<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32653" type="text/javascript"></script> |
|
สาวใช้จอมเฮี้ยวเอี่ยวหัวใจเจ้านายจอมซ่า
ตั้งแต่มุมิเกิดมาไม่เค้ยไม่เคยต้องรู้สีกแบบนี้ ต้องยอมก้มหัวให้กะเจ้านายจอมซ่า คนอะรายหน้าตาก็ดี แต่เสียอย่างเดียะนิสัยของนายนั่นโคตรรรรรจะตรงกันข้ามกับหน้าตาเลยอ่ะ ฮื่อๆๆๆๆมุมิอยากจะร้องให้ต้องมาทำงานแทนเพื่อนสุดที่รัก มาเป็นกะลังใจให้มุมิกันเหอะ
post ครั้งแรก: Tue 18 September 2007, 3:33 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 15 May 2008, 9:22 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
เมื่อชั้นกลับมาถึงบ้าน พี่ซีรีอัสก็ขอตัวขึ้นห้อง ซึ่งชั้นก็ไม่ได้ฉุดเค้าไว้แต่อย่างใด เฮ้อ
เหนื่อยจังเลย นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย ชั้นขอตัวนอนก่อนล่ะกัน พรุ่งนี้ค่อยคิดดีกว่า
ว่าจะบอกพ่อกะแม่ยังไงดีอ่ะ ชั้นนั่งนึก นอนนึก พลิกตัวไปมา อย่างปลงไม่ตก นี่ชั้นเป็น
อะไรกันแน่นะเนี่ย เนื่องจากชั้นยังนั่งงงๆกับความคิดของตัวเอง ชั้นสุดจะทนก็เลยนั่งมอง
รอบๆห้อง อีกฝั่งฟากนึงของห้องนี้มีเครื่องเสียงเครื่องนึงตั้งอยู่
เครื่องเสียงรุ่นนี้แหละที่ชั้นอยากได้นักหนา
ก็เลยต้องลำบากให้พ่อกะแม่ซื้อมาจากต่างประเทศให้ มันเป็นของขวัญชิ้นนึงที่ชั้นชอบมากๆ
เลยแหละเครื่องรุ่นนี้ทันสมัยมากสามารถฉายแสงเข้าผนัง
เพื่อเป็นจอภาพโดยไม่ต้องใช้โปรเจ็กเตอร์
เป็นตัวช่วยขยายภาพ ภาพที่เกิดขึ้นนั้นชัดแจ๋วราวกับไปเห็นของจริงเลยทีเดียว
เพราะเครื่องนี้ทำงานโดยอัตโนมัติ
เมื่อเพลงขึ้นภาพก็จะขึ้นด้วย ยังมีอีกอย่างที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือ
แสงที่ผ่านลอดจากตัวเครื่องนั้นจะกระพริบตามจังหวะของเพลง
เนื่องจากเป็นเครื่องที่หายากแล้ว ยังมีประกันภัยอันดับหนึ่งภายใน 3 ปีด้วย
ถ้าเครื่องเล่นนี้พังเมื่อไหร่ชั้นสามารถเคลมประกันและรับเครื่องใหม่มาแทนเครื่องนี้ทันที
เค้าบริการสมกับราคาซื้อจริงๆ ชั้นไถลล่นออกมาจากผ้าห่มอันนุ่มนิ่มของชั้น ซึ่งความหอม
ของผ้าห่มนั้นมันอบอวลเต็มห้องไปหมด จนป่านนี้ชั้นยังไม่รู้เลยว่ากลิ่นนี้เค้าเรียกกันว่าอะไร
ป้าอึมยองเคยบอกชั้นทีนึงแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้นึกยังไงก็นึกไม่ออก
โฮะๆๆๆ ก็ชั้นความจำสั้นนิ เรื่องท่องหนังสือน่ะจำเก่งนักแล
แต่เรื่องจิปาถะอย่างงงี้ชั้นขอยกธงขาว ปัญหาก็คือชั้นไม่ใส่ใจจะจำมันต่างหากล่ะ
ชั้นเดินฝ่าความมืดอย่างทุลักทุเล ชั้นคลำหาสวิตท์ยังไง้ยังไงก็ไม่เจอง่ะ
แต่ชั้นจำได้นะว่าครั้งสุดท้ายที่จับมัน มันอยู่แถวๆนี้นี่หว่า ทำไมหาไม่เจอล่ะเนี่ย เอิ้กกกกก
ถ้าเกิดผีโผล่มาตอนนี้ชั้นแย่แน่ๆเลย ชั้นจัวอ่ะ ป้าอึมยองก็พักอยู่ห้องด้านล่างซะด้วย
มีวิธีเดียวชั้นต้องหามันให้เจอให้เร็วที่สุด เมื่อนึกได้ดังนั้น ชั้นก็รีบควานหาสวิตท์อย่างเร่งด่วน
ราวกับว่าถ้าชั้นหาสวิตท์นั้นไม่เจอ ห้องของชั้นมันต้องระเบิดอย่างแน่นอน เมื่อชั้นค้นทุก
ซอกทุกมุมแล้วอย่างลุกลี้ลุกลน แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
อะไรซักอย่างตกลงมาใส่หัวชั้น โป้กกกกกกกกกกกก
" ว้ายยยยยยยยยยยยยยยย" ชั้นร้องอย่างสุดเสียง ชั้นไม่รู้หรอกนะ
ว่าสิ่งที่ชั้นมองไม่เห็นนั้นมันเป็นอะไร สิ่งที่ชั้นทำได้ตอนนี้ก็คือวิ่งไปหลบมุมไหนซักแห่ง
เพื่อความปลอดภัย ชั้นค่อยๆคลานไปยังทางเดิมที่ชั้นกะลังค้นหาสวิตท์ไฟ
ชั้นค้นไปมาอย่างจริงจัง ชั้นค้นๆๆและก็ค้นทุกซอกมุมของปลายเตียง
สุดท้ายชั้นก็เจอจนได้ ชั้นรีบกดสวิตท์อย่างรวดเร็ว
"เฮ้อ หลบอยู่มุมนี้นี่เอง หาตั้งนานแน่ะ " ชั้นบ่นพำพึมเบาๆ
ทันใดนั้นห้องของชั้นก็สว่างไสว เต็มไปด้วยโคมไฟต่างๆนาๆ ชั้นมองมันอย่างภาคภูมิใจ
ก็โคมไฟพวกนี้ ชั้นไปเลือกซื้อที่ต่างประเทศกับมือเลยอ่ะ มันสวยจนชั้นต้องหิ้วกลับมา
เพื่อที่จะประดับห้องของชั้นเป็นดินแดนสนธยา ชั้นเหลือบไปเห็นสิ่งที่ตกลงมาใส่หัวชั้น
ซึ่งมันไช่สิ่งที่น่ากลัวอะไรเลย ก็แค่ตุ๊กตาตัวนึง ที่ชั้นกอดนอนทุกคืนวันน่ะเอง
โด่ นึกว่าเป็นผีมาอำเล่นๆเอาซะชั้นตกใจหมด ชั้นจับตุ๊กตาตัวนั้นพร้อมกับโยนไปที่เตียงนอน
ของชั้นแล้วชั้นก็เดินไปอีกฟากฝั่งของห้อง จากนั้นก็เลยเดินไปเปิดเพลงเพื่อจะได้นอนหลับ
ง่ายๆ มันเป็นวิธีเดียวตอนนี้ที่ชั้นคิดออกในตอนนี้ เพลงเหล่านั้นมันอาจจะทำให้ชั้นรู้สึกดีๆ
มากจนกระทั่งเคลิ้มหลับไปก็ได้ เมื่อคิดได้ดังนั้น ชั้นหยิบแผ่น CD มาหนึ่งแผ่น ชั้นจำได้ว่า
นายอีริคเป็นคนแอบใส่กระเป๋าให้ชั้นก่อนกลับบ้าน (แหม๋ก็คุณเธอเล่นแอบมาใส่ในกระเป๋า
ชั้นแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัวซะงั้น แต่ก็ไม่ทันชั้นหรอกนะ
ฮิๆๆๆ จะหาว่าชั้นฉลาดล่ะสิ ว่ารู้ได้ไง เพราะพอเวลานายนั่นใส่ CD แผ่นนี้ที่
กระเป๋าแบบลวกๆ มันเลยตกลงแค่ในปากกระเป๋าส่งผลให้ ชั้นรู้สึกระคายกับกล่องที่นายนั่น
เอาใส่ให้ เพราะเหลี่ยมของแผ่นนั้นซิมาแทงเอวชั้นจนชั้นจั๊กจี้ เลยต้องค้นกระเป๋าดูว่ามันคือ
อะไรชั้นยังนึกไม่ออก จนชั้นพลิกดูด้านหน้า " All in my heart " from Eric แค่นั้นแหละ
ชั้นก็รู้เลยว่าเป็นของใคร มิน่าล่ะ เพราะชั้นจำได้ว่ากระเป๋าของชั้นมีแต่อันกลมๆ ไอ้เหลี่ยมๆ
เนี่ยชั้นยังนึกสงสัยอยู่เลยแต่ในเมื่อรู้ว่าเป็นของใคร ชั้นก็รู้สึกดีๆอย่างแปลกประหลาด
อย่างน้อยเมื่อไหร่ที่รู้สึกเหงามากๆ ให้คิดถึงนายนั่น และฟังเพลงนั้น
เพราะเพลงที่นายนั่นสรรค์หามาให้เพราะๆ
ทั้งนั้นเลยและก็เปิดเพลงในแผ่น CD นี้ ฟัง เผื่อจะทำให้ชั้นคลายเหงาได้ พอชั้นกด Play
ปุ๊บ เพลงที่ขึ้นมาเพลงแรกก็คือเพลงที่ชั้นจำได้ดี เพราะชั้นชอบเพลงนี้เอามาก เพลงนี้ก็คือ
เพลง Just So You Know - Jesse McCartney
I shouldn't love you but I want to
I just can't turn away
I shouldn't see you but I can't move
I can't look away
And I dont know how to be fine when I'm not
Cause I don't know how to make the feelings stop
Just so you know
This feelings takin control
Of me and I can't help it
I wont sit around
I can't let him win now
Though you should know
I've tryed my best to let go of you
But I don't want to
I just gutta say it all before you go
Just so you know
It's gettin hard to
Be around you
Theres so much I can't say
And do you want me to hide the feelings
And look away
And I dont know how to be fine when I'm not
Cause I don't know how to make the feelings stop
Just so you know
This feelings takin control
Of me and I can't help it
I wont sit around
I can't let him win now
Though you should know
I've tryed my best to let go of you
But I don't want to
I just gutta say it all before you go
Just so you know
This emptyness is killin me
I'm wonderin why I've waited so long
Lookin back I realize it was always there to be spoken
Now I'm waitin here
Been waitin here
Just so you know
This feelings taking control
Of me and I can't help it
I wont sit around
I can't let him win now
Though you should know
I've tryed my best to let go of you
But I don't want to
I just gutta say it all before you go
Just so you know
หลังจากที่เพลงนั้นจบไป เพลงใหม่ก็เริ่มบรรเลงขึ้น ชั้นนึกไม่ถึงเลยแหะ
ว่าหน้าอย่างนายอีริคจะโรแมนติคกะเค้าเป็นเหมือนกัน
เพลงที่เลือกมานั้นเป็นเพลงโปรดของชั้นทั้งนั้น
แต่ชั้นยังสงสัยอยู่เลยว่านายนั่นไปแอบรู้มาจากไหนว่าชั้นชอบฟังเพลงแนวนี้
ชั้นยังนั่งฟังต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเพลงนี้ เป็นเพลงที่ชั้นอยากฟังเพลงนึงนั่นคือ
Love of My Life = Jim Brickman |
I am amazed |
เพลง You're Not Alone
เพลงของ Shayne Ward
She's getting out of bed
At half past ten
She starts to comb her hair
Just an ordinary day
She looks at her reflection
Off the wall
Why do I care at all
Just an ordinary day
An ordinary day
That's hurting you
Don't hide out inside yourself
If you only let the sunshine on you
I promise you
You're not alone
When the lights go out at night
When you're feeling lost inside
You're not alone
You're not alone
When your world is falling down
I will be the one around
You're not alone
You're not alone
She's waiting for the bus it's 12.59
She's sitting on her own
Just an ordinary day
She's looking at the people
Passing her by
It could be you and I
They would never dream
Of slowing down
To see if she's alright
Don't hide out inside yourself
If you only let the sunshine on you
I promise you
You're not alone
When the lights go out at night
When you're feeling lost inside
You're not alone
You're not alone
When your world is falling down
I will be the one around
You're not alone
I'm hurting
She's hurting
I'm hurting, she's hurting
I'm so alone
When the lights go out at night
When you're feeling lost inside
You're not alone
I will be the one around
Have you Ever => Westlife
Have you ever loved somebody so much
It makes you cry
Have you ever needed something so bad
You can't sleep at night
Have ever tried to find the words
But they don't come out right
Have you ever, Have you ever
Have you ever been in love
Been in love so bad
You'd do anything to make them understand
Have you ever had someone steal your heart away
You'd give anything to make them feel the same
Have you ever searched for words to get you in their heart
But you don't know what to say
And you don't know where to start
[Repeat *]
Have you ever found the one
You've dreamed of all your life
You'd do anything to look into their eyes
Have you finally found the one you've given your heart too
Only to find that one won't give their heart to you
Have you ever closed your eyes and
Dreamed that they were there
And all you can do is wait for that day when they will care
[Repeat *]
What do I gotta do to get you in my arms baby
What do I gotta see to get to your heart
To make you understand how I need you next to me
Gotta get you in my world
'Coz baby I can't sleep
[Repeat *]
Your Love = Jim Brickman |
it's not the flowers, wrapped in fancy paper but i couldnt as for more so you could give me wings to fly cuz your love is the greatest gift of all cuz your love is the greatest gift of all |
TREY SONGZ
"Can't Help But Wait"
[Intro:]
I cant help but wait
Oh I, cant help but wait
Check it out
[Verse 1:]
I see you, you're with him - he aint right but you dont trip
You stand by, while he lies - then turn right 'round and forgive
I cant take to see your face, with those tears run down your cheeks
But what can I do - I gotta stay true
'cause deep down Im still a G
[Bridge:]
And I dont wanna come between you and your man
Even though I know I treat you better than he can
[Hook:]
Girl I cant help but wait
Til you get that with him, it dont change
Cant help but wait
Til you see that wit me it aint the same
Cant help but wait
Til you, see you, for what you really are
Baby girl you are a star
And I cant help but wait
[Verse 2:]
Listen, it aint fresh to just let him call the shots
Youre a queen, you should be, getting all that someones got
You should be rocking the latest in purses, bracelets, and watches, your worth
Much more than a occasional I love you
Im thinking of you
[Bridge]
[Hook]
[Brakedown:]
Get it together - you can do better
Seeings believing
And I see what you need so
Im gone play my position
Let you catch what youve been missing
Im calling out, girl 'cause I cant help but wait
[Hook 2x]
[Outro:]
Oh - cant help but wait, babe
No-no-no-no-no-no
I cant help but wait
Oh-oh-oh, cant help but wait
No, no, no
Won't Go Home Without You = Maroon 5 |
I asked her to stay |
ตอนนี้สมองของชั้นโล่งอย่างบอกไม่ถูก ชั้นทรุดนั่งข้างเตียงตั้งแต่ฟังเพลงแรกจนถึงเพลงสุด
ท้าย ชั้นคิดว่าชั้นนั่งอยู่บนเตียงซะอีกนะเนี่ย
แต่ความเป็นจริงแล้วชั้นหลับไปเรียบร้อยซะแล้ววววววววววววววววววว ครอกๆๆๆ ฟี้ๆๆๆๆๆ
ชั้นนั่งฟังจนถึงเพลงสุดท้าย ชั้นเริ่มจะเคลิ้มหลับอยู่รอมมะร่อ
เพลงนึงก็แว่วเข้ามาสู่โสตประสาทของชั้น
มันช่างเพราะเหลือเกิน สมองชั้นสั่งออกมามันเพราะแทบจับใจ
ชั้นไม่ยักกะรู้แฮะว่านายอีริคจะอารมณ์ศิลปินกะเค้าได้เหมือนกัน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
.........................พอถึงตอนเช้าชั้นตื่นอย่างงัวเงีย ก็แน่ล่ะสิ กว่าจะหลับได้ก็ดึกมากโข ...............................
ชั้นไม่รู้ว่าตัวเองหลับได้ไงกับท่านอนแบบนั้น ท่านั่งก้มหน้าลงกับฟูกเตียงนั่น
ทำให้ชั้นมีอาการปวดเอวน่าดู และเมื่อยตัวไปหมดเลยอ่ะ
ชั้นรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวเพื่อวางแพลนเที่ยวที่มัลดีฟกะนายอีริค
เมื่อชั้นพร้อมจะออกเดินทาง พร้อมกับสำรวจข้าวของว่าชั้นเตรียมไว้มั้ย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีชั้นวิ่งลงบันไดจนหัวแทบขวิด
เพราะคิดได้ว่าชั้นยังไม่ได้บอกพ่อกะแม่เลยอ่ะ
ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ชั้นนั่งเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ เพื่อที่ชั้นจะได้หาข้ออ้างได้ไปเที่ยวกะ
นายอีริค ชั้นนั่งคิดๆๆและก็คิดอยู่นาน จนชั้นไม่รู้สึกเลยว่ามีใครบางคนแอบมองชั้นอยู่
เค้าเดินมาใกล้ๆชั้น พร้อมกับกล่าวทักทาย
" มุมิจ๊ะ สวัสดีตอนเช้าจ้า เมื่อคืนมุมิหลับสบายดีมั้ย"
ชั้นหันไปทางต้นเสียง แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆให้เค้า
"สวัสดีค่ะ พี่ซีรีอัส" ชั้นทักด้วยเสียงหวานๆหยดย้อย แต่ในใจรู้สึกกระเดื่องกระด่างชอบกล
"มุมิกำลังคิดอะไรอยู่รึป่าวคับ พี่เห็นมุมินั่งตรงนี้ตั้งนานแล้วนะ อะไรที่พี่พอจะช่วยมุมิได้ ขอ
ให้มุมิบอกพี่มาเลยนะคับพี่ทำได้ทุกอย่าง " พี่ซีรีอัสถามชั้นพร้อมกับจ้องชั้นอย่างจริงจัง
" มันไม่มีอะไรมากมายหรอกค่ะ เพียงแต่มุมิกะลังคิดว่าจะบอกพ่อกะแม่ยังไงดี
ว่าจะขอท่านไปเที่ยวที่เกาะมัลดีฟกะเพื่อนๆ " ชั้นตอบเค้าอย่างใสซื่อ
เมื่อพี่ซีรีอัสเงียบไปพักนึง เหมือนกับว่าเค้ากำลังใช้ความคิดอยู่ ชั้นสังเกตเห็นสีหน้าของเค้า
ไม่ค่อยจะดีนัก มันซีดลงไปถนัดตา แต่เค้าก็ฝืนยิ้มให้ชั้น พร้อมกับยื่นข้อเสนอข้อนึงมาให้
" เอางี้มั้ยล่ะ เด๋วพี่จะขอคุณอาให้ ว่าพี่อยากจะไปเที่ยวที่นั่น
เลยขอให้มุมิและเพื่อนไปด้วยไปหลายๆคนจะได้เที่ยวสนุกไงล่ะ โอเคมั้ย "
พี่ซีรีอัสมองหน้าชั้นอย่างขอความเห็น ดูท่าทางของเค้าคงอยากจะช่วยชั้นเต็มที่
แต่ในใจชั้นสิ สงสารเค้าจับใจ ทำไมเค้าต้องดีกะชั้นขนาดนี้ด้วยนะ ฮื่อๆๆๆ ชั้นคงเป็นคนที่
ใจร้ายมากๆเลย ที่ทำร้ายพี่ซีรีอัส ทั้งๆที่รู้ว่าเค้าคงจะปวดใจไม่ใช่น้อย
ทั้งๆที่ชั้นทำสิ่งไม่ดีกะเค้าตั้งมากมาย ชั้นละอายใจจังอ่ะ ถ้าเค้าเกลียดชั้น
ชั้นยังจะสบายใจกว่านี้ซะอีก นี่มันคงเรียกว่าความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกน่ะสินะ
ชั้นรู้สึกว่าคำพูดต่างๆมาจุกที่คอเต็มไปหมด เหมือนคนน้ำลายท่วมปากก็ไม่ปาน
ชั้นก้มหน้านิ่ง เพราะพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกะลังตีว่อนลอยอยู่ในหัวชั้น
" มุมิจ๊ะ ไม่ต้องเกรงใจพี่นะ พี่ทำทุกอย่างได้เพื่อความสุขของมุมิ
เรื่องของความรักไม่มีใครผิดและไม่มีใครถูกหรอก พี่เข้าใจว่าเรื่องของความรักมันบังคับใจ
ใครไม่ได้ ถึงแม้พี่จะคาดหวังว่าจะต้องป็นผู้ที่ถูกเลือก แต่ในเมื่อพี่แพ้เค้าทั้งใจและกาย
แล้ว พี่รู้ว่ามุมิยังห่วงพี่ใช่มั้ยว่าพี่จะรู้สึกยังไง อย่าห่วงพี่เลยนะ สำหรับพี่มุมิคือที่หนึ่ง
เสมอ พี่จะดูแลมุมิห่างๆ ถ้าเมื่อไหร่ที่เค้าไม่ดีกะมุมิแล้ว พี่จะมาทวงสิทธิ์คืน โอเคมั้ยจ๊ะ"
เมื่อพี่ซีรีอัสพูดจบ
ชั้นหันไปมองหน้าเค้านิดนึง ถึงแม้ว่าเค้าจะบอกกับชั้นแบบนั้นก็ตาม แต่ยังไงซะ
ชั้นก็ยังละอายใจอยู่ดีง่ะ เค้าน่าจะโกรธชั้นสิถึงจะถูก มาดีกะชั้นอย่างงี้ ยิ่งทำให้ชั้นรู้สึกแย่
กว่าเดิมซะอีกนะเนี่ย
" เอ่อ มุมิว่านะคะ พี่ซีรีอัสไม่ต้องลำบากมาช่วยมุมิหรอกค่ะ มุมิเกรงใจน่ะ "
ชั้นบอกเค้าไปตรงๆ ดูเหมือนเค้าจะทำหน้าไม่ถูก
อาจจะเป็นเพราะว่าเค้าคงไม่คิดว่าชั้นจะตอบตรงซะขนาดนี้
" อย่าพูดคำว่าเกรงใจสิ อันไหนที่พี่ช่วยได้พี่ก็อยากจะช่วยแค่นั้นเอง
พี่ไม่อยากให้มุมิคิดมากนะรู้มั้ย "
เมื่อชั้นเห็นว่ายังไงเค้าคงไม่ยอมเปลี่ยนใจแน่นอน
สุดท้ายชั้นก็เลยต้องปล่อยให้เค้าช่วยพูดพ่อกะแม่ให้ อย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อพี่ซีรีอัสขอตัวไปโทรศัพท์หาพ่อกะแม่ชั้นเพื่อขอไปเที่ยวที่เกาะมัลดีฟ
ระหว่างที่รอคำตอบอยู่นั้น อยู่ดีๆชั้นก็มีสายเรียกเข้า
เสียงริงโทนดังขึ้นพร้อมกันกะระบบสั่นในตัวเครื่อง
ไฟกระพริบไปมาตามจังหวะของเสียงเพลง เพลงนี้ชั้นเปลี่ยนเมื่อคืนเองแหละ มันเพราะดีอ่ะ
เพลง : Where'd You Go
เพลงของ Fort Minor
Where'd you go?"
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone.
Where'd you go?
I miss you so,
Seems like it's been forever,
That you've been gone,
Please come back home...
ชั้นหันไปมอง ก็เลยรู้ว่านายอีริคโทรมาน่ะเอง ชั้นกดที่ปุ่มรับสาย ชั้นยังไม่ทันจะอ้าปากพูด
อะไรซักคำนายนั่นก็ใส่ชั้นเป็นชุดราวกับรัวกระสุนยังไงยังงั้นเลยแหละ นี่ถ้าเป็นกระสุนจริงชั้น
คงจะตายทั้งที่ยังไม่ได้อ้าปากสั่งลาใครๆแน่ๆเลย
" นี่ยัยเบ๊อะ ออกมาจากบ้านเด๋วนี้ ชั้นรอเธอตั้งแต่เช้าแล้วนะ ทำไมเธอยังไม่ออกมาซักทีฮึ
ชั้นยังไม่ได้กินข้าวเช้ามาด้วย โมโหหิวจะตายอยู่แล้ว เธอไม่สงสารกันบ้างรึไงฮึ ถึงไม่ยอม
โผล่มาหน้าบ้านให้เห็นเลยอ่ะ ไหนบอกว่า นัดกันไปดูชุดดำน้ำกันไง นี่เธอมัวแต่ทำอะไรอยู่
น่ะ ช้าชะมัดยาดเลยอ่ะ " นายนั่นบอกอย่างอารมณ์ไม่ดี
" เอ่อ "
" ไม่ต้องเอ่อ ไม่ต้องแอ่แล้ว ออกมาเด๋วนี้ รึจะให้ชั้นบุกเข้าไปในบ้านเธอล่ะ เลือกเอา "
นายนั่นมันไปกินรังแตนที่ไหนมาอีกล่ะเนี่ย รมณ์บ่จอยตั้งแต่เช้าเลยอ่ะ
" นายฟังชั้นพูดก่อนนะ คือตอนนี้ชั้นกะลังขอพ่อกะแม่ไปเที่ยวกะนายน่ะแหละ
แต่ชั้นไม่รู้ว่าจะบอกยังไงดี ชั้นนั่งคิดอยู่นานอ่ะ
สุดท้ายพี่ซีรีอัสเลยเสนอจะพูดให้ท่านทั้งสองยอมอนุญาตให้ชั้นไปเที่ยวให้ได้
ถ้านายยังพูดไม่มีเหตุผลอีกล่ะก็ ชั้นคิดว่าเราไม่ต้องไปกันดีกว่ามั้ย
จะได้ไม่ต้องลำบากใจทั้งสองคน (ชั้นหมายถึงพี่ซีรีอัสกะนายอีริคน่ะค่ะ)
ตอนนี้ชั้นรอคำตอบอยู่น่ะ ถ้านายรอไม่ได้ก็ไม่ต้องรอ
รึจะเลือกเข้ามาทานข้าวข้างในบ้านชั้นก็ได้นะ
วันนี้ป้าอึมยองทำกับข้าวอร่อยๆทั้งนั้นเลย ถ้านายกินข้าวแล้วนายอาจจะอารมณ์ดีขึ้นก็ได้
บ้านหลังนี้ยินดีต้อนรับนายเสมอ " พอชั้นพูดจบ นายนั่นยังคงเงียบฟังชั้นพูดตั้งแต่คำแรก
ยันคำสุดท้ายก็ยังไม่ยอมเอ่ยปากพูดคำใดๆ ออกมา
" โอเคนะ นายขับรถมาที่หน้าบ้านของชั้น แล้วชั้นจะให้ลุงคนขับรถไปรับรถนายไปจอดที่
ลานจอดรถ ส่วนนายก็เดินมาหาชั้นที่สวน เด๋วชั้นจะให้แม่บ้านพานายมา โอเค้ "
ชั้นยังพูดต่ออย่างไม่ใส่ใจ
" อืม " คือคำตอบทั้งหมดของนายนั่น
" โอเค งั้นตามนี้นะ แค่นี้แหละ เด๋วเจอกันที่สวนดอกไม้"
ชั้นรอนายนั่นอยู่ประมาณ 5 นาที พี่อิงอิงแม่บ้านคนนึงในบ้านของชั้นก็เดินนำนายอีริคมาที่
สวน ดูท่าทางนายนั่นคงจะชอบสวนดอกไม้ของชั้นมาก เห็นมองโน้นมองนี่ไปรอบทิศ
ชั้นส่งยิ้ม ขอบคุณแม่บ้าน แล้วหันไปหานายนั่น แม่บ้านยิ้มตอบชั้นพลาง
เดินมากระซิบที่หูชั้น
" น่ารักจังเลยค่ะคุณหนู นี่เพื่อนของคุณหนูหรอคะ พี่ไม่เคยเห็นหน้าของเค้ามาก่อนเลยค่ะ "
พี่อิงอิงแซวชั้นอย่างรู้ทัน ชั้นหันไปยิ้มกับพี่อิงอิงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ตอบว่าอะไร
" พี่อิงอิงช่วยเตรียมสำรับข้าวด้วยนะคะ เพราะตั้งแต่เช้าเราสามคนยังไม่มีใครได้ทานข้าวเลย
ค่ะ (สามคนนี่หมายถึง พี่ซีรีอัส นายอีริค และชั้นค่ะ )"
พี่อิงอิงพยักหน้ารับ พร้อมกับเดินไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมสำรับข้าวเพื่อลำเลียงไปยังห้อง
อาหาร
" นายหิวใช่มั้ย งั้นเราไปกินข้าวกันก่อนส่วนเรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลังล่ะกัน ตอนนี้ชั้นหิวจะ
แย่ " ชั้นพูดพร้อมกับดึงมือของนายนั่น ไปยังห้องอาหาร จริงๆแล้วชั้นก็หิวจนไส้จะกิ่วอยู่
แล้ว เมื่อเดินถึงห้องนั้น สายตาของชั้นพลันเหลือบไปเห็นพี่ซีรีอัส
เดินถือข้าวของเต็มไม้เต็มไปหมด ด้วยความสงสัยว่าเค้าทำไมถือของมามากมาย ก็เลยหยุด
เท้าชะงักกะทันหัน โดยลืมคิดไปว่าข้างหลังของชั้นมีนายอีริคเดินตามมาติดๆ เลยส่งผลให้
นายนั่นชนหลังชั้นอย่างจัง ด้วยความเร็วของฝีเท้ากับแรงกระแทกอย่างแรงมาชนชั้นข้าง
หลัง ก็เลยทำให้ร่างของชั้นกระเด็นไปข้างหน้าอย่างไม่ทันระวัง ชั้นกระเด็นไปข้างหน้าอย่าง
ไม่รู้ทิศทาง ส่วนนายนั่นเมื่อชนชั้นแล้ว นายนั่นจะไปนอนท่าไหนกับพื้น ตอนนี้ชั้นคิดเพียง
แต่ว่าจะทำท่ายังไงถึงจะล้มลงพื้นอย่างด้วยท่าที่สวยงาม เพราะชั้นไม่อยากจะหน้าแตกตรงนี้
ต่อหน้านายอีริคและพี่ซีรีอัสซะด้วย แล้วชั้นจะทำไงดีง่ะ ( โฮะ๐๐๐ๆๆๆๆๆ จะล้มอยู่แล้วยังจะมา
ห่วงสวยอีกนะยัยมุมิ )
เมื่อแรงกระแทกทำให้ชั้นเซไปในทางทิศใดทิศนึงของบ้าน ในใจชั้นคิดว่าคงต้องเจ็บเป็นแน่
แท้เมื่อแรงล้มเหมือนกับชั้นกระแทกอะไรบางอย่าง ชั้นหลับตาปี๋เพราะไม่อยากจะเห็นสภาพ
อันทุเรศของตัวเองในตอนนี้ แต๋เอ๋
!! ทำไมชั้นไม่รู้สึกเจ็บล่ะเนี่ย ทำไมวันนี้พื้นบ้านชั้น
มันนุ่มผิดปกติอ่ะ รึว่าแม่บ้านมาปูพรมเอาไว้แถวนี้ แต่ถ้าชั้นไม่สั่ง แล้วใครล่ะ??????????
ชั้นมัวแต่คิดๆๆๆๆๆและก็คิด แต่แล้วเสียงนึงก็ลอยเข้ามาโสตประสาท
เพื่อทำลายความคิดของชั้นทั้งมวล
" นี่ยัยเบ๊อะ เมื่อไหร่เธอจะลุกซะทีเนี่ย ชั้นหนักนะ เธอไปกินอะไรมาเนี่ยตัวเธอมันถึงหนัก
ขนาดนี้ช้างชัดๆเลย เธอนี่ดูเหมือนตัวผอมๆนะ แต่เอาเข้าจริงตัวโคตรหนักกกกกกกกกกเลยอ่ะ "
นี่คือเสียงบ่นของต้นเสียง ชั้นยังคงนั่นท่าเดิมยังไม่มีท่าทีจะ
กระดิกไปไหนทั้งนั้น ชั้นนั่งคิด ว่านั่นมันทำไมเสียงคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนซักแห่ง
เสียงนี้มันคุ้นมากๆเลยง่ะ ++นั่นมันเสียงใครหว่า นึกไม่ออกง่ะ++
" นี่ชั้นบอกให้เธอลุก เธอนี่หูแตกรึไง กะจะฆาตกรรมกันทางอ้อมรึไงฮะ ชั้นยังไม่อยากตาย
ตอนนี้นะ ชีวิตชั้นยังจะต้องเจออะไรที่มันสวยงามอีกเยอะ เมื่อไหร่เธอจะลุกขึ้นเนี่ย รึว่าสมองเธอมัน
พลอยกระทบกระเทือนไปด้วย "
เสียงนั้นยังโอดครวญต่ออย่างต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตข้างล่างชั้นกระดุกกระดิกไปมา
ชั้นหันไปมองทางต้นเสียง แล้วชั้นก็ก้มไปมองว่ามันเป็นเสียงของใคร เมื่อชั้นรู้ว่าเป็นใคร
++ นั่นมันนายอีริคนิ มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ เนี่ย รึว่าเห็นชั้นล้มก็เลยอยากจะล้มด้วย
มาวัดพื้นดุล่ะสิว่าชั้นเจ็บขนาดไหน++
ชั้นแทบจะลุกขึ้นแทบจะไม่ทัน ชั้นมองคนๆนั้นพร้อมทั้งขยี้ตาหลายๆครั้ง
นั่นมันนายอีริคจริงๆด้วย ที่ร้องโอดครวญที่เป็นคนโอดครวญ
ทำท่ายังกะหมูกะลังโดนเชือดยังงั้นแหละ
ชั้นมองนายนั่นเหมือนไม่เคยเห็นมาก่อน อ้าว นายอีริคหรอเนี่ยนึกว่าพรมซะอีก
ดุท่าทางชั้นยังเบลอไม่หาย ก็คุณลองหมุมเกือบสิบตลบดูสิ
ว่าหลังจากที่คุณหมุนเสร็จแล้ว คุณรู้สึกยังไง ชั้นก็รุ้สึกไม่ต่างจากคุณเท่าไหร่หรอก
อิ อิ อิ เมื่อนายนั่นยังจ้องชั้นอย่างขุ่นเคืองกันมาซักสิบชาติ
แล้วชั้นก็จูนสมอง จูนๆๆๆๆๆสักพักว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เมื่อจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะสภาพตอนนั้นชั้นนอนทับนายนั่นแบนแต๋ดแต๋อยุ่กับพื้น
เพราะชั้นหันหลังล้มก็เลยคิดว่ามีใครมาปูพรมที่ไหนได้เป็นนายนั่นน่ะเอง
ที่เป็นคนพุ่งมารับชั้นไว้ ไม่อย่างงั้นชั้นยังคิดไม่ออกเลยว่าจะลงท่าไหนดี
" อุ๊ย ขอโทษนะ นายเป็นไงมั่ง ชะ ชั้น ไม่ได้ตั้งใจอ่ะ นายเจ็บตรงไหนบ้างมั้ย "
ชั้นพยุงนายนั่นให้ลุกขึ้น นายนั่นมองชั้นอย่างเคืองๆ อาจจะเป็นเพราะว่าชั้นนั่งทับนายนั่นอยู่
นาน ( ก็ชั้นคิดไม่ออกนิ นายมารับชั้นเองนะ ไม่ได้ขอร้องสักกะหน่อย
นายหาเรื่องเจ็บตัวเอง แท้ๆ ยังจะมาโกรธชั้นเอง เด๋วแม่จับฟาดซะเลย
ชั้นได้แต่คิดเท่านั้น แอบสมน้ำหน้านิดๆ คิดอยากจะเป็นพระเอกก็ต้องยอมเจ็บตัวหน่อยล่ะ
โด่ เจอแค่นี้ทำเป็นบ่น เด๋วโดนท่าจระเข้ฟาดหางหน่อยเป็นไง รู้งี้ล้มเต็มแรงเลยซะก็ดี
เพราะคิดว่าเจ็บน้อยหน่อยก็เลยถนอมแรงให้ตอนล้มลงพื้น ถ้ารู้ว่านายจะมาเป็นเบาะให้นะ
ชั้นจะไม่ถนอมแรงกระแทกหรอก และนายจะเจ็บมากกว่านี้จะบอกให้ )
แต่พอเห็นสภาพนายอีริคแล้ว ชั้นก็รู้สึกผิดทันที เพราะแขนนายนั่นช้ำเป็นจ้ำๆ
หัวกระแทกกับพื้นอย่างจัง เมื่อชั้นสำรวจนายนั่นทั่วตัวแล้วว่าไม่มีแผลแต่อาจจะมีรอยช้ำเป็นบางจุด
ชั้นจึงหิ้วปีกนายนั่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก ก็นายนั่นตัวใหญ่กว่าชั้นตั้งเยอะนี่ ลำพังตัว
ชั้นเองบางครั้งยังพยุงตัวไม่อยู่เลยอ่ะ แต่ก็ดีอยู่อย่างนึงพี่ซีรีอัสที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นั้น
เข้ามาช่วยชั้นหิ้วปีกอีกด้านนึงของนายอีริคเอาไว้ เค้าช่วยชั้นได้เยอะเลยแหละ
เพราะชั้นรู้สึกเบาตัวขึ้นเยอะเลย ชั้นชี้ไปยังห้องโถง เพราะที่นั่นมีโซฟาใหญ่ ๆ
ที่สามารถรับขนาดตัวของนายอีริคได้พอดี พอถึงห้องนั้นชั้นและพี่ซีรีอัสก็ปล่อยให้
นายอีริคลงนายอีริคหลับตาลงอยู่พักใหญ่ ชั้นคิดว่านายนั่นคงจะเจ็บมากพอดู จู่ๆ นายนั่นก็
เงยหน้าหันมามองชั้น
" เธอทำให้ชั้นเจ็บเธอต้องรับผิดชอบ " นายนั่นพูดพร้อมกับชี้มือมาที่ชั้น
" จะให้ชั้นรับผิดชอบอะไรอีกล่ะ ก็ใครใช้ให้นายเดินมาชนชั้นจนกระเด็นไม่เป็นท่า เพราะ
นายคนเดียวที่ทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ ชั้นไม่ยอมรับผิดหรอกนะ ทั้งหมดมันคือความผิดของ
นายนั่นแหละ " ชั้นเถียงคำไม่ตกฟาก พร้อมทั้งสำทับอย่างมั่นใจ
" อ้อเหรอะ " นายนั่นออกเสียงด้วยท่าทางไม่พอใจอย่างมาก
" แล้วใครใช้ให้เธอให้หยุดเดินกลางคันล่ะยัยเบ๊อะ อย่างน้อยส่งซิกให้กันบ้างก็ยังดี
แต่นี่เดินดุ่มๆอยู่ๆก็หยุดเดินเฉยเลย ถ้าเธอเดินอยู่กลางสนามรบป่านนี้ลูกน้องของเธอคงติด
กับระเบิดกันหมดแล้วมั้ง แล้วชั้นจะเดาออกได้ไงฮึว่าเธอจะหยุดเดินตอนไหนอ่ะ คิดหน่อยสิ " นายนั่นพูดส่อเสียด
" แล้วถ้าชั้นไม่พุ่งไปรับเธอล่ะ เธอก็คงไม่มีแรงมาเถียงชั้นแบบนี้หรอก ให้ตายเลยจอร์จ ทำ
ดีไม่ได้ดีเชอะ " นายนั่นหันหน้าหนีชั้น เหมือนกับชั้นผิดเต็มประตูยังไงยังงั้นแหละ
ชั้นไม่ได้ตั้งใจนิ ใครจะรู้ล่ะว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
" เธอต้องรับผิดชอบชั้น " นายนั่นบอกขึ้น
" ชะ ชั้นนี่นะ " ชั้นตะโกนจนแทบปรอทเสียงแทบแตก
" นายจะให้ชั้นทำไงล่ะ " ชั้นถามอย่างสงสัย
" ก็...................." นายนั่นยังเล่นลิ้นไม่ยอมบอก
" นะ นายอย่าบอกนะ วะ ว่า จะเป็นเงื่อนไขเดิมๆอ่ะ " ชั้นถามเสียงสั่น
" ไม่ใช่ " นายนั่นส่ายหน้า พร้อมกับมองชั้นอย่างเจ้าเล่ห์
" เธอจำคำที่ชั้นบอกก่อนพนันได้มั้ย ว่าตอนที่ชั้นมาส่งเธอที่โรงเรียนน่ะ " นายนั่นถามพร้อม
กับมองหน้าชั้นอย่างจริงจัง
" จำไม่ได้อ่ะ มันคืออะไรหรอ " ชั้นถามอย่างคนความจำเสื่อม ก็มันคิดไม่ออกจริงๆนิ
" ก็ที่ชั้นบอกว่ามีข้อแลกเปลี่ยนไง " นายอีริคยังพูดอย่างใจเย็น
ชั้นหันไปมองพี่ซีรีอัส แล้วหันไปมองหน้านายอีริคอีกทีอย่างไม่เข้าใจ ว่านายนั่นต้องการ
อะไรกันแน่
" เธอจำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่สิ่งที่ชั้นขอนั้นมันง่ายนิดเดียว ซึ่งมันก็คือ........"
" คือ............. " ชั้นกะพี่ซีรีอัสพูดพร้อมกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วหันไปมองหน้านายอีริค
" โอเค ตั้งใจฟังกันมากเลยนะ แต่ชั้นเปลี่ยนใจแล้วอ่ะ ขออุ๊บไว้ดีกว่านะ "
ชั้นถอนหายใจอย่างโล่งอก ส่วนพี่ซีรีอัสได้แต่ยืนฟังเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ไม่ออกความเห็น
ใดๆ เค้ามองนายนั่นอย่างสงสัย แต่เค้าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
" โอ๊ย โอ๊ยยยย เจ็บไหล่ชะมัดเลยอ่ะ เธอนี่ตัวหนักไม่ใช่เล่นเลยนะ เล่นเอาชั้นเจ็บทั้งตัว
นี่ๆ เห็นมั้ยเป็นรอยหมดเลย " นายนั่นยังบ่นโอดครวญ ราวกับว่าไปโดนช้างที่ไหนทับมายังงั้น
ชั้นเหลือบไปมองนิดนึง ซึ่งมันก็จริงอย่างที่นายนั่นว่าไม่มีผิด เมื่อเห็นดังนั้นชั้นก็พุ่งตัวไปหา
นายอีริคอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคลำรอยช้ำไปมา
" เห็นมั้ยล่ะ ชั้นไม่ได้โกหกเธอนะ เชื่อรึยังว่าชั้นเจ็บจริงๆ " นายนั่นทำท่าสำออย จนชั้น
สงสาร ว่าแล้วชั้นก็ผิดจริงน่ะแหละ แต่ด้วยทิฐิที่มีก็เลยเลือกที่จะเงียบเข้าไว้
" เด๋วชั้นเอายามาทามานวดให้นายนะ รอชั้นแป๊บนึง " ว่าแล้วชั้นก็รีบวิ่งไปยังตู้ยาประจำบ้าน
พร้อมกับหยิบยาแก้ฟกช้ำดำเชียวอย่างรวดเร็ว
พอมาถึงห้องโถง ชั้นรีบวางยาเหล่านั้น พร้อมกับปิดฝาขวดออกมาและละเลงเนื้อยาไปยัง
รอยต่างๆของนายนั่นอย่างเบามือ ชั้นคลึงรอยฟกช้ำเบาๆ อย่างตั้งใจ ส่วนนายอีริคก็เอาแต่
มองชั้นพร้อมกับยิ้มส่งมาให้ อาการแบบนั้นมันยิ่งทำให้สมาธิชั้นกระเจิดกระเจิงไปไหนต่อ
ไหนอย่างกู่ไม่กลับ ( นายอย่าทำแบบนี้สิ เด๋วชั้นอดใจไม่ไหวปล้ำนายตรงนี้จะทำ
ไงอ่ะ ชั้นยิ่ง sensitive อยู่ด้วย ) ชั้นได้แต่แอบหน้าแดงนิดๆ และพยายามหลบหน้านายนั่น
เพื่อไม่ให้นายนั่นจับได้ว่าชั้นก็เขินเป็นเหมือนกัน
" อ๊ะ เสร็จแล้ว นายมีรอยช้ำตรงไหนอีกม๊ะ ชั้นจะได้นวดๆทาๆให้เสร็จๆซะทีเดียวเลย "
ชั้นเงยหน้าถามนายนั่น แต่นายนั่นสิเอาแต่จ้องชั้นตาเป็นมัน รึว่าสิวเกิดขึ้นที่หน้าชั้นนะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชั้นจึงรีบหันหลังกลับพร้อมเอามือมาลูบหน้าของชั้นไปมา แล้วชั้นก็หันกลับ
ไปมองหน้านายนั่น ชั้นมองนายนั่นอย่างไม่เต็มตา เพราะมัวแต่ก้มหน้าหงุดๆ
" ยัยเบ๊อะ เธอเป็นอะไรน่ะ ทำไมไม่มองหน้าชั้น " นายอีริคถามอย่างสงสัย
" ปะ ป่าวซะหน่อย นายหายเจ็บรึยังอ่ะ ถ้าหายแล้วก็ไปห้องอาหารกัน ชั้นหิวจนท้องแทบกิ่ว
อยู่แล้ว"
" อ้อ ได้สิ ชั้นก็รู้สึกหิวเหมือนกัน " นายนั่นพูดพร้อมกับเอามือลูบท้องไปมา
ชั้นหันไปมองพี่ซีรีอัสปรากฏว่าเค้ามองชั้นอยู่ก่อนแล้ว
" พี่ซีรีอัสรู้สึกหิวรึยังคะ พอดีมุมิให้พี่อิงอิงเตรียมอาหารให้แล้วล่ะ นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว มุมิ
คิดว่าเค้าน่าจะจัดโต๊ะเสร็จแล้ว "
" อ้อ พี่มีเรื่องนึงอยากจะบอกมุมิน่ะ " พี่ซีรีอัสเอ่ยขึ้น ชั้นกะนายอีริคหันไปมองเค้าอย่าง
อัตโนมัติ
" มีอะไรหรอคะ รึว่าเรื่องนั้นจะ จะ " ชั้นพูดแบบติดอ่าง
" ไม่ใช่หรอกจ๊ะ พี่จะบอกว่า คุณอาทั้งสองอนุญาตให้ไปเที่ยวแล้วล่ะ พอดีพี่บอกท่านว่าเรา
ไปกันหลายคนน่ะ ท่านก็เลยคลายกังวลนิดนึง อีกอย่างพี่สัญญากะท่านไว้ว่าจะดูแลมุมิอย่าง
ดี ท่านก็เลยบอกอนุญาตอย่างง่ายดาย มุมิคิดว่าไงจ๊ะ " พี่ซีรีอัสถามอย่างขอความเห็น
" ก็ดีค่ะ มุมิจะได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ " ชั้นยิ้มตอบเค้าอย่างขอบคุณ
" มุมิต้องขอบคุณพี่ซีรีอัสนะคะ ถ้าไม่มีพี่ซีรีอัสช่วยพูดให้งานนี้มุมิต้องตายแน่ๆเลย "
" ไม่เป็นไรจ้า เรื่องแค่นี้เอง อย่าถือเป็นบุญคุณเลยนะ " พี่ซีรีอัสหันมายิ้มตอบชั้นอย่างอ่อน
โยน โอยยยยยยยยยย นี่ก็คนนึงยิ้มทีหัวใจน้อยๆจะละลาย
นายอีริคยังคงยืนอยู่ตรงนั้นราวกับรูปปั้น ไม่ยอมออกความเห็นใดๆ
" โอเค เราไปกินข้าวกันเหอะ " ว่าแล้วชั้นก็เดินดุ่มๆ ไปยังห้องอาหาร
ระหว่างที่กินอาหารกันนั้น ทุกคนต่างกินกันเงียบๆ ต่างคนต่างก็ติดอยู่ในภวังค์ของตัวเอง
" เอ่อ " ชั้นพูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอันอึมครึม
" พี่ซีรีอัสจะขนของไปไหนเยอะแยะหรอค่ะ มุมิเห็นถือของเยอะแยะเลย "
ชั้นถามอย่างใคร่รู้
" ไม่มีอะไรหรอกคับ ก็แค่ของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้นะ กะจะให้แม่บ้านและคนขับรถซะ
หน่อย พี่ก็เลยต้องหิ้วของลงมาจากข้างบนน่ะ เพื่อให้เค้าแบ่งกันใช้ " พี่ซีรีอัสตอบเรื่อยๆ
ชั้นยิ้มให้ทีนึง พี่วีรีอัสเป้นคนดีจริงๆ แล้วชั้นก้หันไปถามนายอีริค เมื่อเห็นนายนั่นเขี่ยอาหาร
ไปมาเหมือนคนเบื่อข้าว
" นี่นาย นายจะไปเที่ยวไหวมั้ยเนี่ย เจ็บขนาดนี้นายพักก่อนซักวันดีมั้ย "
ชั้นบอกนายอีริคอย่างเป็นห่วง
"ไหวสิ ชั้นไม่เป็นอะไรแล้ว เธอเห็นมั้ยชั้นไม่มีรอยช้ำเป็นจ้ำๆแล้ว เจ็บแค่นี้จิ๊บจ๊อย "
นายนั่นยังโอดสรรพคุณต่ออีกว่า พร้อมกับเคี้ยวตุ้ยๆ ชั้นจึงสังเกตว่าไอ้ที่นายนั่นเขี่ยออกมา
จากจานนั้น ใบกะหล่ำปลีทั้งหมดเลย อย่างน้อยชั้นก็รู้ว่านายนี่ไม่ชอบกินกะหล่ำปลี ชั้น
หัวเราะ อิ อิ อิ อิ ในใจ แล้วเสียงนายอีริคกะพูดต่อ
" เธอคอยดูนะ ชั้นจะว่ายน้ำเป็นกิโลๆ ให้เธอดูเลย เมื่อเราไปถึงที่เกาะมัลดีฟ "
" นายแน่ใจนะ "
" แน่นอน "
" ชั้นยังซื้อของไม่ครบเลยอ่ะ เอางี้มั้ยพอเรากินข้าวเสร็จ เราไปช๊อปปิ้งกัน "
ชั้นพูดพร้อมกับปรบมือเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูสดใส
" ก็ได้คับ " พี่ซีรีอัสตอบ
" อืม " นายอีริคตอบ
เมื่อทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันโดยไม่มีใครคัดค้าน ชั้นก็เลยจัดแจงให้สองคนนั้นไปที่ห้างๆ
นึงที่มีอุปกรณ์ทันสมัย ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์เล่นน้ำต่างๆ ชั้นซื้อทุกอย่างที่อยากได้ ที่สำคัญ
นายอีริคเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยที่ชั้นไม่ได้เสียตังค์ซักแดงเดียว แต่นายนั่นไม่เห็น
จะบ่นซักคำเลยอ่ะ ทำไมวันนี้ใจดีจัง ส่วนพี่ซีรีอัสก็ซื้อเหมือนแต่ไม่มีใครโลภเท่าชั้น
แฮะๆๆๆ ก็นานๆทีได้เที่ยวซักครั้งแถมไปกะนายอีริคด้วยใครจะยอมขี้เหร่ ชั้นไม่เอาหรอกชั้น
ต้องสวยตลอดเวลา
ส่วนยัยเรดาร์กะนายเจมส์ป่านนี้คงจะแพ็คของเสร็จแล้วล่ะ เพราะตอนเช้าสองคนนั่น
โทรชั้นมาหาเพื่อจะไปซื้อของกัน แต่ชั้นต้องขออนุญาตจากพ่อกะแม่ก่อนถึง
จะไปเที่ยวได้น่ะสิ กว่าพวกเราจะได้มากัน เกือบจะบ่าย 3 โมงกว่าๆ
ยังไงซะพรุ่งนี้ก็จะได้ขึ้นเครื่องแล้ว ชั้นน่ะตื่นเต้นๆจริงเลยที่จะได้เห็นเกาะในฝันนั่น
มันคงสวยกว่าในรูปที่ชั้นเคยเป็น 100 เท่าแน่นอน ชั้นมั่นใจ
ชั้นหันไปมองซ้ายขวาเพื่อที่จะหาของซื้อเพิ่ม และนายอีริคก็หันมาจับ
มือ ชั้นไว้แล้วบอกว่า
" นี่เธอ เธอโทรไปบอกอาจารย์รึยังล่ะ เธอว่าจะไม่ได้เข้าเรียน 1 อาทิตย์อ่ะ "
นายยอีริคถาม
" โอ๊ะ............ชั้นลืมสนิทเลยอ่ะ มัวแต่คิดถึงเร่องไปเที่ยวเลยลืมที่จะโทรบอกอาจารย์
ประจำชั้น เอาไงดีอ่ะ " ชั้นทำหน้ามุ่ยอย่างขอความเห็น
" อ๊ะนี่ ใบอนุญาตพักการเรียน " นายนั่นยื่นให้ชั้น โหหหห นายอีริคช่างดีกะชั้นเหลือเกิน
" นายทำได้ไงเนี่ย " ชั้นถามอย่างสงสัย
" ไม่เห็นจะยากเลย แค่ปลอมลายเซ็นต์ของเธอกะผุ้ปกครองเธอแค่นั้นเองอ่ะ ไม่เห็นจะยาก
ตรงไหนอ่ะ ง่ายมากเลย เรื่องนี้ชั้นถนัดอยู่แล้ว " นายนั่นบอกแบบภาคภูมิใจซะเต็มประดา
" นี่นายแอบเห็นลายมือชั้นด้วยหรอเนี่ย ลายเซ็นต์ของพ่อชั้นด้วยนายไปเอามาจากไหนอ่ะ "
" ชั้นก็เอามาจากบทสัมภาษณ์รายสัปดาร์ของพ่อเธอไงล่ะ ไม่เห็นรึไงว่าพ่อเธอออกหนังสือ
บ่อยจะตาย แล้วอีกอย่างนะ เวลาเค้าสัมภาษณ์น่ะ ก็จะมีลายเซ็นต์ของเค้ากำกับทุกครั้ง รึ
เธอไม่ได้สังเกตอ่ะ "
นายอีริคนี่ไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย เรื่องใหญ่ขนาดนี้ยังจัดการได้สบายบรื๋อ
" เธออย่าลืมส่งการบ้านของแต่วิชาด้วยนะ เด๋วเค้าจะส่งการบ้านทางเมล์น่ะ แล้วเธอก็ส่ง
การบ้านอาทิตย์ล่ะครั้งแล้วกันพอดี อาจารย์ของเธอฝากมาบอกว่าถ้าเธอกลับมา
ถึงที่โรงเรียนเมื่อไหร่ ให้เธอเตรียมตัวสอบย่อยด้วย เพราะทางโรงเรียนจะวัดคะแนนผล
สอบของเธอ เพื่อที่จะได้รู้ว่าความรู้ของเธอตอนนี้อยู่ในระดับไหน
เพราะว่าเทอมหน้านี้เธอก็จะได้อยู่ชั้นของ ม. 6 แล้วอาจารย์ฝ่ายนะแนวจะเป็น
คนแนะนำเธอว่า ให้เรียนต่อปริญญาตรีทางด้านไหนเธอถึงจะเป็นบุคคลที่มีคุณภาพแก่
สังคมอ่ะ ทีนี้เข้าใจรึยังล่ะ " นายอีริคถามชั้น
" จ้า จ้า เข้าใจแล้ว นายถามเหมือนชั้นเป็นเด็กๆยังไงยังงั้นแหละ " ชั้นตอบออกไปอย่าง
นึกขันกับท่าทางของนายนั่นดูเอาจริงเอาจังน่าดู
" แล้วนี่เธอซื้อของครบรึยังอ่ะ ชั้นเมื่อยเดินตามเธอแล้วนะ เดินมารอบที่ 3 แล้วเธอยังซื้อ
อะไรไม่ครบอีกล่ะ ไอ้รอยฟกซ้ำเนี่ยมันก็ยังเอยู่เลยนะ เธอจะทรมานกันไปถึงไหน"
นายอีริคบ่นอย่างโอดโอย
" ก็ได้ๆ นี่ชั้นเห็นว่านายเจ็บอยู่หรอกนะ ชั้นถึงยอมเปลี่ยนกลับอ่ะ ไม่งั้นไม่ยอมหรอกจะ
บอกให้ "
" ขอบคุณคับที่กรุณาผู้ต่ำต้อยอย่างผมขอรับเจ้านาย " นายอีริคบอกแบบประชด
" ดีนิ รู้หน้าที่ดีมากเลย นายเป็นคนใช้อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ รู้จักทำตัวให้สุภาพเข้าไว้ นี่
แหละคนใช้ตัวจริง " ชั้นบอกอย่างไม่แคร์ท่าทางฟุตฟิตของนายนั่น
" แล้วสองคนนั่นจะทำยังไงล่ะเนี่ยนายรู้บ้างมั้ย " ชั้นเปลี่ยนท่าทีฉับพลันเมื่อนึกถึงยัยเรดาร์
กะนายเจมส์
" เธอไม่ต้องห่วงหรอกน่า เจมส์น่ะมันเรียนเก่งนะ ถึงมันจะขี้หลีสาวก็เหอะ เรื่องเรียนน่ะมัน
เป็นรองชั้นแค่ปัดเศษ เลิกห่วงคนอื่นได้แล้วห่วงตัวเองเหอะ เตรียมตัวสอบดีๆล่ะ ถ้าเธอไม่
ได้ตรงไหนบอกชั้นนะ ชั้นติวให้เธอได้อยู่แล้ว " นายนั่นบอกอย่างเชื่อมั่นในตัวเองซะเต็ม
ประดา นายนี่ไม่รู้ซะแล้วว่าคุยอยู่กะคนที่เค้าได้ที่ 1 สามปีซ้อน เชอะ
รู้จักกันน้อยเกินไปซะแล้ว
" นี่ เธอไม่ต้องทำให้หน้าบอกอารมณ์ของเธอทุกอย่างก็ได้นะ แค่มองหน้าเธอชั้นก็รู้แล้วว่า
เธอไม่พอใจน่ะ ชั้นรู้ดีว่าเธอน่ะเก่งได้ที่ 1 มาสามปีซ้อนน่ะ แต่สิ่งที่ชั้นห่วงก็คือ ข้อสอบนั่น
มันไม่เหมือนข้อสอบทั่วไปน่ะสิ มันเหมือนเป็นสิ่งวัดว่าเธอควรจะยึดอาชีพไหนเมื่อเธอจบไป
ต่างหาก แต่ถ้าหากเธอไม่ยอมรับของผลคะแนนล่ะก็ อาจจะทำให้เธอสับสนได้ว่าสิ่งไหนกัน
แน่ที่เธอต้องการต่างหาก เธออย่าลืมสิชั้นเป็นพี่เธอปีนึงนะ เพราะฉะนั้นเธอต้องตั้งเป้าก่อน
ว่าเธออยากจะเรียนต่อด้านไหนเมื่อเรียนจบ อ๊ะๆ อย่าเถียงนะว่าเธอพร้อมแล้วที่จะสอบน่ะ
เมื่อถึงมัลดีฟแล้วเธอค่อยไปดูอีเมลล์ที่อาจารย์อีกทีดีกว่าแล้วเธอจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่
เธอคิด โอเค" นายอีริคพูดแบบมีปริศนา แล้วเดินไปยังลานจอดรถทิ้งให้ชั้นอึ้งกับคำพูด
ของนายนั่นอยู่นาน มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อนายนั่นบีบแตรเป็นสัญญาณให้ขึ้นรถ
ชั้นนั่งนิ่งจนถึงบ้าน แล้วพวกเค้าสองคนก็ช่วยชั้นขนของเข้าไปในบ้าน ชั้นกล่าวขอบคุณ
พร้อมทั้งชวนนายอีริคกินข้าวเย็นที่บ้าน แต่นายนั่นปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า อยากให้ชั้นพัก
เยอะๆเพื่อพร้อมกับการเดินทางพรุ่งนี้
เมื่อคนใช้ที่บ้านช่วยลำเลียงข้าวของชั้นจนหมด ชั้นหันไปเห็นพี่ซีรีอัสสีหน้าเศร้าสร้อยอย่าง
เห็นได้ชัด ชั้นรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก
" พี่ซีรีอัสเตรียมของครบรึยังคะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้วนะ " ชั้นถามอย่างเป็นห่วงเค้าจริงๆ
เพราะชั้นสังเกตเห็นว่าเค้าดูมีเรื่องให้กังวลใจตลอดเวลา
" มุมิอย่าเป็นห่วงพี่เลยนะ ห่วงตัวเองบ้างเหอะ การที่เราเป็นห่วงคนอื่นมาไปมันมีแต่เหนื่อย
ป่าวนะรู้มั้ย กินข้าวแล้วขึ้นไปพักผ่อนเหอะนะ พี่สบายดีไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอก ยังไงซะพี่ก็
เป็นผู้ชาย พี่ต้องเข้มแข็งกว่ามุมิเป็นร้อยเท่านะรู้มั้ย " พี่ซีรีอัสพูดพร้อมกับเอามือมาลูบหัว
ชั้นเบาๆ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้ชั้นคิดสับสนอยู่คนเดียว
สุดท้ายชั้นต้องส่ายหัวไปมา ไม่เอาล่ะวันนี้ชั้นปวดหัวพอแล้ว ชั้นไม่อยากทำให้ใครลำบาก
มากไปกว่านี้ ฉะนั้นชั้นจึงอยากมีความคิดเป็นส่วนตัวบ้าง อย่างน้อยๆ สิ่งที่ชั้นหวังไว้ก็คือ
เที่ยวให้สนุกที่สุดเท่าที่ทำได้ เอาล่ะชั้นไปเตรียมของดีกว่า เพื่ออนาคตอันสดใส
+++++++++++++++++++++++++++ เมื่อถึงเวลาขึ้นเครื่อง ++++++++++++++++++++++++++++++++++
ชั้นไปถึงแอร์พอร์ทพร้อมกับสองหนุ่ม ก็คือพี่ซีรีอัสและก็นายอีริคนั่นเอง ชั้นเหลือบไปเห็น
ยัยเรดาร์กะนายเจมส์ยืนอยู่ตรงช่องตรวจของ สองคนนั้นหันมาแล้วโบกมือทักทายพวกเรา
เนื่องจากคนเพิ่มมาหนึ่งคน ก็คือพี่ซีรีอัสน่ะเอง ชั้นเลยต้องโทรไปขอร้องให้ทางเทศกาล
นานาชาติให้ตั๋วเพิ่มอีกหนึ่งใบ ซึ่งนั้นเค้าก็ไม่ว่าอะไรพร้อมกับรับปากว่าส่งตั๋วเครื่องบินทัน
เวลาแน่นอน เพราะว่าเวลาการเดินทางฟิกซ์เวลาอย่างแน่ชัด ชั้นอยากให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่า
เทียมกัน ชั้นยืนรอเมสเซนเจอร์อยู่นาน แล้วจู่ๆก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาหาชั้น ว้าววววววววว
นี่ขนาดเมสเซนเจอร์ยังหล่อขนาดนี้หรอเนี่ย ยังกะก๊อปปี้มาจากพระเอกแนวอินเตอร์แน่ะ
เมื่อเค้ามาถึงก็ยื่นให้ชั้น
" นี่ของที่คุณอยากได้คับ ขอโทษทีที่สายรถติดน่ะ ยินดีที่รู้จักนะ ผมแมททิว " นายคนนั้น
ยืนมือมาเพื่อแสดงความจำนงว่าอยากจะรู้จัก ชั้นยิ้มนิดนึงพร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสมือของ
นายคนนั้น นายแมททิวยิ้มตอบชั้น โอ้ววววววววววววว ทำไมชีวิตชั้นถึงเจอแต่ผู้ชายหล่อๆนะ
ชาตินี้เกิดมาไม่เสียชาติเกิดเลยจริงๆ
" เช่นกันค่ะ เรียกชั้นว่ามุมิได้นะ " ชั้นทักทายอย่างแจ่มใส นายแมททิวยิ้มน้อยๆ
" หวังว่าเราสองคนจะได้เจอกันใหม่นะ " นายแมททิวพูดแล้วก็วิ่งผละไปอย่างรวดเร็ว
พอชั้นได้สติก็วิ่งไปหายังหนุ่มๆที่รอชั้นอยู่ แล้วตรวจของแล้วเตรียมตัวขึ้นเครื่อง
ที่นั่งที่ได้ก็ถือว่าไม่เลวนัก ก็คือชั้นนั่งตรงกลางแล้วมีสองหนุ่มนั้นรอบข้าง ส่วนยัยเรดาร์กะ
แฟนหนุ่มก็นั่งคู่กันอย่างมีความสุข การเดินทางอันยาวนานทำให้ชั้นเคลิ้มหลับตอนไหนก็ไม่
รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าชั้นมัวแต่ตื่นเต้นเมื่อคืนเลยไม่ค่อยได้หลับได้นอน ไหนจะ
คอยเช็คของว่าเอาไปครบรึยังน่ะสิ อันนี้เล่นเอาชั้นนอนดึกเหมือนกัน คงเป็นเพราะชั้นเพลีย
ก็ว่าได้ ชั้นไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไหร่ นี่ชั้นแอบน้ำลายยืดรึป่าวเนี่ย ถ้ายืดจริงคงเสีย
หน้าน่าดู เพราะว่าตอนที่ชั้นหลับนั้น ชั้นดันเอาหน้ายื่นไปพิงไหล่นายอีริคน่ะสิ ถ้าเป็นอย่าง
งั้น อี้ๆๆๆๆๆๆๆ เสื้อนายนั่นต้องเหม็นแน่ๆเลย เมื่อคิดว่าคงไม่กล้าถามใครอย่างแน่นอน
ชั้นเลยต้องพิสูจณ์ด้วยตัวเอง เมื่อเห็นนายนั่นหลับอยู่ ชั้นลองเอามือของตัวเองไปลูบไหล่
ของนายนั่นไปมาเบาๆ เอ ไม่มีรอยน้ำลายหกเลยนิ รึว่าน้ำลายจะไหลไปทางอื่น ชั้นลอง
เอามือลูบไปอีกทาง แต่จู่นายอีริคก็ลืมตาและจับมือชั้นเอาไว้
" นี่เธอจะลวนลามชั้นแม้กระทั่งตอนหลับรึเนี่ย " นายนั่นพูดเสียงเข้มแกมทะเล้นหน่อย
นายนั่นไม่รู้ว่ารู้สึกตัวตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย ไม่เห็นส่งสัญญาณให้กันรู้ตัวบ้างเลย
" เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก ชั้นแค่อยากจะรู้ว่านายตื่นรึยังอ่ะ ชั้นตื่นขึ้นมาก็เลยอย่างมีเพื่อนคุยน่ะ
ถ้านายง่วงก็นอนต่อได้เลยนะ แฮะๆๆๆๆ ชั้นไม่กวนนายแล้วล่ะ ขอโทษล่ะกันที่ทำให้นายตื่น
อ่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจ" ชั้นตอบอย่างเอาตัวรอด
นายอีริคยิ้มหึๆๆๆ อย่างเหนือชั้น เดาไม่ออกแหะว่านายนั่นคิดอะไรอยู่อ่ะ
" ไม่ต้องมาแก้ตัว ก็ใครใช้ให้เธอมานอนบนไหล่ชั้นล่ะ พอชั้นเห็นเธอนอนหลับชั้นก็นอนด้วย
พอเธอตื่นชั้นก็ตื่นด้วยแค่นั้นเอง ถ้าเธอง่วงก็ซบบนไหล่ชั้นได้นะ ยินดีบริการคับเจ้านาย "
ชั้นยิ้มแก้เขินพร้อมกับก้มหน้าไม่กล้าสบตานายนั่นอีก แก้มชั้นนี้แดงแปร้ดเลยอ่ะ เรื่องอะไร
จะหันไปมองเสียฟอร์มแย่เลย
" อ๊ะ นี่เราถึงไหนแล้วเนี่ย " ชั้นถามพร้อมพยักพะเยิดไปด้านหน้าต่าง
" อย่าห่วงเลยน่าอีก 3 ชั่วโมงก็ถึงแล้วล่ะ ถ้าถึงที่แล้วชั้นจะปลุกเธอเอง หลับต่อเหอะ ชั้นรู้นะ
ว่าเธอยังเพลียอยู่อ่ะ " นายนั่นบอกอย่างรู้ทัน
" ก็ได้ นอนก็นอน " ชั้นบอกอย่างว่าง่ายพร้อมทั้งซุกตัวลงไปอ้อมแขนนายอีริค เพราะนาย
นั่นอ้าแขนรอชั้นไว้ก่อนอยู่แล้ว ชั้นหลับๆอย่างสนิทจริง หลับลึกอย่างไม่มีความฝันมาบั่น
ทอนให้ชั้นต้องความคิดอีกเลย โอ้ ช่างสบายซะจริง
เมื่อมาถึงเกาะมัลดีฟ เราต้องต่อรถเข้าไปที่ชาดหาดอีก ซึ่งตรงนี้ชั้นได้ประสานงานกะทาง
คณะกรรมการก่อนแล้ว ซี่งทางเค้าต้องให้ความสะดวกทุกอย่างเกี่ยวกับการเดินทาง ซึ่งก็
จริงอย่างที่แพลนไว้ ก็คือมีรถมารอรับที่หน้าแอร์พอร์ท คนขับเป็นคุณลุงแก่ กะรถตู้สมัย
ใหม่ เราสังเกตเห็นแกชูป้ายชื่อไปมาของเราทุกคน เพื่อให้พวกเราสังเกตแกง่ายๆ
เมื่อพวกรามั้นใจว่าเป็นแกแน่นอน เลยต้องพูดกะแกเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อแกตอบว่าใช่
เราก็เลยต้องย้ายขบวนมานั่งที่รถตู้แทน ซึ่งรถตู้คันนี้ทันสมัยอย่างมาก มีสิ่งอำนวยความ
สะดวกมากมาย แกบอกเราว่าเราต้องเดินทางอีก 6 กิโลเมตร ถึงจะถึงที่โรงแรมของพวกเรา
พวกเราต่างเพลียและก็เผลอหลับไป จนกระทั่งถึงเกาะมัลดีฟ แล้วแกก็ปลุกพวกเราทีละคน
ต่างคต่างอยู่ในอาการงัวเงีย ชั้นขยี้ตาสองข้างพร้อมทั้งหันไปมาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อชั้น
เปิดตากว้างๆ สิ่งที่เห็นตรงหน้า มันเหมือนยังกะว่าชั้นฝันไปไม่มีผิด
ชั้นหันมองไปรอบๆ ว้าววววววววววววววว สะ สวยยยยยยยยยยยยยมากๆเลยอ่ะ เป็นเกาะ
ในฝันของชั้นเลยอ่ะ ชั้นกระโดโลดเต้นอย่างดีใจ ในที่สุดก็ถึงวันนี้ซะที วันที่ชั้นมีความสุข
สุดๆๆๆ แล้วชั้นก็จะพยายามใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขอย่างที่ชั้นได้หวังเอาไว้
อย่างแรกเลยที่เราต้องทำก็คือเข้าไปเช็คอิน แล้วอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย แล้วพวกเราก็
นัดกันทานข้าวซึ่ง ถ้าจะนับจริงๆเราเดินทางประมาณ 16 ชั่วโมงได้ ไม่น่าสงสัยหรอกนะที่พวก
เราตั้งใจกินข้าวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย นั่นหมายถึงการหิวข้าวจัดนั่นเอง
พอกินเสร็จแล้วก็อพยพไปนั่งที่หน้าชายหาดกัน ที่นี่เหมือนแดนสวรรค์อย่างที่ใครหลายๆคน
ว่ากันจริง บรรยากาศที่เงียบสงบ และหาดทรายสีทองเมื่อต้องกะแสงอาทิตย์
ว้าววววววววววววววววววว ชั้นไม่เคยคิดเลยว่า ว่าจะได้มีโอกาสได้มาเที่ยวกะนายอีริค
เมื่อนายนั่นเปลี่ยนชุดแบบชาวเลนั่น นายอีริคก็ดูดีไม่แพ้ใครทีเดียว มีแต่สาวๆชายตาให้ท่า
เต็มไปหมด เฮ้อ ชั้นล่ะกลุ้มใจกะความหล่อของนายนั่นจริงๆเล้ย รูปร่างหน้าตาหล่อเหลือ
รับประทาน ส่วนชั้นสิ พอแต่งตัวแบบนั้นแล้วขาดความมั่นใจไปเลยอ่ะ ก็นายอีริคน่ะไม่ยอม
ชมกันซักคำเลยน่ะสิ ชั้นเลยคิดว่าชั้นคงจะสวยไม่พอล่ะมั้งงานนี้ แต่ทว่านายนั่นก็จับมือชั้น
ไม่ยอมห่าง แล้วเราสองคนก็เดินเลียบชาดหาดเล่นกันอย่างนั้น
เพราะไม่มีใครยอมเอ่ยปากพูดอะไรซักคำ แค่นี้ก็โอเคแล้วล่ะ
ปล่อยให้บรรยากาศพาไปล่ะกัน แค่นี้ชั้นก็มีความสุขเหลือเกิน เกินคำ
บรรยายด้วยซ้ำ
Tattoo: Jordin Sparks |
hey... hey... hey... hey... Ohhh..Ohhh Ohhh (Chorus)2x |

กลับจากฉลองวันวาเลนไทน์แล้วรีบมาอัพต่อนะจ๊ะ

เมื่อไหรจะมาอัพ
รออ่านใจจะขาดเเล้วนะ ==


Just got back I have to try to update as soon pls wait.:)
I miss u anyone
Best Regards
Applesays
แต่งสนุกจัง ไปเป็นนักเขียนได้เลยนะนี้ แล้วรีบๆมาอัพอีกนะค่ะ อยากอ่านต่อ อิอิ ^^
แต่งได้โดนใจเราเลยอ่ะ(T^Tซาบซึ้ง)

เราเคยอ่านในwww.zheza.comด้วยอ่ะ
ใช่คนเดียวกันอะป่ะ
แต่ก็หนุกดีจ้า~

หนุกมาเลยว่างๆมาอ่านนิยาของเราบ้างนะ
http://www.vcharkarn.com/varticle/35829

อัพโดยด่วนขอบอกว่าหนุกมาก
เมื่อไรเจ๊จามาอัพงิ
รอมานนานแล้ว500000ปี


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |