปหมดจำเป็นไปเสียหมดนี่ อวิชชากำลังครอบงำ บิดามารดาต้องรู้จักความพอดีความถูกต้อง ความจำเป็นหรือเกินจำเป็นหรือไม่จำเป็นจะได้ดำรงความจำเป็นไว้ได้เราเกิดมาในยุคนี้มีบาปกรรมยิ่งกว่าในยุคตายาย เพราะมันมีสิ่งยั่วของมารมีกิเลสยั่วของมารนั้นอยู่มาก มันมากกว่าสมัยตายายอีกเราต้องต่อสู้มากจนต่อสู้ไม่ได้มันก็พ่ายแพ้ไปมีความทุกข์มากกว่าสมัยตายายก็เลยถือว่าสมัยนี้มีบาปกรรมมากกว่าสมัยตายาย
ตายายก็สบายหน่อยไม่ต้องทำงานมากเหมือนคนสมัยนี้ ไม่ต้องยุ่งยากลำบากเหมือนสมัยนี้ ไม่ต้องมีเรือบินใช้ อย่าว่าแต่เรือบินเลยรถจักรยานก็ไม่ต้องใช้ ก็อยู่ได้ก็สบายไม่ตายก็อยู่ได้เดี๋ยวนี้มันต้องใช้เดี๋ยวนี้ถ้าไม่มีรถเครื่องมันแทบจะอยู่ไม่ได้ แล้วมันจะต้องทำงานเท่าไรหาเงินเท่าไรมันจะต้องยุ่ง มันจะไม่เรียกว่าบาปกรรมได้ไงชีวิตที่มีบาปกรรมยิ่งกว่าสมัยปู่ย่าตายาย แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้บิดามารดาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ได้คือมันถูกต้องแล้วมันพอดี ไม่ใช่ว่าจะให้ปฏิเสธหรือเลิกเสียเลยแต่ขอให้มันทำแต่พอดีถูกต้องอย่าให้เกิดความทุกข์ขึ้นมา ให้สะดวกสบายเอาไม่ตายด้วยกันและก็สะดวกสบายอย่าให้มีความทุกข์เกินจำเป็น
มามองปัญหาว่าสมัยตายายกับสมัยลูกหลานเนี่ยมันต่างกันมากตายายก็หวังเหลือเกินว่าอยากให้ลูกหลานอยู่สบาย แต่ลูกหลานก็เหนือความสามารถเหลือเกินที่จะอยู่สบาย ถ้าตายายมาเห็นสภาพอย่างนี้ตายายจะรู้สึกอย่างไร ยิ้มออกไหมตายายคงยิ้มไม่ออกหรอกกับสงสารลูกหลานซะอีกคงยิ้มไม่ออก ลูกหลานอย่าทำให้ตายายคับอกคับใจเลย ให้ตายายยิ้มได้ยิ้มได้ไว้แหละดี พยายามทำความถูกต้องรักษาความถูกต้องก็คือมีธรรมะธรรมะในความถูกต้อง ธรรมะคือความถูกต้อง ไม่ใช่ธรรมะอยู่ในพระไตรปิฎก ธรรมะอยู่ในโบสถ์ ธรรมะอยู่ในวัด ธรรมะมันอยู่ที่ความถูกต้องมันอยู่ที่เนื้อที่ตัว อยู่ที่กายวาจาใจของแต่ละคนละคนนั้น
ธรรมะอยู่ที่นั่น ธรรมะไม่ได้อยู่ในตู้พระธรรม ธรรมะไม่ได้อยู่บนธรรมมาส ธรรมะไม่ได้อยู่ที่อื่นนอกจากมันอยู่ที่เนื้อที่ตัวของบุคคลผู้มีการกระทำอย่างถูกต้องธรรมะ ธรรมะ มันจะมีธรรมะร้อยเปอร์เซ็นต์ เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยกันระวังให้เกิดความถูกต้องอยู่ที่การกระทำแม้แต่ความคิดไหวเล็กๆน้อยก็ขอให้มันเกิดความถูกต้องเถิด จะนั่งจะยืนจะเดินจะนอนจะกิริยาอะไรก็ให้มันถูกต้องเถิดเป็นธรรมะทั้งนั้นแหละ ถ้าจะทำนาจะไถ่นาอยู่จะขุดดินอยู่ก็ให้มันมีความถูกต้องอยู่ที่นั่น ทำสวนก็เหมือนกันค้าขายก็เหมือนกันทำราชการ กรรมกรก็เหมือนกัน รู้สึกว่ามันมีความถูกต้องอยู่ที่การกระทำของมัน อย่าให้มีความคดโกงผิดพลาดอยู่ที่การกระทำ ขอให้มีความถูกต้องมันก็พอใจมันก็พอใจสบายใจ
ทางชาวนาขุดดินฟันจอบลงไปทีหนึ่งถ้ามันรู้สึกถูกต้องมันก็พอใจพอใจ เป็นสุขอยู่กับทุกครั้งที่ฟันเพราะมันเห็นความถูกต้องถูกต้อง ถูกต้องนั้นคือธรรมะ ความถูกต้องอยู่ที่นั้นมันก็เกิดความพอใจและเป็นสุข เหงื่อออกมาก็เป็นน้ำมนต์ลดเย็นฉ่ำไปเลย ออกมาจากความถูกต้องนี้ถ้ามันไม่มีความรู้สึกเช่นนี้มันก็จะโอ๊ยไม่ไหวแล้วจะทนไปทำไมไปจี้ปล้นดีกว่าที่เดียวเลยก็มี คนอย่างนี้ต้องไปจี้ไปปล้นทำงานได้เพราะเหงื่อออกมาแล้วร้อนเป็นน้ำร้อน เหงื่อไม่เป็นน้ำมนต์นั้นจงทำให้ว่าบอกใบ้กับตัวเองว่าถูกต้องถูกต้องทุกลมหายใจเข้าออก ข้อนี้ทำได้โดยมีสติสัมปชัญญะตอนก่อนที่จะทำระลึกไว้ต้องถูกต้องที่สุดถูกต้องที่สุดคือดีที่สุดที่ฉันจะทำได้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำเถิดพอใจและเป็นสุขเท่านั้น จะล้างถ้วยจะล้างจานจะกวาดบ้านจะถูเรือน ทุกกระเบียดนิ้วทุกวินาที่มีสติสัมปชัญญะให้รู้สึกว่ามันถูกต้อง ถูกต้อง ถูกต้องเถิดแล้วมันจะพอใจแล้วมันจะเป็นสุขตลอดเวลาที่ล้างถ้วยล้างจานกวาดบ้านถูเรือน ให้ทำได้ใครเคยทำอย่างนี้ไม่อยากจะทันใช่ไหมอยากให้คนอื่นทำทิ้งให้มันสกปรกรกรุงรังและมันก็ไม่ได้ความสุขด้วยแล้วมันเสียหายด้วยมีสติสัมปชัญญะทำทุกอย่างนี้ยกตัวอย่างที่มันทำได้แล้วมันไม่ทำเนี่ยมันเสียไปเปล่าๆนะมันควรจะได้ควรจะได้ความสุขพอใจชื่นใจตลอดเวลาที่ล้างถ้วยล้างจานกวาดบ้านถูเรือนมันก็ไม่ได้
แล้วมันก็ทำไปด้วยโมโห โทโสด่าคนนี้ไปทาง บ่นคนนี้ไปทาง อย่างนี้มันก็ตกนรกไปพรางล้างถ้วยล้างจานไปพราง ถ้ามันพอใจถูกต้องพอใจมันก็เป็นสุขไปพรางล้างถ้วยล้างจานไปพราง อีอย่างมันมีขึ้นสวรรค์ไปพรางล้างถ้วยล้างจานไปพราง ทำอย่างเดียวกันแท้ทำอย่างเดียวกันแท้ๆทำไมคนตกนรกไปพรางขึ้นสวรรค์ไปพราง คนหนึ่งมันไม่มีความถูกต้องไม่มีคนหนึ่งมีความรู้สึกว่าถูกต้องพอใจชื่นใจตัวเองมันถูกไปหมด
ขอขุดตัวอย่างนี้ตื่นนอนขึ้นมาล้างหน้าถูฟันมีสติสัมปชัญญะอยู่ที่นั้นทำดีที่สุดรู้สึกว่าทำดีที่สุดก็พอใจแล้วก็เลยเป็นสุขเลยเป็นสุขตลอดที่ล้างหน้าและถูกฟันทุกวันๆใครมันทำได้เราะว่าเมื่อมันล้างหน้าถูกฟันจิตใจมันอยู่ที่ไหนมันโกรธอะไรใครอยู่กิเลสมันครอบงำอะไรอยู่มันล้างถูฟันไปพรางมันก็ไม่สามารถที่จะล้างหน้าถูฟันไปพรางเป็นสุขไปพราง หรือมันจะอาบน้ำก็เหมือนกันแหละถ้ามันทำด้วยความรู้สึกแบบนี้มันก็เป็นสุขตลอดเวลาที่อาบน้ำเดี๋ยวนี้มันก็ทำไปด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กันเนื้อกับตัวทั้งนั้น รับความสุขตลอดเวลาที่อาบน้ำอย่างต่ำที่สุดอย่างจะไปถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะตั้งใจทำให้ถูกต้องทุกกระเบียดนิ้วแล้วมันจะถ่ายสะดวกหรือไม่สะดวกก็ตามใจมันแค่ตั้งใจทำให้มันดีที่สุดมันก็จะพอใจมันจะมีความสุขตลอดเวลาที่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะใครเคยได้รับ เปล่าเลยมันทะเลาะกับอุจจาระมันก็ไม่มีความสุขตลอดเวลาที่ถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะนี่ยกตัวอย่างขนาดนี้
ตอนกินอาหารมีสติสัมปชัญญะทุกระเบียนนิ้วทุกวินาทีตักข้าวใส่จาน ตักข้าวใส่ปากจะเคี้ยวจะกลืนอะไรมีสติทั้งนั้นแล้วมันก็บอกตัวเองว่าถูกต้องถูกต้องพอใจ อิ่มใจเป็นสุขตลอดเวลาที่รับประทานอาหารมันจะอร่อยก็ตามไม่อร่อยก็ตามมันอยู่ที่ถูกต้องและพอใจ ถ้าไม่อร่อยก็เช่นนั้นเองถือว่ามันเป็นอาหารอีกอย่างหนึ่งมันมีรถอีกอย่างหนึ่งมันไม่ต้องชัดใจมันก็พอใจและถูกต้องได้ เพราะแตงโมลูกนี้มันไม่หวามก็คิดว่ามันเป็นอีกพันธุ์หนึ่งจะได้ไม่ต้องคิดขัดใจ ถ้าส้มลูกนี้มันเปรี้ยวก็คิดว่าพันธุ์มันอย่างนี้ไม่ต้องขัดใจความถูกต้องและพอใจนั้นแหละเรื่องประจำวันแท้ๆไม่มีทุกข์เลยมีแต่ความถูกต้องและพอใจเรื่องการทำงานทำอาชีพตั้งใจทำทุกกระเบียดนิ้วด้วยสติสัมปชัญญะแล้วบอกตัวเองว่าฉันทำดีที่สุดถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วมันจะพอใจของมันเองมันก็จะพอใจละเป็นสุขอย่างอัตโนมัติทำให้บอกตัวเองได้ว่าถูกต้องและพอใจ ถูกต้องและพอใจมันก็เป็นสุขได้โดยอัตโนมัติกอบโกยความสุขได้ทุกวินาทีทุกอิริยาบถไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะทำงานอะไร
แม้ที่สุดเราจะเป็นกรรมกรแบกหามเหงื่อท่วมตัวถ้าในใจมันบอกว่าถูกต้องแล้วตามฐานะของเราแล้ว อยู่ในฐานะที่ต้องทำอย่างนี้มันถูกต้องแล้วพอใจเหงื่อมันก็เป็นน้ำมนต์เยือกเย็นไปแล้วจะเป็นกรรมกรอาบเหงื่อ กรรมกรแบกหาม กรรมกรแจวเรือจ้าง จะล้างท่อถนนมันก็มีความสุขได้รู้จักมีการใช้ธรรมะบอกได้กับตนเองว่ามันมีความถูกต้องถูกต้องที่นี่ทำอยู่อย่างนี้มันไม่ผิดพลาดมันมีแต่ความเจริญมันก็จะพ้นจากความเป็นลูกจ้าง พ้นจากความเป็นกรรมกร แม้เป็นขอทานอยู่ไม่เท่าไรมันก็จะพ้นจากความเป็นขอทาน เพราะมันทำหน้าที่ได้ดีมีคนดีเพิ่มขึ้นๆ มันพอใจและเป็นสุขตั้งแต่ระดับต่ำสุดขึ้นมาจนสูงสุดมันก็ถูกต้องและพอใจ จนมาเป็นคนที่มีทรัพย์สมบัติเศรษฐีก็ได้
จากคนที่เคยเป็นขอทานมาเป็นเศรษฐีมันก็เกิดความพอใจโดยธรรมะจะต้องยึดหลักนี้ มันมีแต่หวังวิมานในอากาศและประสบความทรมารใจอยู่ตลอดเวลาและไม่ประสบผลสำเร็จเสียโดยมาก อยากประสบความสำเร็จที่นี้ถ้าไม่ประสบความสำเร็จทันเวลามันก็จะใช้วิธีโกงและก็ไปจบกันอย่างไรก็ไปดูเอาเอง ใช้วิธีอัตพาลคดโกง ไอ้กฎของความถูกต้องหลอกลวงไม่ได้จะหลอกลวงได้แก่ตัวได้แต่ก็จะหลอกลวงกฎเกณฑ์ของธรรมชาติไม่ได้ หรือว่าเราจะพูดว่าเราหลอกลวงมนุษย์ด้วยกันได้แต่เราจะหลอกลวงยมบาลไม่ได้
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม