<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32653" type="text/javascript"></script> |
|
สาวใช้จอมเฮี้ยวเอี่ยวหัวใจเจ้านายจอมซ่า
ตั้งแต่มุมิเกิดมาไม่เค้ยไม่เคยต้องรู้สีกแบบนี้ ต้องยอมก้มหัวให้กะเจ้านายจอมซ่า คนอะรายหน้าตาก็ดี แต่เสียอย่างเดียะนิสัยของนายนั่นโคตรรรรรจะตรงกันข้ามกับหน้าตาเลยอ่ะ ฮื่อๆๆๆๆมุมิอยากจะร้องให้ต้องมาทำงานแทนเพื่อนสุดที่รัก มาเป็นกะลังใจให้มุมิกันเหอะ
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 3:33 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 9:22 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
ผมไม่เข้าใจผู้หญิงจริงๆเลยคับ ยิ่งว่าก็ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ ผมน่ะไม่เข้าใจจริงเล้ย
เหมือนอย่างยัยนินนี่ ผู้หญิงเปรียบเสมือนหนังสืออียิปโบราณที่ผมพยายามอ่านมันเท่าไหร่
ผมก็ยิ่งไม่เข้าใจเนื้อหาข้างในซักกะติ๊ดเดียว ชวนให้สงสัยงงงวยออยู่อย่างนั้น
ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีกี่เปอร์เซ็นต์กันที่ผู้หญิงจะเป็นแบบนี้ ผมพยายามทำดีที่สุดแล้วนะ
คือผมพยายามบอกเธอทุกครั้งว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน แต่เธอก็ยังดันทุรังไม่เลิก
จนในที่สุดผมต้องยื่นคำขาด ว่าผมมีมุมิอยู่แล้ว ผมจะรักใครไม่ได้อีก
เพราะคนที่ผมรักคือยัยมุมิคนเดียว การที่จะให้ผมเปลี่ยนใจนั้นมันยากนะคับ
เพราะผมเวลารักใครแล้วรักจริง ไม่ทิ้งไม่ขว้างแน่นอนผมสัญญา
เมื่อผมบอกยัยนินนี่ไปแล้ว ยัยนั่นเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จา
ตัวผมเองก็ปลอบใครไม่เป็นซะด้วย ทำได้แค่เดินไปจากห้องเธอเงียบๆเท่านั้นเอง
ผมอยากให้เธอได้ทบทวนทุกอย่าง หลังจากนั้นผมจึงทำตัวห่างเหินจากทุกคน
แต่ในใจลึกยังห่วงยัยมุมิ ว่าเธอจะเป็นไงบ้าง ผมกังวลมากๆเลยคับ
แต่สุดท้ายก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง เพราะไม่อยากจะไปเจอหน้าใครๆ
ตอนที่ผมเดินวนไปมาอยู่ในห้องนั้น จู่ๆก็มีคนมาเคาะประตูที่ห้องผม
พอเปิดประตูออกมา ผมก็เห็นยัยนินนี่ปั้นยิ้มอยู่หน้าห้อง อย่างร่าเริงจนผิดปกติ
ยัยนั่นมาบอกผมว่าจะกลับบ้านพรุ่งนี้ ผมช็อคเหมือนกันนะ
ว่าทำไมเวลาถึงหมุนเร็วขนาดนี้ แสดงว่าพรุ่งนี้ผมก็เปิดเทอมแล้วหรอเนี่ย
ยัยนินนี่พูดเกี่ยวกับสัญญาที่ผมกะยัยมุมิตกลงกันไว้
ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากเงียบอย่างเดียว เมื่อยัยนินนี่รู้แล้วว่ายังไงซะผมคงไม่บอกเกี่ยวกับ
เรื่องสัญญานั่นแน่นอน แล้วยัยนั่นก็จากไปเพื่อเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่องพรุ่งนี้
แต่ก่อนไปยัยนั่นฝากแสดงความยินดีกะผม ที่ผมเจอคนที่ใช่แล้ว
และบอกอีกว่าจะไปดูการโหวตคะแนนตอนเย็นด้วย การที่ยัยนี่เปลี่ยนไปขนาดนี้
ผมต้องรู้ให้ได้เลยว่ามันเพราะอะไร
พอถึงเวลาที่ต้องโหวตคะแนน ผมเกือบจะชนะอยู่แล้วเชียว
แต่ทว่ามามี๊และยัยนินนี่ มาช่วยยัยมุมิไว้ซะก่อน
ไม่ยังงั้นนะยัยมุมิเป็นทาสรักทาสสวาทของผมอย่างแน่นอน
การที่ยัยมุมิชนะผม ก็ใช่ว่าผมจะเสียเปรียบซะหน่อย
อย่างน้อยๆผมก็ต้องเจอเธอทุกวันแน่นอน
คืนนั้นเราเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ผมรู้สึกดีมากๆ
และผมก็รู้ว่าเธอคงจะรู้สึกดีไม่ต่างจากผมเหมือนกัน
เหมือนเราสองคนยอมรับคบกันอย่างกลายๆ
เพราะสายตาที่ทุกคนมองเราตอนนั้นเหมือนกับว่า
เราสองคนเปิดความรู้สึกต่อกันบ่งบอกควาในใจจนไม่อาจปิดบังอะไรได้เลย
เราเต้นรำอย่างงั้นจนกระทั่งเที่ยงคืน เธอจึงกลับบ้านของเธอ
ฟังๆแล้วเหมือนกับหนังซินเดอเรลล่ามั้ยล่ะคับ
แต่ซินเดอเรลล่าคนนี้ของผมกลับไม่ทิ้งของที่ระลึกให้ผมเอาอ่ะ
จะเหลือเพียงแต่ความทรงจำที่ดีเท่านั้น
เหมือนจะเป็นฟ้าหลังฝนเลยนะคับเนี่ย แต่ดันมีมารมาผจญจนได้
ทำไมเธอถึงเสน่ห์มากมายขนาดนั้นด้วย
วันแรกของการเปิดเทอม ผมตั้งใจว่าจะไปรับเธอมาโรงเรียน
แต่ตาเจ้ากรรมของผมดันเหลือบไปเห็นเธอเดินออกมากับผู้ชายคนนึง
ทั้งสองคนดูสนิทสนมกันดี ถ้ามองเผินๆ เหมือนกับว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันไม่ผิดเลยแหละ
ผมซุ่มมองอยู่บ้านหลังถัดไป เมื่อรถของเธอวิ่งผ่านผมไป
ผมก็วิ่งไปหลบอยู่หลังรถเพื่อไม่ให้เธอมองเห็น ว่าผมมาซุ่มดักรอเธอหน้าบ้าน
เมื่อรถเธอวิ่งผ่านผมไป ผมก็กลับรถวิ่งเข้าโรงเรียนด้วยความเร็วรถแบบท้าความตาย
ผมมาก่อนเธอแป๊บเดียว และบังเอิญไปเจอกะไอ้เจมส์เพื่อนผมที่หน้าโรงเรียน
ที่ตอนนี้นายนั่นมันคบกะยัยเรดาร์เพื่อนสนิทของยัยมุมิอย่างเปิดเผย
เมื่อรถยัยมุมิมาถึง เราสามคนหันไปมองรถเธอพร้อมๆกัน
ดูๆไอ้เจมส์กะยัยเรดาร์ก็คงจะไม่รู้เรื่องมาก่อน
เพราะผมสังเกตเห็นเครื่องหมาย Question Mark เต็มไปหมด
แต่ผมก็มองผ่านๆ ทำเป็นไม่สนใจ แต่ในใจสิคับมันเต้นแทบจะทะลุนอกอก
แถมยังห่วงๆความสัมพันธ์ของผมกะเธอว่าตอนนี้เราคบกันแบบไหนกันแน่
" อุ๊ย ยัยมุมมิพาใครมาด้วยน่ะ หล่อชะมัดเลยอ่ะ เจมส์ หันไปมองหน่อยสิ "
ยัยเรดาร์กระทุ้งให้ไอ้เจมส์หันไปมองทางยัยมุมิ
" นี่ช่างเค้าเหอะน้า ไปเข้าโรงเรียนได้แล้ว เด๋วสายนะที่รัก "
ไอ้เจมส์พูดพร้อมกับส่งสายตาให้ยัยเรดาร์รีบเดินไป
แล้วทั้งสองคนก็หันมามองหน้าผมอย่างสงสัย ผมต้องสืบให้ได้ว่าไอ้นั่นมันมากับเธอได้ยังไง
ดูท่าของนายนั่นไช่เบาซะด้วย ยืนอยู่หน้าโรงเรียนไม่ถึง 5 นาที ก็ได้รับความสนใจ
จากสาวๆรอบข้างไม่น้อย หน้าตานายนั่นถือว่าหน้าตาดีทีเดียว
ยิ่งผมเห็นสองคนนั้นยืนคุยกันตั้งนานสองนาน ท่าทางสนิทสนม ผมก็ยิ่งร้อนใจ
มองจากภายนอกอาจจะมองว่าผมเฉย ซะจนมองดูเกือบไม่สนใจอะไรเอาซะเลย
ผมไม่สนหรอกนะว่าใครจะชอบนายนั่นบ้าง
ขอแค่ยัยมุมิอย่าคิดแบบนั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้วล่ะ
ตอนนี้ผมเกิดขึ้นคำถามขึ้นมาในใจมากมายเต็มไปหมด
แต่ผมต้องจำทนวางเฉยเข้าไว้ ไม่อย่างงั้นคงเสีย look น่าดู
เมื่อผมแยกย้ายกะไอ้เจมส์เพื่อไปลงทะเบียนเรียน ผมจึงถือโอกาสโทรไปหายัยมุมิ
"(ฮัลโล)" เธอกรอกเสียงตามสาย
"เธอสบายดีมั้ย" ผมถามแก้เขิน
"สะ สบายดี ทำไมหรอ นายถามชั้นทำไมยะ ไม่เจอกันแค่ 10 ชม.
คิดถึงกันมากรึไงนายน่ะ"
"ก็ชั้นคิดถึงเธอนิ" ผมตอบเอาใจ
"พูดจริงอ่ะ" เธอถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"เธอไม่เชื่องั้นหรอ ชั้นอุตส่าห์ มารอเธอตั้งแต่เช้าเชียวนะ พอเธอมาถึงก็ควงหนุ่มที่ไหนไม่รู้
มาที่โรงเรียนอ่ะ ชั้นน้อยใจนะเนี่ย"
ผมแอบทำเสียงน้อยใจเล็กน้อย ผมแกล้งพูดไปงั้นแหละ ผมก็อยากรู้นี่นาว่าเธอจะตอบว่าไง
"นายหึงชั้นหรอเนี่ย" เธอเอ่ยถามแถมยังหัวเราะคิกๆๆๆ อย่างอารมณ์ดี
"นี่ไม่ใช่เรื่องมาล้อเล่นนะ นายนั่นมันเป็นใคร มันหน้าตาดีซะด้วย เธอบอกชั้นมาเด๋วนี้"
สิ่งที่เธอถามผมนั้น ส่งผลให้ผมเดือดปู๊ดๆๆ ปรอทแตกทันที มันก็เลยทำให้ผมตะโกนลั่น
อย่างอารมณ์ร้อน
"เอ จะตอบไงดีนา" เธอยังเล่นแง่ๆ ไม่ยอมตอบผมดีๆ
สงสัยคงอยากกระตุ้นให้ผมเดือดมากกว่าซะละมั้ง
"นี่เธอจะไม่ยอมบอกชั้นใช่มั้ย ว่ามันป็นใคร" ผมเริ่มเดือดเอาเข้าจริงๆแล้วคับ
งานนี้ของจริงไม่มี Fake ขึ้นแน่นอน
"ถ้าบอกไป แล้วนายจะเชื่อชั้นมั้ยล่ะ" เธอถามเพื่อหยั่งเชิงดูว่าผมจะว่าไงสินะ
" ถ้าเธอยอมตอบ ชั้นเชื่อเธอ 100% เลยเอ้า "
"เค้าป็นลูกเพื่อนพ่อของชั้น เค้าอยากมาเที่ยวที่นี่ ชั้นก็เลยอาสาเป็นไกด์ให้ แค่นั้นเอง ไม่
เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเลย นอกจากกกกกกก............. "
"นอกจากอะไรฮะ เธอไม่เห็นรึไง มันจ้องเธอตาเป็นมันน่ะ
โง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันแน่น่ะฮะ" ผมแกล้งตะโกนโหวกเหวก อย่างสมบทบาท
"นี่ลดเสียงหน่อยสิ หูชั้นจะแตกอยู่แล้วนะ" เธอเตือนผมเบาๆ
"ลงทะเบียนเสร็จแล้วเธอไปไหน" ผมแกล้งถามไปงั้นแหละ เผื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว
ผมจะได้ชวนเธอไปเที่ยวซึ่งผมได้เตรียมไว้เป็นอาทิตย์เลยแหละ
กว่าจะหาแต่ละที่ได้เล่นเอาผมเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย
"ชั้นจะพาเค้าไปเที่ยว" เธอตอบออกมา เล่นเอาอารมณ์ผมปูดอีกรอบ
"ไม่ได้" ผมตะโกนห้ามเธอเสียงดังกว่าเดิม
"เค้าเป็นแขกของที่บ้านชั้นนะ ชั้นต้องทำหน้าที่เจ้าของบ้านที่ดี ยังไงซะชั้นก็ต้องพาเค้าไป
เที่ยวอยู่ดี ถ้านายไม่พอใจก็แล้วแต่นาย แต่ชั้นจะไป นี่นายเป็นคนใช้บังอาจขัดคำสั่งของ
เจ้านายของตัวเองรึไง นายลืมไปแล้วรึไง" เธอขู่ฟ่อๆผมคับ
ฟังจากน้ำเสียงผมคงจะเล่นไม้แข็งไม่ได้แล้วแหละ ผมเลยเปลี่ยนบทเป็นเล่นไม้อ่อนแทน
เราต่างเงียบ....................ไป 2 นาที
"ถ้างั้นชั้นไปกะเธอด้วย" ผมโพล่งปากขอไปด้วย
"ก็แค่นี้แหละ ทำให้เป็นเรื่องอีกแล้วนะนายน่ะ" เธอทำเสียงน่าหมั่นไส้นิดๆ
"เธอคิดยังอ่ะ ว่าจะไปไหนกันดี" ผมถามเธอ
"ยังไม่รู้เลยอ่ะ อ๊ายชั้นสายแล้วตั้ง สิบนาที ขอตัวก่อนนะ เด๋วเจอกันที่หน้าโรงเรียนนะ
ถ้าเสร็จแล้วชั้นจะโทรหานายล่ะกัน บาย" เธอตัดสายอย่างเร่งรีบ
และผมก็ได้แค่รอที่หน้าโรงเรียนเท่านั้นเอง
ผมมองหายัยมุมิตั้งนาน ผมเริ่มสอดส่ายสายตาไปทุกหนทุกแห่งแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะเดิน
ผ่านมา ผมจึงเริ่มสอบถามที่ละคนว่าเห็นเธอตรงไหนบ้าง
" นี่ๆ พวกนายเห็นเอเธน่าบ้างมั้ย " พวกนั้นส่ายหน้าแทบจะทันที (การที่ผมต้องเรียกเธอว่า
เอเธน่านั้น ก็เพราะว่าน้อยคนที่จะรู้จักชื่อจริงของเธอนะสิคับ ส่วนมากจะเรียกเธอว่าเอเธ
น่ากันทั้งนั้น)
และแล้วสิ่งที่ผมต้องการหาคำตอบอยู่นั้น มันค่อยๆกระจ่างขึ้นมาในสายตาของผมน่ะเอง
เมื่อผมหันออกไปจากด้านประตูทางเข้า ผมเห็นรถคันนึงจอดอยู่ อย่างไม่ยอมขยับเขยื่อน
เหมือนมีมนตร์อะไรซักอย่าง (กระซิบบอกให้เดินไปหารถคันนั้น )
(ตอนนั้นที่ผมถามใครๆอยู่นั้น ผมหันหลังให้รถคันนั้นอยู่อ่ะ จึงไม่รู้ว่ารถคันนั้นจอดอยู่ด้าน
หลังรถผมน่ะเอง)
เมื่อผมเดินไปใกล้ๆรถคันนั้น ปรากฏว่าเจอยัยมุมิจริงๆด้วย
ต้องขอบคุณพระเจ้ามากเลยนะคับ ที่ทำให้ผมได้เจอเธอ
ผมสังเกตหน้าของยัยมุมิกะลังเหม่อลอย ไม่รู้ว่าเธอกะลังคิดถึงใครอยู่ รึว่าเธอจะคิดถึงเรา
เมื่อคิดดังนั้น ผมก็เคาะกระจกซะดังลั่น กระจกแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆไปกับมือซะงั้น
แต่ยัยมุมิยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้แต่อย่างใด ผมออกแรงเคาะกระจกให้แรงกว่าเดิม
จนยัยมุมิสะดุ้ง แล้วเธอก็พูดอะไรสักอย่างกะใครซักที่อยู่ข้างในรถ เมื่อนายนั่นเปิดประตู
ออกมาและมาเปิดประตูอีกด้านนึงให้ผม ผมคิดว่านายนั่นมันหน้าตาดีกว่าที่คิดซะอีก เพราะที่
เห็นตอนเช้าๆนั้น ผมมองสองคนนั้นในระยะไกลพอสมควร ผมชักจะหวั่นซะแล้วสิ ว่าถ้าให้
นายนั่นคอยอยู่ใกล้ๆยัยมุมิ ผมจะไว้ใจนายนั่นได้แค่ไหน
ในเมื่อผมมองนะว่านายนั่นมันชอบยัยเบ๊อะของผมเข้าเต็มๆ
ส่วนยัยมุมิน่ะเหรอะ ใสซื่อซะจนน่าตีก้นนัก ยังไม่รู้ตัวอีกว่านายนั่นคอยพูดจาเกี้ยวพาราสีตัว
เองอยู่ง่ะ ช่างเด็กซะจริงๆ
เมื่อผมเข้ามานั่งในรถ ผมก็เลยเรียกร้องความสนใจด้วยการพูดยียวนกวนประสาทยัยมุมิ
" นี่เธอจะบ้ารึไงฮะ ไหนบอกว่าจะโทรหากันไง แล้วนี่ชั้นคอยเธอตั้งนานนะยัยเบ๊อะ เธอไป
ลงทะเบียนเรียนประเทศไหนมาถึงได้นานเป็นชาติขนาดเนี๊ยะ ถ้าหากว่าชั้นไม่เลือกที่จะรอที่
หน้าโรงเรียนซะก่อน ชั้นก็คงจะไม่เจอเธอหรอกใช่ม๊ะ " ผมเปิดฉากใส่เธอซะจนเธอ
เถียงไม่ออกซักกะคำเดียว ได้แต่อ้าปากหวอ
คงจะคิดล่ะสิว่าผมคงไปกินรังแตนที่ไหนมาแน่ๆเลย ถึงได้อารมณ์ปูดซะขนาดนี้
ยัยมุมิเม้มปากทีนึง แล้วหันมาหาผมทันที
" ชั้นขอโทษนะ นายโกรธชั้นมากขนาดนั้นเลยหยอ พอดีเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นน่ะ ชั้นลืมก็เลย
สนิท " พูดเสร็จยัยนั่นก็ทำหน้าสำนึกผิดทันที
" ดีนี่ ลืมสนิท เหอะ เธอพูดได้แค่นี้ใช่มั้ย เราคบกันแล้วนะ เธอทำเหมือนว่าชั้นไม่สำคัญ
อะไรกับเธอเลยอย่างงั้นแหละ" ผมพูดอ้อมๆให้นายนั่นรู้ด้วยว่ายัยมุมิเป็นแฟนผมนะ
จะไปไหนก็ต้องมีผมไปด้วยถึงจะถูก จริงมั้ยคับ
" นายก็เจอเราแล้วนิ นายยังไม่พอใจอีกหรอ ชั้นยังไม่ได้แอบหนีเที่ยวตอนนี้ซะหน่อย
ทำไมต้องโกรธกันขนาดนี้ด้วย ถ้านายไม่เต็มใจไปด้วยก็ไม่ต้องไป ชั้นเบื่อแล้วนะ"
อารมณ์นี้ผมตามเธอไม่ทันเลยแหะ เด๋วง้อ เด๋วงอน นี่แหละนิสัยผู้หญิงปุ๊บปั๊บ เปลี่ยนไปมา
ทำให้ผมใจแป้ว ณ บัดดล ไอ้เรารึคิดว่าเธอกะลังคิดถึงเราอยู่แต่ถ้าพูดซะขนาดนี้ คงต้อง
เปลี่ยนความคิดใหม่แล้วสิเนี่ย แล้วไอ้ที่ทำหน้าเหม่อเนี่ย เธอทำไปเพื่ออะไรล่ะเนี่ย
โอย ปวดหมอง ผู้หญิงนี่เดาอารมณ์ยากจัง
ฝันไปเหอะ ที่จะไปเที่ยวกันสองคนน่ะ ต้องข้ามศพชั้นไปก่อน
" ไม่มีทางอ่ะ ยังไงซะชั้นก็จะไปด้วย เธอไม่มีสิทธิ์มาห้ามอะไรชั้นทั้งนั้น " ผมก็เลยพูด
จากวนๆให้น้ำขุ่น
ยัยนั่นหันไปมองหน้านายนั่น ปรากฏว่าเค้ามองมายังผมและยัยมุมิอย่างสงสัย
เครื่องหมายของ Question mark เต็มหน้านายนั่นไปหมดเลยอ่ะ
ผมออกจะสะใจนิดๆ สุดท้ายความจริงก็เปิดเผย
นายนั่มันก็เลยมองผมอย่างกวนอวัยวะเบื้องต่ำซะจริง
ยัยนั่นเลยแนะนำเราสองคนให้รู้จักกัน ก่อนที่จะมีการวางมวยกันเกิดขึ้น
เพราะผมก็มองนายนั่นด้วยท่าทางกวนๆชวนตีไม่แพ้กัน
" นี่คือ พี่ซีรีอัส เค้าเป็นลูกเพื่อนพ่อชั้น เค้าอายุ 18 ปี เค้าอยากจะมาเที่ยวก็เลยตามพ่อแม่
ชั้นมาที่นี่ " ยัยนั่นพูด
" ส่วนนี่นายอีริค อายุ 18 ปี เป็น,,,,,,,,,,,,,,,,, เอ่อ,,,,,,,,,,,,เป็น "
ยัยนั่นพูดได้แค่นั้นแล้วหยุด อึกๆอักๆ อยู่นาน จนผมต้องต่อประโยคให้จบ ด้ยความหมั่นไส้
" เราเป็นแฟนกัน " ผมพูดจบปุ๊บ นายนั่นดันเข้าใจผิดคิดว่าผมบังคับยัยนั่นมาเป็นแฟนซะอีก
" ทำไมมิมุ ไม่บอกพี่ก่อนล่ะคับ มุมิจะได้ไม่ต้องลำบากใจแบบนี้ ไม่เต็มใจจะคบกะนาย
นั่น ทำไมปล่อยให้เค้ามาระรานชีวิตของมุมิล่ะ ไม่เป็นไรพี่จะปกป้องมุมิเองคับ "
นายนั่นพูดขึ้น พร้อมกับมองหน้าผมอย่างท้าทาย
ยัยนั่นมัวก้มหน้างุดๆๆ ผมเดาความรู้สึกของยัยนั่นไม่ได้เลยตอนนั้น ว่าคิดอะไรอยู่
ตัวของผมเกร็งไปหมด เพราะกลัวว่าคำตอบที่ออกจากปากของยัยนั่น
จะทำให้ผมเจ็บอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
แต่แล้วยัยนั่นก็พูดสิ่งที่ถูกต้อง ที่ผมคิดว่าเธอน่าจะบอกนายนั่นตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ
แต่ไม่เป็นไร คนเราเรื่องแค่นี้เราอภัยให้กันได้อยู่แล้ว ผมใจกว้างมั้ยล่ะคับ
" เอ่อ ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกค่ะ คือมุมิกะอีริค เรา เราคบกันจริงๆ นะคะ
พอดีเรามีสัญญาผูกพันธ์กันอีกด้วย ถ้าจะให้เค้าไม่เจอกะมุมิเลยคงจะทำไม่ได้ "
ยัยนั่นอธิบายให้นายนั่นฟัง ด้วยสีหน้ากระตือรือร้นและด้วยน้ำเสียงที่สั่นไปพร้อมกัน
ผมสังเกตหน้านายนั่ซีดเป็นไก่ต้มทันทีที่ยัยนั่นพูดจบ
ยัยมุมิจัดแจงเองทุกอย่าง ให้ผมขับรถตลอดเส้นการเดินทางเลยอ่ะ โหดชะมัดเลยอ่ะ
พอผมโวยปุ๊บ ยัยนั่นก็หาข้ออ้างปั๊บอย่างรู้ทัน
" ไม่ต้องมาเถียงเลยนะ เจ้านายสั่ง นายจะต้องทำตาม ถ้านายไม่ขับ งั้นนายก็ไม่ต้อง
ไป "
ผมแกล้งทำหน้าจ๋อย พร้อมกับพยักหน้ารับคำสั่งนั้นของยัยนั่นแต่โดยดี
" ได้คับ คุณหนู อยากสั่งอะไรก็สั่งกระผมมาตามสบายเลยนะคับ กระผมทำได้ทุกอย่างที่
ต้องการ " ผมโค้งให้พร้อมพูดประชดกลายๆ
ยัยนั่นไม่ว่าอะไร แถมทำหน้าเชิดซะอีก เอาเห้อ นี่ชั้นยอมให้เธอคนเดียวนะนี่
ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็อย่างหวังให้ยากเลย ว่าชั้นจะทำขนาดนี้ฝันไปเหอะ ผมแอบคิดในใจ
แต่ก็ช่างเหอะ ถ้านายนั่นอยากจะเป็นคนใช้ที่ดีซักวันนึง ไม่มีปัญหามุมิจัดให้
" ดี พูดกันง่าย " ยัยนั่นยิ้มอย่างผู้ชนะ
และผมก็จัดแจงที่นั่งให้เหมาะสำหรับการเดินทางจะอไรซะอีกล่ะ
ก็คือ ผมประจำที่คนขับ มียัยมุมินั่งอยู่ข้างๆ
และนายนั่นนั่งข้างหลังคนเดียว
สถานที่ที่ผมพาไปนั้นเป็นศิลปะยุคโบราณสถานท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมทั่วโลก
ได้มารวมที่นี่ที่เดียว เพราะผมมา Servey ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว มันเป็นสถานที่เดทของผม
กับยัยเบ๊อะ ต่างหากล่ะ แต่วันนี้ดันมีส่วนเกินมาเดินอยู่ด้วย แต่ไม่เป็นไรคับ
คิดซะว่าสงสารลูกนกลูกกาก็แล้วกัน ผมไม่ถือ
ผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ว่านายนั่นก็สนใจเรื่องพวกนี้เหมือนกัน
นายนั่นเล่นถามผมเกือบทุกอย่างที่มีอยู่ในนี้
แต่ก็ดีอยู่ข้อนึงที่ผมชอบเรื่องพวกนี้เหมือนกัน
ผมอธิบายความเป็นมาของทุกอย่างที่มีอยู่ที่นี่ได้
เมื่อเราสามคนเดินมาไกลพอสมควร ผมชี้ให้เราสามคนไปนั่งโต๊ะตรงนั้น
เพราะตรงนั้นคือวิวที่สูงที่สุด
สามารถมองวิวรอบๆเมืองได้สบายๆ
ยัยนั่นทำท่าสนใจแต่วิวข้างหน้า
" เธอเหนื่อยมั้ย หิวอะไรบ้างรึป่าวล่ะ เด๋วชั้นไปซื้อให้ " ผมถามยัยนั่นอย่างเป็นห่วง เพราะ
ผมแอบเห็นยัยนั่นมีเหงื่อเม็ดเล็กแซมขึ้นตามไรผม
ผมไม่ฟังว่าเธอจะตอบว่ายังไง ผมก็เดินไปยังฟู๊ดแลนด์ข้างๆ เพื่อซื้ออะไรกินง่ายๆก่อน
เพราะผมกะว่าเราจะกินข้าวที่ทะเลจะดีกว่า ได้บรรยากาศด้วย
อาจจะทำเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้มากกว่าที่นี่ก็ได้
เมื่อผมหอบเครื่องดื่มต่างๆและแซนวิชไปหายัยนั่น พลางยื่นให้อย่างห่วงใย
" ขอบคุณนะ " ยัยนั่นบอกขอบคุณเบาๆ
เมื่อทุกคนกินน้ำและแซนวิชไว้รองท้องเรียบร้อยแล้ว ผมมองไปยังยัยมุมิ
ผมแอบเห็นขาของยัยนั่นเริ่มล้าอย่างเห็นได้ชัด ผมจึงเสนอให้เธอขี่บนหลังผม
ผมแอบเห็นยัยนั่นหน้าแดงราวกับลูกตำลึง นั่นยัยนั่นอายผมรึป่าวนะ ผมคิดอย่างมีความสุข
อย่างน้อยยัยนั่นต้องใจตรงกันกับผมแน่ๆเลย เมื่อผมรู้ว่าเธอไม่ไหวแน่ๆแล้วผมก็เลยหน้าด้าน
ไปยกเธอขึ้นบนหลังผม ตอนแรกยัยนั่นก็ขัดขืนเหมือนกันนะ แต่พออยู่บนหลังผมสักพัก
เธอก็เอามือมาโอบรอบคอผม แค่นี้ก็รู้แล้วว่าใครชนะในเกมส์นี้ ผมยิ้มอย่างมีความสุข
+++++ จากนั้นผมจึงตัดสินใจไปทะเลต่อ ++++
จากสถานที่สถาปัตยกรรมถึง + ที่นี่ห่างประมาณ 10 กิโลเมตรได้
ผมขับรถอย่างใจเย็น ยัยนั่ล่ะตื่นเต้นไม่มีใครเกิน
ยัยนั่นวิ่งนำหน้าเราสองคนมุ่งหน้าไปทะเลทันทีที่เท้าเหยียบถึงพื้น เราหันมองหน้า
กันอย่าขำๆ ในความเบ๊อะของยัยนั่น เล่นเหมือนเด็ดๆเลยอ่ะ
ดูสิ มีผู้ใหญ่ที่ไหนทำกัน ยัยนั่นเล่นวิ่งไปย่ำน้ำทะเล วิ่งไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แต่ผมรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไถก เมื่อเห็นยัยมุมิร่าเริงขนาดนั้น
การทำให้ผู้หญิงที่ผมรักมีความสุขนั่นคือความฝันของผมเลยแหละ
ผมมองยัยนั่นทุกอริยบท ไม่วาจะวิ่งเล่นบนน้ำ หรือทำท่าไม้กางเขน เหมือนรอรับพรจากฟ้า
ท่าทางยัยนั่นตลกชะมัดเลยอ่ะ ผมแอบขำท่าทางนั่นอยู่ในใจ
ผมเดินไปหายัยนั่น พร้อมกับถามอย่างเป็นห่วง
" เธอไม่เหนื่อยบ้างรึไงยัยเบ๊อะ ข้าวยังไม่ได้ตกถึงท้องซักกะเม็ด แล้วมาวิ่งไปมาอย่างนี้เนี่ย
นะ เด๋วก็หิวกันไปใหญ่หรอก " ผมพูดพร้อมกับมองหาร้านนั้นที่ผมเคยมาอาทิตย์ก่อน
เพราะร้านนั้นทางเข้ามันซับซ้อนซจนผมเองก็ยังงง พอผมเจอทางเข้าไปยังร้านอาหาร
" เราไปกินอะไรกันก่อนมั้ย แล้วค่อยมาเล่นน้ำกันต่อ " ผมเอ่ยชวนยัยนั่น
เพราะคิดว่ายัยนั่นต้องหิวแน่ๆเลย แต่เพราะยัยนั่นมัวแต่เล่นก็เลยลืมหิวไปชั่วขณะ
พอผมพูดถึงเรื่องกิน ยัยนั่นก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
แต่สิ่งนึงที่ยัยนั่นทำให้ผมเคืองตะหงิดๆ ก็คือยัยนั่นดันไปถามนายนั่นเพื่อขอความเห็น
" พี่ซีรีอัส หิวข้าวป่ะคะ "
ส่วนผมน่ะเหรอะ จนแทบจะกระโดถีบหน้าหล่อๆนั่น
ให้หงายไปกับพื้นเลยทีเดียว เอ๋ พิษรักแรงหึงผมจะมากไปรึป่าวเนี่ย
สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือนิ่งอย่างเดียว
" มุมิหิวรึป่าวล่ะ ถ้ามุมิหิวล่ะก็ พี่ก็จะไปกินด้วย "
มันพูดหวานซะจนไม่เกรงผมเอาซะเลยง่ะ
" โอเค ถ้าจะกินก็ตามชั้นมา " ผมพูดกระแทกเสียง
ยัยมุมิทำหน้าป่อง แก็เดินตามผมมาแต่โดยดี
ผมเดินไปทางเข้าร้านอาหารนั่นผมยื่นมือไปจับมือยัยมุมิเอาไว้ เพราะทางเข้าร้านนั่น
ถ้าเดินไม่ดีอาจจะตกโขดหินเอาได้ เพราะยัยนั่นน่ะอาจจะซุ่มซ่ามตกโขดหินไปเลยก็ได้
ผมกึ่งลากกึ่งจูงยัยนั่น ผมกลัวว่าถ้าเผลอมัวแต่ชักช้าอาจจะทำให้เธอล้มได้
เพราะมีอยู่หลายครั้งเหมือนกัน ที่ผมคอยพยุงเธอไว้ เมื่อเธอก้าวพลาด
ผมเลยต้องคอยประคองเธอไว้
พอมาถึงร้านอาหารนั่น บรรยากาศสบายๆ เป็นร้านมุงหลังคาแฝก การตกแต่งร้านเน้นหอย
ปู และเกล็ดปลามาประดับทั่วร้านนั่น มองแล้วสบายตาดี
เมื่อบริกรมาเสิร์ฟน้ำ พร้อมกับนำเมนูมาแจก ผมสังเกตยัยนั่นมองเมนูตาเป็นมัน ผมก็เลยสั่ง
อาหารมาเต็มโต๊ะ วงเล็บนะคับเป็นอาหารที่ยัยนั่นชอบทั้งนั้นเลย
เมื่อเหลือบไปเห็นยัยนั่นกะลังจะพะงาบปากเพื่อที่จะสั่งออร์เดอร์เพิ่ม
ผมก็เลยร้องห้ามไว้เพราะกลัวว่าที่สั่งๆไปจะกินไม่หมดกัน
" เธอไม่ต้องออร์เดอร์เพิ่มหรอกนะ กินหมดแล้วค่อยว่ากันใหม่ เด๋วชั้นจ่ายเอง " ผมปราม
เธอไว้
ระหว่างที่ต้องรออาหารมาเสิร์พ ผมเริ่มรู้สึกถึงสิ่งปกติ ทุกคนที่โต๊ะไม่พูดไม่จา
ต่างคนต่างเงียบมันชวนให้อึดอัด แล้วนายนั่นมันก็เริ่มที่จะกวนประสาทผม
" มุมิเหนื่อยมั้ยจ๊ะ " นายนั่นมันถามเอาใจยัยมุมิ
" เอ่อ ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ สนุกดี " ส่วนยัยนั่นก็ตอบแบบสุภาพอย่างกลัวเสียฟอร์ม
" อีริค นายมาท้าพนันกันมั้ย ถ้าใครชนะได้มุมิไป "
ผมไม่รู้ว่ามีอะไรมาดลใจให้นายนั่นมันมาท้าพนันกะผม ผมไม่รู้จะทำไงก็เลยตอบตกลง
เพราะมั่นใจว่าผมน่าจะชนะ แล้วเสียงยัยนั่นก็ร้องจนหูผมแทบแตก
" ว้าย นี่ชั้นไม่ใช่ของเล่นนะจะได้ผลัดกันชมอ่ะ พนันแบบนี้ชั้นไม่เอานะ ไม่เอ้า นายทั้ง
สองคนจะบ้ารึไงน่ะ " ยัยนั่นส่ายหน้าไปมา
" นี่ยัยเบ๊อะ หัดร้องเบาๆหน่อยได้มั้ย อายคนอื่นเค้า บ้านเธอใกล้โรงสีข้าวรึไง ถึงได้ร้อง
แหกปากซะเสียงดังขนาดนั้นอ่ะ หัดหันไปมองรอบข้างบ้างสิ ดูซิเค้าหันมามองเรากันใหญ่
แล้ว ทำอะไรหัดคิดซะมั้ง" ด้วยความตกใจกะเสียงร้องนั้นผมก็เลยว่าเธอแรงๆไป
พอพูอเสร็จ ผมแทบจะอยากเขกหัวตัวเองซักป้าบ ไม่น่าว่าเธอเล้ย
เพราะยัยนั่นเกือบจะร้องไห้ เพราะผมซะแล้วสิ
"อย่าร้องไห้ไปเลยนะมุมิ ถ้ามาเป็นแฟนพี่ พี่สัญญาจะไม่ทำให้มุมิต้องร้องให้อย่างงี้ โอเค
มั้ย" เสียงนายนั่นปลอบเธอเบาๆ อย่างเอาใจ ผมเห็นแล้วแทยอยากอ้วกแน่ะ
เอาเห่อะ ทำดีไปเถอะอีกเด๋วก็จะรู้สึก แล้วผมก็เดินไปหาสองคนนนั้น
เพื่อแยกสองคนนนั้นให้ออกจากกัน
" นายไม่มีสิทธิ์จะปลอบยัยนี่นะ ตอนนี้ชั้นยังเป็นแฟนยัยนี่อยู่ นายไม่มีสิทธิ์ใดๆทั้งนั้น "
ผมประกาศกร้าวพร้อมหันไปแห้วยัยนั่น
" เธอก็ด้วย ร้องไห้ไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว ชั้นไม่ปล่อยเธอลอยแพหรอกน่า ยังไงซะเกมส์นี้ชั้น
ก็จะชนะให้ได้ "
ผมเข้าใกล้ไปใกล้เธอ พร้อมโอบเธอไว้อย่างปลอบโยน
เมื่อยัยนั่นนิ่งอยู่อย่างงั้น เราจึงต่างมองอาหารที่เกลื่อนเต็มโต๊ะ
และนั่งกินอาหารที่สั่งมาอย่างสนุกสนานราวกับลืมไปแล้วเรื่องที่เกิดขึ้น
แต่สุดท้ายก็เกิดศึกชิงนางจนได้ เมื่อนายนั่นมันดันตักอาหารไปให้ยัยมุมิ
ผมหมั่นไส้ก็เลยตักตาม ปรากฏว่าอาหารที่ตักให้ยัยนั่นพูนไปหมด ล้นจนไม่รู้ว่าจะล้นยังไง
ยัยนั่นละเลียดกินทีละน้อย แต่ก็เหมือนผีมาสิงห์พวกผมซะแล้วพอกินชิ้นนึงเสร็จ
เราก็ตักให้ 2 ชิ้น ยัยนั่นทำหน้าไม่รับ แต่พวกผมก็ยังดันทุรังตักให้ จนกินอาหารหมด
เราก็เล่นน้ำทะเลกันต่อ เมื่อเล่นสะใจแล้ว
หลังจากนั้นเราจึงขับรถเข้ามาในเมือง
ผมนึกขึ้นได้ว่าที่ Down Town นั้นมีงานนานาชาติอยู่ เพราะงานเพิ่งเริ่มวันนี้เป็นวันแรกมัน
คือเทศกาลนานาชาติ งานจะเกืดขึ้นแค่ปีละครั้ง
เมื่อเดินมาถึงงานนี้ ผมก็เอ่ยขึ้น
" ที่นี่แหละ เหมาะสำหรับเป็นที่การแข่งขันระหว่างเรา เทศกาลนานาชาตินี้
จัดขึ้นเพื่อความบันเทิง แต่สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจจากคนภายนอก
ได้ไม่ใช่น้อยก็คือ รางวัล To Be The One ที่ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะครอง โดยคำถามข้อต่างๆ
จะอยู่ตามบู๊ทต่างๆ ของบู๊ทนานาชาติ คะแนนที่ได้จากการตอบคำถามจะอยู่ใน Scoll Board
อยู่ตรงกลางงานทางโน้น ถ้าใครสามารถตอบคำถามได้มากที่สุกคนๆนั้นก็จะได้รางวัล To
Be The One ไปครอง "
ผมชี้มือไปทางด้านซ้าย
Scoll Board อันใหญ่เบ้อเริ้มเทิ้ม ตั้งอยู่ตรงกลางงานแห่งนี้
" และนั่นก็คือตึกอำนวยการที่รับสมัครผู้เข้าร่วมตอบคำถามนี้ นายไปสมัครกะชั้นแล้วเรามา
แข่งกัน รางวัลที่ได้ไม่ใช่ รางวัล To Be The One นั่น แต่เป็นยัยนี่แทน นายโอเคมั้ย "
พอพูดจบผมก็ชี้ไปทางยัยมุมิ
ผมไม่กลัวอยู่แล้วคับว่าคนที่มาสมัครเล่นเกมส์นี้จะเยอะขนาดไหน
ขอแค่ผมชนะนายนั่นผมก็พอใจแล้ว
ผมส่งสัญญาณให้ยัยนั่นไปนั่งตรงหน้า Scoll Board เพื่อดูผลคะแนน
แล้วจู่นายนั่นก็พูดขึ้นว่า
" อีริค นายไปบู๊ทที่ 1 นะ และนายเริ่มต้นเรียงจากหน้าไปถึงหลัง ส่วนชั้นจะเริ่มจากบู๊ทสุด
ท้ายเรียงจากหลังไปถึงหน้า เราสองคนจะได้ไม่ชนกัน "
ผมตอบตกลงตามนั้น
" ได้เล้ย ชั้นจะไปบู๊ทที่ 1 นะ เพราะชั้นอ่านกติกาโดยละเอียดแล้วว่า ไม่มีกฏข้อไหนบังคับ
ให้ไปตอบปัญหาตามลำดับของบู๊ท ถ้านายตอบได้ คะแนนของนายก็จะขึ้นที่ Scoll Board
โดยไม่ต้องใช้กรรมการนับ ชั้นว่างานการแข่งขันนี้ มันแฟร์จริงๆ ว่ะ"
แล้วนายนั่นก็รีบวิ่งไป เพื่อให้ทันการขานชื่อก่อนแข่งขัน
ส่วนผมหันไปมองหน้ายัยนั่นพร้อมกับบอกว่า
" ยัยโง่เอ้ย ทำหน้าอย่างงี้อีกแล้ว ใครอยากจะแพ้กันล่ะ ยิ่งมีเธอเป็นเดิมพันด้วยแล้ว ชั้นก็
ยิ่งแพ้ไม่ได้ใหญ่ อย่าวิตกไปเลยน่า ยังไงซะงานนี้ ชั้นต้องเป็นฝ่ายชนะแน่ๆ เชื่อชั้นสิ "
ผมปลอบใจยัยมุมิเพื่อให้สบายใจเปราะนึง
" คิดซะว่าจูบนี้เป็นเครื่อลางของความโชคดีล่ะกันนะ "
เมื่อขโมยจูบยัยมุมิได้แล้วผมก็รีบวิ่งขึ้นไปยังบู๊ทที่ 1
ผมได้ยินเสียงยัยนั่นโวยวายอยู่พักนึง แล้วก็เงียบลง
+++++++++เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น++++++++++++
ผมพยายามอย่างที่สุด และแล้วผมก็ติด Top Ten อย่างที่ใจหวังไว้
จากบู๊ทที่ 1-20 ตอนนี้ ผมกะนายนั่นคะแนนสูสีกันอย่างเห็นได้ชัด
บรรยากาศตอนนั้น ผมต้องใช้สมาธิอย่างมาก คำถามแต่ละคำถามคัดสรรค์มาอย่างดี
มันจะยากมากถ้าคนไหนไม่สนใจศิลปะวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเลยแหละ
แต่สำหรับผม มันเป็นแค่เกมส์สำหรับการท้าพนันเท่านั้นเอง การตอบคำถามทีละข้อนั่นหมาย
ถึงผมจะได้คว้ายัยนั่นอย่างเต็มอกซะทีไงล่ะ อีกอย่างเกรดเลี่ยของผมก็ไม่ต่ำกว่า 4.00 อยู่
แล้ว ผมถึงสามารถบอกได้เลยว่าแต่ละคำถามผมสามารถตอบได้เกือบทุกคำถามเลยล่ะคับ
แต่ปัญหาของผมมันมีอยู่ว่า นายนั่นมันก็เก่งเหมือนกัน นายนั่นทำคะแนนไล่เลี่ยกับผมเลย
แหละ ผมก็เลยไม่ประมาททุกวินาที เราสู้กันจนถึงวินาทีสุดท้าย
ผมแทบจะไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ยว่าคะแนนผมเชือดเฉือนกะนายนั่นแค่คะแนนเดียว
ผมเห็นนายนั่นหมดหวัง ถึงกับทรุดนั่งกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ในที่สุดผมก็ทำได้แล้ว ผมเอาชนะนายนั่นได้แล้ว แล้วยัยมุมิล่ะจะคิดยังไง ผมยังไม่รู้เลย

กลับจากฉลองวันวาเลนไทน์แล้วรีบมาอัพต่อนะจ๊ะ

เมื่อไหรจะมาอัพ
รออ่านใจจะขาดเเล้วนะ ==


Just got back I have to try to update as soon pls wait.:)
I miss u anyone
Best Regards
Applesays
แต่งสนุกจัง ไปเป็นนักเขียนได้เลยนะนี้ แล้วรีบๆมาอัพอีกนะค่ะ อยากอ่านต่อ อิอิ ^^
แต่งได้โดนใจเราเลยอ่ะ(T^Tซาบซึ้ง)

เราเคยอ่านในwww.zheza.comด้วยอ่ะ
ใช่คนเดียวกันอะป่ะ
แต่ก็หนุกดีจ้า~

หนุกมาเลยว่างๆมาอ่านนิยาของเราบ้างนะ
http://www.vcharkarn.com/varticle/35829

อัพโดยด่วนขอบอกว่าหนุกมาก
เมื่อไรเจ๊จามาอัพงิ
รอมานนานแล้ว500000ปี


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |